• indexthai
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : indexthai@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2008-04-28
  • จำนวนเรื่อง : 288
  • จำนวนผู้ชม : 36558
  • จำนวนผู้โหวต : 64
  • ส่ง msg :
ริมฝั่งแม่น้ำมูน
เอารัดเอาเปรียบ เห็นแก่ตัว มักง่าย ไม่รับผิดชอบ กอบโกย
Permalink : http://www.oknation.net/blog/rivermoon
วันอาทิตย์ ที่ 6 กรกฎาคม 2551
รวมภาพแผนที่การเสียดินแดนไทย 14 ครั้งที่ผ่านมา
Posted by indexthai , ผู้อ่าน : 1478 , 02:14:11 น.   | หมวดหมู่ : เมล์ที่ส่งมา  
พิมพ์หน้านี้


รวมที่เสียไป มากกว่าที่เหลืออยู่


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 12
chettapat วันที่ : 19/07/2008 เวลา : 08.11 น.
http://www.oknation.net/blog/chettapat

เข้ามาดูเป็นความรู้ครับ
ความคิดเห็นที่ 11
สายสืบภาคประชาชน วันที่ : 10/07/2008 เวลา : 10.53 น.
http://www.oknation.net/blog/Anti-Corruption


ครั้งที่ 14 ต้องยืนยันให้ชัดๆ ว่า ไทยเสียอธิปไตยเหนือซากปราสาทพระวิหารแก่เขมรตามคำพิพากษาของศาลโลกในปี 2505 ทหารไทยยุคนั้นปฏิบัติตามโดยขุดเสาธงย้ายออกมา ส่วนรัฐบาลของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ประกาศขอสงวนสิทธิในการต่อสู้ทวงคืนอธิปไตยเหนือซากปราสาทพระวิหารเรื่อยมาจนกระทั่ง ไอ้นพดวย แอบไปเซ็นยกทั้งปราสาทและเขาพระวิหารให้เขมร (ครั้งแรก) เมื่อวันที่ 22 พ.ค.2551 เพื่อแลกกับผลประโยชน์ของพ่อแม้วของมัน!!
ความคิดเห็นที่ 10
INDYLOVE วันที่ : 09/07/2008 เวลา : 11.48 น.
http://www.oknation.net/blog/loveindy

อ่านแล้วน้ำตาจะไหล น้ำตามันตกใน เจ็บปวดร้าวลึก สุดจะบรรยาย...
ขอบคุณที่ทำให้เห็นภาพชัดเจนขึ้นค่ะ สำนึกของคนไทยที่ขาดหายไปหวังว่าคงจะกลับมาโดยเร็ววัน ก่อนที่วันนั้นจะไม่มีดินแดนให้เสียอีกต่อไป
โหวตให้เลยค่ะ....
ความคิดเห็นที่ 9
แพรจารุ วันที่ : 08/07/2008 เวลา : 09.35 น.
http://www.oknation.net/blog/parjaru
อยู่แบบบ้าน ๆ ในป่าเมือง

เห็นภาพชัดเจนจริง ๆ คะ ขอบคุณค่ะ
ความคิดเห็นที่ 8
ไทเซน วันที่ : 07/07/2008 เวลา : 17.57 น.
http://www.oknation.net/blog/taimahayan
สังฆะไทเซน มหาสารคาม

เรียงลำดับเห็นภาพได้ชัดเจน
สุดยอด ขออนุญาตแอบก๊อปเอาไปขยายต่อ
ความคิดเห็นที่ 7
ซันญ่า วันที่ : 06/07/2008 เวลา : 23.28 น.
http://www.oknation.net/blog/SonyaUAS


มาเป็นกำไร ทีได้รู้เรื่องราว แต่หัวใจ ขาดทุนค่ะอาจารย์
ความคิดเห็นที่ 6
คนกุลา วันที่ : 06/07/2008 เวลา : 15.24 น.
http://www.oknation.net/blog/konkula

ดู ชัดเจน เห็นภาพพจน์ เลยครับ

เคยเห็นแบบคล้ายๆกัน แต่เป็น VCD ครับ
ความคิดเห็นที่ 5
Canary วันที่ : 06/07/2008 เวลา : 09.28 น.
http://www.oknation.net/blog/ajhara

ชัดเจน ดูง่ายดีค่ะ
ความคิดเห็นที่ 4
indexthai วันที่ : 06/07/2008 เวลา : 07.09 น.
http://www.oknation.net/blog/indexthai

ข้อวิเคราะห์และข้อเสนอแนะความเห็นของท่านทูตสุรพงษ์ ชัยนาม

เรื่องแถลงการณ์ร่วมของรัฐบาลไทย-กัมพูชา ในกรณีการขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลก

สืบเนื่องจากการที่มีการจัดทำ “แถลงการณ์ร่วม” (Joint Communiqué) ระหว่างรัฐบาลไทยกับกัมพูชา โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศของไทยกับรองนายกรัฐมนตรีกัมพูชาได้ลงนามร่วมกันเมื่อวันที่ ๑๘ มิถุนายน ๒๕๕๑ เกี่ยวกับการขอขึ้นทะเบียนประสาทพระวิหารเป็นมรดกโลกซึ่งเสนอโดยกัมพูชาแต่ฝ่ายเดียว
เนื่องจากแถลงการณ์ร่วมระหว่างไทย-กัมพูชาฉบับดังกล่าวมีสถานะเป็น “สนธิสัญญา” จึงก่อให้เกิดพันธะผูกพันต่อรัฐบาลทั้งสองฝ่าย และก่อให้เกิดผลกระทบต่อประเทศไทยในหลายด้าน ดังนี้
(๑) ตามเนื้อหาข้อ ๑. ในแถลงการณ์ร่วม ซึ่งระบุว่าประเทศไทยสนับสนุนการขอขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลกตามแผนที่ที่จัดเตรียมโดยกัมพูชา ซึ่งมีเนื้อที่รวมทั้ง “ตัวปราสาท” และ “บริเวณพื้นที่โดยรอบ” จำนวนหนึ่งทางด้านทิศตะวันออกและทิศใต้ของตัวปราสาทนั้น เป็นการแสดงว่ารัฐบาลไทยยอมรับอำนาจอธิปไตยของกัมพูชาเหนือปราสาทพระวิหารอันเป็นพื้นที่ทับซ้อนระหว่างไทย-กัมพูชา
ในคดีข้อพิพาท “ประสาทพระวิหาร” ระหว่างไทย-กัมพูชาเมื่อปี ค.ศ. ๑๙๖๒ ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศได้ตัดสินให้กัมพูชามีอำนาจอธิปไตยเหนือพื้นที่ที่ “ปราสาทพระวิหาร” ตั้งอยู่เท่านั้น เนื่องจากประเทศไทยไม่เห็นด้วยกับคำพิพากษา ไทยจึงไม่ยอมรับอำนาจอธิปไตยของกัมพูชา และได้ยื่นประท้วงคำพิพากษาดังกล่าวรวมทั้งตั้งข้อสงวนไว้ โดยถือว่าประสาทพระวิหารยังอยู่ในอำนาจอธิปไตยของไทย และไทยจะกลับไปครอบครองปราสาทพระวิหารอีกเมื่อสิทธิอธิปไตยของไทยได้รับการยอมรับนับถืออีกครั้ง ข้อสงวนของไทยครอบคลุมถึงสิทธิของไทยที่มีอยู่ในขณะนั้น และ/หรือจะพึงมีในอานาคตตามกฎบัตรสหประชาชาติและธรรมนูญศาลยุติธรรมระหว่างประเทศทุกข้อบทรวมทั้งข้อ ๖๐ ซึ่งไม่มีการจำกัดเวลา ๑๐ ปีดังเช่นข้อ ๖๑ ซึ่งมักมีผู้เข้าใจที่สับสนและคลาดเคลื่อน ข้อ ๓๓ ของกฎบัตรสหประชาชาติรับรองสิทธิของประเทศคู่พิพาทอย่างกว้างขวางตามที่ไทยได้สงวนสิทธิ์ไว้
แต่เนื้อหาข้อ ๑. ในแถลงการณ์ร่วมเป็นการเพิกถอนคำคัดค้านและข้อสงวนของไทย จึงเป็นการหยิบยื่น “ปราสาทพระวิหาร” รวมไปถึง “พื้นที่รอบปราสาท” ตามที่ระบุไว้ในแผนที่แนบท้ายแถลงการณ์ร่วมให้อยู่ภายใต้อำนาจอธิปไตยของกัมพูชาโดยปราศจากเงื่อนไข
(๒) เนื่องจากแผนที่ทุกฉบับที่แนบท้ายแถลงการณ์ร่วมผูกพันรัฐบาลไทยและทำให้ไทยสูญเสียดินแดนตามเส้นเขตแดนที่ปรากฏอย่างเด่นชัดในแผนที่ที่ฝรั่งเศสหรือกัมพูชาเป็นผู้ทำขึ้นโดยเฉพาะอย่างยิ่งแผนที่ผนวก ๑ แนบท้ายคำฟ้องของกัมพูชาซึ่งปัจจุบันไทยกลับเข้าใจผิดคิดว่าเป็นแผนที่ที่ทำขึ้นโดยคณะกรรมการปักปันผสมสยาม-ฝรั่งเศส ทั้งๆ ที่ความจริงเป็นที่ประจักษ์แล้วในคดีปราสาทพระวิหารว่าไทยมิได้มีส่วนในการจัดทำและคณะกรรมการปักปันของไทยมิได้เห็นชอบหรือให้ความเห็นชอบในการจัดทำแผนที่แสดงเขตแดนดังกล่าวแต่ประการใด
นอกจากผลกระทบจากเนื้อหาในข้อ ๑. ของแถลงการณ์ร่วม แล้ว เนื้อหาในข้อ ๔. ของแถลงการณ์ร่วมยังระบุว่า ไทยกับกัมพูชาจะร่วมกันทำแผนบริหารจัดการ “พื้นที่ด้านทิศเหนือ” และ “ทิศตะวันตก” ของปราสาทพระวิหาร (ในแผนที่แนบท้ายแถลงการณ์ร่วม ใช้สัญลักษณ์ N.3) โดยแผนบริหารจัดการนั้นจะเป็นส่วนหนึ่งของแผนบริหารจัดการปราสาทและพื้นที่โดยรอบทั้งหมด ซึ่งจะต้องนำเสนอศูนย์มรดกโลกภายในวันที่ ๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๓
“พื้นที่ด้านทิศเหนือ” และ “ทิศตะวันตก” ของปราสาทพระวิหาร เป็นพื้นที่ที่กัมพูชาอ้างว่าเป็นพื้นที่ทับซ้อนโดยปราศจากพื้นฐานทางกฎหมายโดยสิ้นเชิง ทั้งนี้ เนื่องจากศาลฯ มิได้ยอมรับความถูกต้องของเส้นเขตแดนในแผนที่ผนวก ๑ ซึ่งฝรั่งเศสฝ่ายเดียวเป็นผู้กำหนด ผู้พิพากษาอย่างน้อย ๔ ท่านได้ให้ความเห็นเป็นเอกฉันท์ว่าสันปันน้ำเป็นเส้นเขตแดนระหว่างไทยกับกัมพูชาตามหนังสือสัญญาระหว่างไทยกับฝรั่งเศสเมื่อปี ค.ศ. ๑๙๐๔ ในบริเวณดังกล่าวจึงไม่มีพื้นที่ทับซ้อน ด้วยเหตุนี้ การระบุในแถลงการณ์ร่วมตามเนื้อหาในข้อ ๔. จึงอาจมีผลทำให้ประเทศไทยเสียหายและเสียเปรียบในการเยียวยาหรือแก้ไขปัญหาในพื้นที่บริเวณดังกล่าวซึ่งเป็นเขตอธิปไตยของไทยแต่ผู้เดียว ทั้งนี้ เนื่องจากการขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลกนั้นเป็นการเสนอของกัมพูชาโดยเอื้อประโยชน์แก่กัมพูชาแต่ฝ่ายเดียว
(๓) แม้ว่าในข้อ ๕. ของแถลงการณ์ร่วมจะมีเนื้อหาระบุว่า การขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลกจะไม่มีผลกระทบต่อสิทธิของฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดในการจัดทำเขตแดนร่วมกันของสองประเทศ แต่แถลงการณ์ร่วมในข้อ ๑. และข้อ ๔. ได้ส่งผลกระทบต่ออธิปไตยของไทยดังที่ได้กล่าวถึงข้างต้น เนื้อหาข้อ ๕. ในแถลงการณ์ร่วมมิได้มีผลต่อการลดหย่อนผ่อนปรนหรือป้องกันผลกระทบต่อประเทศไทยแต่อย่างใด ทั้งมิได้เป็นการยืนยันข้อสงวนซึ่งไทยทำไว้ตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๐๕
นอกจากนี้ เอกสารเปิดเผยของกระทรวงการต่างประเทศยังได้อธิบายว่า
“ตามข้อ ๑๑ วรรค ๓ ของอนุสัญญาว่าด้วยการคุ้มครองมรดกโลกทางธรรมชาติและวัฒนธรรม ได้ระบุว่า การขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกจะต้องได้รับความยินยอมจากรัฐที่เกี่ยวข้อง การขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกจะไม่เป็นผลกระทบต่อสิทธิหรืออธิปไตยของรัฐต่างๆ ที่อ้างสิทธิเหนือดินแดนที่มรดกโลกนั้นตั้งอยู่ กระทรวงการต่างประเทศจึงมีความเห็นว่า การที่กัมพูชาจะนำปราสาทพระวิหารไปขึ้นทะเบียนมรดกโลกจึงไม่มีผลกระทบต่อสิทธิเหนือดินแดนของไทยแต่อย่างใด”
แต่เมื่อตรวจสอบจากอนุสัญญาว่าด้วยการคุ้มครองมรดกโลกฯ พบว่า ในข้อ ๑๑ วรรค ๓ นั้นได้ระบุว่า การขึ้นทะเบียนมรดกโลกสำหรับสิ่งที่มีการอ้างความเป็นเจ้าของมากกว่าหนึ่งรัฐไม่ได้เป็นการละเมิดสิทธิของประเทศในการโต้แย้ง ซึ่งมีนัยแตกต่างกันอย่างมากกับความหมายตามข้ออธิบายของกระทรวงการต่างประเทศไทย กล่าวคือ อนุสัญญาว่าด้วยการคุ้มครองมรดกโลกฯ ไม่ได้ให้การคุ้มครองสิทธิหรืออธิปไตยของรัฐเหนือดินแดนตามคำอธิบายของกระทรวงการต่างประเทศ เพียงแต่ไม่เพิกถอนสิทธิในการโต้แย้งของไทยเท่านั้น แต่กระนั้น ผลที่ตามมาคือคำโต้แย้งนั้นๆ จะเปลี่ยนสภาพเป็นอ่อนลงจนสิ้นสภาพไปโดยสิ้นเชิง อนึ่ง หากไม่ถือว่าเป็นการกระทบกระเทือนสิทธิหรืออธิปไตยของรัฐที่เกี่ยวข้องคือไทยและกัมพูชาเหนือพื้นที่ที่ปราสาทพระวิหารตั้งอยู่ ตลอดจนพื้นที่รอบตัวปราสาทหรือเขตต่อเนื่องจริงตามคำชี้แจงของกระทรวงการต่างประเทศไทย กัมพูชาก็ไม่สมควรที่จะคัดค้านการขอขึ้นทะเบียนร่วมกันกับไทยเพราะกัมพูชามิได้สูญเสียสิทธิ์โต้แย้งแต่อย่างใดหากจะมีการจดทะเบียนร่วมกัน
อนึ่ง แถลงการณ์ร่วมมีสถานะเป็น “สนธิสัญญา” ตามเงื่อนไขที่ระบุไว้อย่างชัดเจนในอนุสัญญากรุงเวียนนา ค.ศ. ๑๙๖๙ ว่าด้วยกฏหมายสนธิสัญญา กล่าวคือ ความตกลงระหว่างรัฐซึ่งทำขึ้นเป็นลายลักษณ์อักษรภายใต้บังคับของกฎหมายระหว่างประเทศ ไม่ว่าจะเรียกว่าปฏิญญา พิธีสาร หนังสือแลกเปลี่ยน บันทึกช่วยจำ หรือแถลงการณ์ร่วม ฯลฯ ซึ่งมีผลผูกพันประเทศที่แถลงร่วมกันในฐานะภาคีคู่สัญญา ถือว่าเป็น “สนธิสัญญา” ทั้งสิ้น ทั้งนี้ รวมทั้งข้อตกลงในเรื่องการเมือง การเศรษฐกิจ การค้า วัฒนธรรม หรือสังคม ฯลฯ
ฉะนั้น แถลงการร่วมไทย-กัมพูชา ลงวันที่ ๑๘ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๕๑ จึงเป็นหนังสือสัญญาตามบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญ ๒๕๕๐ มาตรา ๑๙๐ ที่จำเป็นต้องได้รับความเห็นชอบจากรัฐสภาก่อนดำเนินการ ทั้งนี้ ผู้เชี่ยวชาญด้านกฏหมาย อาทิ ศ. ดร. อดุลย์ วิเชียญเจริญ และ ศ. ดร. สมปอง สุจริตกุล ฯลฯ ได้วิเคราะห์และให้ข้อสรุปตรงกันในประเด็นนี้ ถึงกระนั้นก็ตาม กระทรวงการต่างประเทศไทยก็ยังคงยืนกรานว่าแถลงการณ์ร่วมไม่เป็นหนังสือสัญญาตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐

ข้อเสนอเกี่ยวกับการดำเนินการเยียวยาและแก้ไขปัญหา
๑. เนื่องจากแถลงการณ์ร่วมระหว่างประเทศไทยกับกัมพูชาซึ่งลงนามเมื่อวันที่ ๑๘ มิถุนายน ๒๕๕๑ โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของไทยกับรองนายกรัฐมนตรีของกัมพูชา มีสถานะเป็น “สนธิสัญญา” ซึ่งประเทศไทยได้ไปลงนามโดยมิชอบ และมิได้มีการปฏิบัติตามบทบัญญัติมาตรา ๑๙๐ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. ๒๕๕๐ และที่สำคัญอย่างยิ่ง เนื้อหาในแถลงการณ์ร่วมดังกล่าวมีเนื้อหาเป็นการสร้างพันธะผูกพันที่สร้างผลกระทบต่ออำนาจอธิปไตยของไทยเหนือดินแดนแห่งราชอาณาจักรไทย ดังนั้น รัฐบาลไทยควรดำเนินการประกาศให้ทราบทั่วกันว่าแถลงการณ์ร่วมฉบับนี้ไม่มีผลผูกพันประเทศไทย และเพื่อป้องกันมิให้เกิดการเข้าใจคลาดเคลื่อนอีก รัฐบาลไทยจำเป็นต้องแจ้งยกเลิกและเพิกถอนแถลงการณ์ร่วมดังกล่าวโดยด่วนที่สุด ซึ่งไทยมีสิทธิเต็มที่ที่จะกระทำได้ ทั้งนี้เพื่อมิให้กัมพูชานำไปอ้างว่าเป็นข้อผูกพันอีกสืบไป
๒. รัฐบาลไทยควรดำเนินการผลักดันการขึ้นทะเบียนประสาทพระวิหารเป็นมรดกโลกร่วมระหว่างประเทศไทยและประเทศกัมพูชา ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการส่งเสริมความสัมพันธ์ทางวัฒนธรรมและเศรษฐกิจระหว่างไทย-กัมพูชา นอกจากนั้น ยังช่วยลดปัญหาข้อขัดแย้งในด้านอาณาเขต และทำให้การบริหารจัดการพื้นที่มรดกโลกเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพด้วยไมตรีจิตซึ่งสองประเทศพึงรักษาไว้ร่วมกัน
๓. รัฐบาลต้องแสดงให้เห็นว่าประเทศไทยมีอำนาจอธิปไตยเหนือพื้นที่ซึ่งกัมพูชาอ้างว่าเป็นของตน พื้นที่ทับซ้อนระหว่างไทยและกัมพูชามีอยู่เฉพาะพื้นที่ที่ปราสาทพระวิหารตั้งอยู่ อันได้แก่ตัวปราสาทพระวิหารโดยไม่รวมบริเวณโดยรอบและเขตต่อเนื่อง ในปัจจุบันปรากฏว่าชาวกัมพูชาได้ไปปลูกโรงเรือน ตลาดและสร้างวัดในบริเวณดังกล่าว ฉะนั้น เพื่อเป็นหลักฐานในการแสดงอำนาจอธิปไตยของไทยเหนือพื้นที่ สิ่งที่รัฐบาลไทยควรดำเนินการในขั้นต้นคือ เรียกเก็บภาษี และค่าเช่าที่ดินจากชาวกัมพูชาที่เข้ามาใช้ประโยชน์ในพื้นที่ซึ่งอยู่ภายใต้อธิปไตยไทย
ความคิดเห็นที่ 3
วิกูล วันที่ : 06/07/2008 เวลา : 03.35 น.
http://www.oknation.net/blog/wikulponang

ดีมากครับ...คนไทยต้องรู้
หลายคนได้ฟังมาว่าเราเสียดินแดน แต่ไม่เห็นภาพ
ได้เห็นแบบนี้เข้าใจ
ผมจะนำไปศึกษาก่อน
แล้วจะนำเสน่อต่อๆให้นะครับ
ความคิดเห็นที่ 2
เด็กโดม วันที่ : 06/07/2008 เวลา : 02.51 น.
http://www.oknation.net/blog/3anchors31

สุดยอด
ความคิดเห็นที่ 1
ปลิวลม วันที่ : 06/07/2008 เวลา : 02.19 น.
http://www.oknation.net/blog/pliewlom


แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< กรกฎาคม 2008 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30 31