พิมพ์หน้านี้
|
23 มิถุนายน 2551 15:19 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้เชิญนายอนุสรณ์ วงศ์วรรณ รมว. วัฒนธรรม พร้อมด้วยนายเกรียงไกร สัมปัชชลิต อธิบดีกรมศิลปากร ไปชี้แจงกรณีเขาพระวิหารที่รัฐสภา อย่างเร่งด่วน ต่อนายสมัคร สุนทรเวช และคณะรัฐมนตรี (ครม.) ซึ่งกรมศิลปากรรวบรวมรายละเอียดทางวิชาการ เกี่ยวกับปราสาทเขาพระวิหารว่ามีอะไรบ้าง ที่อยู่ในเขตประเทศไทย อาทิ สระตราว ภาพสลักนูนต่ำ ที่ผามออีแดง สถูปคู่ แหล่งตัดหิน ซึ่งทั้งหมดเรียกว่าภูมิทัศน์ทางวัฒนธรรมที่เกี่ยวกับองค์ปราสาทพระวิหาร อย่างไรก็ตามเมื่อได้ชี้แจงรายละเอียดหมดแล้วขั้นตอนต่อไปกระทรวงต่างประเทศ ก็จะเป็นผู้ดำเนินการในการเสนอให้ปราสาทเขาพระวิหารเป็นมรดกโลกร่วมกับกัมพูชา
ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า ก่อนหน้านี้ทางกรมศิลปากรได้เคยเสนอให้ขึ้นทะเบียนปราสาทเขาพระวิหารเป็นมรดกโลกร่วมกับกัมพูชา แต่ข้อเสนอนี้กลับเงียบหายไป ทั้งนี้ ตามหลักวิชาการ การเสนอเป็นมรดกโลกนั้นจะไม่สามารถขึ้นทะเบียนเฉพาะตัวปราสาทได้ เพราะต้องคำนึงถึงความมีคุณค่าอยู่ที่สิ่งแวดล้อม ชุมชุนและอาคารประกอบด้วย แต่หากองค์กรยูเนสโกเห็นชอบตามที่กัมพูชาเสนอ ก็จะถือว่ามี 2 มาตรฐานทันที และยืนยันว่าที่ผ่านมา องค์กรยูเนสโกยังไม่เคยพิจารณาเห็นชอบให้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกเฉพาะสิ่งใดสิ่งหนึ่งโดยไม่พิจารณาส่วนประกอบของโบราณสถานเลย ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า การประชุมชี้แจงดังกล่าวบรรยากาศเป็นไปด้วยความเคร่งเครียด นายสมัครแสดงความไม่พอใจที่มีนักวิชาการออกมาแสดงความคิดเห็นกรณีเขาพระวิหาร รวมทั้งสั่งให้ทุกหน่วยงานงดให้สัมภาษณ์ ขอให้เป็นหน้าที่ของกระทรวงต่างประเทศในการชี้แจงเรื่องต่างๆ วันเดียวกัน ที่สำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ (สวช.) ม.ร.ว.อคิน รพีพัฒน์ นักวิชาการอาวุโส ในฐานะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ คณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ (กวช.) ให้สัมภาษณ์ก่อนเดินทางเข้าร่วมประชุมกวช. ว่า ในอดีตการที่ศาลโลกตัดสินให้ปราสาทพระวิหารตกเป็นของประเทศกัมพูชา โดยขณะนั้น ม.จ.เพลิงนภดล รพีพัฒน์ พระบิดาของตน ทรงดำรงตำแหน่งเป็นอธิบดีกรมสนธิสัญญา กระทรวงการต่างประเทศของไทย ซึ่งการที่ปราสาทพระวิหารตกเป็นของกัมพูชา ปัญหาใหญ่อยู่ที่แผนที่ของฝรั่งเศสที่จัดทำในขณะที่เป็นเจ้าของอาณานิคมในประเทศกัมพูชา ซึ่งฝรั่งเศสในสมัยล่าอาณานิคมถือเป็นมหาอำนาจที่สามารถเขียนแผนที่ตามความต้องการของตนเองได้ อย่างไรก็ตาม ในปี พ.ศ.2505 ที่ศาลโลกตัดสินนั้นฝ่ายไทยก็ไม่ได้ยอมรับและมีท่าทีประท้วงคำตัดสินของศาลโลก แต่ต่อมาการที่ฝ่ายกัมพูชารุกล้ำเข้ามาในพื้นที่โดยรอบปราสาทพระวิหาร โดยที่ฝ่ายไทยไม่ได้ทำอะไร กลับปล่อยปละละเลย "โดยส่วนตัวแล้วผมไม่เข้าใจว่าทำไมรัฐบาลไทย โดย นายนพดล ปัทมะ รมว.ต่างประเทศ จึงไปตกลงยินยอมกับกัมพูชา เพราะเรื่องปราสาทพระวิหารนั้นฝ่ายไทยไม่ควรทำอะไรที่เป็นการสนับสนุนกัมพูชาที่จะเป็นสาเหตุก่อให้เกิดความยุ่งยาก ต้องยึดจุดยืนของไทยที่มีท่าทีประท้วงคำตัดสินของศาลโลก มิฉะนั้น จะเป็นปัญหาที่ตามมาเหมือนในปัจจุบัน อีกทั้งมีประเด็นที่เชื่อมโยงกับปัญหาเรื่องเขาพระวิหารคือ การที่ก่อนหน้านี้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีเดินทางไปตีกอล์ฟกับสมเด็จฮุนเซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา และนายนพดล ได้ไปพบกับนายกฯ กัมพูชาเช่นกัน ประกอบกับมีข่าวลือเรื่องผลประโยชน์ธุรกิจน้ำมันที่เกาะกงของกัมพูชาเข้ามาเกี่ยวข้อง จึงเป็นปัญหาผลประโยชน์ ที่สำคัญผมไม่ทราบว่า รมว.ต่างประเทศของไทย ไปยอมรับข้อตกลงของกัมพูชามากน้อยแค่ไหน จะถอนได้หรือไม่ ผมเห็นว่ารัฐบาลไม่คิดก่อนทำ พอคนไทยลุกฮือขึ้นมาต่อต้านมากๆ ก็กลับลำว่าจะเสนอขึ้นทะเบียนเขาพระวิหารเป็นมรดกโลกร่วมกับกัมพูชา" ม.ร.ว.อคิน กล่าว ม.ร.ว.อคิน กล่าวอีกว่า ปัจจุบันฝ่ายรัฐบาลไทยไปตกลงนิยมอะไรเกี่ยวกับการขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลก และแผนที่ที่จัดทำขึ้นมาใหม่ก็ไม่เคยนำมาให้เราดู หากปราสาทเขาพระวิหารได้รับการประกาศขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกไปแล้ว พื้นที่โดยรอบจะมีปัญหาทันที เพราะแหล่งโบราณสถานมรดกโลกจะมีนักท่องเที่ยวตามมาเป็นจำนวนมากผ่านดินแดนฝั่งไทย และมีปัญหาเรื่องความมั่นคงเกี่ยวกับการเสียดินแดน ดังนั้น เรื่องนี้คนไทยควรลุกขึ้นมายืนยันท่าทีการเป็นเจ้าของดินแดนเขาพระวิหารต่อประชาคมโลก เพราะปัจจุบันสังคมโลกมีความแตกต่างจากอดีต และไม่ต้องเกรงกลัวอำนาจของประเทศมหาอำนาจต่างๆ ที่กดดันเรื่องอาณานิคม เนื่องจากตนคิดว่าคนไทยมีสิทธิที่จะเสนอข้อเท็จจริงและหลักฐานว่า เขาพระวิหารเป็นสมบัติของเรา การที่รัฐบาลไทยไปยินยอมง่ายๆ เป็นเรื่องที่คนทั่วไปมองว่า มีผลประโยชน์และมีเงื่อนงำในการแลกเปลี่ยนผลประโยชน์ครั้งนี้ด้วย "ในฐานะที่ผมเป็นคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ เห็นด้วยที่ทางการไทยจะเสนอการขึ้นทะเบียนเขาพระวิหารเป็นมรดกโลกร่วมกับกัมพูชาเพราะการขึ้นทะเบียนแต่เฉพาะตัวปราสาทก็ไม่เหมาะสมอยู่แล้ว เมื่อคณะกรรมการมรดกโลกตัดสินให้เป็นมรดกโลกก็ควรพิจารณาพื้นที่ทั้งหมดด้วยที่สำคัญเราต้องยืนยันแผนที่และมีจุดยืนว่า พื้นที่โดยรอบเขาพระวิหารเป็นของประเทศไทย ส่วนทางการกัมพูชามีสิทธิครอบครองดินแดนเฉพาะตัวปราสาทเขาพระวิหารเท่านั้น จะพูดว่าพื้นที่โดยรอบเป็นพื้นที่ทับซ้อนไม่ได้ เพราะตามคำตัดสินของศาลโลกพื้นที่นอกเหนือตัวปราสาทพระวิหารเป็นของไทย มิฉะนั้นจะเป็นการสร้างความสับสนและต้องมาตีความใหม่" ม.ร.ว.อคิน กล่าว จับโกหก'หุ่นเชิด'ขายชาติ กรณี"เขาพระวิหาร" |
| << | มิถุนายน 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 |
| 8 | 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 |
| 15 | 16 | 17 | 18 | 19 | 20 | 21 |
| 22 | 23 | 24 | 25 | 26 | 27 | 28 |
| 29 | 30 | |||||