| << | มีนาคม 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | ||||||
| 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 |
| 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 | 15 |
| 16 | 17 | 18 | 19 | 20 | 21 | 22 |
| 23 | 24 | 25 | 26 | 27 | 28 | 29 |
| 30 | 31 | |||||
พิมพ์หน้านี้
|
มีผู้ใหญ่ที่นับถือท่านนึงเคยบอกไว้ว่า การเมืองเป็นเรื่องที่ต้องเข้าใจ ผมจึงถามกลับไปว่า เข้าใจแบบไหน ท่านตอบกลับมาว่า เข้าใจว่า การเมืองเป็นเช่นไร แล้วจะเข้าใจว่าทำไมเป็นเช่นนั้น ผมถามต่อไปอีกว่า เข้าใจแบบทำใจใช่หรือไม่ ท่านยิ้มแล้วตอบกลับมา หากเปลี่ยนแปลงไม่ได้ก้อต้องทำใจ ครับ หลังการสนทนานั้นจบลง ผมจึงมองและทำใจกับการเมืองบ้านเราดั่งที่ท่านผู้นั้นว่ามา แม้ว่าในใจจะไม่เห็นด้วยกับการทำใจเลยแม้เพียงนิด แต่ก้อเข้าใจว่าการเมืองบ้านเราเป็นแบบนี้มาหลายร้อยปีแล้ว หากจะเปลี่ยนแปลงอย่างจริงจัง เราชาวพุทธจะยอมรับการทำลายบุคคลในวงจรนั้นทั้งหมดได้หรือ เราจะแน่ใจได้อย่างไรว่ากลุ่มคนที่เข้ามาแทนที่คนกลุ่มเก่า จะไม่นำพาเราเข้าไปสู่วงจรเดิมอีกครั้ง ประวัติศาสตร์ของเมืองไทยเมื่อครั้งอดีตเป็นข้อบ่งชี้อยู่แล้วว่า ยามใดที่มีการเปลี่ยนแปลงผู้ปกครอง แทบไม่มีเลยสักครั้งที่จะไม่มีคำว่า ล้างบาง ซึ่งการล้างแบบในอดีตนั้น เป็นการล้างแบบฆ่า แม้ในปัจจุบันจะลดความอำมหิตลงบ้าง มาเป็นการล้างแบบการลดค่า คือให้ไปพ้นหูพ้นตาแบบไม่ให้คุณค่าผลงานที่ผ่านมาเลย ความรู้สึกในใจของผู้ที่ถูกกระทำอาจรู้สึกได้ว่าเป็นการฆ่าทั้งเป็น
ซึ่งโดยธรรมชาติของคน มักจะเลือกไว้ใจคนที่ตนเองเคยไว้ใจมาก่อน หรือไว้ใจคนที่เคยร่วมขากันมานาน เรียกว่ามองตาแทบรู้ใจ หรือรู้ใจแม้ไม่ต้องมองตา ไม่ว่าจะรูปแบบห้างร้าน บริษัทฯ กลุ่มร่วมทุน ราชการ จนถึงระดับรัฐบาล น้อยคนที่จะยอมให้คนที่ไม่รู้ใจมารับใช้แบบสนิทชิดเชื้อ ไล่ตั้งแต่เลขาฯ หน้าห้อง คนขับรถ จนถึงแม่บ้านภายในที่พักอาศัย เพราะอะไรน่ะหรือ อาจจะเพื่อลดจุดประเภทหน้าต่างมีหูประตูมีตาก้อเป็นได้ แต่ถามว่าไว้ใจถึงขนาดวางใจหรือไม่ นั่นคงต้องหาคำตอบกันเอาเอง อีกอย่างนึงเราจะปฏิเสธกันได้หรือไม่ว่าค่านิยม ค่าน้ำชาทดแทนค่าน้ำนม มีกระจายอยู่ทั่วไปในระบบงาน จนกลายเป็นดั่งวัฒนธรรมที่อยู่คู่คนไทยมาช้านาน บางคนเรียกน้ำใจ บางคนเรียกใบสั่ง บางคนเรียกสินบน บางคนเรียกเปอร์เซ็นต์ นั่นก้อแล้วแต่จะเรียกกัน แต่สุดท้ายมนุษย์ก้อคือมนุษย์ มีรัก โลภ โกรธ หลง ถือเป็นเรื่องธรรมดา เมื่อยามได้รับรางวัลทั้งแบบที่ได้ดั่งใจคาด หรืออาจได้มาแบบไม่คาดฝัน ล้วนไม่มีใครไม่ยินดีรับ แต่ทุกคนมักจะลืมไปว่า ทุกสิ่งมีการมา ย่อมมีการจากไป แต่ทำไมคนเราจึงมักทำใจไม่ได้กับการจากไป ไม่ว่าจะเป็นการย้าย การจาก การลา ทั้งแบบเต็มใจหรือไม่เต็มใจก้อตาม มีใครบ้างที่เวลามีคนยื่นของให้แล้วออกมาร้องว่าไม่เอา ไม่อยากได้ ผมยังไม่เห็นมีนะ แล้วเมื่อถึงเวลาถูกยึดคืน ผมก้อยังไม่เห็นคนประเภทยิ้มรับแบบสง่าผ่าเผย นี่ไม่ใช่เอาแต่ว่าคนอื่นนะครับ ผมเองก้อเป็น แล้วคุณละครับ เป็นแบบนี้บ้างไหม ข้ามมาถึงอีกเรื่องนึงสักหน่อย ผมมานั่งนึกเอาว่ามีพื้นที่ไหนบ้างของประเทศไทยที่ปลอดอบายมุข 100% เอาเท่าที่ผมเห็นนะครับ คือไม่มี เพราไม่ว่าหวยเอย สุราเอย กาเมเอย ยาเสพติดเอย มีให้เห็นกันเป็นระยะ แม้กระทั่งในสถานที่ไม่ควรมีอย่างในวัด โรงเรียน หรือแม้แต่ในบ้านของเราเอง กฎหมายการห้ามสูบบุหรี่ในที่สาธาณะที่นำออกมาใช้ ผมยังไม่ค่อยเห็นผลนะครับ ยังพอมีให้เห็นกันอยู่หลายๆ จุด นั่นเพราะวินัยของคน กฎหมายดีแค่ไหนหากวินัยของคนต่ำก้อเท่านั้น ผมจึงมองเรื่องหวยบนดิน ลงทะเบียนโสเภณี หรือคาสิโน เป็นเรื่องที่ปกติ คือแค่เปลี่ยนเจ้ามือจากเจ้าของกิจการอาทิเช่น...เจ้าพ่อ เจ้าแม่ มาเฟีย หรือตาสีตาสาที่ไหนก้อตามแต่ ให้รัฐบาลมารับบทนั้นไป แล้วมันแปลกตรงไหนหรือ? รัฐบาลอาจจะยกสัมปทานให้เอกชนที่เชี่ยวชาญเข้ามาจัดการก้อได้ ขอเพียงทำอย่างเป็นระบบ มีการจัดการที่ดี เม็ดเงินตรงนั้นมันแยะครับ กรมสรรพภากรน่าจะยินดีที่มีภาษีมาให้รีดถึงที่ ไม่ต้องบากหน้าออกไปฟังชาวบ้านด่า แต่ไม่ใช่ว่าเห็นด้วยทั้งหมดนะครับ เพียงแต่ลองถามตัวเองมาสิบกว่าปีแล้วว่าจะจัดการอย่างไรกับปัญหาพวกนี้ คือคิดได้แต่นำมาทำยากครับ เพราะอะไรนั้นคงบอกให้ทราบไม่ได้ เพราะอาจมีโจทย์มาเยือนแบบไม่ได้รับเชิญ
ผมจึงตัดใจตัดคำว่ากระแดะ/ดัดจริตออกจากใจไปซะ เพื่อที่จะได้มองสภาพความเป็นจริงได้ชัดเจนขึ้น ลองกวาดตามองประเทศเพื่อนบ้านรอบๆ เราดู ว่ามีที่ไหนปลอดอบายมุขบ้าง คำตอบคือผมมองไม่เห็น แล้วคุณลองไปมองที่ด่านตามชายแดนรอบประเทศของเราดู วันๆนึงเราหอบเงินออกนอกไปโยนทิ้งที่เพื่อนบ้านตั้งเท่าไหร่ ซึ่ง99%น่าจะเป็นการหอบแบบวันเวย์ ผมจะยินดีมากหาก มหาจำลอง ท่านจะยอมสละเวลาเพื่อชาติออกไปยังด่านผ่านแดนเหล่านั้น เพื่อกล่าวคำเตือนใจของท่านให้เพื่อนร่วมชาติกลุ่มนั้นได้ฟัง หรือจะอัดเทปไปเปิดผ่านเครื่องขยายเสียงก้อดีนะครับ ประเทศเราคนส่วนใหญ่นับถือศาสนาพุทธ มันเป็นอบายมุข เห็นชัดๆ อยู่แล้วเป็นทางแห่งความพินาศ เป็นทางแห่งความบรรลัย ทำไมเรามาเห็นดีเห็นชอบกับเรื่องนี้ด้วย คนไทยไม่เหมือนคนต่างชาติ ซึ่งเค้ารู้จักบันยะบันยัง เราเล่นเอาเป็นเอาตาย นี่ขนาดขายบ้านขายที่ขายทางทีเดียว ฯลฯ " ผมฟังท่านพูดเสร็จก้อได้แต่ "พุดโธ่" เพราะตามความเป็นจริงผมถึงกับภาวนาขอพรให้เซียนพนันเหล่านั้น ขอให้ขากลับเข้ามาฝั่งไทย ขอได้จงเดินตัวเอียงแบกเงินข้ามแดนกลับมาหลักหลายล้านกันทุกคน และผมจะถือว่าคนกลุ่มนี้เป็นพวกที่นำเงินตราเข้าประเทศเลยนะ แต่นั่นไม่มีทางเกิดขึ้นได้ เพราะคำว่า เจ้ามือแดกรอบวง ยังคงเป็นคำที่ไม่เคยตายไงครับ ส่วนอบายมุขอื่นๆ อย่างเรื่องหวยบนดินนี่ ผมขออนุญาตไม่พูดถึง เพราะคิดว่าคนที่อยู่วงในของหวยใต้ดินจริงๆ น่าจะมีข้อมูลที่ดีอยู่แล้วว่าอะไรคืออะไร เรื่องโสเภณี อันนี้ก้อขอเลี่ยงนะครับ เพราะคนศีลธรรมต่ำแบบผมคงไม่คู่ควรที่จะพูดถึง แต่หากใครอยากจะสนทนาก้อขอเชิญได้ ยินดีรับฟังทุกความเห็นครับ ผมอนุมานเอาว่าเรารับสภาพการเสียภาษีบาปเพื่อทีวีสาธารณะได้ ก้อน่าที่จะยอมรับภาษีบาปเพื่อบำรุงสาธารณะชนได้ด้วยเช่นกัน.......แต่เรื่องที่ผมมิอาจทำใจยอมรับได้ก้อคือ หากมีผู้ใดคิดนำเอายาเสพติดขึ้นมาให้ถูกกฎหมายนี่ ผมขอเตือนไว้ก่อนเลยว่า........ตายเป็นตาย เจ๊งเป็นเจ๊ง...ฮึ่มมมมมมมมมมมม ป.ล.1 ขอบพระคุณภาพและเพลงจากอินเทอร์เนต ป.ล.2 กรุณาอ่านด้วยสติอันเต็มร้อย ไม่แนะนำให้คนดื่มสุรามาอ่าน เพราะหากเมาแล้วอ่าน ท่านอาจเบิกบานเกินขีด ป.ล.3 ข้อความทุกตัวอักษรมิได้มีเจตนาส่งเสริมหรือเห็นด้วยทั้งหมดกับอบายมุข เพียงแต่เห็นสมควรว่า เอ่อ...ว่าอย่างที่เขียนน่ะแหล่ะ ป.ล.4 หากอ่านแล้วเกิดระคายเคือง กรุณาหยุดอ่าน แนะนำให้ไปดื่มนมร้อนๆ แล้วเข้านอนเสีย |