พิมพ์หน้านี้
|
นายสมชัย สัจจพงษ์
นายสมชัย สัจจพงษ์ ที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจการคลังในฐานะโฆษกกระทรวงการคลังแถลงฐานะการคลังของรัฐบาลตามระบบกระแสเงินสด ช่วง 9 เดือนแรกปีงบประมาณ 2551 ว่า รัฐบาลมีรายได้นำส่งคลังทั้งสิ้น 1,149,866 ล้านบาท สูงกว่าช่วงเดียวกันปีงบประมาณ 2550 จำนวน 79,793 ล้านบาท หรือร้อยละ 7.5 ซึ่งภาษีที่จัดเก็บได้เพิ่มขึ้นในอัตราสูง ได้แก่ ภาษีเงินได้นิติบุคคล ภาษีมูลค่าเพิ่ม และภาษีเงินได้ปิโตรเลียม และอากรขาเข้า ส่วนการเบิกจ่ายเงินงบประมาณของรัฐบาลมีจำนวน 1,220,082 ล้านบาท สูงกว่าช่วงเดียวกันปีงบประมาณ 2550 จำนวน 65,338 ล้านบาท หรือร้อยละ 5.7 แบ่งเป็นรายจ่ายจากงบประมาณปีปัจจุบัน 1,134,057 ล้านบาท สูงกว่าช่วงเดียวกันงบประมาณ 2550 ร้อยละ 6.5 คิดเป็นอัตราการเบิกจ่ายร้อยละ 68.3 ของวงเงินงบประมาณ 1.66 ล้านล้านบาทสูงกว่าช่วงเดียวกันปีงบประมาณ 2550 เล็กน้อย ซึ่งมีอัตราการเบิกจ่ายร้อยละ 68.0 ของวงเงินงบประมาณ 1.5662 ล้านล้านบาท และรายจ่ายจากงบประมาณปีก่อน 86,025 ล้านบาท ต่ำกว่าช่วงเดียวกันปีงบประมาณ 2550 ร้อยละ 3.9 ทั้งนี้ ผลจากการนำส่งรายได้ภาษีเงินได้นิติบุคคลจากกำไรสุทธิรอบสิ้นปีบัญชีปี 2550 ที่เหลื่อมรับจากเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา ส่งผลให้รัฐบาลขาดดุลเงินงบประมาณ 70,216 ล้านบาท และเมื่อรวมกับดุลเงินนอกงบประมาณที่ขาดดุลจำนวน 35,588 ล้านบาท ทำให้รัฐบาลขาดดุลเงินสดทั้งสิ้น 105,804 ล้านบาท ซึ่งรัฐบาลชดเชยการขาดดุลดังกล่าวโดยการออกพันธบัตรและตั๋วสัญญาใช้เงินรวม 151,891 ล้านบาท นายสมชัย กล่าวถึงฐานะการคลังเดือน มิ.ย.ที่ผ่านมา ว่า รัฐบาลมีรายได้นำส่งคลัง 273,314 ล้านบาท สูงกว่าเดือนเดียวกันปีที่แล้ว 13,408 ล้านบาท หรือร้อยละ 5.2 ซึ่งนอกจากมีรายได้จากการชำระภาษีเงินได้นิติบุคคลรอบสิ้นปีบัญชี 2550 และภาษีมูลค่าเพิ่มที่ขยายตัวในอัตราที่สูงอย่างต่อเนื่องแล้วการนำส่งรายได้ของรัฐวิสาหกิจยังเพิ่มขึ้นมาก เนื่องจากได้รับรายได้ของค่าธรรมเนียมการให้บริการการสื่อสารเพื่อชดเชยภาษีสรรพสามิตฯ ที่ค้างชำระในปีก่อนของบริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) และ บมจ.กสท โทรคมนาคม ส่วนการเบิกจ่ายงบประมาณของรัฐบาลมีจำนวน 143,198 ล้านบาท ต่ำกว่าเดือนเดียวกันปีที่แล้ว 21,183 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 12.9 เนื่องจากช่วงที่ผ่านมาได้มีการเร่งเบิกจ่ายงบประมาณอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในส่วนของเงินอุดหนุนให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) และจากรายได้นำส่งคลังและการเบิกจ่ายเงินงบประมาณของรัฐบาลข้างต้น ส่งผลให้ดุลเงินงบประมาณในเดือน มิ.ย. 2551 เกินดุล 130,116 ล้านบาท เมื่อรวมกับดุลเงินนอกงบประมาณขาดดุล 32,721 ล้านบาท เป็นผลจากการไถ่ถอนตั๋วเงินคลังสุทธิ 28,000 ล้านบาท ทำให้ดุลเงินสดเกินดุลจำนวน 97,395 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม รัฐบาลได้กู้เงินด้วยการออกพันธบัตรจำนวน 19,000 ล้านบาท เพื่อรักษาความต่อเนื่องของการพัฒนาตลาดตราสารหนี้ อย่างไรก็ดี กระทรวงการคลังคาดว่า การเร่งเบิกจ่ายงบประมาณในช่วง 3 เดือนที่เหลือของปีงบประมาณ 2551 จะส่งผลให้การขาดดุลเงินงบประมาณทั้งปีใกล้เคียงกับเป้าหมายที่ตั้งไว้ 165,000 ล้านบาท |
| << | กรกฎาคม 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | ||
| 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 |
| 13 | 14 | 15 | 16 | 17 | 18 | 19 |
| 20 | 21 | 22 | 23 | 24 | 25 | 26 |
| 27 | 28 | 29 | 30 | 31 | ||