• R_leng
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : o_o_rlang@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-12-18
  • จำนวนเรื่อง : 17
  • จำนวนผู้ชม : 1698
  • จำนวนผู้โหวต : 8
  • ส่ง msg :
more
R_leng
บทความ
Permalink : http://www.oknation.net/blog/rleng
วันอังคาร ที่ 4 มีนาคม 2551
บ้านโนนสูง
Posted by R_leng , ผู้อ่าน : 201 , 14:59:51 น.  
พิมพ์หน้านี้


ประวัติบ้านโนนสูง

 

บ้านโนนสูง ตำบลบึงบอน อำเภอยางชุมน้อย จังหวัดศรีสะเกษ  ไม่มีผู้ใดทราบประวัติความเป็นมาแน่ชัด และไม่มีหลักฐานที่เป็นลายลักษณ์อักษร มีแต่เพียงคำบอกเล่าของคนเฒ่าคนแก่ที่เล่าสู่กันฟังปากต่อปากมาเรื่อยๆเท่านั้น  ตามคำบอกเล่าดังกล่าว  บ้านโนนสูงก่อตั้งมาแล้ว 200 ปีเศษ (ไม่มีใครจำพ.ศ.ได้) ในคราวนั้นมีคนหลายเผ่าพันธุ์  เช่น เผ่าขอม ข่า กุลา ชาวขอม เป็นผู้ที่มาก่อตั้งบ้านโนนสูง ตามคำบอกเล่า ชาวขอมในสมัยนั้นใหญ่สูงถึง 8 ศอก ร่างกายแข็งแรงผิวดำเป็นส่วนใหญ่ ชอบสักลายตามตัวเป็นภาษาขอม ลงน้ำมันเสือโคร่ง ตามความเชื่อของเขาว่าอยู่ยงคงกระพัน ชนกลุ่มนี้ย้ายมาจากทางเขมรต่ำประมาณร้อยคนเศษ ในจำนวนนี้มีคนเก่งอยู่หนึ่งคน คือ เก่งทางด้านไสยศาสตร์ สักลายตามตัว อยู่ยงคงกระพัน แถมยังรู้จักยาสมุนไพรรักษาโรคให้พรรคพวกอีกด้วย พรรคพวกจึงยกให้เป็นหัวหน้าหรือเป็นใหญ่ในคนหมู่นั้น คนในสมัยนั้นจึงเรียกคนที่เป็นใหญ่ว่า “อั่นยา” หรือพระยานั่นเอง ขอมพวกนี้อพยพมาเรื่อยๆ เดินทางโดยการเดินเท้า บุกป่าฝ่าดง (ไม่มีถนน) ไม่มีรถช่วยในการขนย้ายสัมภาระเหมือนคนในสมัยนี้ การเดินทางลำบากมาก เสบียงอาหารก็แบกหามตามกำลังของใครของมัน ค่ำมืดตรงไหนพักนอนตรงนั้น การอพยพย้ายถิ่นฐานในครั้งนี้หมายจะหาที่ทำเลเหมาะสมในการที่จะตั้งถิ่นฐานบ้านเมืองและเหมาะที่จะประกอบอาชีพ ทำเรือกสวนไร่นา พอมาถึงตรงที่ตั้งบ้านโนนในปัจจุบันนี้ อั่นยาผู้นี้จึงสั่งให้ลูกน้องหยุดและเดินสำรวจสภาพพื้นที่ทั่วไปว่ามีความอุดมสมบูรณ์เหมาะที่จะก่อตั้งบ้านเมือง จึงสั่งให้ลูกน้องและบ่าวไพร่ได้จัดตั้งฐานทัพ จัดทำที่พักอาศัยชั่วคราวขึ้น โดยขุดดินขึ้นมาถมที่ก่อน จึงทำที่พักตรงที่พูนดินขึ้นมา สถานที่ขุดดินมาถมที่พักนั้นเดี๋ยวนี้กลายเป็นหนองแต่ยังไม่มีชื่อ

          ต่อมา อั่นยาผู้นี้มีใจฝักใฝ่ทะเยอทะยานคิดที่จะสร้างบ้านสร้างเมืองให้ได้ จึงเรียกประชุมบ่าวไพร่และตกลงจะช่วยกันสร้างบ้านสร้างเมืองแต่จะต้องขุดดินถมที่ก่อน ตั้งแต่นั้นมา พวกขอมเหล่านั้นก็ได้ช่วยกันขุดดินขึ้นมาถมที่ โดยใช้จอบเสียมขุดดินใส่บุ้งกี๋ หาบหามถมที่ไปเรื่อยๆ จนเป็นที่โนนสูงใหญ่มีเนื้อประมาณร้อยไร่เศษ อีกพวกหนึ่งแยกให้ไปถมที่ในที่อีกแห่งหนึ่ง เพื่อที่จะไปก่อสร้างที่ทำการของทางราชการ ขาวบ้านโนนเรียกที่ตรงนั้นว่า “โนนศาลา” จนตราบเท่าทุกวันนี้ ปัจจุบันโนนดังกล่าวอยู่ทางทิศเหนือของบ้านโนนสูง ต่อมาพวกขอมก็ช่วยกันขุดดินถมขึ้นเรื่อยๆ โดยไม่หยุดหย่อน บางคนล้มป่วยและเสียชีวิตไปก็มี จนนานหลายปีการถมที่ยังไม่แล้วเสร็จ อั่นยาก็มาป่วยสุดที่จะเยียวยารักษาได้ ในที่สุดก็ถึงแก่กรรมอยู่ในฐานพักชั่วคราวริมหนองบึงที่ขุดดินมาถมที่แห่งนั้น ชาวบ้านจึงเรียกหนองบึงแห่งนั้นว่า “หนองอั่นยา” จนตราบเท่าทุกวันนี้

          เมื่ออั่นยาถึงแก่กรรมแล้ว ขอมพวกนั้นก็หยุดถมที่แล้วแยกย้ายกันไปคนละทิศละทางไม่ทราบว่าไปที่ใด สถานที่ที่ขอมพูนดินเอาไว้เป็นโนนว่างเปล่าไม่มีผู้ใดอาศัยอยู่ ชาวบ้านก่อ ที่อยู่ห่างจากโนนว่างเปล่านี้ประมาณหนึ่งกิโลเมตรครึ่ง เกิดโรคระบาดผู้คนล้มตายเป็นจำนวนมาก ในสมัยนั้นถ้าหากมีคนตายติดต่อกันหลายๆคนเขาเรียกว่า “บ้านเดือด” อยู่ที่เดิมต่อไปไม่ได้ ชาวบ้านก่อจึงย้ายบ้านเรือนมาตั้ง ณ โนนว่างเปล่าแห่งนั้น และให้ชื่อว่า “บ้านโนนสูง” ตราบเท่าทุกวันนี้

          ต่อมามีชาวบ้านยาง บ้านเขียง (บางส่วน) บ้านหาดอพยพมาอยู่ร่วมกัน เป็นหมู่บ้านที่ขยายใหญ่โตขึ้น และชาวบ้านโนนสูงได้ร่วมกันก่อตั้งวัดบ้านโนนสูงขึ้นในราวปี พ.ศ. 2332

 

 

ประวัติความเป็นมา

         

เมื่อปี พ.ศ. 2491 มีผู้ค้นพบในหนังสือพื้นเมืองจากวัดทุ่งศรีเมือง จังหวัดอุบลราชธานี พอจะเป็นหลักฐานอ้างอิงได้ว่าประวัติความเป็นมาของบ้านโนนสูงน่าจะมาจากการอพยพของประชาชนชาวลาวเวียงจันทน์ สู่หนองบัวลำภูหรือนครเขื่อนขันกาบแก้วบัวบานในสมัยนั้น ปัจจุบันเป็นจังหวัดหนองบัวลำภู แต่ผู้เรียบเรียงจะกล่าวถึงเฉพาะความเป็นมาในการจัดตั้งบ้านโนนสูงเท่านั้น ที่กล่าวว่ามาจากหนองบัวลำภูนั้น อยากให้ผู้อ่านได้ทราบว่าประวัติของหมู่บ้านโนนสูงนั้นมีประวัติความเป็นมายาวนานมาก เป็นเชื้อสายมาจากลาวเวียงจันทน์ มาตั้งถิ่นฐานในประเทศไทยในราวปี พ.ศ. 2334 ท้าวคำผง ท้าวทิดพรม ซึ่งเป็นบุตรของพระตา ส่วนท้าวก่ำเป็นบุตรของพระวรราชภักดี (พระวอ-พระตา เป็นพี่น้องกัน) เป็นเสนาบดีที่ยกย่องให้พระเจ้าศิริบุญสารได้เป็นกษัตริย์ผู้ครองเมืองศรีสัตนาคนหุตหรือนครเวียงจันทน์ ในสมัยนั้นต่อมาพระเจ้าศิริบุญสารได้ยกย่องให้พระตากับพระวอ เป็นมหาอุปราช ต่อมาเกิดขัดแย้งกันแกรงว่าจะเป็นกบฏจึงกำจัดพระตากับพระวอเสีย ยังคงเหลือแต่ลูกหลาน คือ ท้าวคำผง ท้าวทิดพรมและท้าวก่ำที่เป็นบุตรของพระตากับพระวอ ท้าวคำผง ท้าวทิดพรมและท้าวก่ำ ถ้าจะอยู่หนองบัวลำภูต่อไปก็กลัวพระเจ้าศิริบุญสารจะกำจัดอีกจึงได้ชวนเอาสามพี่น้องและรวมไพร่พลจำนวนหนึ่งอพยพออกจากหนองบัวลำภู

          ประมาณปี พ.ศ. 2313-2314 โดยมุ่งหน้าหวังจะไปพึ่งนครจำปาศักดิ์ ในขณะอพยพร่นถอยลงมาเรื่อยๆ ผ่านที่ใดเป็นที่ทำเลดีๆ เหมาะที่จะตั้งหลักแหล่งตามรายทาง พวกไพร่พลก็แยกตั้งหลักแหล่งไปเรื่อยๆ เช่น ท้าวคำสิงห์ ท้าวสู ขอแยกไปตั้งถิ่นฐานที่บ้านสิงห์โคก-สิงห์ท่าหรือเมืองยโสธรอยู่ในปัจจุบันนี้ ส่วนท้าวนาม ขอแยกไปตั้งที่บ้านบึงโคลนหรือเมืองเสลภูมิจังหวัดร้อยเอ็ดในปัจจุบัน ส่วนที่เหลือก็อพยพลงมาเรื่อย โดยมีท้าวคำผง เป็นหัวหน้า มาถึงบ้านดู่  บ้านแก แขวงนครจำปาศักดิ์ ก็พากันปักหลักตั้งถิ่นฐานอยู่ตรงนั้น ต่อมาเกิดการจลาจลที่ประเทศเขมร ท้าวคำผง ได้ช่วยเจ้าพระยามหากษัตริย์ศึกปราบจลาจลที่ประเทศเขมร เมื่อปราบข้าศึกสำเร็จแล้ว สมเด็จพระเจ้ามหากษัตริย์ศึกได้ปราบดาภิเษกตนเองเป็นพระมหากษัตริย์ไทย ทรงพระนามว่าพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก ส่วนท้าวคำผง ได้นามพระราชทานว่า พระประทุมวรราช ต่อมาพระประทุมวรราช ท้างทิดพรม ท้าวก่ำ ได้ขอพระราชทานย้ายครอบครัวจากบ้านดู่บ้านแกมาอยู่ริมห้วยแจระแมหรือบ้านท่าบัวในปัจจุบัน เป็นที่ตั้ง ศวพ.ศูนย์วิชาการพัฒนาท้องถิ่นประจำภาค พ.ศ. 2329 พวกไพร่พลได้แยกย้ายตั้งบ้านเรือนตามฝั่งแม่น้ำมูล (ดงอู่ผึ้ง) ใน พ.ศ. 2334 เกิดกบฏอ้ายเชียงแก้ว ที่บ้านโองแขวง เมืองศรีธันดร (กบฏที่มีผู้นับถือมากเพราะเชื่อว่าเป็นผู้วิเศษ) ยกทัพมาล้อมนครจำปาศักดิ์ สมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกจึงโปรดเกล้าให้พระพรมภักดี (ทองอินทร์) ยกทัพจากนครราชสีมาไปปราบ แต่พระประทุมวรราช (ท้างคำผง) กับทิดพรมและท้าวก่ำอยู่ใกล้กว่าไปปราบเสียก่อนจับได้แล้วฆ่าจึงได้รับบำเหน็จความดีความชอบและได้ยกฐานนะบ้านแจระแมขึ้นเป็นเมืองอุบลราชธานี ตั้งแต่บัดนั้น ท้าวคำผงนามพระราชทานเดิม พระประทุมวรราชเป็นพระประทุมราชวงศา ทั้งท้าวทิดพรมผู้น้องได้เป็นอุปราช ท้าวก่ำบุตรชายคนโตของพระวอ เป็นพระราชวงศ์ ท้าวสุตราบุตรชายพระประทุมราชวงศาเป็นราชบุตร เมื่อได้รับพระราชทานนามแล้วได้ปรึกษาหารือกันเห็นสมควรแบ่งญาติวงศ์ไพร่พลออกไปสร้างบ้านแปลงเมือง เพื่อเป็นบริวารขอบขัณฑสีมารายรอบทุกทิศ เพื่อเป็นกำลังป้องกันข้าศึกต่อไป พระประทุมราชวงศาได้แบ่งญาติไพร่พลไปตั้งเมืองรวมทั้งหมด        5 สาย 

          สายที่ 1 ให้บุตรชายของนางอุสา ซึ่งเป็นพี่สาวของพระประทุมราชวงศานำมารดาและน้องพร้อมไพร่พลไปตั้งเมืองทางทิศเหนือของเมืองอุบล เช่น บ้านสะพือ กุดสะลอน พนา ขุหลู เขมราช อำนาจ ชานุมาณ บ้านบุ่ง ลุมพุก สะเดา ตาดทอง ยโสธร

          สายที่ 2 ท้าวศรีนาม บุตรของนางสีกา น้องสาวนางอุสา พาไพร่พลและญาติพี่น้องไปตั้งถิ่นฐานทางด้านตะวันตกของเมืองอุบล เช่น บ้านแจระแม ทุ่งขุนหนองขอน หนองไหล ปะอาว ค่าโคม หนองบ่อ ชีทวน หัวดอน สร้างถ่อ บ้านธาตุ โพนทราย ฟ้าห่วน ฟ้าหยาด พนมไพร

            สายที่ 3 ให้ท้าวเชียงเสือยกไพร่พลครอบครัวอีกส่วนหนึ่งไปตั้งที่ทางตะวันออกของอุบล เช่น บ้านด่านปากมูล ละเว คำผ่าน แก่งสะพือ พิบูลมังสาหาร

          สายที่ 4 ให้ท้าวฮด พลอาสายกไพร่พลและครอบครัวอีกส่วนหนึ่งไปตั้งทางทิศใต้ของเมืองอุบล ข้ามลำน้ำมูลไปตั้งบริเวณบ้านท่าช้าง คำน้ำแซบ คำอีรวย คำนาเป้า นาส่วง นาเยีย เมืองเดช หนองบัวจนถึงน้ำอ้อม

สายที่ 5 เป็นสายใหญ่ยาวไกล สายนี้ให้หลวงโภชนัย ท้าวนาม ท้าวสูนย์ ท้าวชม ท้าวเชียง ยกไพร่พลข้ามแม่น้ำมูลไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของเมืองอุบลผ่านห้วยขะยุงมาระหว่างแม่น้ำมูลกับแม่น้ำชีตั้งแต่บ้านโพธิ์มูล ท่าลาด บ้านกอกหัวนา หนองแก้วหนองแวง บ้านแสง บ้านเจี่ย บ้านผึ้ง บ้านทาม ละทาย เมืองน้อย บ้านเทิน พันลำ ยางทุ่ง น้ำเต้า หนองแหน หนองตอ หนองกะเตา หนองเทา บัวน้อย ลิ้นฟ้า บ้านยางชุมน้อย ยางชุมใหญ่ บ้านบอน บ้านจอม เขวาน้อย บ้านก่อ บ้านแวง บ้านเขียง บ้านหาด บ้านเก่า บ้านยาง บ้านโนนสูง ก็คงตั้งอยู่ในระหว่างไล่เลี่ยกันในราว พ.ศ. 2335 – 2340 คนเฒ่าคนแกอายุราวเกือบร้อยปีเล่าให้ฟัง

 

 

 

 

 

 

 

 

บ้านโนนสูง

ที่ตั้ง

          บ้านโนนสูง  ตั้งอยู่ในเขตตำบลบึงบอน  อำเภอยางชุมน้อย  จังหวัดศรีสะเกษ

อาณาเขตของบ้านโนนสูง

ทิศเหนือจรดกับบ้านทัน  อำเภอเขื่องใน  จังหวัดอุบลราชธานี

ทิศตะวันออกจรดกับบ้านทุ่งมั่ง  อำเภอกันทรารมย์  จังหวัดศรีสะเกษ

ทิศใต้จรดกับบ้านลิ้นฟ้า  ตำบลลิ้นฟ้า  และบ้านยางชุมใหญ่  ตำบลยางชุมน้อย  จังหวัดศรีสะเกษ

ทิศตะวันตกจรดกับบ้านจอม  บ้านบอน  อำเภอยางขุมน้อย  จังหวัดศรีสะเกษ

การปกครอง

          แบ่งเขตการปกครองเป็น 5 หมู่  ได้แก่  หมู่ที่ 7 , หมู่ที่ 8 , หมู่ที่ 9 , หมู่ที่ 10 และหมู่ที่ 13

ประชากร

          มีประชากรรวมหญิงชายทุกหมู่บ้านทั้งสิ้น 2,131 คน

อาชีพ

          อาชีพส่วนใหญ่ทำนา ทำสวน  ปลูกพริก  ปลูกหอม ปลูกกระเทียมเป็นหลัก  พืชที่เป็นสินค้าส่งออกที่ทำรายได้ให้แก่ประชาชนมากที่สุด  ได้แก่ ข้าว  หอม กระเทียม  พริก  ตามลำดับ

 ศาสนา

          หลังจากชาวบ้านเริ่มก่อตั้งวัดราวปี พ.ศ. 2332 ต่อมาได้สร้างโบสถ์ ซึ่งโบสถ์ของวัดนี้จะผิดแปลกจากวัดอื่นๆทั่วไปคือ โบสถ์จะตั้งขวางตะวัน  พระประธานในโบสถ์จะหันหน้าไปทางทิศใต้  การสร้างโบสถ์ในลักษณะนี้จะมีน้อยมาก

วัฒนธรรม  ขนบธรรมเนียมประเพณี

          นับถือว่า ขนบธรรมเนียมประเพณีอีสาน  ฮีดสิบสอง  ครองสิบสี่  โดยเฉพาะการเลี้ยงภูมิบ้าน (ปู่ตา)  ชาวบ้านจะหาเต่ามาชำแหละทำเป็นอาหารเลี้ยง (เซ่นไหว้) ปู่ตา ทุกๆ3ปี (นอกนั้นจะใช้ไก่ต้มเป็นส่วนใหญ่) เต่าชนิดนี้จะมีลักษณะพิเศษคือ ตัวโต ขนาดเท่าสองฝ่ามือ ส่วนท้องจะอ่อนนิ่ม (ถ้าเป็นเต่าชนิดอื่นจะตัวเล็ก กระดองแข็ง) ปัจจุบันเต่าชนิดนี้หายากมาก  ชาวบ้านจะเรียกเต่าชนิดนี้ว่า เต่าปู่ตา

ภาษา

          ภาษาที่ใช้เป็นภาษาท้องถิ่น  (ไทยอีสาน)

โบราณสถาน

          ทางด้านทิศตะวันออกเฉียงใต้ของหมู่บ้านโนนสูง  ระยะทางประมาณ 2 กิโลเมตรเศษ มีโบสถ์ร้าง ชาวบ้านเรียกว่า “วัดบ้านก่อ” บริเวณดังกล่าวมีพื้นที่ประมาณ 12 ไร่เศษ ปัจจุบันวัดบ้านโนนสูงได้ขึ้นทะเบียนเป็นธรณีสงฆ์แล้ว

          ทางด้านทิศตะวันออกเฉียงเหนือ  ระยะทางห่างจากบ้านโนนสูง ประมาณ 1 กิโลเมตร  มีโบสถ์และศาลาร้าง  มีลักษณะและขนาดเดียวกันกับวัดบ้านก่อ  อิฐที่ใช้ก่อสร้างก็มีลักษณะและขนาดเหมือนกัน  แต่อยู่ในสภาพดีกว่าโบสถ์วัดบ้านก่อ  สันนิษฐานว่าคงจะสร้างหลังจากโบสถ์วัดบ้านโนนสูง (พ.ศ.2332) ชาวบ้านเรียกวัดนี้ว่า “วัดบ้านเขียว” ปัจจุบันได้บูรณะเป็นสำนักสงฆ์ โดยคณะสงฆ์ วัดบ้านโนนสูงและชาวบ้านได้ร่วมกันสร้างกุฏิ ศาลาหอระฆัง มีพระภิกษุไปจำพรรษาทุกปี และเปลี่ยนชื่อจากเดิมเป็น “วัดป่าไพสาลี” (แต่ยังคงสภาพโบราณสถานไว้ดั้งเดิม) ตั้งอยู่ในเขตบ้านาโนน หมู่10 ต.บึงบอน อ.ยางชุมน้อย จ.ศรีสะเกษ อยู่ห่างจากโรงเรียน ทั้งสองแห่ง ดังกล่าว เป็นมรดกอันล้ำค่าของบ้านโนนสูง เป็นที่สักการะของประชาชนทั่วไปและเป็นแหล่งเรียนรู้ของโรงเรียนบ้านโนน (รัฐประชาสงเคราะห์) อีกด้วย

คำขวัญประจำหมู่บ้าน

          คำขวัญประจำหมู่บ้าน  ได้จากการประชาคมหมู่บ้านดังนี้ “บ้านโนนสูงสามัคคี มีบุญบั้งไฟล้าน มีดอนปู่ตาคู่บ้าน มีการศึกษาก้าวไกล มีประปาอนามัยดื่มได้ ก้าวไปในเทคโนโลยี มีวินัย รักใคร่ประนีประนอม เพียบพร้อมวัฒนธรรม เลิศล้ำน้ำใจ”

ลักษณะเด่นประจำหมู่บ้าน   

- เป็นหมู่บ้านที่อยู่สูงมาก เพราะสมัยก่อนมีการแข่งขันการขนดินเข้าหมู่บ้าน เพื่อตั้งเป็นชื่อหมู่บ้าน ซึ่งหมู่บ้านแห่งนี้ชนะเลิศ จึงได้ชื่อหมู่บ้านโนนสูง

- อาชีพปลูกหอมแดงและกระเทียม และมีการส่งออกภายในประเทศ และอินโดนีเชีย ยังเป็นการสร้างรายรายได้ให้ให้กับชุมชน

- บุญบั้งไฟล้าน เริ่มใน เดือนพฤษภาคม ของทุกปี จัดขึ้นเพื่อขอฝนในการทำเกษตรกรรม

ลักษณะพันธ์หอมที่ใช้ปลูก

-          พันธ์ลำพูน

-          พันธ์ลับแล

-          พันธ์หอมบ้าน

-          แต่ส่วนใหญ่นิยมปลูกพันธ์ ลับแล

 

 

ปฏิทินชุมชน

 

เดือน  1  บุญปีใหม่ ตักบาตร

เดือน  3  บุญบ้าน บุญเลี้ยงบ้าน สเดาะห์เคราะห์สวดมนต์

เดือน  4  บุญผเวส

เดือน  5  บุญบั้งไฟ

เดือน  6  บุญแห่ข้าวพันก้อน  (บุญข้าวจี่)

เดือน  8-9  บุญข้าวสาก

เดือน  11  บุญออกพรรษา

เดือน  12  บุญทอดกฐิน

 

วัฒนธรรม  ขนบธรรมเนียม ประเพณี

 

          นับถือขนบธรรมเนียมประเพณีอีสาน ฮีดสิบสอง ครองสิบสี่ โดยเฉพาะการเลี้ยงภูมิบ้าน (ปู่ตา)  ชาวบ้านจะหาเต่ามาชำแหละทำเป็นอาหารเลี้ยง (เซ่นไหว้) ปู่ตา ทุกๆ 3 ปี (นอกนั้นจะใช้ไก่ต้มเป็นส่วนใหญ่) เต่าชนิดนี้จะมีลักษณะพิเศษคือตัวโตขนาดเท่าสองฝ่ามือ ส่วนท้องจะอ่อนนิ่ม (ถ้าเป็นเต่าชนิดอื่นขนาดเล็กๆกระดองจะแข็ง) ปัจจุบันเต่าชนิดนี้หายากมาก ชาวบ้านเรียกเต่าชนิดนี้ว่า “เต่าปู่ตา”

 

 

โครงสร้างองค์กรชุมชน

 

องค์กรเป็นทางการ

  • กำนัน

  • ผู้ใหญ่บ้าน ประกอบด้วย

  • หมู่ 7 นาย กงจักร   ชาลี

  • หมู่ 8 นาย บัวพา    ชาลี

  • หมู่ 9 นาย สนิท     ชาลี

  • หมู 10 นาย อวน     วรบุตร

  • หมู่ 13 นาย ธาตุ      ศิริปี     

 

องค์กรไม่เป็นทางการ

  • กลุ่มวัยรุ่นโต๊ะสนุกเกอร์ ( เล่นพนันสนุกเกอร์ ) แต่ไม่เคยก่อความวุ่นวายให้กับหมู่บ้าน นอกจากจะมีงานบันเทิงภายในหมู่บ้าน

  • กลุ่มแม่บ้านทอผ้า รับงานเฉพาะตอนมีงานในหมู่บ้าน เช่น งานบวช งานแต่ง

  • กลุ่มดูมวย (เป็นกลุ่มเล่นการพนันมวย)

 

** ชุมชนปกครอง โดยผู้ใหญ่บ้าน เช่น ถ้าเกิดเรื่องอะไรขึ้น ผู้ใหญ่บ้านจะเป็นผู้ตัดสินเรื่องราวต่างๆตามความเหมาะสม ส่วนใหญ่ชุมชนไม่ค่อยมีปัญหาอะไรมาก ถ้ามีปัญหาก็จะเกี่ยวกับการลุกล้ำที่ดิน หรือ ขโมยอุปกรณ์เกี่ยวกับการเกษตร **

 

 

 

 

ประวัติบุคคลที่น่าสนใจ

 

1. คุณพ่ออ่อน  ชาลี  อายุ  83 ปี

เป็นนักปราชญ์ ประจำหมู่บ้าน เช่น ประกอบพิธีกรรมทางศาสนา และเป็นอาวุธโสของหมู่บ้านที่คนในหมู่บ้านเคารพ นับถือ และเป็นบุคคลที่รู้เรื่องราวในอดีตของหมู่บ้าน

 

2. พ่อใหญ่ แพทย์น้อย

·         เป็นหมอพื้นบ้าน

·         อดีตเป็นผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 9

·         มีความสนใจในประวัติศาสตร์ของหมู่บ้าน และเป็นผู้พาชุมชุนสืบทอดประเพณี วัฒนธรรมให้คงอยู่ตลอดไป

 

 

ผังเครือญาติของชุมชน

 

          สมัยรัฐกาลที่๕ ทางการได้มีหนังสือส่งมาให้ผู้ใหญ่บ้านแต่ละหมู่บ้านว่าให้เข้าไปเพื่อที่จะตั้งนามสกุล ให้กับคนในหมู่บ้าน ทางการมีนามสกุลตั้งไว้อยู่แล้วให้ผู้ใหญ่บ้านแต่ละหมู่บ้านเรียกเอาเองว่าจะเอานามสกุลอะไร หมู่บ้านโนนสูงได้เรียกเอานามสกุลชาลี และวันต่อมาผู้ใหญ่บ้านก็ได้ประกาศให้คนในหมู่บ้านได้รับรู้ว่า หมู่บ้านของเราได้นามสกุลว่า ชาลี ผู้ใหญ่บ้านก็ถาม ความคิดเห็นก่อนว่ามี ใครต้องการนามสกุลใหม่ไหม ที่นอกเหนือจาก ชาลี คนในหมู่บ้านก็ไม่มีความคิดเห็นที่แตกต่างจากนามสกุล ชาลี เพราะสมัยก่อนถือว่าคนในชุมชนเป็นญาติกันหมด มีอะไรก็ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน

          ดังนั้น หมู่บ้านโนนสูง ส่วนใหญ่จะมีแต่นามสกุล ชาลี เพราะคนในหมู่บ้านเป็นญาติกันและคนในหมู่บ้านก็แต่งงานกันเอง  แต่นามสกุลอื่นก็มีบ้าง แต่ก็น้อยเพราะมาจากการแต่งงานต่างถิ่น เช่น นามสกุล วรบุตร , วงค์ใหญ่ , พิมพ์โครต

 

 

ประสบการณ์การทำแผนที่เดินดิน

 

·         ได้เรียนรู้แผนผังภายในหมู่บ้าน และสถานที่สำคัญต่างๆ ของชุมชน เช่น ดอนปู่ตา วัดบ้านโนนสูง  โรงเรียน  และศูนย์รวมวัยรุ่น ฯลฯ

·         ได้เรียนรู้ถึงความแตกต่าง การใช้ชีวิตของคนชนบทกับสังคมเมือง ไม่ว่าจะเป็นการจราจร  ความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล  และการต้อนรับ

·         รู้สึกว่าชาวบ้านมีความภาคภูมิใจ ที่มีนักศึกษาเข้ามาสนใจประวัติศาสตร์ของหมู่บ้าน

·         เป็นการศึกษาหาความรู้นอกห้องเรียน ที่ให้ประสบการณ์จริงในการนำความรู้ที่เรียนมาประยุกต์ใช้

·         ได้แลกเปลี่ยนและรับฟังปัญหาของชาวบ้าน ว่าปัจจุบันนี้การพัฒนาของประเทศในด้านต่างๆได้มีส่วนเข้าไปพัฒนา และมีผลกระทบอย่างไรในการดำเนินชีวิตของผู้คนในชนบท

 


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 5
mymay วันที่ : 08/03/2008 เวลา : 18.39 น.
http://www.oknation.net/blog/mymay

เขียนอะไรเยอะจัง เพื่อเขาว่าแกหมดแล้วเขียนเอารางวัลรึไงเนี้ย
ความคิดเห็นที่ 4
ธีร์/อันมัย วันที่ : 06/03/2008 เวลา : 16.08 น.
http://www.oknation.net/blog/teeanmai
GIVE ME A SPACE

3 คนแรกน่ะ ว่าแต่เขา
ตัวเองล่ะ คืบหน้าถึงไหน
เจ้าของบล็อกก็ปล่อยให้เขารุมอยู่ได้
ความคิดเห็นที่ 3
กะยาจก วันที่ : 06/03/2008 เวลา : 11.03 น.
http://www.oknation.net/blog/happy-tippy

หลายเนาะ
ความคิดเห็นที่ 2
4cam วันที่ : 05/03/2008 เวลา : 15.56 น.
http://www.oknation.net/blog/4cam

ทำไมเขียนเยอะจัง อ.ให้เขียนเยอะขนาดนี้เหรอ แต่ข้อมูลแน่นจัง
ความคิดเห็นที่ 1
srena วันที่ : 04/03/2008 เวลา : 15.03 น.
http://www.oknation.net/blog/srena

ทำไมลงเยอะจังว่ะ
ไอ้บ้า
แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< มีนาคม 2008 >>
อา พฤ
            1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29
30 31