พิมพ์หน้านี้
|
กรุงเทพธุรกิจ ออนไลน์ : เหตุผลหลักทำให้เศรษฐกิจ ต้องปรับตัวเข้าสู่วัฏจักรเช่นนี้ มาจากราคาน้ำมันที่ปรับเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ที่ปัจจุบันอยู่เหนือ 140 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลแล้ว ดังนั้นจึงเป็นไปในทิศทางที่ เมื่อเงินเฟ้อสูง ดอกเบี้ยธนาคารพาณิชย์ คงปรับเพิ่มไปตามทฤษฎีเศรษศาสตร์ ที่ธนาคารต้องดูแลสินเชื่อ เพื่อใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน ขณะที่เงินออมจะค่อยลดน้อยลง สิ่งที่ตามมาคือต้นทุนนำเข้าของพลังงานขยายตัวสูงขึ้น ทำให้ราคาสินค้ามีต้นทุนเพิ่มขึ้นตาม ด้านเศรษฐกิจมหภาค ปัจจัยสำคัญที่เป็นตัวแปรเข้ามาเกี่ยวข้องคือ การขาดดุลบัญชีเดินสะพัด ซึ่งเป็นผลพวงตามมาที่ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.)นิ่งนอนใจไม่ได้ ซึ่งได้ออกมาชี้ทิศทางเศรษฐกิจไทยว่าครึ่งปีหลัง จะดูแลเงินเฟ้อ และการขาดดุลบัญชีเดินสะพัดที่จะตามมา และดอกเบี้ยสูงคงเข้ามาเป็นเครื่องมือ ที่สำคัญในการดูแลนโยบายเศรษฐกิจ เพื่อไม่ให้กระทบความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ตรงกับที่"ดร.โกร่ง"ออกมาชี้ทิศทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะปัจจัยเงินเฟ้อนั้น ที่ต้นทุนที่เพิ่มขึ้น ราคาน้ำมันที่มาจากด้าน " Cost push"ไม่ใช่ "Demand Pull" ผลตามมาคือภาวะการเงินตึงตัว ดอกเบี้ยแพง "เที่ยวนี้ยังไม่ถึงขั้นฟองสบู่แตก แค่ลูกโป่งแฟบ มันเป็นอาการซึมลง ไม่ใช่แบบปี 40 ที่ระเบิดตูม แต่ครั้งนี้ค่อยซึมลงเหมือนลูกโป่งรั่ว ที่พูดไม่ได้ให้ตกใจ แต่ต้องตั้งสติ จะไม่ให้เกิดเป็นไปไม่ได้เพราะเศรษฐกิจเราเป็นประเทศเล็ก ต้องพึ่งพาการค้าระหว่างประเทศ โลกเขาลงก็ต้องลงตามฝืนไม่ได้ แต่ให้ลงอย่างมีระเบียบและลงอย่างจำเป็นต้องลง ไม่ใช่ลงเพราะไม่รู้ หรือด้อยสติปัญญาของเรา" "ดร.โกร่ง" อดีตรมว.คลัง รัฐบาล"ป๋าเปรม" ที่รึกษาเศรษฐกิจรัฐบาล "น้าชาติ"( พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ ) และรมว.คลัง รัฐบาลพล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ จบการศึกษาปริญญาตรีเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัย บินลัดฟ้าไปเรียนต่อโท เอก ที่มหาวิทยาลัยเพนซิวาเนีย สหรัฐอเมริกา เป็นลูกศิษย์นักเศรษฐศาสตร์ชื่อดัง"ลอเรนท์ ไคร์ซ" ปัจจุบันนั่งเป็นประธานกรรมการบริหาร บริษัท แอ๊ดวานซ์ อะโกร จำกัด (มหาชน) หลายๆครั้ง"ดร.โกร่ง"จะออกมาเสนอความเห็นเศรษฐกิจในช่วงที่ภาวะเศรษฐกิจเข้าสู่ "หัวเลี้ยวหัวต่อ" ก่อนที่ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) กำลังปรับนโยบายเศรษฐกิจ ทำให้ดีกรีทางความคิดทางเศรษฐศาสตร์ ของท่านมีราคาเพิ่มขึ้น ครั้งนี้ก็เช่นกัน "จารย์โกร่ง"ออกมาชี้นำหน้าที่สำคัญ"แบงก์ชาติต้องทำตัว stabilizer คือ ดอกเบี้ยจะขึ้นก็ต้องดึงไว้อย่าให้ขึ้นเร็ว เงินจะตึงก็ต้องปั๊มเงินออกมาอย่าให้มันตึง ต้องทำให้มีเงินเพียงพอ แต่เท่าที่ดูทัศนคติของ"ผู้ว่าการ"หรือ"รองผู้ว่าการฯ"แล้ว ไม่ได้เข้าใจเรื่องนี้ เพราะยังเข้าใจว่าดอกเบี้ยจะเป็นตัวปราบเงินเฟ้อ แต่จริงๆ มันเป็นผลของเงินเฟ้อ" เป็นประเด็นที่น่าคิดคือนำความรู้ทางเศรษฐศาสตร์ มาเป็นความคิดชี้นำให้สังคมเชื่อตาม ในทางรัฐศาสตร์ เรียกว่า Hegemony มากกว่าจะไปเชื่อตาม"ธนาคารชาติ" ที่มีข้อมูลมากกว่าในการตัดสินใจ ทางด้านนโยบายเศรษฐกิจ ดังนั้นเมื่อเศรษฐกิจ หรือว่ารัฐบาลอ่อนแอ ไร้ขุนพลดูแลเศรษฐกิจ ทำให้มีกระแสการหามือมาบริหารเศรษฐกิจ และ"ดร.โกร่ง"ก็จะติดโผตกเป็นกระแสข่าวเสมอมาที่จะเข้ามาดูแลด้านเศรษฐกิจ เมื่อนักข่าวสอบถาม ยัง"ดร.โกร่ง"จะมาดูแลเศรษฐกิจ มักจะได้รับคำตอบที่ไม่ต่างจากครั้งก่อนๆ ครั้งนี้ก็เช่นกันสื่อถาม"ดร.โกร่ง"ถูกทาบทามมาเป็นรมว.เศรษฐกิจ ท่านตอบว่า"ยังไม่ได้รับการทาบทาม หากจะตัดสินใจเข้ารับตำแหน่งจริง ก็จะรับอย่างไม่มีเงื่อนไข และหากจะปฏิเสธไม่รับก็จะไม่รับอย่างไม่มีเงื่อนไขเช่นกัน" ทางรัฐศาสตร์ คงเป็นต้นทุนด้านราคาชนิดหนึ่งที่"จารย์โกร่ง"ไม่ต้องลงทุนเพิ่ม หรือต้นทุนแห่งค่าเสียโอกาสแต่ประการใดเลย |
| << | กรกฎาคม 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | ||
| 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 |
| 13 | 14 | 15 | 16 | 17 | 18 | 19 |
| 20 | 21 | 22 | 23 | 24 | 25 | 26 |
| 27 | 28 | 29 | 30 | 31 | ||