พิมพ์หน้านี้
|
ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ มีมติ 8 ต่อ 1 ชี้ ขาดว่า คำแถลงการณ์ร่วมระหว่างไทย-กัมพูชา กรณีการขอขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลก ของกัมพูชาแต่ฝ่ายเดียว เมื่อวันที่ 18 มิ.ย เป็นหนังสือสัญญา ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 190 วรรค 2 ซึ่งต้องได้รับความเห็นชอบของรัฐสภา นายไพบูลย์ วราหะไพฑูรย์ เลขาธิการสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ แถลงภายหลัง การประชุมคณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญว่า ที่ประชุมมีมติเอกฉันท์ว่า แถลงการณ์ร่วมไทย-กัมพูชา ในการสนับสนุนการขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลก ของกัมพูชาแต่เพียงฝ่ายเดียว ซึ่งลงนามโดย นายนพดล ปัทมะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เมื่อวันที่ 18 มิถุนายน เป็นหนังสือสัญญาตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 190 วรรค2 แต่กรณีต้องได้รับความเห็นชอบจากรัฐสภาก่อนหรือไม่ ที่ประชุมมีมติ 8 ต่อ 1 ชี้ขาดว่า ต้องได้รับความเห็นชอบของรัฐสภาก่อน1 เสียงที่คัดค้าน คือ นายเฉลิมพล เอกอุรุ ที่เห็นด้วยว่า แถลงการณ์ร่วมดังกล่าว เป็นหนังสือสัญญา แต่ไม่ต้องขอความเห็นชอบจากรัฐสภาก่อน หลังจากนี้ เมื่อตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ลงนามในคำวินิจฉัยเสร็จสิ้นแล้ว จะต้องส่งเรื่องไปยังสภาผู้แทนราษฎร ประธานวุฒิสภา และแจ้งผู้ร้องต่อไป
คลิกฟังเสียงแถลงนายไพบูลย์ วราหะไพฑูรย์ มาตรา ๑๙๐ พระมหากษัตริย์ทรงไว้ซึ่งพระราชอำนาจในการทำหนังสือสัญญาสันติภาพ สัญญาสงบสึก และสัญญาอื่น กับนานาประเทศหรือกับองค์การระหว่างประเทศ หนังสือสัญญาใดมีบทเปลี่ยนแปลงอาณาเขตไทย หรือเขตพื้นที่นอกอาณาเขตซึ่งประเทศไทยมีสิทธิอธิปไตยหรือมีเขตอำนาจตามหนังสือสัญญาหรือตามกฎหมายระหว่างประเทศ หรือจะต้องออกพระราชบัญญัติเพื่อให้เป็นไปตามหนังสือสัญญา หรือมีผลกระทบต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจหรือสังคมของประเทศอย่างกว้างขวาง หรือมีผลผูกพันด้านการค้า การลงทุน หรืองบประมาณของประเทศ อย่างมีนัยสำคัญ ต้องได้รับความเห็นชอบของรัฐสภา ในการนี้ รัฐสภาจะต้องพิจารนาให้แล้วเสร็จภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ได้รับเรื่องดังกล่าว ให้มีกฎหมายว่าด้วยการกำหนดขั้นตอนและวิธีการจัดทำหนังสือสัญญาที่มีผลกระทบต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจหรือสังคมของประเทศอย่างกว้างขวาง หรือมีผลผูกพันด้านการค้า หรือการลงทุน อย่างมีนัยสำคัญ รวมทั้งการแก้ไขหรือเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากการปฏิบัติตามหนังสือสัญญาดังกล่าวโดยคำนึงถึงความเป็นธรรมระหว่างผู้ที่ได้ประโยชน์กับผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการปฏิบัติตามหนังสือสัญญานั้นและประชาชนทั่วไป ในกรณีที่มีปัญหาตาม วรรคสอง ให้เป็นอำนาจของศาลรัฐธรรมนูญที่จะวินิจฉัยชี้ขาด โดยให้นำบทบัญญัติตามมาตรา ๑๕๔ (๑) มาใช้บังคับกับการเสนอเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญโดยอนุโลม ข่ายความผิดทางอาญา มาตรา 119 บัญญัติว่า ผู้ใดกระทำการใดๆเพื่อให้ราชอาณาจักรหรือส่วนหนึ่งส่วนใดของราชอาณาจักร ตกไปอยู่ใต้อำนาจอธิปไตยของรัฐต่างประเทศ หรือเพื่อให้เอกราชของรัฐเสื่อมเสียไป ต้องระวางโทษประหารชีวิต หรือจำคุกตลอดชีวิต และมาตรา 120 บัญญัติว่า ผู้ใดคบคิดกับบุคคลซึ่งกระทำการเพื่อประโยชน์ของรัฐต่างประเทศ ด้วยความประสงค์ที่จะก่อให้เกิดการดำเนินการรบต่อรัฐหรือในทางอื่นที่เป็นปรปักษ์ต่อรัฐ ต้องระวางโทษจำคุกตลอดชีวิตหรือจำคุกตั้งแต่ 10 ปี-20 ปี |
| ขับรถช้าบนทางด่วน อาจถูกยิงได้ !!!!!! | ||
ขับรถช้าบนทางด่วน อาจถูกยิงได้ !!!!!! |
||
|
View All |
||
| << | กรกฎาคม 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | ||
| 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 |
| 13 | 14 | 15 | 16 | 17 | 18 | 19 |
| 20 | 21 | 22 | 23 | 24 | 25 | 26 |
| 27 | 28 | 29 | 30 | 31 | ||