• สุพรรณิการ์
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : zoda17@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-01-14
  • จำนวนเรื่อง : 18
  • จำนวนผู้ชม : 6633
  • จำนวนผู้โหวต : 25
  • ส่ง msg :
สถาบันพัฒนาประชาสังคมภูมิภาค จังหวัดสุพรรณบุรี
Regional Civic Development Institute of Suphanburi
Permalink : http://www.oknation.net/blog/rcdi
วันพฤหัสบดี ที่ 17 กรกฎาคม 2551
“หนีออกจากบ้าน!!!” เทรนด์ใหม่วัยรุ่นไทย
Posted by สุพรรณิการ์ , ผู้อ่าน : 306 , 10:02:53 น.   | หมวดหมู่ : สุขภาวะ  
พิมพ์หน้านี้




ภาพวาดโดย คุณGPEN : http://www.oknation.net/blog/comicbook/2008/07/14/entry-1


“อย่าบอกนะว่าใครไม่เคยหนีออกจากบ้าน”
 

“มาช่วยกันโหวตหน่อยนะ...

 ว่าเราจะหนีออกจากบ้านมั๊ย ?"   
                                               
 

เทรนด์ใหม่ในสังคมวัยรุ่น ที่อาศัยเวปบอร์ดในการตั้งกระทู้พูดคุยกับกลุ่มเพื่อน ในโลกไซเบอร์  เพื่อขอความมั่นใจก่อนออกจากบ้าน 

เรื่องการตั้งกระทู้ดังกล่าวนั้น ถือได้ว่าเป็นปรากฏการณ์ใหม่ที่เกิดขึ้นในสังคม  เพราะจากที่ศูนย์ข้อมูลคนหายเพื่อต่อต้านการค้ามนุษย์  มูลนิธิกระจกเงา  ได้เคยรับแจ้งเหตุกรณีเด็กหายตัว ออกจากบ้านนั้น จะพบว่าสาเหตุที่ทำให้เด็กหายตัวไปนั้น คือ กรณีที่ถูกบุคคลแปลกหน้าล่อลวงไป หรือเป็นกรณีที่มีปัญหาขัดแย้งกับทางครอบครัว ซึ่งทั้ง 2 กรณี ถือว่าเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เด็กตัดสินใจออกจากบ้าน 

แต่เมื่อลองค้นหาข้อมูลตามเวปไซค์ต่างๆ โดยใช้คำว่า “หนีออกจากบ้าน” สิ่งที่พบกลับเป็น กระทู้จำนวนมาก ที่วัยรุ่นเข้ามาโพสต์เพื่อขอความคิดเห็น หรือเป็นการบอกเล่าประสบการณ์เรื่องที่ตนเคยหนีออกจากบ้าน    

แต่ที่น่าตกใจ คือ การตั้งกระทู้ที่ให้มีการโหวตว่า ควรจะหนีออกจากบ้านหรือหรือไม่นั้น เพราะมีผู้โหวตให้เจ้าของกระทู้ว่า ควรหนีออกจากบ้านถึง 33%   

ซึ่งตัวเลขดังกล่าวนับว่าเป็นจำนวนที่มาก ทั้งยังสะท้อนให้เห็นว่าวัยรุ่นส่วนใหญ่คิดว่า การหนีออกจากบ้านเป็นเรื่องธรรมดาเฉกเช่นการออกไปเที่ยวเล่น หรือการเข้าค่ายฤดูร้อน แถมบางคนยังเข้ามาแนะนำในฐานะผู้มีประสบการณ์จากการหนีออกจากบ้านว่า ถ้าหนีออกจากบ้านไปแล้ว เมื่อกลับมาคุณจะได้อะไรบ้างจากผู้ปกครอง  

จึงทำให้มีวัยรุ่นจำนวนหนึ่งที่ใช้เรื่องการหนีออกจากบ้าน มาเป็นเครื่องมือในการต่อรองกับครอบครัว เพราะเมื่อเด็กกลับมา ครอบครัวมักจะตามใจทุกอย่าง ด้วยหวังว่าลูกหลานของตนจะไม่หนีหายไปไหนอีก    

ทำให้การเดินออกจากบ้านไปของวัยรุ่นสมัยนี้  จึงเป็นเพียงการออกไปพักผ่อนนอกบ้าน 2-3 วัน เพื่อกดดันผู้ปกครองให้ยอมใจอ่อน และหยิบยื่นซึ่งที่ตนต้องการเป็นข้อแลกเปลี่ยนให้เด็กกลับมาอยู่บ้านอีกครั้ง  

จนทำให้การหนีออกจากบ้านของวัยรุ่นกลายเป็นกระแสนิยมไปแล้ว เหมือนเช่นกระแสแฟชั่นการแต่งตัวหรือแนวเพลง ที่หากใครไม่เคยหนีออกจากบ้านมาก่อนถือว่า “เชย”   

ซึ่งเรื่องนี้ คงต้องถามทุกคนว่า ณ ขณะนี้  กำลังเกิดอะไรขึ้นกับสังคมไทย แล้วใครกันที่ควรมีส่วนรวมในการแก้ไขความเข้าใจผิดๆ ของวัยรุ่น หรือว่าต้องรอให้วัยรุ่นทุกคนได้อินเทรนด์ตามกระแสก่อน ปัญหานี้จึงจะได้รับความสนใจจากผู้ใหญ่ในสังคม



ที่มาจาก : นางสาววิจิตรา พันธ์แสง
ศูนย์ข้อมูลคนหายเพื่อต่อต้านการค้ามนุษย์  มูลนิธิกระจกเงา



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 23
BlueHill วันที่ : 18/07/2008 เวลา : 14.21 น.
http://www.oknation.net/blog/charlee
ฟ้าคราม ป่าเขียว กาแฟหอมกรุ่น

สังคมเปลี่ยน การเลี้ยงดูบุตรหลานก็ต้องเปลี่ยนไปให้ทันกับยุคสมัย ยุคสมัยที่เต็มไปด้วยเรื่องราวของสิ่งที่ดีและไม่ดี แต่สิ่งหนึ่งที่ต้องไม่เปลี่ยนคือ ความรักความอบอุ่นที่พ่อแม่มีให้ลูก มันจึงเป็นเรื่องที่ต้องทำความเข้าใจกันในทุก ๆ เรื่องราวของชีวิต เอาใจเขามาใส่ใจเรา
ความคิดเห็นที่ 22
วิตามินบี วันที่ : 18/07/2008 เวลา : 13.27 น.
http://www.oknation.net/blog/babymind
ความอ่อนน้อมถ่อมตน คืออาภรณ์ประดับกายที่งดงาม


ด้วยภาวะของสังคมปัจจุบัน
จำเป็นเหลือเกินค่ะ
ที่พ่อแม่คงต้องมีภาระเลี้ยงดูลูกอย่างใกล้ชิดยิ่งขึ้น
แต่คงไม่ใช่วิธีใกล้ชิดแบบควบคุมให้เด็กอึดอัด
อาจเป็นเรื่องยากสำหรับพ่อแม่ที่ต้องเหน็ดเหนื่อย
กับการทำงานนอกบ้าน เพราะจะหาเวลานั่งคุยดีๆกับลูกก็น้อยเต็มที คนที่ไม่มีลูกอย่างบีจึงไม่กล้าแนะนำอะไร
เพราะแต่ละบ้าน บีเชื่อว่าลูกจะนิสัยไม่เหมือนกัน
อาจใช้วิธีเลี้ยงลูกด้วยวิธีเดียวกันคงไม่ได้
แต่สิ่งที่บีรู้คือ...ลูกอยากให้พ่อแม่กอดค่ะ
อยากให้พ่อแม่แสดงความรักให้เห็น
แค่รับรู้ว่าพ่อแม่รักเรา ทำเพื่อเรา เราก็ไม่กล้าทำอะไรเหลวไหลแล้วค่ะ กลัวพ่อแม่เสียใจ

บีชอบการเลี้ยงลูกของแม่หมีอะคะ
ชอบไปอ่านวิธีคุยกับลูก
คุณแม่น้องนนท์ลองเข้าไปอ่านซิคะ

ยินดีกับคุณแม่นะคะ
ที่ความสุขคืนกลับมาสู่ครอบครัวอีกครั้ง
ความคิดเห็นที่ 21
TaTee วันที่ : 18/07/2008 เวลา : 12.46 น.
http://www.oknation.net/blog/poo

เป็นเรื่องที่มีมานาน..แต่ดูจะเกิดมากขึ้นในระยะหลัง...การสื่อสารที่ดีกับความอบอุ่นในครอบครัว น่าจะช่วยได้ครับ
ความคิดเห็นที่ 20
ทิวสน วันที่ : 18/07/2008 เวลา : 09.47 น.
http://www.oknation.net/blog/tewson
ทิวสน ชลนรา

ความอบอุ่น ความเข้าใจ ช่วยบรรเทา ช่วยแก้ไข
ตลอดรวมไปถึง ช่วยป้องกันครับ
ความคิดเห็นที่ 19
ปรีเปรม วันที่ : 18/07/2008 เวลา : 09.14 น.
http://www.oknation.net/blog/preprem

อย่าเรียกว่าหนีออกจากบ้านเลยครับ...ผมว่าเรียกว่าไปsummerดีกว่า
หนีออกจากบ้านดูรุนแรง..และเด็กฟังแล้วบั่นทอน...
ก็ต้องให้มันผ่านไป...อย่ายืนอยู่กับภาวะหนีออกจากบ้าน
บางครั้งมันก็ไม่ต้องการเหตุผลใดๆ..คือผ่านเลยไปเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
ผ่านไปซักเดือน..น้องนนท์อาจจะลืมไปแล้วก็ได้...ถ้ามีอะไรที่เค้าสนใจ..ขมักเขม้น..
....เด๋วก็กลับมา...
ความคิดเห็นที่ 18
siampatriot วันที่ : 18/07/2008 เวลา : 08.46 น.
http://www.oknation.net/blog/siampatriot
แวะมาเยี่ยมคร๊าบบบบ

พวกชอบล่อลวง ยุยง ยุแยง กับเด็ก....
น่าจับตัดลิ้นซะให้เข็ด !!!
ความคิดเห็นที่ 17
ดินดำน้ำชุ่ม วันที่ : 18/07/2008 เวลา : 08.29 น.
http://www.oknation.net/blog/derreiser

เป็นดัชนี ที่บอกอะไรได้หลายอย่าง
ความคิดเห็นที่ 16
แม่หมี วันที่ : 18/07/2008 เวลา : 07.29 น.
http://www.oknation.net/blog/mamaomme

เห็นด้วยกับคุณป้ารุ คห.ที่7
ความอบอุ่น ความเข้าใจ การพูดคุยกันช่วยลดช่องว่างระหว่างวัย ช่องว่างระหว่างความคิดทุกครั้งที่เขามีความคับข้องใจ เขาจะรู้ได้เองค่ะว่าพ่อแม่เป็นที่ปรึกษาที่ดี สำหรับกรณีน้องนนท์คงไม่เกิดขึ้นอีกแล้วค่ะ น้องได้รับรู้ว่าที่สุดแล้วบ้านคือที่ปลอดภัยสำหรับเขา ดีใจด้วยนะคะที่ของรักที่สุดในชีวิตกลับมาสู่อ้อมอก
ความคิดเห็นที่ 15
สายธาร วันที่ : 18/07/2008 เวลา : 07.24 น.
http://www.oknation.net/blog/cyberfrogy
Placing the condition of happiness upon society, Is dangerous.


สร้างกำแพง...แห่งธรรม..ความรักและอบอุ่นในบ้านให้แข็งแกร่งครับ...จะไม่มีคำว่า “หนีออกจากบ้าน!!!”
ความคิดเห็นที่ 14
ปลิวลม วันที่ : 17/07/2008 เวลา : 21.43 น.
http://www.oknation.net/blog/pliewlom

เด็กดื้อ คือ เด็กฉลาด เด็กไม่เคารพวินัย คือ เด็กที่มีเสรีในตัวเอง เด็กที่กล้าเถียง คือเด็กที่สามารถแสดงออก แต่เราจะมีวิธีอย่างไร ที่ให้เขารู้จักทำในสิ่งเหล่านี้อย่างมีศิลปะ และไม่ขัดต่อมาตรการทางสังคม อันนี้น่าคิด
ความคิดเห็นที่ 13
ปลิวลม วันที่ : 17/07/2008 เวลา : 21.39 น.
http://www.oknation.net/blog/pliewlom

เราต้องมีบ้านให้เขาหนีนะ เช่นหนี ไปบ้าน ปู่ บ้านย่า บ้านอา บ้านลุง หรือ บ้านเพื่อนที่เราคุ้นเคย อิอิ พ่อแม่ต้องมีกุศโลบายในการเลี้ยงลูก เพราะเมื่อเป็นเด็กเวลาขัดใจกับคุณพ่อ คุณแม่ ก็จะหนี ไปอยู่กับคุณยาย หรือ คุณน้าเป็นประจำ พอทะเลาะกับคุณยายก็กลับบ้าน เป็นอย่างนี้เป็นประจำ คุณพ่อคุณแม่ ก็ดูเหมือนจะโอเคในเรื่องนี้ แต่ไม่เคยไปที่อื่น เพราะไม่ไว้ใจใครเท่ากับญาติพี่น้อง
ความคิดเห็นที่ 12
น้องจ๋า วันที่ : 17/07/2008 เวลา : 21.19 น.
http://www.oknation.net/blog/nongjar
อย่าแวะทักนะ....เดี๋ยวจะหลงรัก..น้องจ๋า

เคยคิดค่ะ เพราะเป็นลูกคนเดียว ขอไปไหน ก็ไม่ให้ไป
อยากไปสนุกกับเพื่อนๆกลางคืนก็ไม่ได้ เคยคิดจะไปอยู่กับเพื่อนเหมือนกัน แต่พอแม่รู้ แม่ใช้แผนอ่อนเข้าหา
เลยไม่คิดหนีอีกค่ะ

ตอนนี้รู้แล้วว่าพ่อแม่รักเรา โดยไม่มีข้อแม้ ใดๆทั้งสิ้น
กอดพ่อ กอดแม่ทุกวันค่ะ
และไม่คิดว่าจะไปไหนรอด
ความคิดเห็นที่ 11
จินตนากาล วันที่ : 17/07/2008 เวลา : 20.50 น.
http://www.oknation.net/blog/Manake


ตอนนี้ยังสนุก..โตมาก็จะรู้สึกเองกับอดีตที่ผ่านมา..แล้วก็จะบอกกับตัวเองว่าไม่น่าเลยเรา
ความคิดเห็นที่ 10
รวงข้าวล้อลม วันที่ : 17/07/2008 เวลา : 20.44 น.
http://www.oknation.net/blog/roungkaw
กัลยาณมิตร    เป็นสิ่งหาง่ายเสมอ   แค่รู้จักคำว่า....ให้....และคำว่า...รับ 

หัวใจเด็ก ย่อมเข้าถึงยาก ..เป็นของธรรมดาค่ะ ความศรัทธามาก่อนความรักค่ะ ทำให้เด็กศรัทธา อันนี้มีค่ามากที่สุด จะเป็นใครก็ได้ ถ้าเด็กศรัทธา สั่งอะไรเค้าก็ทำค่ะ ...

และประเด็นสำคัญ ทำอย่างไรให้เด็กศรัทธา ....ตรงนี้หล่ะสำคัญมาก บางครั้งต้องยอมพบกันครึ่งทางกับเค้า น้อมรับความชอบของเค้า ...ถ้าความชอบของเค้าไม่เลวร้ายจนเกินไป บางครั้งผู้ใหญ่ก็ต้องยอมๆบ้างนะคะ ....และที่สำคัญสิ่งที่เด็กชอบ มักจะเป็นเรื่องไร้สาระ ทำอย่างไร ผู้ใหญ่จึงจะค่อยๆแปลงความไร้สาระอันนั้นของเค้าให้กลายมาเป็นสาระ โดยเค้าไม่รู้ตัว นี่หล่ะค่ะ เรือ่งที่ทำยากสำหรับผู้ใหญ่ แต่ในยุคนี้ จำเป็นต้องทำค่ะ
ความคิดเห็นที่ 9
คนโทใส่น้ำ วันที่ : 17/07/2008 เวลา : 20.23 น.
http://www.oknation.net/blog/konto
    http://www.oknation.net/blog/konto2    

สมัยผมนั้นมิได้เป็นแฟชั่น
แล้วก็ไม่น่าจะเรียกว่าหนี เพราะเดินออกมาต่อหน้าต่อตากันเลย
http://www.oknation.net/blog/konto/2008/07/15/entry-1
ความคิดเห็นที่ 8
samcamera วันที่ : 17/07/2008 เวลา : 20.05 น.
http://www.oknation.net/blog/townhouse

เด็กสมัยนี้เขาเห็นเพื่อนดีกว่าพ่อแม่หรือญาติพี่น้อง

ต้องให้โดน.....ก่อนถึงจะสำนึก
ความคิดเห็นที่ 7
ป้ารุ วันที่ : 17/07/2008 เวลา : 19.45 น.
http://www.oknation.net/blog/paaru

ป้ารุยังมั่นใจในสถาบันครอบครัวค่ะ
เด็ก ๆอาจคิดอะไรที่แตกต่างจากเรา
คิดอะไรอย่างคนด้อยประสบการณ์
แต่ถ้าเขามีความเชื่อว่าคุณพ่อคุณแม่รักเขาเสมอ
แม้เขาจะพลั้งเผลอไปบ้าง แต่ในที่สุดเขาก็จะรู้
มีความสุขมาก ๆ นะคะ
ความคิดเห็นที่ 6
ซันตะวันยิ้ม วันที่ : 17/07/2008 เวลา : 19.23 น.
http://www.oknation.net/blog/suntawanyim

สร้างความกดดันมากเกินไปเด็กก็จะเกิดแรงปะทุได้ง่าย
ผ่อนคลายบ้าง เข้มบ้าง อย่างเข้าใจกัน
ความคิดเห็นที่ 5
a r t l e k l e k วันที่ : 17/07/2008 เวลา : 17.34 น.
http://www.oknation.net/blog/artleklek
เขียนในสิ่งที่คิด...ผิดก็ช่าง...ไม่ผิดก็ช่าง!!..

สวัสดีค่ะ เราเป็นเพื่อนของครูแผนน่ะค่ะ ไม่รู้ว่าเราได้เคยเจอกันบ้างหรือปล่าว ยังไงก็ยินดีที่มีโอกาสได้ทำความรู้จักกันนะคะ

ตอนเด็กๆ เด็กมากๆ สัก ป. 1 ป.2 เราเคยหนีออกจากบ้าน
ยังจำความรู้สึกตอนนั้นได้ ว่ารู้สึกต้องหนี ต้องประท้วง
ต้องหยั่งความรู้สึกพ่อว่ายังรักเราไหม
คือโดนพ่อดุ แล้วก็ถูกตีทำโทษ ทั้งๆที่โดนตีบ่อยๆ
แต่วันนั้นไม่รู้ทำไมว่า ต้องออกจากบ้าน ทั้งๆที่ไม่เคยคิดว่าจะต้องออก

ความที่เป็นเด็ก ไม่มีที่ให้ไป เป็นบ้านสวน ในสวนจะมีหลุมหลบภัย
ซึ่งแม่บอกว่าเป็นหลุมสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2
เราก็หนีออกจากบ้าน แล้วไปแอบอยู่ในหลุม ห่างจากบ้านประมาณ 50 เมตร สามารถมองผ่านพุ่มไม้มาที่บ้านได้
เรามองเห็นภาพ แม่ พ่อ เครียด กลุ้ม ต่างคนต่างแบ่งหน้าที่การค้นหา เราเห็นภาพว่าพ่อเป็นห่วงเรามากเพียงใด
แต่ความเป็นเด็กที่ดื้อ ก็ไม่ยอมขึ้นจากหลุม เรารอจนพ่อออกจากบ้าน เพื่อออกไปตามหาเรา เราถึงจะย่องกลับไปซ่อนตัวบนห้องนอน
แล้วซ่อนอยู่ในห้องนอนอีกคืนนึง โดยมีพี่สาวคอยส่งข้าวส่งน้ำให้
รุ่งเช้าพ่อแม่รู้ความจริง โดนตีหนักกว่าเดิมอีก
แต่ก็ไม่เคยหนีออกจากบ้านอีก เพราะไม่มีที่ไป หลุบหลบภัยความลับก็เปิดเผยซะแล้ว

แต่เด็กเดี๋ยวนี้มีที่ไปเยอะ ไปง่าย ตามหายาก
ความคิดเห็นที่ 4
คนช่างเล่า วันที่ : 17/07/2008 เวลา : 16.20 น.
http://www.oknation.net/blog/nukpan
คนช่างเล่า....และเล่า เรื่องเก่า...

เป็นเพื่อนๆของลูกๆ
ความคิดเห็นที่ 3
ลูกเสือหมายเลข9 วันที่ : 17/07/2008 เวลา : 15.01 น.
http://www.oknation.net/blog/chai
<<==แวะไปทัก..แล้วคุณจะรักหนุ่มคนนี้

น่าสนใจนะครับ...
ผมมเข้าใจว่าเรื่องแบบนี้"ปกติ"ของวัยรุ่นยุโรป อเมริกา คือ"ออกจากบ้าน"โดยไม่หนี..หมายถึคงขออนุญาตไปจากบ้าน ไปท่องเที่ยว ไปไหนมาไหน..
แต่เกิดเหตุแบบนี้ขึ้นกับใคร ยังไงก็ไม่สบายใจ
ความคิดเห็นที่ 2
arekoy วันที่ : 17/07/2008 เวลา : 13.02 น.
http://www.oknation.net/blog/arekoy

ควรหันหน้ามาคุยกันมั่ง
อย่า พ่อไปทาง แม่ก็ไปทาง แล้วลูกจะอยู่กับใคร
ความคิดเห็นที่ 1
ฅนผ่านทาง วันที่ : 17/07/2008 เวลา : 12.19 น.
http://www.oknation.net/blog/konphantang
มุ ม ม อ ง เ ป ลี่ ย น :: ชี วิ ต ก็ เ ป ลี่ ย น ต า ม

สังคมเปลี่ยนไปตามกระแสวัฒนธรรมใหม่ๆ
การควบคุมภาวะจิตใจของตนเองและคนรอบข้างต้องดำเนินไปด้วยความระมัดระวัง

ผมเชื่อว่าสุดท้ายคนจะหันกลับมาสู่วิถีแบบเดิมๆ เมื่อได้เรียนรู้กับมันแล้วอย่างเต็มที่

ดีใจกับการเข้าใจกันอีกครั้งของสมาชิกในครอบครัวครับ
แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

Nation trip to Sakeaw.

ประทับใจจริง ๆ ค่ะ ขอบคุณมากค่ะป้ารุ...

View All
<< กรกฎาคม 2008 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30 31