• โรสกีญ่า
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : [email protected]
  • วันที่สร้าง : 2007-08-06
  • จำนวนเรื่อง : 1258
  • จำนวนผู้ชม : 545494
  • ส่ง msg :
  • โหวต 465 คน
who-where-what-work
ใคร...ทำอะไร..ที่ไหน..อย่างไร..นำมาบอกให้รู้กัน
Permalink : http://www.oknation.net/blog/rosekia
วันพฤหัสบดี ที่ 7 กรกฎาคม 2565
Posted by โรสกีญ่า , ผู้อ่าน : 225 , 18:20:03 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

ดร.วิภารัตน์  ดีอ่อง  ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวว่า ประเทศไทยเป็นหนึ่งในผู้ผลิตและส่งออกสับปะรดรายใหญ่ของโลก แต่เกษตรกรยังต้องเผชิญกับปัญหาราคาผลผลิตตกต่ำและความไม่แน่นอนของการผลิต นอกจากนี้ภายหลังการเก็บเกี่ยวยังมีใบสับปะรดและชิ้นส่วนอื่นๆ เป็นเศษเหลือทิ้งทางการเกษตรเป็นจำนวนมาก ซึ่งเกษตรกรมักกำจัดด้วยการเผาอันเป็นสาเหตุที่ก่อให้เกิดมลพิษทางอากาศ (pm 2.5) หรือการฝังกลบที่อาจเป็นแหล่งสะสมโรคที่ทำให้เกิดปัญหาในการปลูกในรอบต่อไป สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ  (วช.) ภายใต้กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) จึงให้ทุนอุดหนุนการทำกิจกรรมส่งเสริมและสนับสนุนการวิจัยและนวัตกรรม ภายใต้โครงการจัดการความรู้การวิจัยและถ่ายทอดเพื่อการใช้ประโยชน์ ประจำปี 2565  กับโครงการ “การขับเคลื่อนโซ่อุปทานของผลิตภัณฑ์สับปะรดแบบครบวงจร  เพื่อสร้างคุณค่าและความยั่งยืนแก่เกษตรไทยสู่สากล”  ซึ่งมี “ดร.รังสิมา ชลคุป”  จากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เป็นหัวหน้าโครงการวิจัย เพื่อศึกษาโซ่อุปทานของผลิตภัณฑ์สับปะรดแบบครบวงจรและพัฒนากลุ่มวิสาหกิจชุมชนต้นแบบที่ได้รับการถ่ายทอดองค์ความรู้ในการแปรรูปเส้นใยสับปะรดและกระบวนการในการถ่ายทอดเพื่อรองรับไปสู่การผลิตเชิงพาณิชย์ต่อไป

ดร.รังสิมา ชลคุป  ฝ่ายเทคโนโลยีชีวมวลและพลังงานชีวภาพ  สถาบันค้นคว้าและพัฒนาผลิตผลทางการเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตร  มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กล่าวว่า   ภายหลังการเก็บเกี่ยวผลผลิตจากสับปะรด จะเหลือส่วนต่าง ๆ ที่สามารถนำมาใช้ประโยชน์สร้างมูลค่าให้แก่เกษตรกรมากกว่าถูกกำจัดทิ้งไป อย่างเช่น  ใบและเหง้า โดยใบสับปะรดมีการนำมาผลิตเป็นเส้นใยสับปะรด ซึ่งเป็นเส้นใยธรรมชาติที่มีความแข็งแรงสูง รองลงมาจากเส้นใยไหมหรือเส้นใยกัญชง มีความหนาแน่นต่ำ เส้นใยละเอียด คุณภาพดี  เหมาะสำหรับการนำมาทำเป็นผลิตภัณฑ์สิ่งทอเครื่องนุ่งห่มเช่น ผ้าและเครื่องแต่งกาย ซึ่งพบว่าเส้นใยมีความเงาเหมือนไหม และมีสมบัติการติดสีเหมือนฝ้าย และแข็งแรงกว่าฝ้าย

นอกจากผลิตภัณฑ์สิ่งทอแล้วเส้นใยสับปะรด ยังสามารถนำมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์อื่นๆ เช่น กระดาษเพื่อใช้ในบรรจุภัณฑ์  การใช้เป็นวัสดุเสริมแรงให้กับพอลิเมอร์ โดยเส้นใยสับปะรดมีศักยภาพในการเป็นวัตถุดิบสำหรับผลิตภัณฑ์สิ่งทอเทคนิค เช่น ทดแทนเส้นใยแก้วและเส้นใยหินในวัสดุดูดซับเสียงและฉนวนกันความร้อน   สำหรับเหง้าสับปะรด  ซึ่งเป็นแหล่งของเอนไซม์บรอมิเลน (bromelain) มีการนำไปใช้กันมากในอุตสาหกรรมอาหาร ยา ผงซักฟอก ฟอกหนัง และอุตสาหกรรมเครื่องสำอาง

ดร.รังสิมา  กล่าวว่า จากการศึกษาพื้นที่เพาะปลูกสับปะรดของประเทศไทยที่มีกว่า  4 แสนไร่ สามารถเป็นวัตถุดิบเพื่อผลิตปริมาณเส้นใยสับปะรดได้มากกว่า 7 หมื่นตันต่อปี (กรณีที่นำใบมาผลิตเส้นใย) ปัจจุบันแม้จะมีการนำเส้นใยสับปะรดมาใช้ประโยชน์อยู่บ้าง แต่จะเป็นในลักษณะอุตสาหกรรมในครัวเรือนหรือวิสาหกิจชุมชน ซึ่งมุ่งเน้นงานเชิงหัตถกรรม เช่น เสื้อผ้าและกระดาษ  มีกำลังการผลิตไม่สูงนัก  ส่วนผลิตภัณฑ์เชิงอุตสาหกรรมยังไม่ค่อยพบเห็นผลิตภัณฑ์ที่ทำจากเส้นใยสับปะรดอย่างแพร่หลายทั้งตลาดในประเทศและต่างประเทศ 

ทั้งนี้ อาจเกิดจากสาเหตุด้านต่างๆ ทั้งในระดับต้นน้ำ คือ เกษตรกรยังมีปัญหาด้านการเพาะปลูก ปริมาณผลผลิตไม่แน่นอน การขาดองค์ความรู้ในการจัดเก็บรวบรวมเศษเหลือทิ้งไปสร้างมูลค่า  ตลอดจนถึงการกำหนดราคา ต้นทุนการผลิต การขนส่ง และสต๊อกวัตถุดิบที่จะผลิตเพื่อส่งต่อให้ผู้ประกอบการะดับกลางน้ำ    ส่วนในระดับกลางน้ำ  กลุ่มแปรรูปผลิตภัณฑ์ ได้แก่ ผู้ผลิตเส้นใยสับปะรดยังมีปัญหาในส่วนของกระบวนการผลิตที่ยังมีผลิตภาพ (productivity) ไม่สูงนักและอาจได้รับผลกระทบจากสภาพดินฟ้าอากาศ เนื่องจากต้องใช้แสงแดดในการตากเส้นใยให้แห้ง อีกทั้งต้นทุนการผลิตสูง และขาดตลาดรองรับเส้นใยที่มีความสม่ำเสมอและแน่นอน    สำหรับในส่วนของปลายน้ำ คือ ผู้นำเส้นใยสับปะรด หรือส่วนต่างๆ ไปใช้งาน ก็พบเจอปัญหาวัตถุดิบไม่เพียงพอต่อความต้องการ ผู้ประกอบการมีความไม่มั่นใจในความสม่ำเสมอของคุณภาพและความสามารถในการส่งมอบวัตถุดิบได้อย่างต่อเนื่อง ขาดคนกลางในการรวบรวมเส้นใยและประสานงานกับเกษตรกร เป็นต้น

ปัจจุบันในประเทศมีผู้ผลิตเส้นใยจากใบสับปะรดรายหลักเพียงไม่กี่ราย ที่ดำเนินกิจการในลักษณะวิสาหกิจชุมชน โดยมีวิสาหกิจชุมชนหลัก อยู่ที่ อ.บ้านคา จ.ราชบุรี ได้ทำการผลิตเส้นใยส่งให้ผู้ผลิตในขั้นต่อไปทั่วประเทศ  ซึ่งได้รับการติดต่อขอซื้อเส้นใยในปริมาณมากจากผู้ประกอบการหลายรายทั้งในและต่างประเทศตลอดมา แต่กระบวนการสกัดเส้นใยที่ใช้อยู่ในปัจจุบันยังมีข้อจำกัดในด้านกำลังการผลิต และต้นทุนการผลิตที่มากกว่า 200 บาทต่อกิโลกรัม

ดังนั้น ทีมวิจัยจึงได้ทำการศึกษาครอบคลุมโซ่อุปทานของผลิตภัณฑ์สับปะรดนอกเหนือจากผล ตามหลักโมเดล เศรษฐกิจ BCG คือ ใบ และเหง้าที่เหลือในไร่  เพื่อให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้นจากการนำใบและเหง้ามาแปรรูปเป็นเส้นใย และวัตถุดิบสำหรับสกัดเอนไซม์บรอมิเลน อีกทั้งยังช่วยลดปัญหาจากการกำจัดเศษเหลือทิ้งที่ไม่ถูกวิธีอันจะก่อให้เกิดมลภาวะ  

  

“โครงการนี้ได้ศึกษาโมเดลห่วงโซ่อุปทานของกลุ่มวิสาหกิจชุมชนในภาคตะวันออก  โดยใช้ตัวแทน คือ จ.ระยอง และขยายไปยังพื้นที่ที่มีศักยภาพและตามความต้องการของกลุ่ม  คือ ภาคตะวันตก โดยใช้ตัวแทนคือ จ.ราชบุรี  นอกจากนี้ยังมีกลุ่มวิสาหกิจชุมชนใหม่ที่ต้องการผลิตเส้นใยที่ จ.ประจวบคิรีขันธ์   ทางโครงการยังได้ประสานกับบริษัทที่ประกอบธุรกิจรับซื้อเส้นใยและอุตสาหกรรมสิ่งทอที่จะนำเส้นใยสับปะรดไปใช้ประโยชน์ รวมทั้งประสานกับทางหน่วยงานราชการในคณะกรรมการนโยบายและพัฒนาสับปะรดแห่งชาติ  โดยนโยบายของคณะกรรมการดังกล่าว เน้นการขับเคลื่อนใน 3 มิติ คือ 1.การเพิ่มประสิทธิภาพและบริหารจัดการการผลิต 2. การเพิ่มศักยภาพอุตสาหกรรมแปรรูป โดยส่งเสริมการวิจัย การนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาใช้สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสับปะรด และ 3.การเพิ่มศักยภาพการตลาดและการส่งออก”

ทีมวิจัยได้มีการศึกษาประเมินความพร้อม โดยพิจารณาจากพื้นที่ปลูกสับปะรดและกลุ่มวิสาหกิจชุมชนที่ทำการผลิตเส้นใย หรือเก็บเกี่ยวเหง้า   และศึกษาความเป็นไปได้ในการนำต้นแบบจากงานวิจัยไปสู่การผลิตระดับอุตสาหกรรม ซึ่งเน้นที่การนำเส้นใยจากใบสับปะรดไปเป็นวัตถุดิบสำหรับอุตสาหกรรมสิ่งทอ  และในอนาคตจะผลักดันไปสู่อุตสาหกรรมสิ่งทอเทคนิคต่อไป  โดยจะมีการวิเคราะห์ต้นทุนการผลิต  การพัฒนาปรับปรุงกระบวนการผลิตให้เหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมายผู้ใช้งาน และการถ่ายทอดความรู้และเทคนิคต่างๆ ให้กับกลุ่มเป้าหมาย

ดร.รังสิมา กล่าวอีกว่า  ปัจจุบันทีมวิจัยได้มีการถ่ายทอดองค์ความรู้ในการแปรรูปเส้นใยสับปะรดให้กับ 2 กลุ่มวิสาหกิจชุมชนต้นแบบ  คือ  กลุ่มวิสาหกิจชุมชนทอผ้าแสนใย คนแสนวิถี ต.ละหาร อ.ปลวกแดง จ.ระยอง  ซึ่งมีกำลังการผลิตเส้นใยสับปะรด ประมาณ 100 กิโลกรัม/เดือน  และกลุ่มวิสาหกิจชุมชนกลุ่มผลิตเส้นใยธรรมชาติบ้านคา ต.หนองพันจันทร์ อ.บ้านคา จ.ราชบุรี  โดยมีกำลังการผลิตเส้นใยสับปะรดประมาณ 200-300 กิโลกรัม/เดือน 

อย่างไรก็ตาม ทีมวิจัยคาดหวังว่า จากการศึกษาเชิงลึกใน 3 ผลิตภัณฑ์จากเส้นใยสับปะรดที่มีศักยภาพ  คือ เส้นด้ายปั่นผสมในอุตสาหกรรมสิ่งทอ  แผ่นนอนวูฟเวนหรือผ้าไม่ทอในอุตสาหกรรมสิ่งทอเทคนิคเช่นแผ่นดูดซับเสียง  และกระดาษหรือเยื่อกระดาษในอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์  จะสามารถผลักดันไปสู่การผลิตระดับอุตสาหกรรมได้   โดยปัจจุบันทีมวิจัยอยู่ระหว่างการศึกษาวิเคราะห์ห่วงโซ่คุณค่าของผลิตภัณฑ์จากสับปะรดทั้ง 3 รายการดังกล่าว  ซึ่งการศึกษาน่าจะค้นพบผู้มีบทบาทที่มีศักยภาพตลอดห่วงโซ่คุณค่าในทุกขั้น และสามารถสร้างความร่วมมือเชื่อมโยงระหว่างข้อต่อต่าง ๆ ได้อย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งจะนำไปสู่การสร้างธุรกิจใหม่จากผลิตภัณฑ์เส้นใยสับปะรดให้เกิดขึ้นได้จริง




แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< กรกฎาคม 2022 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30
31            



[ Add to my favorite ] [ X ]