พิมพ์หน้านี้
|
. . . ทีแรกผมตั้งใจจะเขียนเกี่ยวกับความรู้ที่ผิด และพิษภัยของความรู้ที่ผิด ว่ามีโทษมหันต์เพียงใด แต่ก็มีเหตุให้เปลี่ยนใจ ขอยกไว้ก่อน รอให้โอกาสและปัจจัยบางประการคลี่คลาย ค่อยกลับไปเขียนถึงเรื่องนั้นอีก . ระหว่างที่พักการเขียนเรื่องความรู้ผิดๆ ไว้ ผมจึงหันมาพิจารณาถึงเรื่องสติอย่างละเอียด . สติคืออะไร ทำไมคนถึงพูดกันนัก คือมันติดอยู่ที่ปากของคนเกือบทุกคน พ่อแม่อบรมลูก ก็มักบอกว่า ขอให้มีสติ (คนละอย่างแน่นอนกับคำว่า คิดก่อนทำ...) ครูอาจารย์ก็สอนเสมอว่า ขอให้มีสติตั้งมั่น หรือดำรงอยู่ด้วยสติ พระพุทธเจ้าท่านก็ทรงสอนเรื่องสติ... . นั่นแสดงว่า เรื่องสติไม่ใช่เรื่องเล่นๆ มีความสำคัญระดับสูงอย่างมาก แล้วตัวเราล่ะ รู้จักสติในแง่มุมหรือละเอียดกันมากน้อยเท่าไร แล้วผมก็พบความจริงบางอย่าง ที่อยากจะเล่าสู่กันฟัง คนเราทั่วไปนั้น สมมติว่ามีอายุ ๘๐ ปี . เราจะใช้เวลา ๒๐ ปีแรกของชีวิต ไปกับการเรียนรู้ ร่ำเรียนตั้งแต่ประถม มัธยม ไปจนจบปริญญา (ว่ากันโดยปกติ) หลังจากนั้นก็ทำงานเลี้ยงตัว มีครอบครัว มีลูกสืบสกุล ต่อเนื่องกันไปเรื่อยๆ พอหมดแรงทำงานก็พักอยู่บ้านเฉย เฝ้ามองดูความเจริญหรือความเสื่อมถอยของลูกหลาน แล้วก็จากโลกนี้ไปในที่สุด... . ส่วนหนึ่งของชีวิตนั้น เราใช้ไปกับการนอนประมาณ ๒๐ ปี (เฉลี่ยจากวัน ๘ ชั่วโมง) นานเหมือนกันนะครับ ถ้ามีใครบอกตรงๆว่า ต่อไปนี้ให้ท่านนอนต่อเนื่องกันสัก ๒๐ ปี ไม่ต้องลุก ไม่ต้องตื่นมาทำอะไร ท่านจะยอมไหม อีก ๒๐ ปี ค่อยมาพบกัน มันคงพิลึกดีเหมือนกัน ใครๆ ก็คงไม่ยอม ขอกินๆ นอนๆ เล่นๆ สลับกันอย่างนี้แหละ สนุกดี บางวันอาจจะนอนถึง ๑๐ ชั่ว โมง แถมตอนบ่ายเข้าอีกสัก ๑ ชั่วโมง (ก็วิเศษสุดๆ ) . . ระหว่างที่ไม่ได้นอนหลับ คือประมาณ ๖๐ ปี ของชีวิต เราแน่ใจหรือว่า ไม่หลับ เราตื่น จริงหรือ... หากพิจารณาถ่องแท้ เราแทบจะไม่ได้ตื่นเลย คือ แทบจะไม่รู้ตัวจริงๆ ว่า ในขณะนั้น เรากำลังทำอะไร เป็นอยู่อย่างไร . เราอยู่ในสภาวะครึ่งหลับครึ่งตื่นมากกว่า บางครั้งเราเหมือนซอมบี้ ทำงานตามชุดคำสั่งสำเร็จรูป ตอกบัตร-ทำงาน ตอกบัตร-กลับบ้าน กินข้าว เข้านอน ลุกขึ้น เดินทาง ตอกบัตร....ทำงาน...สะลึมสะลือ... รับเงินมา ซื้ออะไรก็ได้ที่ทำให้ความพร่องในใจเต็ม แล้วก็รู้สึกว่าพร่องอยู่ตลอด... เวลาอีกส่วนหนึ่งเล่า เราเสียไปกับการคิด... การคิดที่เลือนลอย ฟุ้งเฟ้อ สะเปะสะปะ บางทีก็คิดแล้วคิดอีก วนเวียนซ้ำไปมา บางทีคิดวนเวียนเรื่องเดียวเป็นวันๆ หลายวัน หรืออาจเป็นเดือน... คิดแล้วก็เศร้า ทุกข์ ทดท้อหัวใจ... มันเป็นอย่างนั้นจริง... สติล่ะ จะเข้ามามีบทบาทได้อย่างไร สติ คือความรู้ตัว รู้จริงๆ ไม่ใช่รู้แต่ปากพูด รู้อย่างที่ชีวิตประจำวันดำเนินอยู่ ก้าวเดินรู้ว่าก้าวเดิน นั่งรถเมล์รู้ว่านั่งรถ อ่านหนังสือรู้ว่าอ่านหนังสือ (อ่านเรื่องอะไร) ทำงานด้วยความรู้จริงๆ ว่ากำลังทำงาน ไม่ใช่ใจเลื่อนลอยไปหาใครบางคนที่อยู่คนละมุมโลก... ไม่ใช่คิดไปถึงรถยนต์ ไม่ใช่กลุ้มใจไปกับเรื่องน้ำมันแพง ข้าวของแพง ทำไมค่าแรงเราไม่ขึ้นสักที... สติจะช่วยให้เราทำงานและมีชีวิตอยู่อย่างมีประสิทธิภาพ ถ้าสติมีอย่างสมบูรณ์ จะขับไล่ความเป็นซอมบี้และอะไรๆ อีกมากมายจากใจเรา จะทำให้เราตื่นตัวและรู้ตลอด... ถามกันเล่นๆ ว่า คุณเป็นอย่างไร... เป็นเหมือนผมไหมครับ ผมผ่านชีวิตมากว่าห้าสิบฝน หลงไปเกือบห้าสิบปี... ตอนนี้ยังตื่นบ้าง หลับบ้าง... สติทำงานอย่างกะพร่องกะแพร่ง... ประสิทธิภาพของชีวิตจึงครึ่งๆ กลางๆ . ขอสารภาพตรงๆ ละครับ .... |
| << | สิงหาคม 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | |||||
| 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 |
| 10 | 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | 16 |
| 17 | 18 | 19 | 20 | 21 | 22 | 23 |
| 24 | 25 | 26 | 27 | 28 | 29 | 30 |
| 31 | ||||||