• rakmananya
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2008-05-07
  • จำนวนเรื่อง : 46
  • จำนวนผู้ชม : 10292
  • จำนวนผู้โหวต : 114
  • ส่ง msg :
รักษ์ มนัญญา
บางที...บางที่...บางเวลา...
Permalink : http://www.oknation.net/blog/rakmananya
วันพฤหัสบดี ที่ 7 สิงหาคม 2551
พระพุทธเจ้าทรงสอนอะไร (๑๖) ตื่นตัวจึงรู้จริง...ตื่นกันได้แล้วพี่น้อง...
Posted by rakmananya , ผู้อ่าน : 129 , 09:50:12 น.   | หมวดหมู่ : ร่มรื่นด้วยพระธรรม  
พิมพ์หน้านี้


.

.

. 

ทีแรกผมตั้งใจจะเขียนเกี่ยวกับความรู้ที่ผิด

และพิษภัยของความรู้ที่ผิด

ว่ามีโทษมหันต์เพียงใด แต่ก็มีเหตุให้เปลี่ยนใจ

ขอยกไว้ก่อน 

รอให้โอกาสและปัจจัยบางประการคลี่คลาย

ค่อยกลับไปเขียนถึงเรื่องนั้นอีก

.

 

ระหว่างที่พักการเขียนเรื่องความรู้ผิดๆ ไว้

ผมจึงหันมาพิจารณาถึงเรื่องสติอย่างละเอียด

.

 

สติคืออะไร

ทำไมคนถึงพูดกันนัก คือมันติดอยู่ที่ปากของคนเกือบทุกคน

พ่อแม่อบรมลูก ก็มักบอกว่า ขอให้มีสติ (คนละอย่างแน่นอนกับคำว่า คิดก่อนทำ...)

ครูอาจารย์ก็สอนเสมอว่า ขอให้มีสติตั้งมั่น หรือดำรงอยู่ด้วยสติ

พระพุทธเจ้าท่านก็ทรงสอนเรื่องสติ...

.

 

นั่นแสดงว่า เรื่องสติไม่ใช่เรื่องเล่นๆ มีความสำคัญระดับสูงอย่างมาก

 

แล้วตัวเราล่ะ

 

รู้จักสติในแง่มุมหรือละเอียดกันมากน้อยเท่าไร

 

แล้วผมก็พบความจริงบางอย่าง ที่อยากจะเล่าสู่กันฟัง

 

คนเราทั่วไปนั้น สมมติว่ามีอายุ ๘๐ ปี

.

 

เราจะใช้เวลา ๒๐ ปีแรกของชีวิต ไปกับการเรียนรู้

ร่ำเรียนตั้งแต่ประถม มัธยม ไปจนจบปริญญา (ว่ากันโดยปกติ) 

หลังจากนั้นก็ทำงานเลี้ยงตัว มีครอบครัว มีลูกสืบสกุล ต่อเนื่องกันไปเรื่อยๆ

พอหมดแรงทำงานก็พักอยู่บ้านเฉย

 เฝ้ามองดูความเจริญหรือความเสื่อมถอยของลูกหลาน

แล้วก็จากโลกนี้ไปในที่สุด...

.

 

ส่วนหนึ่งของชีวิตนั้น

เราใช้ไปกับการนอนประมาณ ๒๐ ปี (เฉลี่ยจากวัน ๘ ชั่วโมง)

นานเหมือนกันนะครับ ถ้ามีใครบอกตรงๆว่า

ต่อไปนี้ให้ท่านนอนต่อเนื่องกันสัก ๒๐ ปี

ไม่ต้องลุก ไม่ต้องตื่นมาทำอะไร

ท่านจะยอมไหม อีก ๒๐ ปี ค่อยมาพบกัน มันคงพิลึกดีเหมือนกัน

ใครๆ ก็คงไม่ยอม ขอกินๆ นอนๆ เล่นๆ สลับกันอย่างนี้แหละ สนุกดี

บางวันอาจจะนอนถึง ๑๐ ชั่ว โมง แถมตอนบ่ายเข้าอีกสัก ๑ ชั่วโมง (ก็วิเศษสุดๆ )

.

.

 

ระหว่างที่ไม่ได้นอนหลับ คือประมาณ ๖๐ ปี ของชีวิต

เราแน่ใจหรือว่า ไม่หลับ เราตื่น จริงหรือ...

หากพิจารณาถ่องแท้ เราแทบจะไม่ได้ตื่นเลย

คือ แทบจะไม่รู้ตัวจริงๆ ว่า ในขณะนั้น เรากำลังทำอะไร เป็นอยู่อย่างไร

.

 

เราอยู่ในสภาวะครึ่งหลับครึ่งตื่นมากกว่า

บางครั้งเราเหมือนซอมบี้

ทำงานตามชุดคำสั่งสำเร็จรูป ตอกบัตร-ทำงาน ตอกบัตร-กลับบ้าน

กินข้าว เข้านอน ลุกขึ้น เดินทาง ตอกบัตร....ทำงาน...สะลึมสะลือ...

รับเงินมา ซื้ออะไรก็ได้ที่ทำให้ความพร่องในใจเต็ม

แล้วก็รู้สึกว่าพร่องอยู่ตลอด...

 

เวลาอีกส่วนหนึ่งเล่า เราเสียไปกับการคิด...

การคิดที่เลือนลอย ฟุ้งเฟ้อ สะเปะสะปะ

บางทีก็คิดแล้วคิดอีก วนเวียนซ้ำไปมา

บางทีคิดวนเวียนเรื่องเดียวเป็นวันๆ หลายวัน หรืออาจเป็นเดือน...

 

คิดแล้วก็เศร้า ทุกข์ ทดท้อหัวใจ...

 

มันเป็นอย่างนั้นจริง...

 

สติล่ะ จะเข้ามามีบทบาทได้อย่างไร

 

สติ คือความรู้ตัว รู้จริงๆ

ไม่ใช่รู้แต่ปากพูด

รู้อย่างที่ชีวิตประจำวันดำเนินอยู่ ก้าวเดินรู้ว่าก้าวเดิน

นั่งรถเมล์รู้ว่านั่งรถ อ่านหนังสือรู้ว่าอ่านหนังสือ (อ่านเรื่องอะไร)

ทำงานด้วยความรู้จริงๆ ว่ากำลังทำงาน

ไม่ใช่ใจเลื่อนลอยไปหาใครบางคนที่อยู่คนละมุมโลก...

ไม่ใช่คิดไปถึงรถยนต์ ไม่ใช่กลุ้มใจไปกับเรื่องน้ำมันแพง ข้าวของแพง

ทำไมค่าแรงเราไม่ขึ้นสักที...

 

สติจะช่วยให้เราทำงานและมีชีวิตอยู่อย่างมีประสิทธิภาพ

ถ้าสติมีอย่างสมบูรณ์ จะขับไล่ความเป็นซอมบี้และอะไรๆ อีกมากมายจากใจเรา

จะทำให้เราตื่นตัวและรู้ตลอด...

 

ถามกันเล่นๆ ว่า คุณเป็นอย่างไร...

เป็นเหมือนผมไหมครับ

ผมผ่านชีวิตมากว่าห้าสิบฝน หลงไปเกือบห้าสิบปี...

ตอนนี้ยังตื่นบ้าง หลับบ้าง...

 

สติทำงานอย่างกะพร่องกะแพร่ง...

ประสิทธิภาพของชีวิตจึงครึ่งๆ กลางๆ

.

ขอสารภาพตรงๆ ละครับ

....


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 20
rakmananya วันที่ : 07/08/2008 เวลา : 23.22 น.
http://www.oknation.net/blog/rakmananya

>ธรรมสวัสดี คุณปากกาศรีบูรพา

ขอบคุณและอนุโมทนาครับ

ขออภัยข้ามไป...

แวะมาใหม่นะครับ.
ความคิดเห็นที่ 19
rakmananya วันที่ : 07/08/2008 เวลา : 23.21 น.
http://www.oknation.net/blog/rakmananya

>ธรรมสวัสดี คุณforgive

อนุโมทนากับความรู้แจ้ง

และการดำรงอยู่ด้วยสติครับ


>ธรรมสวัสดี คุณยโสธร โพนทัน

ผมไม่ต้งเป้าหมายว่าต้องเจอสิ่งใดแล้วครับ

เจอก็คือเจือ รู้ว่าเจอ

ปรับสภาพชีวิตไปตามปกติ

ไม่ร้อนหนาวเกินไป

สบายกว่าเดิมเยอะครับ...


>ธรรมสวัสดี คุณTaTee

ความหลงทำให้คนไม่รู้ตัว

หลับในตื่น หลงในตื่น

หลงในหลง...

ขอบคุณครับที่นำข้อมูลดีๆ มาบอก

>ธรรมสวัสดี คุณภาวนา

ถ้ามีศีล สมาธิ และปัญญา

แม้เพียงนิดหน่อยก็พอแล้ว

นั่นคือจุดเริ่มต้นของสันติสุขของมนุษย์แล้วละครับ...


>ธรรมสวัสดี คุณขิงชมพู

อนุโมทนาธรรมกับข้อคิดดีไ ที่ได้

มันจะนำทางเราไปสู่ทางที่ดี...

>ธรรมสวัสดี คุณคนไทยดีดี

ขอเอาใจช่วย

ให้รวบรวมสติได้

ได้แล้วต้องใช้ให้เป็น

ไม่ใช่เก็บเอาไว้อย่างเดียวนะครับ...

>ธรรมสวัสดี คุณสุรศักดิ์

ขอบคุณและอนุโมทนาเช่นกันครับ


>ธรรมสวัสดี คุณสนิมกฤช

อนูโมทนาครับ...

....

ความคิดเห็นที่ 18
สนิมกฤช วันที่ : 07/08/2008 เวลา : 23.05 น.
http://www.oknation.net/blog/sanimkrit

สติมา ปัญญาเกิด
สติเตลิด จะเกิดปัญหา.

เข้ามารับธรรมะครับ.
ความคิดเห็นที่ 17
สุรศักดิ์ วันที่ : 07/08/2008 เวลา : 22.49 น.
http://www.oknation.net/blog/surasakc
ขอเชิญอ่าน << มาเพิ่มพลังให้ตนเอง ... (1) พลังคำพูดด้านบวก  >> อัพบล็อก  8 ก.ย. 51

อ่านแล้วได้ข้อคิดมากมาย
ขอบคุณมากครับ
ความคิดเห็นที่ 16
คนไทยดีดี วันที่ : 07/08/2008 เวลา : 18.30 น.
http://www.oknation.net/blog/watthaidd

ได้อ่านเรื่องนี้แล้ว รู้สึกช่วยเติมเต็มสติของผมได้มากขึ้นเลยครับ เพราะผมช่วงนี้กำลังรวบรวมสติอยู่
ความคิดเห็นที่ 15
..ขิงชมพู.. วันที่ : 07/08/2008 เวลา : 16.50 น.
http://www.oknation.net/blog/khingchomphuu


ขออนุโมทนาค่ะ..

อ่านแล้วให้ข้อคิดดีๆเยอะมากๆ

ขอบคุณมากๆค่ะ
ความคิดเห็นที่ 14
..ขิงชมพู.. วันที่ : 07/08/2008 เวลา : 16.50 น.
http://www.oknation.net/blog/khingchomphuu


ขออนุโมทนาค่ะ..

อ่านแล้วให้ข้อคิดดีๆเยอะมากๆ

ขอบคุณมากๆค่ะ
ความคิดเห็นที่ 13
Pawana วันที่ : 07/08/2008 เวลา : 14.45 น.
http://www.oknation.net/blog/sea2

มีสติ ก็จะใช้ชีวิตอยู่ในโลกด้วยความไม่ประมาท
ถ้าจะให้ดีในคนหนึ่งคน มีศีล สติ สมาธิ ปัญญา แค่อย่างละนิดละหน่อย แล้วนำใช้ในทางที่ไม่ก่อให้เกิดความเสื่อมกับตัวเองและบุคคลรอบข้าง ก็จะดำรงชีวิตอยู่ในโลกที่น่าสงสารใบนี้ได้อย่างมีความสุข
ความคิดเห็นที่ 12
ปากกาศรีบูรพา วันที่ : 07/08/2008 เวลา : 13.47 น.
http://www.oknation.net/blog/kaweesri


มารับสติด้วยสติครับ
ความคิดเห็นที่ 11
TaTee วันที่ : 07/08/2008 เวลา : 13.33 น.
http://www.oknation.net/blog/poo

อนุโมทนาครับ..
เห็นด้วยครับว่า..สติเกิดน้อยมากในชีวิตของคนเรา...ต่างก็ตกอยู่ในห้วงของความคิดนึก..การปรุงแต่ง..และกิเลส

ป.ล. เคยเขียนเรื่องเกี่ยวกับการคิดนึกไว้เหมือนกัน ถ้าสนใจก็เชิญนะครับ
"ชีวิตเหมือนฝัน"
http://www.oknation.net/blog/poo/2008/04/09/entry-1
ความคิดเห็นที่ 10
ยโสธรโพนทัน วันที่ : 07/08/2008 เวลา : 13.08 น.
http://www.oknation.net/blog/sanya

สิ่งที่พี่เขียนถึง เราอาจเรียกว่า สติ
ที่หลายคนไม่มีสติก็เพราะคิดหาแต่ สตังค์
เรียกว่าไม่มีสติสตังค์

การมีสติที่ว่านี่เอง ที่เป็นข้อหนึ่งที่ทำให้ชีวิตคนเราแตกต่างกัน วันหนึ่งผมพบว่า ผมถามตัวเองอะไรกันะที่ทำให้คนเราแตกต่างกัน
คำตอบแต่ละคนไม่เท่ากัน
คาราบาว บอกว่า สิ่งที่แตกต่างของคนคือความฝัน ขึ้นอยู่วาใครจะค้วมันให้อยู่มือ
คนละแบน อาจบอกว่า สิ่งที่แตกต่างคือการให้ดื่มของเหลวที่ที่ดีที่สุดในโลก อย่างโกว้เล้งว่าไว้ ว่าของเหลวที่จำเป็นต่อชีวิตคือน้ำ แต่ของเหลวที่ดีที่สุดคือเหล้า เพราะเหล้าทำให้ไม่คิดถึงเรื่องที่ไม่ควรคิดถึง

แล้วผมล่ะ อะไรที่แตกต่างนะ ทุกวันนี้ ผมและใครหลายคนกำลังเดินทางค้นหาคำตอบนั้นด้วยความหวังใจว่า เราจะได้พบในไม่นานนี้ แล้วพี่รักษ์ล่ะครับ พบแล้วใช่ไหม สบายดีครับ
สัญญา พานิชยเวช
พฤหัสบดี ที่๗ สิงหาคม ๕๑
๑๓.๐๘
ความคิดเห็นที่ 9
forgive วันที่ : 07/08/2008 เวลา : 11.10 น.
http://www.oknation.net/blog/tocare
Forgive others and you will be forgiven.

ตั้งแต่ทราบความแตกต่างระหว่าง
คำว่าสติ และ สัมมาสติ
ข้าพเจ้าก็ต้องสารภาพด้วยเช่นกัน
ว่าต้องขยันตั้งสติ
เพื่อความตื่นอย่างแท้จริง
หลังจากเป็นผู้หลับมานาน

ขอบพระคุณท่านรักษ์มากค่ะ..
ความคิดเห็นที่ 8
rakmananya วันที่ : 07/08/2008 เวลา : 10.51 น.
http://www.oknation.net/blog/rakmananya

>ธรรมสวัสดี คุณหลานดินเดินทาง

มีคำพูดเสมอว่า "สติแตก"...

น่ากลัวจังครับ...

เอาละ ขอให้ตามดูกิริยาต่างๆ ของเราให้ทัน

เริ่มด้วยการเดินทางจากบ้านอย่างมีสติ

ไม่เลื่อลอย ใจหลง...

เริ่มต้นทำงานอย่างมีสติ...

พักเที่ยงอย่างมีสติ

และดำรงอยู่ต่อไปด้วยความรู้ตัวเสมอ...

เป็นกำลังใจให้ครับ...

........


ความคิดเห็นที่ 7
rakmananya วันที่ : 07/08/2008 เวลา : 10.47 น.
http://www.oknation.net/blog/rakmananya

>ธรรมสวัสดี คุณเด็กชาย-เด็กหญิง

ขอบคุณครับ ที่มาเพิ่มเติม

ลักษณะของสติที่ท่านแนะนำนั้น

ผมย้อนกลับไปอ่านอีกครั้งแล้วครับ

อนุโมทนาด้วยกุศลธรรมที่ท่านได้เสนอธรรมะที่แท้

ที่ผมเขียนนั้น เป็นการเขียนจากความรู้แบบปุถุชน

แต่ก็พยายามให้ยึดอยู่ในหลัก

คือหลักอันเป็นจริงอย่างที่ท่านมาเพิ่มเติม...

.......

ขอบพระคุณมากครับ.

............

ความคิดเห็นที่ 6
rakmananya วันที่ : 07/08/2008 เวลา : 10.44 น.
http://www.oknation.net/blog/rakmananya

>นมัสการ ท่านลานเทวา

รู้ตัวว่า ครึ่งๆ กลางๆ คือรู้ครับ

อนุโมทนาด้วย...
ความคิดเห็นที่ 5
ดินเดินทาง วันที่ : 07/08/2008 เวลา : 10.41 น.
http://www.oknation.net/blog/din-travel

สวัสดีค่ะ ลุงรักษ์
สติ คือความรู้ตัว รู้จริงๆ
ไม่ใช่รู้แต่ปากพูด
ดินนะ..สติแตกทุกที่ไป..
จะพยายามมีสติค่ะ
ความคิดเห็นที่ 4
เด็กชาย-เด็กหญิง วันที่ : 07/08/2008 เวลา : 10.31 น.
http://www.oknation.net/blog/boy-girl
จงเลิกยึดติดในวัตถุนิยม....และหันกลับมาเป็นจิตนิยม...โดยการอบรมรักษาจิตใจให้ตั้งมั่นในทางที่ดี..ที่ประเสริฐ. โลกอันจิตย่อมนำไป อันจิตย่อมเสือกไสไปโลกทั้งหมดเป็นไปตามอำนาจของธรรมอันหนึ่ง คือ "จิต"

สติ...มีความไม่เลอะเลือน เป็นลักษณะ..

Permalink : http://www.oknation.net/blog/boy-girl/2008/07/04/entry-1
ความคิดเห็นที่ 3
เด็กชาย-เด็กหญิง วันที่ : 07/08/2008 เวลา : 10.24 น.
http://www.oknation.net/blog/boy-girl
จงเลิกยึดติดในวัตถุนิยม....และหันกลับมาเป็นจิตนิยม...โดยการอบรมรักษาจิตใจให้ตั้งมั่นในทางที่ดี..ที่ประเสริฐ. โลกอันจิตย่อมนำไป อันจิตย่อมเสือกไสไปโลกทั้งหมดเป็นไปตามอำนาจของธรรมอันหนึ่ง คือ "จิต"

สวัสดีครับ ท่านรักษ์ฯ

สติ..เป็นโสภณธรรม คือธรรมที่ดี
ถ้าสติเลื่อนลอย ไม่อยู่กับตัว เรียกว่าขาดสติ

พระองค์กล่าวถึงสติว่า..
"เป็นธรรมที่จำปรารถนาในกิจทั้งปวง"
ความคิดเห็นที่ 2
ลานเทวา วันที่ : 07/08/2008 เวลา : 10.01 น.
http://www.oknation.net/blog/phutanow
 .......ทุกบทคำนำนัยยะ   เถอะเจ้าจงชำระ   มันด้วยใจ.........


ลานเทวาขอสารภาพตรงๆ เช่นนั้นเช่น
กัน นะท่าน อ รักษ์
ความคิดเห็นที่ 1
ลานเทวา วันที่ : 07/08/2008 เวลา : 10.01 น.
http://www.oknation.net/blog/phutanow
 .......ทุกบทคำนำนัยยะ   เถอะเจ้าจงชำระ   มันด้วยใจ.........


แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< สิงหาคม 2008 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30
31