*/
  • พุธทรัพย์
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : [email protected]
  • วันที่สร้าง : 2017-03-18
  • จำนวนเรื่อง : 286
  • จำนวนผู้ชม : 231721
  • จำนวนผู้โหวต : 400
  • ส่ง msg :
  • โหวต 400 คน
<< พฤษภาคม 2022 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30 31        

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันเสาร์ ที่ 21 พฤษภาคม 2565
Posted by พุธทรัพย์ , ผู้อ่าน : 314 , 10:16:22 น.  
หมวด : ท่องเที่ยว

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน Chaoying โหวตเรื่องนี้

หลากหลายของดีเมืองชุมพร : ตอนที่ ๓ สร้างความเจริญโดยไม่สร้างความเดือดร้อนได้ไหม 

ตอนที่แล้วผู้เขียนได้กล่าวถึงการเดินทางถึงบ้านที่พักค้างคืน ซึ่งปัจจุบันเป็นบ้านของน้องสาว ไมตรี ก่อนอื่นอยากให้ท่านผู้อ่านได้เห็นต้นทุเรียนของน้องสาว

 

ผู้เขียนเห็นแล้วตาลุกวาวตามประสาเกษตรกร ต้นเล็กนิดเดียวออกลูกแล้ว ที่ชุมพรตอนนี้ยังไม่มีทุเรียนกินนะครับ ทุเรียนที่มีขายในชุมพรนั้นเป็นทุเรียนจากเมืองจันทร์ครับ

 

ขอเรียนท่านผู้อ่านได้ทราบว่าทุเรียนดั้งเดิมของชุมพรซึ่งมีแต่เมล็ดนั้นปัจจุบันไม่มีเหลือแล้วครับ ทุเรียนชุมพรตอนนี้เป็นทุเรียนพันธุ์ดี เป็นทุเรียนเสียบยอดหรือต่อตาครับ ทุเรียนจากภาพข้างบนนั้น เป็นทุเรียนพันธ์ที่ปลูกเพียงปีเดียว ก็ได้ผลแล้วครับ

ทุเรียนชุมพรในตอนนี้ลูกโต อร่อย มัน ผู้เขียนบรรยายเรื่องนี้ไม่เก่งเท่าไรหรอกครับ เพราะไม่ชอบทุเรียนเท่าใดนัก ให้คุณสายพิณชอบมากอยู่คนเดียวก็พอแล้ว

อยากให้ชมสวนกระท่อมด้วย กระท่อมเป็นพืชเศรษฐกิจที่ประเทศไทยเคยห้ามปลูก ห้ามซื้อและห้ามขายมานานแสนนานแล้ว เสียดายที่ประเทศไทยเสียโอกาส การบริหารราชการแผ่นดินโดยต้องทำตามความต้องการของบางประเทศก็เป็นเช่นนี้แหละครับ

 

ว่ากันว่ากระท่อมชุมพรเป็นกระท่อมที่ดีที่สุด โดยเฉพาะกระท่อมพันธุ์ก้านแดง ปัจจุบันนี้ขายใบโดยไม่ต้องเก็บเองครับ ผู้ซื้อมาซื้อถึงสวนแล้วเก็บเอง ราคาแล้วแต่ความสวยงามของใบ ต่ำสุด กก ละ ๑๕๐ บาท และสูงสุด ๓๐๐ กว่าบาท

กระท่อมเป็นพืชโตเร็วครับ กระท่อมของน้องสาวเริ่มปลูกเมื่อกลางเดือนมกราคมปีนี้ ได้น้ำได้ปุ๋ยจึงวอกงามดี อีกไม่นานคงทำเงินได้แล้ว

ผู้ใดเป็นคนดีของประเทศ เชื่อฟังคำสั่งของทางราชการแล้วเสียเปรียบและไม่รวยด้วยครับ เพราะไม่กล้าปลูกกระท่อมกันก่อนที่ทางราชการปลดล๊อกเพราะกลัวถูกจับ แต่บางคนไม่กลัวลักลอบปลูก พร้อมทั้งเพาะต้นอ่อนไว้เพื่อรอขาย

เมื่อทางราชการปลดล๊อกก็นำออกมาขายทั้งต้นอ่อนและทั้งใบ ได้เงินกันมากบางรายได้ไปหลายล้านบาท เพราะในตอนแรกนั้น ขายใบได้ถึง กก. ละ ๗๐๐ - ๘๐๐ บาท นั่นเป็นราคาที่ชุมพรนะครับ ได้ข่าวว่าที่ระนอง กก. ละ ๑,๐๐๐ กว่าบาท

ต้นอ่อนก็เช่นกัน ตอนปลดล๊อกใหม่ๆ ชายกันต้นละประมาณ ๑๕๐ บาท ปัจจุบันนี้เหลือต้นละ ๒๐ บาท ก็มีครับ

อีกอย่างหนึ่งคือกัญชา ทางราชการได้ปลดล๊อกให้ประชาชนปลูกกัญชาได้ครอบครัวละ ๖ ต้น แต่ก็ต้องจดแจ้ง ผู้เขียนยังไม่ทราบเลยว่าจะไปจดแจ้งที่ไหนและอย่างไร ราชการก็มักทำงานอย่างนี้แหละ

คนขายคงแอบเพาะกัญชาไว้เยอะแล้ว ถึงวันที่ ๙ มิถุนายน ก็นำออกมาขาย ราคาคงแพงน่าดู คงต้องรอให้ราคาถูกลงมาเช่นเดียวกับกระท่อมแล้วค่อยซื้อมาปลูก ก็ขอความอนุเคราะห์จากทางราชการด้วย ช่วยรีบแจ้งวิธีจดแจ้งง่ายๆ ด้วยเถิดครับ สงสารประชาชนที่ต้องการปลูกเพื่อใช้บ้าง

คงต้องช่วยกันบ่นและกระแซะแบบนี้แหละครับ เผื่อเข้าหูเข้าตาผู้รับผิดชอบบ้าง จะได้ช่วยทำให้ “ประชาชนชื่นใจ” นะครับ

ครับ หลังจากได้เอนหลังพักผ่อนแล้ว ก็ออกไปกินอาหารเย็น วันนั้นไม่ไปร้านอาหารทะเล แต่ไปกินอาหารฝรั่งที่ร้านชายขอบแทน

 

เจ้าของร้านนี้ได้ไปเรียนการทำอาหารที่โรงแรมดุสิตธานี จากเชฟจำนวน ๕๐ คน ที่เข้ารับคัดเลือกเพื่อไปเรียนด้านอาหารที่กรุงเวลลิงตัน ประเทศนิวซีแลนด์ เชฟของร้านนี้เป็นหนึ่งในสองเชพที่ได้รับคัดเลือกให้ไปเรียนครับ

 

อาหารอร่อยครับ และไม่อร่อยเฉพาะอาหารฝรั่งหรอกนะครับ อาหารไทยก็มีรสชาติดีครับ

เป็นร้านอาหารที่อยู่กับธรรมชาติ ไก่ที่เห็นในภาพ เป็นไก่ป่าครับ แต่ตอนนี้คิดว่าไม่ใช่ไก่ป่า ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ เสียแล้วละครับ เพราะผสมพันธ์กับไก่บ้านไปแล้ว

 

เข้าวันรุ่งขึ้นเป็นวันพระ ได้ตักบาตรอุทิศส่วนบุญส่วนกุศลให้แก่บิดามารดา ลูกกวาง ญาติสนิทมิตรสหายและเพื่อนๆ ทุกๆ ท่านครับ น้องสาวถ่ายภาพให้ ด้วยความไม่ชำนาญก็ได้ภาพแค่นี้ครับ

 

อาหารเช้าวันนั้นอร่อยมาก เพราะน้องสาวผู้มีฝีมือในการปรุงอาหาร โชคดีได้ปลาไข่มาจากหลานสาว เยาวภา จึงทำปลาต้มส้มและปลาเจี๋ยน แน่นอนผัดใบเหลียงและสะตอกินกับน้ำพริกกะปิด้วย

 

นอกจากมีฝีมือในการปรุงอาหารแล้ว น้องสาวยังมีฝีมือในการทำขนมหวานด้วย เปิดร้านขายขนมชื่อ “ร้านขนมไมตรี” ที่หน้าบ้าน ขายทุกวันยกเว้นวันอังคาร แต่ตอนนี้หยุดทุกวันชั่วคราวเพราะโควิด

วันวานได้ขับรถจากบ้านคุณธงชัยเพื่อไปที่บ้านน้องสาวโดยใช้รถประจำตำแหน่ง ท่านผู้อ่านคงสงสัยว่าเกษียณอายุราชการแล้วยังมีรถประจำตำแหน่งอีกหรือ ไม่มีหรอกครับ แต่ไปชุมพรครั้งใด หากไม่ได้นำรถไป มีรถประจำตำแหน่งใช้เมื่อนั้น รถคันนี้เป็นรถของจอยภรรยาคุณธงชัยครับ อิอิอิ

 

ก่อนการเดินทางไปวัดคีรีวงก์ ก็ได้รับทราบและเห็นความเดือดร้อนของชาวบ้านซึ่งอยู่ตรงข้ามคลองชลประทานกับวัดสามแก้ว อำเภอเมืองชุมพร ที่เกิดจากการสร้างทางรถไฟรางคู่และสะพานลอยข้ามทางรถไฟ เพราะได้ถมดินขวางทางน้ำไหลตามธรรมชาติ ชมภาพทางน้ำไหลและการถมดินขวางทางน้ำซิครับ

 

ทั้งนี้ น้ำได้ท่วมขังและสร้างความเดือดร้อนให้แก่ประชาชนแถบนั้นมานานนับปีแล้วครับ ต้นไม้ยืนต้นบางต้นตาย บางต้นก็ตัดไปแล้วเหลือแต่ตอ

 

ตอนที่ผู้เขียนไปชุมพรในครั้งนี้นั้น พายุเข้าชุมพร ฝนตกหลายวัน น้ำที่เคยท่วมขังอยู่แล้วก็ยิ่งท่วมหนักเข้าไปอีกเพราะไม่มีทางระบายน้ำ


บางบ้านอยู่ริมถนน น้ำท่วมเป็นปีจนตะไคร่น้ำขึ้นแล้ว โชคดีที่เจ้าของอยู่ กทม. ตอนนี้จึงไม่เดือดร้อน แต่หากเจ้าของบ้านกลับมาเห็นสภาพภายในบ้านแล้วอาจเป็นลมตายก็ได้

 

เหตุใดชาวบ้านไม่ร้องเรียน คำตอบคือร้องเรียนไปก็แค่นั้น เพราะเคยร้องเรียนบางเรื่องไปแล้ว นอกจากไม่ได้รับการแก้ไขแล้ว ผู้ร้องเรียนยังได้รับผลกระทบอีกต่างหาก  

ผู้รับเหมาทุกราย น่าจะศึกษากรณีสร้างถนนขวางทางน้ำที่หาดใหญ่บ้างนะเพราะเป็นข่าวใหญ่โต น้ำท่วมหาดใหญ่ต้องแก้ไขและเสียเงินไปเยอะ

ท่านผู้อ่านที่รู้จักผู้รับเหมาสร้างทางรถไฟทางคู่ช่วงประจวบคีรีขันธ์ - ชุมพร ช่วยกระซิบบอกด้วยนะครับ กรรมที่ทำให้ชาวบ้านเดือดร้อนหลายๆ ครอบครัวเป็นกรรมหนักนะครับ ช่วยรีบแก้ไขให้ชาวบ้านด้วยเถิด

แล้วก็ได้เดินทางไปที่วัดคีรีวงก์ (วัดน้ำตก) เพื่อขอข้อมูลเกี่ยวกับสมุนไพรที่ช่วยป้องกันและรักษาโควิด 

 

 

ได้พบและสอบถามพระมหาขวัญชัย อคฺคชโย, ดร. เจ้าอาวาส แต่ยังไม่ได้คำตอบในข้อสงสัยบางอย่าง รวมทั้งกระบวนการผลิตสมุนไพร เพราะวันนี้เป็นวันพระ ทุกห้องทุกกิจการปิดหมดครับ

 

อย่างไรก็ตาม ได้เห็นพัฒนาการอีกขั้นหนึ่งของวัด นั่นคือการขอจดอนุสิทธิบัตรตำรับยาและการจดลิขสิทธิ์หนังสือ “เสน่ห์กระท่อมกับตำรับยาไทย” ด้วย ทั้งนี้ พาณิชย์จังหวัดชุมพร และเจ้าหน้าที่สำนักงานพาณิชย์จังหวัดชุมพรได้ไปให้บริการถึงวัด

 

นี่เป็นตัวอย่างของข้าราชการไทยที่ดีครับ ผู้เขียนขอยกย่องชมเชยข้าราชการทุกท่านที่ได้ไปให้บริการถึงวัดในวันนั้น แม้เป็นวันหยุดราชการ

นับว่าโชคดีที่คุณธงชัย อดีตปศุสัตว์จังหวัดชุมพร ได้ไปด้วย เพราะตำรับยาที่จะขึ้นทะเบียนยานั้นใช้ได้ทั้งคนและสัตว์ คณะจึงได้ข้อมูลเกี่ยวกับโรคสัตว์จากคุณธงชัย ได้อย่างถูกต้องด้วย ครับ เมื่อยังไม่ได้รับข้อมูลที่ต้องการจึงเดินทางกลับ และตั้งใจเดินทางไปใหม่ในวันรุ่งขึ้น

แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้า จะได้ทราบถึงอนาคตของสมุนไพรตำรับวัดคีรีวงก์ (วัดน้ำตก) ด้วยครับ

พุธทรัพย์ มณีศรี

 

อ่านชุด “หลากหลายของดีเมืองชุมพร” ตอนที่แล้วได้ที่

 

ตอนที่ ๑ ช่วยกันสนับสนุนสมุนไพรไทยกันเถิดครับ

http://www.oknation.net/blog/puthsuptour/2022/05/15/entry-1

 

ตอนที่ ๒ พระบรมสารีริกธาตุชุมพร วัดประเดิม

http://www.oknation.net/blog/puthsuptour/2022/05/18/entry-1


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
พุธทรัพย์ from mobile วันที่ : 21/05/2022 เวลา : 16.59 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/puthsup

ขอบคุณคุณเจ้าหญิงครับ

ความคิดเห็นที่ 1 พุธทรัพย์ ถูกใจสิ่งนี้ (1)
Chaoying วันที่ : 21/05/2022 เวลา : 13.58 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Chaoying

เห็นน้ำชุบแล้ว อยากกินแปล้บ ฮิๆ
น่าชื่นใจ และภาคภูมิใจ ที่พระมหาขวัญชัย ได้คิดค้นตำรับยาและจดทะเบียนลิขสิทธิ์ด้วย ดีจัง ค่ะ
ขอบคุณข้อมูลดีนะคะ พี่พุธ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน