• คนดับบ้านฯ
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : rakpaktai2006@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-04-03
  • จำนวนเรื่อง : 11
  • จำนวนผู้ชม : 2348
  • จำนวนผู้โหวต : 2
  • ส่ง msg :
rakpaktai2006
โครงการพัฒนาชุมชนเป็นสุขที่ภาคใต้ฯ เป็นองค์กรพัฒนาเอกชนที่ทำงานเพื่อการเสริมสร้างสุขภาวะในระดับชุมชน ในภาคใต้ มีเป้าประสงค์หลักเพื่อสร้างชุมชนที่เข้มแข็งด้วยสุขภาวะองค์รวม
Permalink : http://www.oknation.net/blog/rakpaktai2006
วันจันทร์ ที่ 9 มิถุนายน 2551
สำรวจชายฝั่งนคร ค้นบทเรียนการลุกล้ำชายฝั่ง ก่อนจะสายเกินไป
Posted by คนดับบ้านฯ , ผู้อ่าน : 139 , 10:19:19 น.  
พิมพ์หน้านี้


สำรวจชายฝั่งนคร    ค้นบทเรียนการลุกล้ำชายฝั่ง 

ก่อนจะสายเกินไป

ท่ามกลางเปลวแดดปลายเดือนเมษายน  เรามุ่งหน้าจากตัวเมืองนครไปสู่อำเภอปากพนัง  เป้าหมายของเราในวันนี้คือ  ต้องการดูผลกระทบจากการกัดเซาะของชายหาดแถว ๆ  อ.  ปากพนังและหัวไทร

ก่อนหน้านี้เราได้รับรู้เรื่องราวของการกัดเซาะเพียงเล็กน้อย  ไม่ได้ใสใจอะไรมากนัก  คิดว่าคงเป็นเพียงบางจุดเท่านั้น    รวมทั้งได้ยินมาว่าพี่น้องชาวบ้านที่อ. จะนะ  และ อ. นาทับ จ.  สงขลา  ว่าได้ฟ้องกรมเจ้าท่าและพาณิชย์นาวีเนื่องจากได้สร้างท่าเรือและเขื่อนดักทราย  จนทำให้ชายฝั่งหายไปหลายร้อยเมตรแล้ว  จนชาวบ้านหวั่นเกรงว่าหากยังเดินหน้าต่อไปอาจไม่เหลือชายหาดแน่ ๆ    และเราทราบว่าจะมีการก่อสร้างท่าเรือของบริษัทขุดเจาะน้ำมันแห่งหนึ่งบริเวณชายหาดท่าศาลา    เราก็เกรงว่าจะเป็นเหมือนชายฝั่งที่สงขลาหรือไม่

เราตั้งใจจะขับรถย้อนจากปลายแหลมตะลุมพุกขึ้นไปถึงหัวไทร  จุดแรกของเราเริ่มที่ แหลมตะลุมพุก  ขับรถไปถึงบ้านปลายทราย  ผ่านวัดและโรงเรียน  เลี้ยวขวาหน้า อบต. ตรงไปบริเวณชายหาด   ชายหาดยังคงเงียบเหงาเพราะยังเช้าอยู่  แม่ค้าร้านอาหารทะเลเพิ่งเริ่มเปิดปัดกวาดร้าน  ทะเลดูสงบระลอกคลื่นทยอยซัดชายหาดอย่างแผ่วเบา เด็กน้อยสองคนเล่นน้ำกันอย่างสนุกสนาน บริเวณนี้ยังมีชายหาดกว้างพอสมควร หาดสะอาดน่าเล่น  เหลียวมองดูป้ายจัดอันดับแหล่งท่องเที่ยวหาดนี้ได้รับการจัดอันดับไว้ ๓  ดาว

เราตรงต่อไปยังปลายแหลมที่มีถนนคอนกรีตประมาณ ๓๐๐  เมตร  ที่เหลือเป็นหินคลุกไปจนสุดสภาพถนนดีมาก   ระหว่างทางเราเห็นซากต้นสนล้มเป็นแนวยาว  รากไม้โผล่ขึ้นมาระเกะระกะ   เห็นได้ชัดว่าบริเวณนี้มีการกัดเซาะจนต้นสนใหญ่อายุหลายสิบปีล้มไปหลายต้น  และยังเซาะเข้ามาถึงถนนบางช่วง เลยไปผ่านป่า

สนใหญ่ร่มครึ้ม   ใบสนที่หล่นลงมาค้างตามกิ่งและใบสน  เหมือนปุ่ยนุ่นแต่งแต้มก้านกิ่งดูอ่อนนุ่ม  เป็นบรรยากาศป่าสนที่สวยงามแปลกตา

ถึงปลายแหลมเห็นแนวสันดอนทรายที่งอกงุ้มเข้ามาทางด้านอ่าวปากพนัง    อันเป็นหลักฐานที่แสดงให้เห็นว่าการเคลื่อนตัวของทรายนั้น  จะเคลื่อนจากทางทิศใต้และไปทิศเหนือจนเกิดการทับถมกันที่บริเวณปลายแหลม

ย้อนกลับออกมาแวะคุยกับชาวประมงที่บ้านแหลมตะลุมพุก   ชาวบ้านบอกว่า  ทะเลรุกเข้ามาทุกปี  โดยเฉพาะปีหลัง ๆ  – ๕ ปีนี้รุกเข้ามาเร็วมาก   พร้อมชี้ให้ดูบ้านที่พังเหลือแต่ซาก  และกำแพงวัดที่ก่อเป็นผนังปูนพังไปสองช่วง  ทางวัดจึงเอาหินก้อนใหญ่มาวางกั้นตลอดแนว  ชาวบ้านบ่นว่าคงต้องอพยพไปอยู่อีกฝั่งของถนน  เพราะบ้านที่อยู่ปัจจุบันถูกทะเลรุกเข้ามาทุกที  แม้จะรู้ดีว่าเป็นพื้นที่ป่าสงวน  แต่ก็จำเป็นต้องอยู่เพราะไม่รู้จะไปอยู่ที่ไหน  เราสังเกตเห็นทรายมาทับถมถนนคอนกรีตในหมู่บ้านจนเกือบมิด  และไปกองอยู่ใต้ถุนบ้านฝั่งตรงข้ามกับชายหาด   ก่อนจากชาวบ้านบอกว่าเดี๋ยวนี้ในหมู่บ้านมีแต่ตัว  “”  กับตัว  “”   เราทำหน้างง  ก่อนที่จะเฉลยว่า     ก็คือ  “จน”     ก็คือ  ดอกเบี้ย  ไง

จุดต่อมาแวะที่สะพานปลาบ้านหัวถนน    ถามชาวบ้านที่มาตกปลาตอนเที่ยง ๆ  บอกว่าเดี๋ยวนี้ไม่มีเรือมาจอดแล้ว    เพราะน้ำตื้น   ด้านทิศเหนือต่อจากสะพานไปเห็นแนวชายหาดเว้าเข้าไปอย่างชัดเจน   เพราะทรายมาติดอยู่บริเวณใต้สะพาน   ซึ่งแม้ว่าสะพานจะทำเสาโปร่งแต่ก็มีทรายทับถมจนเต็ม  ดักทรายไว้ไม่ให้เคลื่อนตัวไปได้     เราคุยกันว่าหากสะพานไม่ใช้ประโยชน์แล้วควรจะมีการรื้อถอนเพื่อปรับสภาพชายหาดน่าจะดีกว่าปล่อยไว้แบบนี้

เรามุ่งหน้าไปตามถนนปากพนัง – หัวไทร  ระหว่างทางเห็นการกัดเซาะหลายจุด ที่น่าตกใจเมื่อเห็นบางจุดนั้นเดิมเป็นบ่อกุ้งริมชายหาด    พอคลื่นซัดจนคันนาพังลงไปน้ำก็ทะลักเข้ามาถึงขอบบ่ออีกด้านในทันที   ทำให้เกิดการรุกของน้ำทะเลที่เร็วมาก

บริเวณทางระบายน้ำฉุกเฉินบริเวณบ้านท่าพญา มีการทำแนวคอนกรีตกั้น บริเวณปลายคลองแล้วโค้งเป็นมุมออกไปทั้งสองฝั่ง  แต่พนังคอนกรีตโดยกัดเซาะจนแนวพังไปเกือบหมดแล้ว  แม้ดินที่ถมไว้หลังแนวพนังก็โดนน้ำซะออกไปเกือบหมด    

กำแพงคอนกรีตและทางเดินตัวหนอน

จากจุดนี้ไปจนถึงบ้านนำทรัพย์มีการสร้างกองหินเป็นรูปตัวทีเพื่อกันการกัดเซาะ   มาถึงบริเวณ  ต.ขนาบนาถ อ.  ปากพนัง ซึ่งเดิมคลื่นได้ซัดจนเข้ามาถึงถนน  ตอนนี้ได้มีการสร้างกำแพงคอนกรีตขนาดใหญ่  ลึกประมาณ ๖ เมตร สูงขึ้นมาประมาณ ๒ เมตร ยาวประมาณ ๒ - ๓ กิโลเมตร  และถมหินหน้ากำแพงอีกทีหนึ่ง

 บริเวณด้านในของกำแพงมีการปูตัวหนอนอย่างสวยงาม      แต่มีบางช่วงเริ่มทรุดลงไปแล้ว  พวกเราอดสงสัยไม่ได้ว่า  ทำไม่ต้องปูตัวหนอนให้เปลืองงบประมาณด้วย   เพราะทรายด้านใต้ที่รองรับตัวหนอนย่อมต้องมีโอกาสในการทรุดตัวสูง เพราะความลื่นไหลของทราย  และอีกอย่างยังไม่แน่ว่ากำแพงจะกั้นคลื่นได้หรือเปล่า   อีกทั้งชายหาดก็ไม่ใช้สถานที่ท่องเที่ยว   จะทำให้เปลืองงบประมาณทำไม  (ทีชายหาดเดิมสวย ๆ  ไม่รู้จักรักษาไว้)   ไม่เข้าใจเลยจริงๆบริเวณชายฝั่งที่ต่อเนื่องกันนอกจากจะมีการทำกำแพงคอนกรีตแล้ว  ยังมีการทำกองหินรูปตัวทีด้านหน้าแนวกำแพงอีกชั้นหนึ่งด้วย    เรียกว่าต้องทำปราการถึงสองชั้นเลยทีเดียว

ชาวประมงกับสิ่งก่อสร้างใหม่ที่ต้องปรับตัว

มาถึงบ้านต้นสน  ต.  เกาะเพชร   อ. หัวไทร   ได้แวะคุยกับชาวประมงพื้นบ้าน  เราเห็นร่องรอยการทำกองหินกันคลื่นเพิ่งเสร็จ   มีรถแบ๊คโฮ    คัน  กำลังเกลี่ยทรายบริเวณชายหาด  เพื่อให้กลับมาอยู่ในสภาพเดิม    เด็ก ๆ  กลุ่มใหญ่เล่นน้ำอยู่บนเว้าหาดเล็ก ๆ ระหว่างกองหินสองกอง   ชาวบ้านบอกว่า  ประมาณ ๔  ปีแล้วที่คลื่นกัดเซาะรุนแรง  เพราะมีการทำเขื่อนกั้นทรายมากหลายที่   โดยเฉพาะคลองชะอวดแพรกเมือง มีเขื่อนยาวประมาณ ๒ กิโลเมตร    ทำให้การกัดเซาะที่ชายหาดหัวไทรรุนแรง      ชาวบ้านบอกว่าเมื่อก่อนการกัดเซาะเป็นไปตามธรรมชาติ   บางปีก็กัดเข้ามา  บางปีก็งอกออกไป    แต่เดี๋ยวนี้กัดเข้ามาอย่างเดียว

ทางการจึงได้มีโครงการทำกองหินกันคลื่น  ตลอดแนวชายหาด    ตอนแรกบอกว่าจะทำออกไปจากฝั่งประมาณ ๑๐๐   เมตร ชาวบ้านจึงไม่ว่าอะไร  เพราะถือว่าไกลพอแล้ว  แต่พอทำจริงเหลือประมาณ  ๕๐  เมตร  ชาวบ้านเกรงว่าการแล่นเรือเข้าออกจะลำบาก  หากคลื่นลมแรงเรืออาจเสียหลักไปชนกองหินได้  ซึ่งก็เคยเกิดขึ้นแล้ว  เท่าทีประมาณดูกองหินน่าจะสูงประมาณ  – ๔ เมตร   ฐานกว้างประมาณ    เมตร  ด้านบนกว้างประมาณ ๒ เมตร  ฐานยาวประมาณ ๓๐ เมตร  ด้านบนยาว  ๒๖  เมตร

ตามความเห็นของชาวบ้าน  อยากให้กองหินมีขนาดใหญ่ขึ้นกว่าเดิมประมาณ ๒ เท่า   โดยยุบสองกองเหลือกองเดียว    และให้มีช่องว่างระหว่างกองมากขึ้นเรือจะได้แล่นเข้าออกไปสะดวก     และให้ห่างออกไปจากฝั่งมากกว่านี้     ให้เรือสามารถวิ่งอ้อมได้    เมื่อถามว่าแล้วจะกันคลื่นได้หรือ   ชาวบ้านบอกว่าสามารถกั้นคลื่นได้  แต่ทรายจะถูกซัดออกไปหมด     

เมื่อเราถามว่าหลังกองหินสามารถเลี้ยงปลาได้หรือไม่   ชาวบ้านบอกว่าเลี้ยงไม่ได้เพราะมีเวลาช่วง ๖  เดือนจะเกิดมรสุม  ปลาไม่ทันใหญ่   คลื่นจะซัดแรงจนเรือก็ต้องเอาขึ้นมาจอดบนหาด  

ท่าเรือหัวไทร   กำแพงกี่ชั้นถึงจะพอ

ผ่านมาถึงท่าเรืออำเภอหัวไทร    มีการทำกำแพงคอนกรีตกันคลื่นถึงสองชั้น  เพราะชั้นแรกนั้นพังไปแล้ว   ด้วยแรงคลื่นกระแทกกำแพงแล้วเซาะทรายข้างล่างทำให้กำแพงทรุดตัวลงและพังในที่สุด    ก็ไม่รู้ว่ากำแพงใหม่นี้พังและจะต้องสร้างกำแพงอีกชั้นหรือไม่     สิ่งที่เห็นนี้ได้พิสูจน์ว่า   วิธีคิดในการเอาชนะธรรมชาติ  ด้วยการเอาของแข็ง  ไปกั้นคลื่นนั้นไม่ได้ผล   เพราะคลื่นลมมีแรงมหาศาล  และไหลซอกซอนกัดเซาะไปได้เรื่อย  สิ่งก่อสร้างที่แข็งและปะทะกันแรงคลื่นตรง ๆ  จึงไม่อาจจะทนทานได้ 

จากท่าเรือหัวไทรไปจนถึงคลองระบายน้ำแพรกเมือง   บริเวณคลองระบายน้ำมีการทำกำแพงกันทรายยื่นออกไปในทะเลทั้งสองฝั่งยาวประมาณ ๑,๐๐๐  เมตร   ไม่ต้องสงสัยเลยว่านี้คงจะเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดการกัดเซาะตลอดทางที่เราผ่านมา   มองไปทางด้านเหนือของปากน้ำเห็นกองหินเป็นแนวยาวสุดสายตา  เพราะต้องทำไล่ไปเรื่อย    หากหยุดบริเวณไหนจุดนั้นก็จะถูกัดเซาะ 

จังหวัดนครศรีธรรมราชนั้นมีแนวชายหาดประมาณ ๒๒๕  กิโลเมตร  ปัจจุบันนี้ได้รับผลกระทบจากการกัดเซาะและมีการสร้างกองหิน แนวกำแพงจนหมดสภาพเดิมไปแล้วกว่าครึ่ง  จึงเป็นคำถามว่าเราจะรักษาชายหาดที่เหลืออยู่เอาไว้ได้อย่างไร

                                                                           เมษายน ๒๕๕๑

มานะ  ช่วยชู  /  ทรงวุฒิ  พัฒแก้ว  /  อุษาวดี  ศรีมัง

โครงการดับบ้านดับเมือง เรียนรู้อยู่ดีที่ปากใต้

 


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 8
คนดับบ้านฯ วันที่ : 22/06/2008 เวลา : 12.57 น.
http://www.oknation.net/blog/rakpaktai2006
ดับบ้านดับเมือง   เรียนรู้อยู่ดีที่ปากใต้

คุณ นายหัวไทรคะ
เรายินดีให้นำไปตีพิมพ์ค่ะ เพียงแต่ ต้องให้เครดิตกับผู้เขียน และหน่วยงานด้วย และจะเป็นไปได้ไหมว่า หากหนังสือออกแล้ว ส่งมาให้ดูเป็นขวัญตาสักเล่ม จะขอบพระคุณมากค่ะ
ความคิดเห็นที่ 7
nananan วันที่ : 19/06/2008 เวลา : 11.29 น.
http://www.oknation.net/blog/waranee
http://www.oknation.net/blog/garaboon

มาดูข้อมูลค่ะ



อยากชวนมาทานผลไม้ตามฤดูกาลค่ะ
http://www.oknation.net/blog/garaboon/2008/06/12/entry-1
ความคิดเห็นที่ 6
มะอึก วันที่ : 11/06/2008 เวลา : 16.34 น.
http://www.oknation.net/blog/panakom

เขียนหนังสือตีแผ่ธรรมชาติได้ดี
นั่งมองแล้วเห็นภาพ.....
ภาพเลือน ๆ เมื่อ 40 กว่าปีที่แล้วผุดขึ้นเต็มดวงตา
.
โอ้ปากพนัง ...เมืองที่ข้ารัก......
.
ความคิดเห็นที่ 5
นอกคอก วันที่ : 11/06/2008 เวลา : 16.15 น.
http://www.oknation.net/blog/temp-gen

จะไปถึงแถวบ้านมั๊ยนิ
ความคิดเห็นที่ 4
TaTee วันที่ : 11/06/2008 เวลา : 13.51 น.
http://www.oknation.net/blog/poo

เห็นแถวระยองก็เป็น..เกิดจากท่าเรือมาบตะพุด
ความคิดเห็นที่ 3
นายหัวไทร วันที่ : 11/06/2008 เวลา : 11.17 น.
http://www.oknation.net/blog/naiman

ผมสนใจอยากเราเรื่องมาตีพิมพ์ใน "ไทใต้"
จึงอยากเรียนขออนุญาต เพราะเป็นเรื่องดี
ความคิดเห็นที่ 2
ครูแดง วันที่ : 09/06/2008 เวลา : 10.25 น.
http://www.oknation.net/blog/krudang

-มาโหวตให้กับสิ่งดีๆ ความคิดดีๆค่ะ
ความคิดเห็นที่ 1
officemom วันที่ : 09/06/2008 เวลา : 10.23 น.
http://www.oknation.net/blog/officemom
officemom ชอบเล่าเรื่องสนุกๆ 

บ้านเมืองเป็นของเรา เราต้องช่วยกันดูแล เป็นหูเป็นตา อย่างนี้แหละค่ะ
แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< มิถุนายน 2008 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30