พิมพ์หน้านี้
|
เมื่อช่วงสายของวันศุกร์ที่ ๔ กรกฎาคมที่ผ่านมา สถาบันพัฒนาประชาสังคมภูมิภาค จ.สุพรรณบุรี โดยการนำของอ.รัตนา สมบูรณ์วิทย์ ผู้อำนวยการสถาบันฯ ได้นำคณะทำงานเครือข่ายสร้างเสริมสุขภาพจังหวัดสุพรรณบุรีจำนวน ๑๐ คน เดินทางไปจังหวัดขอนแก่นด้วยรถตู้จำนวน ๑ คัน เพื่อเข้าร่วมการประชุมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในหัวข้อ การพัฒนาศักยภาพโดยการจัดการความรู้ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคใต้ เป็นครั้งที่ ๓ ในวันที่ ๕ ๖ กรกฎาคม ๒๕๕๑ ณ ห้องหน้าเมือง โรงแรมเจริญธานี ปริ๊นเซส ขอนแก่น อ.เมือง จ.ขอนแก่น ซึ่งทางมูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ (มสช.) เป็นผู้จัดขึ้น
เช้าวันที่ ๕ กรกฎาคมหลังจากที่ ดร. วณี ปิ่นประทีป ผู้จัดการโครงการเครือข่ายสร้างเสริมสุขภาพจังหวัด ได้กล่าวต้อนรับผู้เข้าร่วมประชุม และเมื่อได้ชี้แจงวัตถุประสงค์ของการประชุมในครั้งนี้แล้ว ผู้จัดการของแต่ละจังหวัดก็ได้แนะนำสมาชิกเครือข่ายของตนเอง ซึ่งในการประชุมครั้งนี้มีเครือข่ายจังหวัดเข้าร่วมทั้งสิ้น ๙ จังหวัด ประกอบไปด้วย จ.ขอนแก่น (เจ้าภาพ), จ.สกลนคร, จ.มหาสารคราม, จ.นครราชสีมา, จ.อ่างทอง, จ.สุพรรณบุรี, จ.ราชบุรี, จ.เพชรบุรี และ จ.สงขลา จากนั้นจึงเป็นการประชุมกลุ่มย่อย โดยแบ่งออกเป็น ๓ กลุ่ม เพื่อทบทวนการทำงานหลังจากที่ได้ไปศึกษาดูงานใน ๒ ครั้งที่ผ่านมานั้น แล้วนำกลับมาเสนอในประเด็นพูดคุยที่ว่า ตนเองทำอะไร/มีบทบาทหน้าที่อย่างไร/มีบทบาทในการดำเนินการอย่างไร เน้นที่กลุ่มใหญ่ ๒ กลุ่ม คือ กลุ่มผู้จัดการโครงการและผู้ประสานงานวิชาการ และกลุ่มโครงการย่อยในพื้นที่ เมื่อได้ข้อสรุปในเบื้องต้นของแต่ละกลุ่มแล้ว ในช่วงบ่ายจึงออกเดินทางลงพื้นที่เพื่อศึกษาดูงาน ตามที่จังหวัดเจ้าภาพได้กำหนดไว้ ๒ แห่ง ดังต่อไปนี้ ๑. พัฒนาการงานสร้างเสริมสุขภาพพื้นที่ตำบลวังชัย ๒. พลังขับเคลื่อนงานด้านสุขภาวะของเกษตรกรพื้นที่ศิลา
สำหรับ Entry นี้ ผู้เขียนขอนำเสนอสถานที่แห่งแรก คือ กลุ่มเครือข่ายผู้สูงอายุตำบลวังชัย กันก่อนนะครับ... เครือข่ายผู้สูงอายุตำบลวังชัย ก่อตั้งเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๔๐ โดยพระครูสุนทร พรหมคุณ เจ้าคณะอำเภอน้ำพอง และเจ้าอาวาสวัดมหาชัยบ้านโคกกลาง จัดตั้งครั้งแรกมีสมาชิก ๕๘ คน และมีประธานดำเนินงานคนแรกคือ นายเฉลิม เนาว์แสง มีคณะกรรมการดำเนินงาน ๙ คน ปัจจุบัน พ.ศ. ๒๕๕๑ มีสมาชิก ๒๙๖ คน ครอบคลุมพื้นที่ ๑๖ หมู่บ้าน มีนายสุวรรณ จันทร์เกิ้น เป็นประธาน ได้รับการจัดตั้งเป็นเครือข่ายสภาผู้สูงอายุแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ประจำอำเภอน้ำพอง จังหวัดขอนแก่น มีกิจกรรมเด่น ๆ ที่ดำเนินการมาแล้ว อาทิเช่น การร่วมทำกิจกรรมในนามกลุ่มผู้สุงอายุตามประเพณีวัฒธรรมและความเชื่อ เช่น รดน้ำขอพรในเทศกาลสงกรานต์, การเข้าค่ายพักแรมผู้สูงอายุ เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างผู้สูงอายุร่วมกัน, กิจกรรมกลุ่มอาชีพผู้สูงอายุ, กิจกรรมการออกกำลังกาย และกิจกรรมการจัดสวัสดิการ จัดทำกิจกรรมกองบุญวันละ ๑ บาท เป็นต้น สำหรับการเข้ามาเชื่อมต่อของสสส. นั้น เครือข่ายผู้สูงอายุได้ถูกเชิญเข้ามาร่วมทำกิจกรรมในกลุ่มเครือข่ายเชิงเป้าหมายในปี ๒๕๔๘ เพื่อมองทิศทางการทำงานร่วมกันในพื้นที่ พัฒนาโครงการให้สอดคล้องกับวิสัยทัศน์การทำงานของจังหวัด ในประเด็นอาหารปลอดภัยกับน้ำพองกับสุขภาพ พื้นที่วังชัยจึงเป็นพื้นที่ร่วมปฏิบัติการ ซึ่งเป็นพื้นที่ติดกับลำน้ำพอง และมีกลุ่มที่เข้มแข็งอยู่แล้วจึงเห็นว่า สอดคล้องกับงานของเครือข่าย จึงจัดกิจกรรมวิเคราะห์ปัญหา และหาทางออกในการแก้ปัญหาสุขภาพของคนในพื้นที่ เนื่องจากอำเภอน้ำพอง มีแม่น้ำพองเป็นเส้นเลือดใหญ่ไหลผ่าน มีระยะทางกว่า ๔๐ กิโลเมตร และในพื้นที่ตำบลวังชัย เริ่มต้นจากวังหินเหิบ บ้านสร้างแซ่ง สะพานบ้านโนนกระยอม ตำบลม่วงหวาน กว่า ๒๐ กิโลเมตร มีความสำคัญกับประชาชนในพื้นที่ต่อการทำมาหากิน และการประกอบอาชีพของคนน้ำพองและทั้งคนเมืองขอนแก่น เนื่องจากมีการนำน้ำมาใช้ประโยชน์สำหรับผลิตน้ำประปาของเทศบาลตำบลวังชัย เทศบาลเมืองขอนแก่น และมหาวิทยาลัยขอนแก่น วันละประมาณ ๒๐,๐๐๐ ลูกบาศก์เมตร นอกจากนี้น้ำพองยังเป็นเขตที่ตั้งของโรงงานอุตสาหกรรมต่าง ๆ เช่น โรงงานผลิตเยื่อกระดาษ โรงงานน้ำตาล โรงงานสุรา โรงน้ำแข็ง โรงงานทำไม้อัดจากชานอ้อย โรงงานล้างกรวดทราย โรงงานครั่ง เป็นต้น รวมประมาณ ๑๐ โรงงาน อาชีพของประชาชนส่วนใหญ่ ประกอบอาชีพทางการเกษตร จากพื้นที่ที่เป็นที่รับน้ำชลประทานของระบบส่งน้ำหนองหวาย จึงสามารถทำการเพาะปลูกได้ในฤดูแล้ง โดยจะมีการทำนาปรัง พืชไร่ ประเภท แตงโม ไร่อ้อย ถั่ว ในช่วงกลางเดือนกุมภาพันธ์ พฤษภาคม ของทุกปี เพื่อวัตถุประสงค์ทางการค้า มีพื้นที่เพาะปลูกกว่า ๔๐๐ ไร่ และเป็นแหล่งเพาะปลูกพืชฤดูแล้งที่ใหญ่ที่สุดของอำเภอ มีการใช้ยากำจัดวัชพืช ยาฆ่าแมลง ยารักษาพืช และฮอร์โมนสำหรับเร่งการเจริญเติบโตของพืช ปุ๋ย ยาฆ่าแมลงประเภทต่าง ๆ นอกจากนี้ยังมีเกษตรกรที่เพาะเลี้ยงปลาในกระชังกว่า ๑๐ ราย ในบริเวณลำน้ำพอง ที่ผ่านมาพบว่า ลำน้ำพองมีปัญหาน้ำเน่าเสียส่งผลต่อสุขภาพของคนในพื้นที่ เนื่องจากได้ใช้ประโยชน์จากน้ำพอง ทั้งการอุปโภคบริโภค ซึ่งผลจากน้ำเสียทำให้สิ่งมีชีวิตที่อยู่ในน้ำ ซึ่งเป็นประโยชน์และเกื้อกูลการดำเนินชีวิตของประชาชนลุ่มน้ำพอง ต้องได้รับผลกระทบไปด้วย เช่น ปลาตาย ใช้น้ำแล้วเกิดผื่นคัน กลัวว่าเมื่อนำสัตว์น้ำมาบริโภคจะมีสารเคมีตกค้าง รวมทั้งเรื่องกลิ่น ที่เกิดจากการเน่าเหม็นของน้ำ เหล่านี้ล้วนส่งผลต่อสุขภาพและวิถีชีวิตของคนในลำน้ำพองและคนในเมืองขอนแก่น เครือข่ายผู้สูงอายุตระหนักดีว่า ผู้สูงอายุในฐานะที่เคยอยู่กับลำน้ำ และเห็นความเปลี่ยนแปลงของสายน้ำมาโดยตลอด ได้ใช้ประโยชน์จากสายน้ำ มีความรัก ความหวงแหนต่อสายน้ำ อยากให้สายน้ำคงอยู่และใช้ประโยชน์ได้ชั่วลูกชั่วหลาน จึงเห็นว่าเครือข่ายฯ น่าจะทำเรื่องการอนุรักษ์ลำน้ำพองร่วมกัน โดยวิธีการที่จะดำเนินการเบื้องต้น ต้องทำจากสิ่งที่ง่ายและเคยทำมาก่อน เพื่อเป็นการลดปัญหาความขัดแย้งในพื้นที่ เดิมลำน้ำพองเราสามารถรู้ได้ด้วยการสังเกตเห็นทิวไม้ ยางนา เรียงรายเป็นทิวแถวสองฝั่งแม่น้ำ จึงเห็นร่วมกันว่าน่าจะปลูกไม้ยางนาเพื่อคืนสัญลักษณ์ให้ลำน้ำพอง จึงมีกิจกรรมปลูกป่าคืนให้กับสองฝั่งลำน้ำพอง และปลาที่เคยอุดมสมบูรณ์และมีมากมาย ปัจจุบันโดนรุกรานจนแม้จะหาที่วางไข่ขยายพันธุ์ก็ยาก จึงน่าจะกำหนดเป็นเขตอนุรักษ์วังปลาขึ้น
ในการกำหนดเขตวังปลา วิธีการกำหนดพื้นที่บริเวณหน้าวัดเพราะเป็นเขตอภัยทาน ชาวพุทธเมื่อเห็นเขตอภัยทานก็จะไม่ทำบาป ไม่ฆ่าสัตว์ ดังนั้น การกำหนดเอาเขตวังปลาหน้าวัดและเลือกวัดที่อยู่ใกล้กับโรงงาน เพราะใช้เป็นจุดเฝ้าระวังเวลาโรงงานปล่อยน้ำเสีย จึงเกิดพื้นที่อนุรักษ์ วังหินเหิบ เป็นพื้นที่อนุรักษ์วังปลาแห่งแรกของเครือข่ายฯ อยู่ในศูนย์ปฏิบัติธรรมสวนป่าวังหินเหิบ โดยมีพระครูศิริอนาลโย พระเลขาเจ้าคณะอำเภอน้ำพอง เป็นผู้ดูแลและรับเป็นประธานดำเนินการ มีการจัดตั้งคณะกรรมการฟื้นฟูและอนุรักษ์วังปลาขึ้น โดยชาวบ้านกุดน้ำใสน้อย และมีเครือข่ายผู้สูงอายุตำบลวังชัยเป็นคณะกรรมการที่ปรึกษา และช่วยกันดูแล มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้แนวทางการฟื้นฟูและอนุรักษ์วังปลา มีการกำหนดเขตอนุรักษ์ การจัดทำเยาะ (ที่อยู่ของปลา) การปล่อยปลาเพิ่มลงในวังปลา การรณรงค์ประชาสัมพันธ์โดยการบวชป่า บวชชีพราหมณ์ การจัดพิธีสืบชะตาน้ำ โดยเชื่อว่าแม่น้ำเหมือนคนป่วย ถ้าสืบชะตาจะทำให้ต่ออายุได้ และเมื่อฟื้นฟูขึ้นมาแล้วก็มีพิธีสู่ขวัญลำน้ำพอง เหมือนคนหายป่วยก็มีการสู่ขวัญเพื่อให้อยู่ดีมีสุขยิ่งขึ้น นี่เป็นกลวิธีและภูมิปัญญาของผู้สูงอายุ ที่นำมาใช้ในการฟื้นฟูและอนุรักษ์ลำน้ำพอง มีการให้ความรู้เรื่องสิทธิในการดูแลรักษาสาธารณสมบัติ โดยกรมคุ้มครองสิทธิเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม และยังสามารถใช้กิจกรรมเหล่านี้ดึงเอาคนทุกภาคส่วนมาทำงานร่วมกัน ทั้งหน่วยงานรัฐ เช่น นายอำเภอ พัฒนาการอำเภอ เกษตรอำเภอ ประมงอำเภอ โรงพยาบาลน้ำพอง ตำรวจในพื้นที่ องค์การบริหารส่วนตำบลวังชัย โรงเรียน หน่วยงานศาสนา เช่น วัด องค์กรชาวบ้าน เครือข่ายผู้สูงอายุ ชาวบ้านทั่วไป และ โรงงานที่อยู่ในพื้นที่ เช่น โรงงานน้ำตาล โรงงานสุรา เป็นต้น เข้ามาร่วมกิจกรรม เพื่อให้รับรู้การทำงานของชาวบ้าน และสนับสนุนการทำงานดังกล่าว พวกเราชาวคณะเครือข่ายฯ ทั้ง ๘ จังหวัด รวมทั้งขอนแก่นเจ้าภาพ ต่างก็รับรู้ถึงไมตรีจิตจากชาวบ้านทั้งหลาย ที่ให้การต้อนรับอย่างดียิ่ง คำกล่าวทักทายปราศรัยด้วยภาษาอิสาน แม้ว่าผู้เขียนจะฟังรู้บ้าง ไม่รู้บ้างก็ตาม อีกทั้งยังนำเอาน้ำและขนม มาเลี้ยงต้อนรับไว้อย่างมากมายเหลือเฟือ ดุจน้ำใสใจจริง และในช่วงสุดท้าย ก่อนที่คณะทั้งหมดจะเคลื่อนย้ายไปดูงานที่อื่นต่อนั้น ชาวบ้านได้จัดให้มีพิธีสู่ขวัญแก่แขกที่มาเยี่ยมเยียนทุก ๆ คน ซึ่งเป็นภาพแห่งความประทับใจ ที่ทุกคนจะจดจำไว้อย่างไม่รู้ลืม... เรียบเรียงเรื่องและถ่ายภาพโดย : งานประชาสัมพันธ์ สถาบันพัฒนาประชาสังคมภูมิภาค จ.สุพรรณบุรี |
| Nont's Mother. | ||
Suphannikar |
||
|
View All |
||
| Nation trip to Sakeaw. | ||
ประทับใจจริง ๆ ค่ะ ขอบคุณมากค่ะป้ารุ... |
||
|
View All |
||
| << | กรกฎาคม 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | ||
| 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 |
| 13 | 14 | 15 | 16 | 17 | 18 | 19 |
| 20 | 21 | 22 | 23 | 24 | 25 | 26 |
| 27 | 28 | 29 | 30 | 31 | ||