| << | เมษายน 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | ||
| 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 |
| 13 | 14 | 15 | 16 | 17 | 18 | 19 |
| 20 | 21 | 22 | 23 | 24 | 25 | 26 |
| 27 | 28 | 29 | 30 | |||
พิมพ์หน้านี้
|
นานมาแล้ว มีเศรษฐีอยู่คนหนึ่ง มีสมบัติเงินทองมากมาย แต่ไม่มีทายาทสืบสกุล จึงถูกยาจกผู้มีบุตรมากซึ่งอาศัยอยู่ใกล้กัน พูดจาดูถูก ว่าสมบัติของท่านแม้มีมากมาย ก็ไม่มีประโยชน์ เพราะไม่มีทายาทไว้สืบสกุล เศรษฐีผู้นั้นจึงได้บวงสรวงทำพิธีขอบุตร แต่ผ่านมาเนิ่นนาน ก็ยังไม่สามารถมีบุตรได้ จนในที่สุด เศรษฐีก็ได้มาขอบุตรจากพระไทร พระไทรรู้สึกสงสาร จึงได้มาทูลขอจากพระอินทร์ พระอินทร์จึงให้ธรรมบาลกุมารเทวบุตรจุติลงมาเกิดเป็นบุตรของเศรษฐีผู้นั้น ธรรมบาลกุมารเติบโตมาเป็นเด็กฉลาดเฉลียว สามารถเรียนไตรเทพจบตั้งแต่อายุ 7 ขวบ ทั้งยังสามารถเรียนรู้ภาษานก ความดังกล่าวรู้ถึงท้าวกบิลพรหม จึงต้องการทดสอบปัญญาของธรรมบาลกุมาร จึงเสด็จมาโลกมนุษย์ ตั้งคำถามธรรมบาลกุมาร 3 ข้อ คือ ตอนเช้าราศีอยู่ที่ใด กลางวันราศีอยู่ที่ใด ตอนเย็นราศีอยู่ที่ใด โดยตกลงกันว่า ถ้าธรรมบาลกุมารไม่สามารถตอบคำถามได้ภายใน 7 วัน จะต้องตัดศีรษะบูชาท้าวกบิลพรหม แต่ถ้าสามารถตอบได้ ท้าวกบิลพรหม จะตัดเศียรบูชาธรรมบาลกุมารเช่นกัน จนเวลาผ่านไปได้ 6 วัน ธรรมบาลกุมารก็ยังไม่สามารถตอบคำถามได้ แต่ระหว่างที่นั่งพักอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ ก็ได้ยินพวกนกคุยกัน ว่าพรุ่งนี้ไม่ต้องออกหาอาหารแล้ว จะรอกินร่างกายของธรรมบาลกุมารที่ไม่สามารถตอบคำถามของท้าวกบิลพรหมได้ และนกยังได้พูดคุยกันถึงเรื่องคำถามคำตอบว่า ตอนเช้าราศีอยู่ที่หน้า มนุษย์จึงต้องเอาน้ำล้างหน้า กลางวันราศีอยู่ที่อก มนุษย์จึงเอาน้ำพรมอก ตอนเย็นราศีอยู่ที่เท้า มนุษย์จึงเอาน้ำล้างเท้า ธรรมบาลกุมารจึงจดจำคำตอบไว้ พอธรรมบาลกุมารสามารถตอบคำถามได้ ท้าวกบิลพรหมจึงจำต้องตัดเศียรตามคำสัญญา แต่ด้วยว่าเศียรของท้าวกบิลพรหมนั้น หากตกต้องพื้นดิน พื้นดินก็จะลุกเป็นไฟ หากตกลงในมหาสมุทร น้ำก็จะเหือดแห้งหมด หากโยนขึ้นไปในอากาศ ฝนก็จะไม่ตกต้องตามฤดูกาล ท้าวกบิลพรหมจึงเรียกธิดาทั้งเจ็ดมา โดยให้นำพานมารองรับเศียร แล้วนำไปแห่ประทักษิณรอบเขาพระสุเมรุ แล้วนำเข้าไปเก็บในมณฑปถ้ำธุลีที่เขาไกรลาศ พอครบกำหนดพระอาทิตย์เคลื่อนเข้าสู่ราศีเมษ ก็ให้ธิดาทั้ง 7 ผลัดกันนำเศียรมาแห่เวียนรอบเขาพระสุเมรุเป็นประจำทุกปี...
***********************************
มหาสงกรานต์เบิกบานทั่วไทย ยังพอจำภาพความรื่นเริงของงานสงกรานต์ไม่อครั้งยังเด็กได้ดี ภาพการสาดน้ำอย่างสุภาพ งานรื่นเริงที่จัดขึ้นกันตามวัดวาอาราม การละเล่นรื่นเริงต่างๆ ที่บ่งบอกถึงอารยธรรมไทยที่งดงาม
เสียดายสิ่งดีๆ ที่นับวันจะจางหายไป พร้อมกับเทรดดิชั่นใหม่ๆ ของวัยใสที่สร้างขึ้นมา แต่ก้อต้องกลับมาคิดให้เป็นในแง่บวกซะ จึงทำให้ไม่ได้คิดอะไรมาก สรรพสิ่งย่อมเปลี่ยนแปลงนี่คือนิรันดร์ ผมจึงถือซะว่านี่คือสงกรานต์แบบนาโนเทคละกัน พอสบายใจขึ้นมา ว่าแล้วก้อควงปืน ถือขัน ละลายแป้งใส่ถังออกไปตะลุยเจียงใหม่กันดีก่าเจ้า เอ้า .. ลุยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย
ว่าแต่จะร้อนรุ่มหนักขึ้นมั้ยเนี่ย น่าสาดกันท้างน้านเยย
พี่กัซบ้านม่วงเคอะ ปีนี้อย่าลืมมาให้ได้นะเคอะ รออยู่คูเมืองเดิม หาให้เจอนะเคอะ อ่ะ ยิ้มหวานเปงแผนที่นำทางให้ซ้าเลย
ป.ล.1 ขอบพระคุณตำนานวันสงกรานต์จาก http://www.khonmuang.com/songgran.htm ป.ล.2 ขอบพระคุณภาพจากเอ็มไทยดอทคอม เวปCM108.com และจากแหล่งที่มาอื่นๆที่ผมไม่ทราบด้วยครับ ป.ล.3 อากู๋คับ อยากจะยืมเพลงสงกรานต์ของพี่อ่ำใจจะขาด อนุญาตหน่อยมะได้เลยเร๋อ ป.ล.4 เที่ยวสงกรานต์กันให้ปลอดภัย เดินทางกันให้สนุกกันทุกคนนะครับ ด้วยรักและใส่ใจจาก ออกัซซี่ ณ.บ้านม่วง
|