พิมพ์หน้านี้
|
ขอบคุณสำหรับข้อแนะนำ ถ้อยคำปรึกษาจากทุกๆท่านในหน้าที่แล้วด้วยค่ะ วันนี้มาอัพบล็อกเรื่องกะหล่ำปลี ที่เป็นผักจริงๆ เนื่องจากปีที่ผ่านมาฉันขึ้นไปอยู่ดอยร่วมสองเดือน เลยได้ใกล้ชิดกับชาวม้งที่อยู่บนภูเขา
ได้ตามพวกเขาไปไร่กะหล่ำ ไร่ขิง หรือสวนลิ้นจี่ สวนท้อ และสาลี่ เห็นเบื้องหลัง น้ำพักน้ำแรง กว่าที่จะมาเป็นผัก ผลไม้ให้เราได้ซื้อทาน ต้องเดินไปไร่ขึ้นเขาลงห้วยเป็น สิบๆกิโล ออกเดินทางแต่เช้ามืด เพื่อไปรดน้ำ พรวนดิน ใส่ปุ๋ย ใส่เคมี พ่นยาฆ่าแมลง ถอนวัชพืช เทียวไปทำอย่างนี้ตลอด 3-6 เดือน กว่าจะได้ผลผลิต
อย่างกะหล่ำนี่ต้นทุนสูง เพราะโดยธรรมชาติหนอนเยอะจึงต้องพ่นยากำจัดแมลง เขาบอกว่าตกแล้วค่าปุ๋ย ค่ายาไร่ละ 2-3 หมื่น ส่วนมากกู้กองทุนหมู่บ้านมาซื้อ พอถึงหน้าเก็บเกี่ยว ก็ต้องจ้างเพื่อนบ้านมาช่วยตัด ช่วยเป๊อะ (แบกใส่ตะกร้าไม้ไผ่สาน) ออกมาจากไร่ มาใส่ท้ายรถกระบะ มีค่าขนส่งลงไปขายตลาดข้างล่างอีก กว่าจะลงไปกองขายส่งข้างล่างได้ เหนื่อยและเป็นหนี้มากมาย เพื่อจะขายได้กิโลละ 2 บาท! ปีที่ราคาดีที่สุดอยู่ที่ 4-5 บาท ลองคำนวณดู กะหล่ำหัวนึงก็หนักประมาณหนึ่งกิโล ใน 1 ตะกร้าที่จ้างชาวเขาด้วยกันหาบออกมาใส่ท้ายรถเขาคิด 1 บาท นี่ยังไม่รวมค่าเมล็ดพันธุ์ ค่าปุ๋ย ค่ายา แล้วคนปลูกกะหล่ำ จะไม่ชีช้ำกะหล่ำปลีได้อย่างไร มองไม่เห็นกำไรเลย ฉันบอกพวกเขาไปว่าที่กรุงเทพฯฉันซื้อกะหล่ำหัวละ 27 บาท และเห็นกะหล่ำของดอยคำหัวโตหน่อยขายหัวละ 68 บาท! ฉันไม่เคยคิดบ่นว่าราคาผักผลไม้แพง แต่อยากให้ที่จ่ายแพงนั้นได้ไปถึง คนลงทุน และลงแรงในสัดส่วนที่เป็นธรรม ไม่ใช่เสร็จไอ้พวกนายทุน นายหน้าโลภมาก ไม่ทำอะไรแต่ต้องการส่วนแบ่งเยอะกว่าหลายเท่า คุยกับคนปลูกขิง ปลูกลิ้นจี่ ลำใย ก็ได้ความเหมือนกัน เพราะต้องจ้างคนช่วยขุด ช่วยขนออกมาจากไร่เช่นกัน ลิ้นจี่ปีนี้ขายได้กิโลละ 4 บาท ค่าจ้างเป๊อะก็กิโลละ 1 บาทแล้ว ยังมีค่ากล่องๆละ 12 บาทที่เขาต้องซื้อบรรจุอีก ไม่เหลือกำไรอีกเช่นกัน มังคุด ลองกอง ที่ผ่านมา เห็นขาย 8 กิโล 100 ที่กรุงเทพฯ แล้วที่หน้าสวนจะเหลือเท่าไหร่ ผัก ผลไม้ สินค้าการเกษตร เป็นสินค้าชนิดเดียวที่คนผลิตไม่รู้เลยว่าปีนั้นจะได้เงินเท่าไหร่ ฟ้าฝน จะดีไหม น้ำจะท่วม ลูกเห็บจะลงหรือเปล่า เพราะบนดอยลูกเห็บตกบ่อย ตกทีผลไม้ที่กำลังติดลูกก็ร่วงหมด พอเก็บเกี่ยวแล้วก็รอพวกนายทุนมาเหมาซื้อว่าเขาจะให้ราคาเท่าไหร่ ไม่มีสิทธิกำหนดราคาเอง คุยกันเรื่องนี้ทีไรฉันกัดปากจนเจ็บด้วยความแค้นใจแทน นี่ละหรือ โลกทุนนิยม อ้างกฏดีมาน ซัพพลาย บ้าบออะไรนั่น ชาวไร่ ชาวนา ชาวเขา กระดูกสันหลังผู้ค้ำจุนประเทศชาติกำลังจะตาย เศรษฐกิจพอเพียง ที่พวกเขาไม่รู้จักหรอกว่าการมีกินมีใช้อย่างพอเพียงทั้งปีเป็นเช่นไร เพราะอดอยากยากเข็ญเหลือใจ กระทรวงเกษตร กรมวิชาการเกษตรทำอะไรกันอยู่ ประกันราคาพืชผล ได้ยินพูดมาชั่วนาตาปี สุดท้ายคนปลูกก็ยังต้องปาดเหงื่อผสมน้ำตากันอยู่ทุกปี การกดขี่ขูดรีด และที่มาของชนชั้นที่เหลื่อมล้ำ มีช่องว่างห่างกันมากเป็นเพราะคนลงแรงน้อยที่สุดในสังคมตัดแบ่งเค้กชิ้นใหญ่ที่สุดไป ไม่มีใครควบคุมสัดส่วนของความโลภนี้ให้พอดี ขณะที่คนลงแรงมากที่สุดในแผ่นดิน ไม่เคยรู้จักคำว่าสบายเป็นอย่างไร คนนี้คนโปรดเจ้าขี้มูกกรังของฉันเอง ชื่อไหมย่างค่ะ
ป.ล. ตกลงได้งานเขียนใหม่มาเล่มนึงค่ะ ขออนุญาตหายตัวไปปั่นงานส่งสักหนึ่งเดือนนะคะ อง
ป.ล. ฟังเพลงได้หรือไม่ได้อย่างไร...comment บอกด้วยนะคะ |