• โรสกีญ่า
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : rose_2521@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-08-06
  • จำนวนเรื่อง : 14
  • จำนวนผู้ชม : 3293
  • จำนวนผู้โหวต : 9
  • ส่ง msg :
save room
สิ่งดีดี....เกิดขึ้นได้ในสองข้างทาง
Permalink : http://www.oknation.net/blog/rosekia
วันอังคาร ที่ 17 มิถุนายน 2551
กินลม ชมวิว ...ที่ บางปะอิน
Posted by โรสกีญ่า , ผู้อ่าน : 157 , 16:47:49 น.  
พิมพ์หน้านี้


กินลม ชมวังที่ บางปะอิน 

โรสกีญ่า

                ขณะที่ฉันยืนเก้ๆกังๆอยู่บริเวณสถานีรถไฟรังสิต ด้วยกำลังคิดว่า อยากจะนั่งรถไฟเที่ยวไปตามอำเภอใจบ้าง ความคิดของสมองสองขั้วกำลังขัดแย้งกันว่า จะเดินทางทางเข้าไปในเมืองโดยมีปลายทางที่ หัวลำโพงหรือ จะออกนอกเมืองไปสูดอากาศบริสุทธิ์ให้ฉ่ำปอดที่พระนครศรีอยุธยาดี    สุดท้ายความคิดก็บังเกิดขึ้นว่า  เดินทางออกนอกเมืองดีกว่า  ฉันเลือกการเดินทางโดยรถไฟชั้น3 ในช่วงสายของวันทำงานกลางสัปดาห์ ผู้คนไม่พลุกพล่านเท่าที่ควร  ฉันมีโอกาสได้นั่งมองวิวทิวทัศน์สองข้างตามริมหน้าต่างรถไฟที่กำลังแล่นไปตามรางเหล็ก ความน่าสนใจของแต่ละสถานี และสถานที่ที่นั่งรถไฟผ่านทำให้ฉันได้มองเห็นมุมใหม่ๆ ปกติฉันเดินทางมาจังหวัดพระนครศรีอยุธยาค่อนข้างบ่อย แต่ส่วนใหญ่จะเป็นรถประจำทาง  ขณะปล่อยใจให้คิดไปกับต้นไม้ใบหญ้าสีเขียว ผสมผสานกับบ้านเรือน ตึก อาคารสนามกีฬาของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต ที่มองจากด้านหลังก็แปลกตาไปอีกแบบ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา มีแหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจหลายแห่ง แต่ฉันขอแวะลงกลางทางที่อำเภอบางปะอินดูบ้าง ว่าอำเภอที่เป็นเสมือนทางผ่านนี้มีอะไรซ่อนอยู่บ้าง นอกเหนือไปจากพระราชวังบางปะอินอันงดงาม

                จากจุดนัดพบของถนนสองสายชื่อดังอย่างถนนพหลโยธินและถนนสายเอเซีย  ที่เป็นเสมือนทางผ่านของใครหลายคน ท่ามกลางนิคมอุตสาหกรรมที่รายล้อมตัวอำเภอเอาไว้   ทำให้ความสนใจในเมืองเก่าอย่างบางปะอินนั้นถูกเลือนหายไป  การเลือกเดินทางโดยรถไฟนั้นก็ทำให้มุมต่างๆของอำเภอบางปะอินได้ชัดเจนมากขึ้น จากสถานีรถไฟบางปะอิน ฉันใช้บริการมอเตอร์ไซด์รับจ้างให้มาส่งที่หน้าพระราชวังบางปะอิน    ฉันเดินสำรวจรอบๆวัง และตั้งใจแวะไปไหว้พระที่วัดนิเวศธรรมประวัติก่อนโดยการนั่งกระเช้าข้ามแม่น้ำไป ซึ่งเป็นการเดินทางที่ให้ความรู้สึกสดชื่นได้ดีนักแล   วัดนิเวศธรรมประวัติ ตั้งอยู่บนเกาะกลางแม่น้ำเจ้าพระยา ด้านทิศใต้ คนละฝั่งกับพระราชวังบางปะอิน พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดให้สร้างเลียนแบบโบสถ์ฝรั่ง เมื่อ พ.ศ. 2421 อาคารและการตกแต่งทำแบบโกธิค มีกระจกสีประดับอย่างสวยงาม ภายในเป็นแบบฝรั่ง แม้แต่ฐานที่ประดิษฐานพระประทาน คือ พระพุทธนฤมลธรรโมภาส และพระสาวกก็ไม่ได้ทำเป็นฐานชุกชีอย่างในโบสถ์ทั่วไป แต่ทำเหมือนที่ตั้งไม้กางเขนในโบสถ์คริสต์ ช่องหน้าต่างที่เจาะไว้ก็เป็นหน้าต่างโค้ง ที่ฝาผนังโบสถ์ด้านหน้าพระประธานจะเป็นภาพประดิษฐ์กระจกสี เป็นพระบรมฉายาลักษณ์ของรัชกาลที่ 5  ด้านขวามือของพระอุโบสถนั้น มีหอแห่งหนึ่ง คือ หอประดิษฐานพระคันธารราษฎร์ ซึ่งเป็นพระพุทธรูปยืนปางขอฝน ตรงข้ามกับหอพระคันธารราษฎร์ เป็นหอประดิษฐานพระพุทธศิลาเก่าแก่ปางนาคปรก อันเป็นพระพุทธรูปสมัยลพบุรี ฝีมือช่างขอมอายุเก่าแก่นับพันปี พระนาคปรกนี้อยู่ติดกับต้นพระศรีมหาโพธิ์ใหญ่ ที่แผ่กิ่งไปทั่วบริเวณหน้าพระอุโบสถ ถัดไปอีกไม่ไกลนักเป็นหมู่ศิลาชนิดต่างๆ ที่มีในประเทศไทย เป็นที่บรรจุอัฐิเจ้าจอมมารดาชุ่ม พระสนมเอกในรัชกาลที่ 4 เจ้าจอมมารดาของสมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพ และราชสกุลดิศกุล  หลังจากที่เดินชมนกชมไม้ รวมไปถึงชมพิพิธภัณฑ์ที่เก็บรวมรวมเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ กรุพระเก่า อาวุธยุทโธปกรณ์ในสมัยก่อน ที่แต่ละอย่างมีเรื่องราวความเป็นมาที่น่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง 

                เดินทางจากวัดมาไม่ไกลเท่าไหร่ได้เวลาที่ฉันจะเข้าไปเยี่ยมชมความงดงามของพระราชวังบางปะอิน ที่เป็นจุดสำคัญของการมาเที่ยวอำเภอบางปะอิน หากมาเที่ยวแล้วเราก็ต้องรู้จักประวัติในแหล่งท่องเที่ยวบ้าง จะทำให้เราได้อรรถรสในการชมได้มากขึ้น  พระราชวังบางปะอิน มีประวัติความเป็นมาอันยาวนาน ตามพระราชพงศาวดารบอกว่า พระเจ้าปราสาททองเป็นผู้สร้างพระราชวังแห่งนี้ เนื่องจากบริเวณเกาะบางปะอินเป็นที่ประสูติของพระองค์และเป็นเคหสถานเดิมของพระมารดาซึ่งเป็นหญิงชาวบ้านที่สมเด็จพระเอกาทศรถทรงพบเมื่อครั้งเสด็จพระราชดำเนินโดยเรือพระที่นั่งแล้วเรือเกิดล่มตรงเกาะบางปะอิน พระเจ้าปราสาททองทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้สร้างวัดขึ้นบนเกาะบางปะอินตรงบริเวณเคหสถานเดิมของพระมารดาในปี พ.ศ. 2175 พระราชทานชื่อว่า “วัดชุมพลนิกายาราม” และให้ขุดสระน้ำสร้างพระราชนิเวศน์ขึ้นกลางเกาะเป็นที่สำหรับเสด็จประพาส แล้วสร้างพระที่นั่งองค์หนึ่งที่ริมสระน้ำนั้นพระราชทานนามว่า พระที่นั่งไอศวรรย์ทิพยอาสน์ พระราชวังบางปะอิน ได้รับการบูรณะฟื้นฟูอีกครั้งในสมัยรัชกาลที่ 4 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้สร้างพระที่นั่งองค์หนึ่งสำหรับเป็นที่ประทับ มีเรือนแถวสำหรับฝ่ายในและมีพลับพลาริมน้ำ ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ 5 พระองค์ทรงโปรดเกล้าฯให้สร้างพระที่นั่งและสิ่งก่อสร้างต่างๆขึ้น ดังที่ปรากฏให้เห็น  ปัจจุบันยังคงใช้เป็นที่ประทับและต้อนรับพระราชอาคันตุกะและพระราชทานเลี้ยงรับรองในโอกาสต่างๆเป็นครั้งคราว พระราชวังบางปะอินแบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ เขตพระราชฐานชั้นนอกและเขตพระราชฐานชั้นใน เขตพระราชฐานชั้นนอกใช้เป็นที่สำหรับการออกมหาสมาคมและพระราชพิธีต่างๆ ส่วนเขตพระราชฐานชั้นในใช้เป็นที่ประทับส่วนพระองค์ 

สิ่งที่น่าสนในเขตพระราชฐานชั้นนอกคือ หอเหมมณเฑียรเทวราช เป็นปรางค์ศิลาจำลองแบบจากปรางค์ขอม พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงโปรดให้สร้างเมื่อ พ.ศ. 2423 เพื่อทรงอุทิศถวายแด่พระเจ้าปราสาททองกษัตริย์กรุงศรีอยุธยา ภายในเป็นที่ประดิษฐานพระรูปฉลองพระองค์สมเด็จพระเจ้าปราสาททอง   พระที่นั่งไอศวรรย์ทิพยอาสน์ เป็นพระที่นั่งปราสาทโถงทรงจตุรมุขอยู่กลางสระน้ำ รูปแบบสถาปัตยกรรมแบบไทย พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงโปรดให้สร้างเมื่อ พ.ศ. 2419 โดยจำลองแบบมาจากพระที่นั่งอาภรณ์พิโมกข์ปราสาทในพระบรมมหาราชวังที่กรุงเทพฯและพระราชทานนาม “ไอศวรรย์ทิพยอาสน์” ตามพระที่นั่งองค์แรกซึ่งพระเจ้าปราสาททองโปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้น เดิมพระที่นั่งสร้างด้วยไม้ทั้งองค์ ต่อมารัชกาลที่ 6 ทรงโปรดเกล้าฯให้เปลี่ยนเสาและพื้นเป็นคอนกรีตเสริมเหล็กทั้งหมด ปัจจุบันเป็นที่ประดิษฐานพระบรมรูปหล่อสัมฤทธิ์ของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวในฉลองพระองค์เต็มยศจอมพลทหารบก ซึ่งพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้สร้างขึ้น    พระที่นั่งวโรภาษพิมาน อยู่ทางตอนเหนือของ “สะพานเสด็จ” รัชกาลที่ 5 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2419 เดิมเป็นเรือนไม้สองชั้นใช้เป็นที่ตั้งประทับและท้องพระโรงร่วมกันต่อมาโปรดเกล้าฯให้รื้อสร้างใหม่ตามแบบสถาปัตยกรรมตะวันตก ก่อด้วยอิฐ ทรงวิหารกรีกแบบคอรินเธียรออร์เดอร์ มีมุขตอนหน้า  ใช้เป็นท้องพระโรงสำหรับเสด็จออกขุนนางในงานพระราชพิธี และเคยเป็นที่รับรองแขกเมืองหลายครั้ง สิ่งที่น่าชมภายในพระที่นั่งวโรภาษพิมานได้แก่ อาวุธโบราณ ตุ๊กตาหินสลักด้วยฝีมือประณีตและภาพเขียนสีน้ำมันเป็นเรื่องราวภาพชุดพระราชพงศาวดาร อีกทั้งภาพวรรณคดีไทยเรื่องอิเหนา พระอภัยมณี สังข์ทอง และจันทรโครพ ตลอดจนเป็นที่เก็บเครื่องราชบรรณาการต่างๆ   สภาคารราชประยูร  เป็นตึกสองชั้นริมน้ำ ตรงข้ามพระที่นั่งวโรภาษพิมาน สร้างเมื่อ พ.ศ. 2422 ในรัชกาลที่ 5 สำหรับใช้เป็นที่ประทับของเจ้านายฝ่ายหน้า และข้าราชบริพาร

            ส่วนเขตพระราชฐานชั้นในเชื่อมต่อกับเขตพระราชฐานชั้นนอกด้วยสะพานที่เชื่อมจากพระที่นั่งวโรภาษพิมานกับประตูเทวราชครรไลซึ่งเป็นประตูทางเข้าพระราชฐาน สะพานนี้มีลักษณะพิเศษคือ มีแนวฉากคล้ายบานเกล็ดกั้นกลางตลอดแนวสะพานเพื่อแบ่งเป็นทางเดินของฝ่ายหน้าด้านหนึ่งและฝ่ายในอีกด้านหนึ่งซึ่งฝ่ายในสามารถมองลอดออกมาโดยตัวเองไม่ถูกแลเห็น บริเวณพระราชฐานชั้นในประกอบด้วยที่ประทับ พลับพลาและศาลาต่างๆสิ่งที่น่าสนใจได้แก่  พระที่นั่งอุทยานภูมิเสถียร อยู่ทางทิศตะวันออกตรงข้ามกับสระน้ำ เป็นพระที่นั่งเรือนไม้ สองชั้นตามแบบชาเลต์ของสวิส คือมีเฉลียงชั้นบนและชั้นล่าง ทาสีเขียวอ่อนและสีเขียวแก่สลับกัน ภายในประดับตกแต่งด้วยเครื่องเรือนไม้มะฮอกกานีจัดสลับลายทองทับที่สั่งจากยุโรปทั้งสิ้น นอกนั้นเป็นสิ่งของหายากในประเทศอันเป็นเครื่องราชบรรณาการจากหัวเมืองต่างๆ ทั่วราชอาณาเขตรอบๆ มีสวนดอกไม้สวยงาม เป็นที่น่าเสียดายอย่างยิ่งที่พระที่นั่งอุทยานภูมิเสถียรได้เกิดเพลิงไหม้ขณะที่มีการซ่อมแซมเมื่อวันที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2481 ทำให้พระที่นั่งเสียหายไปกับกองเพลิงหมดสิ้นทั้งองค์คงเหลือแต่หอน้ำลักษณะคล้ายหอรบของยุโรปเท่านั้น ต่อมาในปีพ.ศ.2531 สำนักพระราชวังได้กราบบังคมทูลพระกรุณาขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตสร้างขึ้นใหม่ตามแบบเดิมทุกประการแต่เปลี่ยนวัสดุจากไม้เป็นอาคารคอนกรีตแทน
พระที่นั่งเวหาศน์จำรูญ พระที่นั่งองค์นี้มีนามเป็นภาษาจีนว่า  เทียน เม่ง เต้ย พระยาโชดึกราชเศรษฐี (ฟัก)  เป็นนายงานสร้างถวายพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวในปี พ.ศ. 2432 เพื่อเป็นพระที่นั่งสำหรับประทับในฤดูหนาว พระที่นั่งนี้เคยใช้เป็นที่รับรองเจ้านายต่างประเทศในสมัยรัชกาลที่ 5 มีลักษณะเป็นสถาปัตยกรรมแบบจีนมีลวดลายแกะสลักงดงามวิจิตรยิ่ง โถงด้านหน้าปูด้วยกระเบื้องแบบกังไสเขียนด้วยมือทุกชิ้น
หอวิฑูรทัศนา  เป็นพระที่นั่งหอสูงยอดมน ตั้งอยู่กลางเกาะน้อยในสวนเขตพระราชวังชั้นใน ระหว่างพระที่นั่งอุทยานภูมิเสถียรกับพระที่นั่งเวหาศน์จำรูญ เป็นพระที่นั่ง 3 ชั้น มีบันไดเวียน เป็นหอส่องกล้องชมภูมิประเทศบ้านเมืองโดยรอบ สร้างในสมัยรัชกาลที่ 5 เมื่อปี พ.ศ. 2424 นักท่องเที่ยวสามารถขึ้นไปชมวิวรอบเมืองบางปะอินได้  อนุสาวรีย์สมเด็จพระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน์  หรือเรียกเป็นสามัญว่า อนุสาวรีย์พระนางเรือล่ม  ตั้งอยู่ทางด้านทิศตะวันออกของพระราชวัง ก่อสร้างด้วยหินอ่อนก่อเป็นแท่ง 6 เหลี่ยม สูง 3 เมตร บรรจุพระสริรังคารของสมเด็จพระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน์ พระมเหสีในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พร้อมทั้งจารึกคำไว้อาลัยที่ทรงพระราชนิพนธ์ด้วยพระองค์เองไว้ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ


อนุสาวรีย์พระอัครชายาเธอพระองค์เจ้าเสาวภาคย์นารีรัตน์และเจ้าฟ้าสามพระองค์หรืออนุสาวรีย์ราชานุสรณ์ ในปีพ.ศ. 2430 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงเศร้าโศกเสียพระทัยเป็นอย่างยิ่งอีกครั้งหนึ่ง ด้วยทรงสูญเสียพระอัครชายาเธอฯ พระราชโอรส และพระราชธิดาถึง 3 พระองค์ ในปีเดียวกัน คือ สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอเจ้าฟ้าสิริราชกกุธภัณฑ์ เมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2430 พระอรรคชายาเธอพระองค์เจ้าเสาวภาคย์นารีรัตน์ เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2430 สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอเจ้าฟ้าพาหุรัดมณีมัย เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2430 และสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอเจ้าฟ้าตรีเพ็ชรุตม์ธำรง เมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2430 ดังนั้นในปี พ.ศ. 2431 จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างอนุสาวรีย์ที่ระลึกทำด้วยหินอ่อนแกะสลักพระรูปเหมือนไว้ใกล้กับอนุสาวรีย์สมเด็จพระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน์ พระบรมราชเทวี

                สวนเล็กๆหน้าอนุสรณ์สถานที่เป็นสถานที่ประทับชั่วนิรันดร์กาล ฉันยืนไว้อาลัย พร้อมกับยืนมอง อนุเสาวรีย์ที่ทำมาจากหินอ่อนที่งดงามดั่งภาพฝัน พร้อมๆกับจินตนาการถึงความสูญเสียที่ไม่มีวันกลับมา คงเหลือไว้แต่ความดีที่รอคอยให้คนรุ่นหลังได้นึกถึง  ฉันเดินทางกลับออกมาสู่พระราชฐานด้านนอก  พร้อมกับหยิบหนังสือเล่มโปรดที่พกเอาไว้ ว่าหากเจอสถานที่ที่ถูกใจ จงเปิดอ่านเสีย แล้วฉันก็นั่งอ่านหนังสือเล่มนั้นให้จบ ด้วยความอิ่มใจ............. บางปะอินแม้ด้านหน้าจะถูกปิดด้วยโรงงานอุตสาหกรรม แต่ด้านหลังก็ยังมีแม่น้ำเจ้าพระยาที่ยังอยู่เป็นฉากแห่งความงดงาม  สงบเงียบ  รอคอยนักเดินทางให้มาค้นหาความสุขกันทุกวันอยู่เสมอ  ลองหาโอกาสมาเที่ยวกันบ้างนะคะ    


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 19
นกจร วันที่ : 23/07/2008 เวลา : 19.01 น.
http://www.oknation.net/blog/nokjorn

อยากไปมั่งจัง ตอนนี้อยากไปที่ไหนก็ได้ที่นอกเหนือจากห้องสี่เหลี่ยมแห่งนี้
ความคิดเห็นที่ 18
countrygirl วันที่ : 24/06/2008 เวลา : 08.23 น.
http://www.oknation.net/blog/countrygirl

แอบไปเที่ยวอีกแล้ว...........คราวหน้าไปด้วยดิ๊
ความคิดเห็นที่ 17
countrygirl วันที่ : 24/06/2008 เวลา : 08.23 น.
http://www.oknation.net/blog/countrygirl

แอบไปเที่ยวอีกแล้ว...........คราวหน้าไปด้วยดิ๊
ความคิดเห็นที่ 16
countrygirl วันที่ : 24/06/2008 เวลา : 08.22 น.
http://www.oknation.net/blog/countrygirl

แอบไปเที่ยวอีกแล้ว...........คราวหน้าไปด้วยดิ๊
ความคิดเห็นที่ 15
โรสกีญ่า วันที่ : 20/06/2008 เวลา : 20.15 น.
http://www.oknation.net/blog/rosekia

ขอบคุณทุกความคิดเห็นค่ะ เที่ยวคราวหน้าจะนำเรื่องราวที่น่าสนใจ จะนำมาอัพเดตกันเร็วๆนี้ค่ะ
ความคิดเห็นที่ 14
ว.แหวนลงยา วันที่ : 18/06/2008 เวลา : 08.55 น.
http://www.oknation.net/blog/wachira89

ขอบคุณครับ เหมือนได้ไปด้วยตนเองเลย
ไปให้กำลังใจปักษ์ใต้บ้านเราด้วย นะครับ
ความคิดเห็นที่ 13
ญิ๋งณัฐ วันที่ : 18/06/2008 เวลา : 08.37 น.
http://www.oknation.net/blog/uranus
บ้าน ญิ๋งณัฐ ยินดีเป็นมิตร ค่ะ


อ่านแล้ว น่าแวะไปจัง....

จะหาโอกาส นะเจ้าค่ะ
ความคิดเห็นที่ 12
ดินดำน้ำชุ่ม วันที่ : 18/06/2008 เวลา : 08.06 น.
http://www.oknation.net/blog/derreiser

คิดถึงบางปะอินครับ
ความคิดเห็นที่ 11
ไทยนิกร วันที่ : 18/06/2008 เวลา : 06.31 น.
http://www.oknation.net/blog/thainikorn

ขอร่วมยืนยันด้วยอีกคนว่า "บางปะอิน"นี่น่าเที่ยวจริง ๆ โดยเฉพาะเรื่องอาหารอร่อยมีอยู่หลายร้าน ทั้งประเภทก๊วยเตี๋ยวและอาหารตามสั่ง ลองเลาะเลียบไปตามถนนด้านข้าง ทะลุออกไปทางหลังวังเป็นเจอแน่ครับ
ความคิดเห็นที่ 10
น้องจ๋า วันที่ : 17/06/2008 เวลา : 22.19 น.
http://www.oknation.net/blog/nongjar
อย่าแวะทักนะ....เดี๋ยวจะหลงรัก..น้องจ๋า

ขอบคุณค่ะ
ยังไม่ค่อยรู้เลยค่ะ
ความคิดเห็นที่ 9
นาฬิกาลืมเวลา วันที่ : 17/06/2008 เวลา : 21.53 น.
http://www.oknation.net/blog/dreamline

คิดถึงกระเช้าข้ามแม่น้ำ
ตื่นเต้นดี
ความคิดเห็นที่ 8
ลุงต้าลี่ วันที่ : 17/06/2008 เวลา : 21.45 น.
http://www.oknation.net/blog/loongdali

มุมมองที่แตกต่างดีมากครับ
ความคิดเห็นที่ 7
คนช่างเล่า วันที่ : 17/06/2008 เวลา : 20.35 น.
http://www.oknation.net/blog/nukpan
คนช่างเล่า....และเล่า เรื่องเก่า...

พรุ่งนี้ไม่ทำงานขับรถเฉี่ยดๆไปทางนั้น
ความคิดเห็นที่ 6
วาสนา วันที่ : 17/06/2008 เวลา : 19.28 น.
http://www.oknation.net/blog/wassa

ไปมาครั้งเดียวค่ะ
ความคิดเห็นที่ 5
pinkky วันที่ : 17/06/2008 เวลา : 19.22 น.
http://www.oknation.net/blog/pinkky

เส้นทางรถไฟที่ประทับใจเรา และอยากชวนให้ไป

คือ

เส้นทางกรุงเทพฯ - ยะลา ( )

เป็นเส้นทางที่มีภูมิประเทศที่หลากหลาย มีทั้ง ภูเขา ป่า สวนยาง ทะเล (และดงระเบิด อิอิ )

รับรองประทับใจชัวรรรรร์

อิอิ
ความคิดเห็นที่ 4
ลูกเสือหมายเลข9 วันที่ : 17/06/2008 เวลา : 18.45 น.
http://www.oknation.net/blog/chai
<<==แวะไปทัก..แล้วคุณจะรักหนุ่มคนนี้

น่าไปนะครับ..
ความคิดเห็นที่ 3
dekkid วันที่ : 17/06/2008 เวลา : 17.16 น.
http://www.oknation.net/blog/reading

ขอบคุณค่ะ ไม่ได้แวะนานแล้ว
ความคิดเห็นที่ 2
Supawan วันที่ : 17/06/2008 เวลา : 16.54 น.
http://www.oknation.net/blog/supawan

น่าจะลงรูปเยอะๆนะคะ ...
ความคิดเห็นที่ 1
officemom วันที่ : 17/06/2008 เวลา : 16.53 น.
http://www.oknation.net/blog/officemom
officemom ชอบเล่าเรื่องสนุกๆ 

แล้วได้ไปกินข้าว ที่ร้าน "มองอำเภอบางปะอิน" ด้วยหรือเปล่าคะ

อร่อยนะคะ
แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< มิถุนายน 2008 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30