*/
  • พาไล
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : [email protected]
  • วันที่สร้าง : 2013-08-26
  • จำนวนเรื่อง : 140
  • จำนวนผู้ชม : 100788
  • จำนวนผู้โหวต : 21
  • ส่ง msg :
  • โหวต 21 คน
วันพฤหัสบดี ที่ 15 มกราคม 2558
Posted by พาไล , ผู้อ่าน : 1092 , 14:34:31 น.  
หมวด : ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 2 คน BangkokSeaEvents , แม่หมี โหวตเรื่องนี้

                                                          

 

         สองสัปดาห์ที่ผ่านมามีโอกาสร่วมงานชื่นมื่นฉลองครบรอบวันเกิดหลายครั้ง ร้องเพลง Happy birthday หลายหน ลิ้มเค้กวันเกิดไปหลายรส จนอดสงสัยไม่ได้ว่าธรรมเนียมฉลองวันเกิดมีมาอย่างไร ทำไมจึงนิยม

         ค้นคว้าได้ความว่า แนวคิดฉลองวันเกิดมีขึ้นในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ด้วยทรงพระราชดำริเห็นว่า การเวียนมาบรรจบครบรอบวันคล้ายวันเกิดอีกปีหนึ่งโดยไม่เสียชีวิตไปก่อนนั้น เป็นเรื่องน่ายินดีอย่างยิ่ง ควรที่จะบำเพ็ญกุศลเพื่อประโยชน์ตนและผู้อื่น อีกทั้งเพื่อเตือนสติให้ตั้งอยู่ในความไม่ประมาทเพราะชีวิตเข้าใกล้ความตายไปอีกวาระหนึ่ง โดยส่วนพระองค์ก็ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลในวันพระราชสมภพมาตลอดตั้งแต่ยังทรงผนวช แต่เป็นการส่วนพระองค์และเป็นไปอย่างเงียบๆ  

         ส่วนงานฉลองวันเกิดเอิกเกริกนั้น มีขึ้นในหมู่เจ้านายและขุนนางช่วงปลายรัชสมัย สันนิษฐานว่ามาจากธรรมเนียมทำบุญวันเกิดของจีนที่เรียกว่า แซยิด เพราะผู้มีอำนาจสมัยนั้นใกล้ชิดกับพ่อค้าชาวจีนซึ่งนิยมทำบุญครบรอบวันเกิด ๕๐ หรือ ๖๐ ปี แรกทีเดียวอาจเป็นงานเล็กๆ แต่ผู้มีอำนาจย่อมเป็นที่นับหน้าถือตา งานบุญจึงขยายเป็นงานเลี้ยง และผู้มาร่วมงานก็มักมีของติดไม้ติดมือมากำนัลเพื่อผูกใจโยงใยสายสัมพันธ์

         แต่เค้กวันเกิดเดินทางไกลกว่านั้น ว่ากันว่ามีมาตั้งแต่สมัยชนชาติกรีกซึ่งนิยมทำขนมปังหวานหรือเค้กน้ำผึ้งบูชาเทพเจ้าในพิธีกรรมทางศาสนา เช่น งานแต่งงาน งานศพ รวมถึงงานวันเกิด แต่บางความเชื่อแย้งว่า เริ่มต้นในประเทศเยอรมนียุคกลาง เหตุจากคริสตศาสนิกชนนิยมทำขนมปังหวานบูชาพระเยซูเจ้า แต่ไม่ว่าจะมาจากความเชื่อใด เค้กวันเกิดก็คือสัญลักษณ์ความดีที่บรรจงประดิษฐ์เพื่อเป็นเทพบูชา ดังนั้นจึงต้องจุดเทียนให้ควันและแสงสว่างนำคำอธิษฐานและพลังความดีไปถึงเทพเจ้า ถึงวันนี้เค้กยังมี เทียนยังอยู่แต่คนละความหมาย

         ส่วนเพลงแฮปปี้เบิร์ดเดย์ที่เลื่องลือว่าร้องบ่อยที่สุดในโลกนั้น แจ้งเกิดเนื้อร้องและทำนองในปลายศตวรรษที่ ๑๙ โดยสองพี่น้องคุณครูชาวอเมริกันชื่อแพ็ตตี้ สมิทธิ์ ฮิลล์ (Patty Smith Hill) และมิลเดร็ด ดอริส ฮิลล์ (Mildred Doris Hill) โดยตั้งใจใช้เป็นเพลงทักทายชั้นเรียนตอนเช้า มีเนื้อเพลงเดิมว่า

          Good morning to you

          Good morning to you

          Good morning, dear children

          Good morning to all

         เพลงนี้เป็นที่นิยมเพราะร้องง่าย สนุก และยังเปลี่ยนเนื้อร้องไปใช้กับต่างคนต่างเวลาได้เหมาะเจาะ จนกระทั่งมีผู้ดัดแปลงเนื้อร้องเป็น Happy birthday to you และร้องกันกว้างขวางโดยไม่สามารถระบุต้นคิด

         ธรรมเนียมวันเกิดก็มีที่มาเช่นว่านี้ ฉลองครั้งต่อไป ชอบแบบไหนเลือกได้ตามชอบใจ หรือจะใช้เพลงภาษาไทยก็มีให้เลือกมากมาย

         สุดท้าย ... ขออ้างถึงเนื้อร้องเพลง “แฮปปี้เบิร์ดเดย์” ของศิลปินวงดนตรีนั่งเล่นเพื่อมอบให้ผู้อ่านแทนคำอวยพรฉลองครบรอบปีที่ยังมีลมหายใจ

         ขอให้สุขทั้งกาย             ขอให้สุขทั้งใจ

        อยากจะเป็นอะไร           ได้ดังใจต้องการ

        ขอให้ป่วยแป๊บเดียว      ให้เป็นหวัดสามวัน

        แล้วทุกวันจากนั้น           ขอให้เธอโชคดี

        ขอให้สดทุกคืน              ขอให้ชื่นทุกยาม

        อยากจะทำก็ทำ             ไม่อยากทำก็ไม่ทำ

        ไม่ต้องใหญ่เหนือใคร      ไม่ต้องเป็นเศรษฐี

        แต่ให้รวยความดี           ขอให้มีสุขใจ

 

 

            ขอบคุณข้อมูล

             http://th.wikisource.org/wiki

             https://th.answers.yahoo.com/question/index?qid=20121115221310AAW4uEV

 


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
BangkokSeaEvents วันที่ : 17/01/2015 เวลา : 15.15 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/scubadivingkohchang
ณ Dolphin Divers เกาะช้าง

ยึดข้อมูลเดิมมาโดยตลอดว่าการเป่าเค้กฉลองวันเกิดนั้นเพื่อทดสอบความแข็งแรงของเด็กฝรั่ง แต่พอได้อ่านความหมายของรัชกาลที่ 4 แล้วลึกซึ้งมากคะ

ความคิดเห็นที่ 2 แม่หมี ถูกใจสิ่งนี้ (1)
พาไล วันที่ : 15/01/2015 เวลา : 17.15 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/readfortheearth

จริงเลยค่ะ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
แม่หมี วันที่ : 15/01/2015 เวลา : 15.41 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mamaomme

ในอดีตพอถึงวันเกิด ตื่นเต้นและรอคอยของขวัญ มาถึงวันนี้ไม่อยากให้ถึงวันเกิดเลย เพราะมันคือแก่ไปอีกหน่งปี และชีวิตเราก็สั้นลงอีกหนึ่งปี

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน