พิมพ์หน้านี้
|
ได้ยินเสียง พี่ๆน้องๆบ่นว่ากะหล่ำปลีเน่ามาหลายวันแล้ว เลยต้องเข้ามาอัพบล็อกหน่อย ไหนๆตอนนี้ก็ทำงานแปลอยู่ เลยขอนำงานแปลของ อาจี๊ด คุณจีระนันท์ พิตรปรีชา ที่ให้องมาเมื่อสองเดือนก่อนมาเล่าสู่กันฟังค่ะ วันนั้นอาจี๊ดบอกว่าเวลาทำงานแปลชอบเปิดเพลงบรรเลง (ขณะที่พูด Enya กำลังร้องเสียงหวานอยู่ ขณะคนฟังพากันจิบไวน์) หรือไม่ก็เพลงภาษาต่างถิ่นอย่างธิเบต ฝรั่งเศส อะไรไปเลยเพราะฟังไม่รู้เรื่องจึงไม่รบกวนสมาธิ ฉันบอกว่าเหมือนกันเลย วันหลังจะเอาเพลงภาษาต่างด้าวของฉันไปให้แกฟังบ้าง หลังจากได้หนังสือเล่มนี้มา ฉันก็วางไว้ เพราะตัดสินจากชื่อว่าคงเป็นเรื่องหวานแหวว วัยรุ่น ที่ฉันล่วงเลยอารมณ์นั้นไปนานแล้ว ฉันเพิ่งหยิบขึ้นมาอ่านไม่นานมานี้ อ่านแล้วจำต้องออกไปซื้อของตอนกลางเรื่อง แต่ใจก็ยังพะวักพะวนอยากรีบกลับมาอ่านต่อ นานแล้วที่ฉันไม่เกิดความรู้สึกเช่นนี้ เรื่องราวของเด็กสาววัยไฮสกูล 16-17 ปี ที่เข้ามาใหม่ในโรงเรียนมัธยมแห่งนั้น ฟังดูคล้ายฉากหนังอเมริกันที่เราดูๆมาใช่มั๊ยคะ....แต่เธอแปลกกว่านั้น มาลองฟังสำนวนที่อาจี๊ดแปลถึงเด็กผู้หญิงคนนี้กัน เธอเป็นสิ่งลี้ลับประจำวันนี้และพรุ่งนี้ เธอคือกลิ่นอ่อนๆของดอกกระบองเพชรที่แทบสัมผัสไม่ได้ เธอคือเงาปีกยามขยับบินของนกเค้าแมว ในใจเราพยายามจับเธอมาตีแผ่ตรึงหมุดไว้เหมือนผีเสื้อบนแผ่นกระดาน แต่เข็มเจ้ากรรมกลับสอยผ่านความว่างเปล่า แล้วเธอก็บินร่อนไปอีก ตั้งแต่การแต่งกาย....บางวันเธอก็มาในชุดคลุมยาวเฟื้อยที่ดูเหมือนเอาผ้าม่านที่บ้านมาตัดใส่ หรือบางวันเป็นเธอก็เป็นหญิงอินเดียแดง บางวันเป็นยิบซีสาวเดินถือพิณเดินบรรเลงเพลง happy birthday ให้กับนักเรียนในโรงเรียนตอนพักทานอาหารเที่ยง เธอเป็นตัวของตัวเองอย่างหลุดโลก ในขณะที่มีหัวใจเป็นนักบุญ ใครกันจะคอยอ่านประกาศบนบอร์ดเล็กๆตามร้านซุปเปอร์ หรือดูคอลัมน์กรอบจิ๋วตามหนังสือพิมพ์ท้องถิ่น ที่ประกาศหาคน หาของ หางาน ไปจนถึงประกาศข่าวมรณกรรม ข่าวส่วนตัวที่ไม่น่าสนใจเหล่านี้ เป็นข่าวใหญ่สำหรับเธอ เธอจะคอยทำการ์ดวาดด้วยมือ ส่งกำลังใจไปให้บุคคลเหล่านั้น แม้กระทั่งเอาดอกไม้ที่เก็บเองไปให้ตามงานศพของคนที่เธอไม่รู้จัก บนโลกที่คนส่วนใหญ่ต่างอ้างอิง กรอบ ทำตัวให้เหมือนๆกันเพื่อความปลอดภัย เมื่อเด็กหญิงคนหนึ่งกล้าออกนอกรอยแนวนั้น คนทั่วไปจึงมองว่าเธอ เว่อร์ และเสียสติ ไม่มีใครกล้าเข้าใกล้เธอ ไม่แม้แต่ให้ความเป็นมิตรกลับ วันหนึ่งเมื่อเธอจากไป เด็กหนุ่มที่ชอบแอบมองเธอแต่ไม่กล้าเข้าใกล้ เพราะกลัวถูกสังคมบอยคอตไปด้วย จึงได้ประจักษ์แก่หัวใจ เขาเป็นคนค้นพบว่าที่เธอแต่งตัว พิลึก อย่างนั้นเพราะว่าแม่ของเธอมีอาชีพเย็บชุดให้กับคณะละคร ด้วยความอยากตามหาเธอเขาจึงไปหาลุงชราคนหนึ่งที่เธอชอบแวะไปคุยเป็นประจำ ลุงคนนั้นสรุปความเป็นเธอให้ฟังว่า เด็กดาวนี่หายากนะ ตรงจุดเริ่มต้นของสรรพสิ่งมีดาวเข้ามาเกี่ยวข้อง ดวงดาวคือแหล่งที่มาของอะไรต่างๆที่ประกอบขึ้นมาเป็นตัวเรา ตัวตนดั้งเดิมของเราน่ะมาจากดวงดาว ถูกมั๊ย
นานๆทีเราถึงจะเจอใครสักคนที่ยังล้าหลัง ใครสักคนที่ยังยืนอยู่ใกล้จุดเริ่มต้นมากกว่าเรา และยังสามารถสัมผัสสัมพันธ์กับส่วนประกอบดั้งเดิมที่สร้างเราขึ้นมา อ่านจบแล้วแต่นอนไม่หลับ นอนนึกถึง ตัวตนดั้งเดิม ของตัวเอง โลกที่วิวัฒนาการไปหลายหมื่นล้านปี แต่ฉันก็คงเป็นอีกคนที่ยังล้าหลัง ไม่ต่างจากวันที่เกิดบิ๊กแบง สสารเดิมยังคงอยู่ ไม่ว่าฉันจะเคยมาจากดาวไหนก็ตาม เราทุกคนก็เช่นกัน ลองค้นให้ลึกไปในดวงจิต แล้วคุณจะสัมผัสกับอิสระ เสรีภาพ และมนุษยธรรมนั้นได้ เหมือนที่เราเคยเป็นเมื่อหลายหมื่นล้านปีมาแล้ว
ขอบคุณ อาจี๊ด จีระนันท์ ที่มอบหนังสือแง่คิดดีๆมาให้ค่ะ
|