• รวงข้าวล้อลม
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : realteacher2528@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-02-09
  • จำนวนเรื่อง : 339
  • จำนวนผู้ชม : 154992
  • จำนวนผู้โหวต : 507
  • ส่ง msg :
หัวข้อใดที่ท่านชอบและสนใจที่จะชมมากที่สุดในการเข้าบลอกครูลำบู
การงานอาชีพและเทคโนโลยี
1 คน
การบ้านการเมืองเรื่องใกล้ตัว
1 คน
สร้างงานศิลปสร้างอาชีพ
7 คน
บลอกลูกศิษย์
0 คน
ความรู้ทางการศึกษา
2 คน
อาหารเพื่อสุขภาพ
0 คน
เสื้อผ้าสวยด้วยมือเรา
1 คน
ความเคลื่อนไหวทางการศึกษา
2 คน
วิธีการสร้างบลอก
9 คน
เก็บตกพักอารมณ์
2 คน

  โหวต 25 คน
วันเสาร์ ที่ 9 กุมภาพันธ์ 2551
~@ ...รัก ..ควาย..@
Posted by รวงข้าวล้อลม , ผู้อ่าน : 321 , 10:17:18 น.   | หมวดหมู่ : @.. การบ้านการเมือง  
พิมพ์หน้านี้


เมื่อถึงเทศกาลแห่งความรัก เรามักจะนึกถึงแต่ความรักในเชิงชู้สาว ความรักระหว่างเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน จนลืมระลึกถึงความรักต่อสัตว์ที่มีฐานะเป็น "เพื่อนยาก" ที่ภักดีต่อมนุษย์ผู้เป็นเจ้าของ

ในจำนวนสัตว์ที่เป็นเพื่อนยากและผูกพันกับคนไทยมาช้านานนั้น "ควาย" ถือเป็นสัตว์อันดับหนึ่งที่ใกล้ชิดกับคนไทย ด้วยเพราะสังคมเกษตรของไทยที่ผ่านมา ควายถือเป็นแรงงานสำคัญในการช่วยให้กำเนิดผลิตผลทางการเกษตรได้ไม่น้อย นอกจากนี้ควายกับชาวนายังมีความผูกพันในฐานะเพื่อนคู่ทุกข์คู่ยากกันอีกด้วย

ด้วยความที่ "ควาย" จะต้องมาอยู่ใกล้ชิดและเป็นกำลังสำคัญในการช่วยเหลือในกิจการของชาวนา ดังนั้น การเลือกควายจึงถือเป็นสิ่งสำคัญ เพราะควายลักษณะดี จะช่วยค้ำชูให้เจ้าของมีความเจริญรุ่งเรือง ในทางตรงกันข้ามหากได้ควายลักษณะชั่วมา ก็จะพาให้ครอบครัวเศร้าหมองและเกิดโทษได้ การเลือกควายนั้นมีตำราดูลักษณะดังนี้ ๑

ทีนี้ข้าจะรำพรรณถึงกำเนิดกระบือ ซึ่งมีนามตามชื่อโบราณมา อนึ่งเล่าเปนสีดำธรรมดาหน้าผากโต มีด่างใหญ่เปนใบโพพองามดี งามเกินเจริญศรีสวัสดิ์ ใครเปนเจ้าของต้องพิพัฒน์บริบูรณ์ ทั้งสมบัติก็มากมูลเนืองนองมา คนนับถือฦๅชาย่อมปรากฏ มีทั้งลาภแลยศอันใหญ่ยิ่ง กระบือนี้ย่อมดีจริงต้องตำรา ยังอีกตัวหนึ่งเปนคำปรัมปราท่านกล่าวไว้ ว่าสีเหมือนทองแดงแสงสดใสขนเปนมัน หน้าก้อร่อฅอควันเปนมงคล อิกทังสกนธ์ก็ด่างพร้อย เกิดมาตั้งแต่น้อยไปจนใหญ่ ท่านเจ้าของนี้มีข้าไทบริบูรณ์ ทั้งสินทรัพย์ก็นับมากมูลเปนก่ายกอง ชั้นแต่จะค้าขายก็ได้คล่องไม่ยากจน อย่างที่กระบือดำปลอดตลอดตนงามนักหนา ท่านเรียกว่านิลสาลิกาปัดตลอด งามจริงยิ่งยอดกระบือดี ใครเลี้ยงไว้ก็ได้มีสุขสบาย ปราศจากอันตรายแลโรคา...(ประชุมเชิญขวัญ, น. ๕๐-๕๑)

เมื่อได้ควายที่ถูกใจ เลี้ยงดูกันไปมา ก็ก่อให้เกิดความผูกพันและสื่อสารกันเข้าใจ ผู้เขียนเคยได้ยินว่าที่จังหวัดตราด (และอาจจะมีที่จังหวัดอื่นๆ อีก) มีคำศัพท์ที่ใช้สื่อสารระหว่างคนกับควาย เวลาเมื่อจะขี่ควาย โดยใช้สื่อสารเข้าใจกันได้ดี อาทิ คำว่า แค่ว หรือ ค่าว หมายถึงให้เลี้ยวขวา คำว่า ต่าน หมายถึงให้เลี้ยวซ้าย คำว่า ฮึย หมายถึงให้เดินหน้า และ โหยด หมายถึงให้หยุด ความผูกพันและความใกล้ชิดดังกล่าวเป็นส่วนสำคัญ ที่ทำให้เกิดความรักและความเข้าใจต่อ "ควาย" ในฐานะเพื่อนผู้ซื่อสัตย์ ก่อเกิดวัฒนธรรมที่

แสดงถึงความรักระหว่าง "คน" กับ "ควาย" นั่นคือ พิธีสู่ขวัญควาย

พิธีสู่ขวัญควาย เป็นพิธีของชาวนาที่ทำขึ้นเพื่อแสดงความรักระหว่างคนกับควาย มีวัตถุประสงค์เพื่อแสดงการขอบคุณ "ควาย" ที่ต้องเหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้าจากการเทียมแอกไถนาตลอดฤดูกาลเพาะปลูก รวมถึงขอสมาโทษที่ชาวนาล่วงเกินด้วยการด่าทอเฆี่ยนตีทำให้ขวัญหนีไปจากตัวควาย ประเพณีนี้โดยมากมักทำหลังจากที่เสร็จสิ้นการเก็บเกี่ยว ซึ่งอาจไม่ตรงกัน โดยมากมักอยู่ในราวเดือน ๑๐ ถึงเดือน ๑๒ บางแห่งอาจทำก่อนการเพาะปลูกก็มี การสู่ขวัญควายถือเป็นประเพณีเก่าแก่ของชนชาติไท ทั้งนี้เพราะพบว่าคนไทหลายกลุ่ม เช่น คนไทดำ คนไทขาวที่เวียดนาม คนลาว คนไทลื้อที่สิบสองปันนา คนไทขึนที่พม่า เป็นต้น ต่างก็มีประเพณีสู่ขวัญควาย ส่วนในประเทศไทยเองนั้น ก็พบในทุกภาคของประเทศไทย



จากสู่ขวัญควาย ถึงกระบือปาร์ตี้ :

งานเลี้ยงขอบคุณ "ควาย"

ขั้นตอนของการสู่ขวัญควายนั้น เริ่มจากการตระเตรียมสิ่งของต่างๆ ที่จะใช้ในพิธีรวมทั้งของชอบของพระเอก/นางเอกของงาน ศาสตราจารย์มณี พยอมยงค์ ปราชญ์แห่งล้านนาไทย กล่าวถึงเครื่องทำพิธีสู่ขวัญควายว่าประกอบไปด้วย

๑. บายศรีนมแนว หรือบายศรีปากชาม

๒. กรวยดอกไม้และด้ายสำหรับให้ผูกเขาควายเวลาสู่ขวัญตัวละ ๑ คู่

๓. หญ้าอ่อน ๑ หาบ สำหรับเป็นรางวัลแก่ควาย

๔. ข้าวเหนียวสุก ๑ กล่อง

๕. ไก่ต้ม ๑ คู่

๖. เหล้า ๑ ไห

๗. ขนมบางอย่าง เช่น ขนมต้มขาว ขนมต้มแดง หรือข้าวต้มผัด

๘. น้ำขมิ้นส้มป่อยใส่ขันเงิน สำหรับประพรมควาย

เมื่อตระเตรียมสิ่งของพร้อมแล้วให้นำเครื่องพิธีต่างๆ มาวางไว้บนเสื่อที่ปูไว้หน้าคอกควาย เจ้าของควายพาควายไปอาบน้ำและแต่งองค์ทรงเครื่อง แล้วจูงควายมาผูกไว้กับเสาหลักในคอก จากนั้นจึงเชิญหมอขวัญมาทำพิธีเรียกขวัญ เอาด้ายผูกกรวยดอกไม้ติดกับเขาควาย บางรายเอาด้ายสายสิญจน์ผูกคอไว้ด้วย แล้วเอาน้ำขมิ้นส้มป่อยประพรมเพื่อให้ควายอยู่สุขสบาย พอทำพิธีเสร็จ เจ้าของยกเครื่องข้าวขวัญออกไป แล้วนำเอาหญ้าอ่อนและอาหารต่างๆ มาให้ควายกินเป็นอันเสร็จพิธี๒

ในพิธีสู่ขวัญควายของคนไทบางกลุ่มมีการปล่อยควายเข้าป่าไปหลังเสร็จพิธี เช่น พิธีทำขวัญควายของไทดำ เมืองลา ที่เวียดนาม หรือพิธีทำขวัญควายของไทลื้อ เมืองเชียงรุ่ง สิบสองปันนา ก็ปล่อยควายเข้าป่าเช่นเดียวกัน เฉพาะพิธีทำขวัญควายของไทลื้อ เมืองเชียงรุ่ง สิบสองปันนานี้ปล่อยควายเข้าป่าไปประมาณ ๑๕ วัน หรือบางทีก็ ๑ เดือน ก็จะเข้าป่าไปเยี่ยมควาย จนถึงเวลาทำนาอีกครั้งหนึ่งจึงจะไปรับควายกลับ๓ ทั้งนี้คงเพราะจะให้มีอิสรภาพไม่ต้องถูกกักขังนั่นเอง อย่างไรก็ตามอาจมีคำถามว่าแล้วปล่อยควายไปแล้ว ถ้าควายอยากกลับบ้านจะกลับถูกหรือไม่? คำตอบก็คือ ชาวไทดำที่เมืองลา ประเทศเวียดนาม เชื่อว่าเมื่อควายได้กินเกลือในพิธีแล้ว ควายจะจำบ้านของตนได้๔

งานวิจัยของศาสตราจารย์พิเศษ ดร. ประคอง นิมมานเหมินท์ ผู้เชี่ยวชาญวรรณกรรมชนชาติไท กล่าวว่าคนไทใต้คงไม่มีพิธีทำขวัญควาย แต่ก็ให้ความสำคัญกับควายมาก กล่าวคือ ในช่วงที่ผู้ชายไปไถนา เมื่อภรรยานำข้าวไปส่งสามี ก็จะนำข้าวไปเผื่อควายด้วย โดยนำข้าวไปให้สามี ๑ ก้อนและให้ควาย ๑ ก้อน ทุกวัน เมื่อถึงเวลารับประทานข้าวใหม่ คนไทใต้ก็คงจะให้ควายกินข้าวใหม่ก่อนคน ที่สำคัญในรอบ ๑ ปี จะมีวันพิเศษวันหนึ่งซึ่งถือเป็นวันของควายโดยเฉพาะ เป็นวันเริ่มฤดูร้อน เรียกว่า "วันหลี่เซีย" เสมือนเป็นวันควายแห่งชาติ จะไม่ให้ควายทำงาน คนไทใต้คงมีความเชื่อว่าถ้าใครให้ควายทำงานในวันนี้ควายจะร้องไห้ ๕



"บอกสิ บอกสิบอกว่ารัก (ควาย)" :

ความรักในบททำขวัญควาย

ในพิธีสู่ขวัญควายมีขั้นตอนสำคัญอยู่ขั้นตอนหนึ่งที่เป็นการบอกรักควาย นั่นคือขั้นตอนที่หมอขวัญเรียกขวัญ ในบททำขวัญควายจะสะท้อนให้เห็นถึงความสัมพันธ์กันอย่างใกล้ชิด การดูแลและเห็นใจกัน ความผูกพันระหว่างคนกับควาย รวมถึงการระลึกถึงคุณของควาย ดังในบทสู่ขวัญควายของภาคเหนือ ความตอนหนึ่งดังนี้

...เจ้ากระทำการไถแผ่นดิน อดหิวลำบากข้าก็จักแก้เชือก ๒ เส้นกันผูกไว้กับเฝือ (คราด) และไถ...เพื่อจักสมนาคารวะตามแต่โทษ เมื่อมีใจกริ้วโกรธกล้าราวี เอาเชือกฟาดตีด่าหย้อ เป็นกำพร้าพ่อหีแม่ เป็นคำเคียดแก่สะหาว หาคำอดคำหยาบบ่ได้ เป็นคำแสบไหม้แกนหูแห่งท่าน ตูข้าทั้งหลายก็หากมีคำอินดู ก็ขอสมมา ขอหื้อท่านลาโทษ ปลดเสียโทสนโทษ ขออย่าเอาคำกริ้วโกรธไว้ในใจ ขออย่าหื้อเป็นกรรมเวรภัยแก่กันไปภายหน้า พระเจ้าหน่อฟ้าตนโปรดโลกหากเทศนาไว้ว่าบ่ควรแท้ดีหลี (ประเพณีสู่ขวัญควายของลานนาไทย, น. ๕)

ส่วนในบททำขวัญควายของอีสาน ก็ได้แสดงความรักต่อควายเช่นกัน มีการพรรณนาความตอนหนึ่งเล่าถึงการขอขมาโทษควาย ที่ขณะทำงานไถนา ลูกควายก็มาล้อมหน้าล้อมหลังจะกินนมแม่ควาย ทำให้แม่ควายลังเลใจและทำงานช้าลง เมื่อเจ้าของเห็นว่าช้าก็ด่าก็ตี ซึ่งอาจทำให้แม่ควายต้องเศร้าเสียน้ำตา จึงต้องมาขอขมาโทษในครั้งนี้

...วันนี้แม่นวันกล้า ข้อยจึ่งสู่ขวัญควายบักคำอี่เผือกตัวบุญมี อี่เขาปีตัวบุญกว้าง แล่นอ่อมอ้อยแอ่วกินนม ทมๆ ใจจักขาด น้ำตาหลากไหลตก เจ้าจึงคนิงในอกในทรวงจักแตกทะลาย อยู่เหิงหลายสวยพองายแดดแก่กล้า เจ้าจึงต่าวหน้าคืน ข้อยจึงมีใจเคียดค้อย ข้อยจึงบายเอาค้อนน้อยๆ...ดีไป ไปบ่ดีข้อยจึงได้ด่าไปซ้าข้อยจึงได้ไล่เร็วไว เจ้าจึ่งไปซีชุดเจ้าจึงไปซีขาด ชิดค่าวขาดเซไป ปลดไถเชาข้อยกะได้ดีช้ำ (ประเพณีโบราณไทยอีสาน, น. ๓๐๗)

ท้ายบททำขวัญมักมีการอำนวยพรแก่ควาย ให้ควายมีอายุยืน แข็งแรง ออกลูกมากๆ และปลอดภัยจากภยันตรายทั้งปวง ตลอดจนขอให้ได้เกิดเป็นมนุษย์

...ให้เจ้ายืนยาวมั่นทันตาตั้งอยู่ดีเยอ อย่าได้ควยโค่นค้างคอนล้มหล่อนเสีย ชยตุ ภวังค์ ชยมังคลัง สตวัสสา ฑีฆายุกา โหนตุ มหิงสโคณา (ประเพณีโบราณไทยอีสาน, น. ๓๐๗-๓๐๙)

...หากเป็นคนภายหน้า หื้อเข้ากล้าดียาว ฝูงไร่นาก็ดีเที่ยวแท้ หื้อเข้าเหลือเล้าเต็มเยีย หื้อมันยูท่างกินแลทานไป อย่าขาดตราบต่อเท้าซำชั่วชีวัง เทอะเนอ ชยนฺตุภวํ ชยนฺตุภวํ ชยมงฺคลํ แล้วแล (บททำขวัญควายของไทลื้อ สิบสองปันนา, น. ๑๗๒)



จาก "ควาย" กลายเป็น "คน"

ในบททำขวัญควายส่วนใหญ่นั้นเมื่อจะกล่าวถึงควาย มักใช้สรรพนามแทนตัวควายว่า "พ่อ" ซึ่งเป็นคำที่ใช้เรียกคน เช่น พ่อปลั่ง พ่อแก้ว นำมาใช้เรียกแทนควาย หรือบางแห่งอาจเรียกตัวผู้ว่า เจ้า เรียกตัวเมียว่า นาง สิ่งเหล่านี้แสดงให้เห็นว่าชาวนาไม่ได้มอง "ควาย" เป็น "ควาย" แต่มองควายเป็น "คน" ดังนั้นนอกจากการทำขวัญควายหลังการเก็บเกี่ยวเสร็จแล้ว ควายยังมีประเพณีชีวิตที่ได้รับการปฏิบัติแทบไม่ต่างไปจากคนเลย เช่น ทำขวัญลูกควายเกิดใหม่ ทำขวัญเรือน (คอกควาย) การจัดการศพ เป็นต้น

ยกตัวอย่างบททำขวัญลูกควายของภาคกลาง (ทำขวัญควายแรกคลอด) บทนี้มีลักษณะเหมือนการรับขวัญ ต้อนรับสมาชิกใหม่ของครอบครัวศรี ศรี สวัสดีสถาพรเปนบวร

มงคล วันนี้ข้าพเจ้าจะแผ่ผลทั่วขอบเขตต์ ด้วยกระบือวิเศษของข้าพเจ้าเกิดลงมา อีกทั้งเจ้าทุ่งเจ้าท่าที่อยู่ป่าแลอยู่ดง อยู่ห้วยเขาลำเนาพงทุกท่อธาร วันนี้เปนวันสุขสำราญด้วยกระบือปลอด ของข้าคลอดออกมาดูงามครัน ทั้งท่วงทีสีสันก็ชอบกล ตั้งแต่ได้กระบือตัวนี้ก็มีผลเหลือประมาณ ทั้งเข้าปลาแลอาหารก็ทวี ทั้งเงินทองฤๅก็มากมีออกไหลมา จะนึกสิ่งใดก็ได้สมปราร์ถนาทุกสิ่งอัน...(ประชุมเชิญขวัญ, น. ๔๙)

นอกจากนี้ยังมี "คำสอน" จากคนถึงควาย ที่แสดงความห่วงใยและสอนการปฏิบัติตัวและการดำเนินชีวิตดุจ "พ่อสอนลูก"

...ถ้าแม้ว่าเจ้าเติบโตขึ้นมามีเปลี่ยวปละอย่าเกียจคร้าน แต่พอเดือนหกฝนตกท่วมบ้านลงมาเย็นใจ พ่อนี้จะได้ผูกแอกไถเปนเครื่องครบออกทุ่งนา อย่าปรารภความเหนื่อยเหน็จ ถึงเขาจะตีพ่อสักเท่าไรก็อย่าขามเข็ดจงทนเอา ตัวพ่อนี้จะตั้งชื่อเจ้าว่าอ้ายเปลี่ยว ถ้าแม้นงานมีทำเรียกคำเดียวจงวิ่งมา อย่าทำเปนหัวดื้อเหมือนกระบือป่าเที่ยวยืนเบิ่ง คนวิ่งไล่ไพล่กะเจิงเที่ยวสัญจร จนดาวเคลื่อนเดือนดับไม่กลับมานอนที่ในคอก เที่ยวซุกซ่อนนอนซอกป่าละเมาะ ทำให้เจ้าของเที่ยวมองเสาะทุกตำบล ขวัญพ่อเอ่ยอย่าได้คะนองลองเชิงชนเปนควายเปลี่ยว หนทางไพรเขียวอย่าไปให้ห่าง เร่งระวังตัวกลัวเสือช้างจะยายี อนึ่งศัตรูหมู่ผีเที่ยวสัญจร มันจะพาเจ้าเข้าซุกซ่อนอดหญ้าฟาง เห็นทางไหนใหญ่กว้างเจ้าจงกลับ อย่าเดินเฉยให้เลยลับจนหลงบ้าน...(ประชุมเชิญขวัญ, น. ๕๐)

หรือในบทไหว้เจ้าที่คอกควายของภาคใต้ ที่มีการเชิญสิ่งศักดิ์สิทธิ์มาปกปักรักษาคุ้มครองคอกควาย ให้ผู้อยู่อาศัยมีความสุข ปราศจากอันตรายทั้งปวง ดังความตอนหนึ่งที่ว่า

...ครั้นท่านเสวยแล้ว โบริยาตรคลาดแคล้ว ไปสู่สถาน ยังแต่รอยเดน ยังแต่รอยชาน พวกชาวคันหาม กินสำราญใจ ถือกล้องคองน้ำ มัวเมาผินไขว่ บ้างโห่บ้างร้อง เล่นรำสำราญใจ ที่อยู่ก็อยู่ ที่ไปก็ไป ที่ยังอยู่ไซร้ รักษาจงดี ศัตรูหมู่ร้าย อย่าเข้ามาใกล้ เบียฬควายฝูงนี้ หมู่สูทั้งหลาย ยิกไล่ทุบตี ตั้งแต่วันนี้ อย่ามีอันตราย สัมฤทธิ์ชันตุ จะมะหาเทวะตา

สุดท้ายเมื่อควายตายลง ชาวล้านนาก็มักจะเอาเขาทั้ง ๒ ข้างทำเป็นที่ติดเทียนบูชาพระถวายไว้ที่วัด เพื่ออุทิศส่วนกุศลให้แก่ควายที่ตายไปอีกด้วย

ด้วยความรักอย่างสุดซึ้งของคนไทยกับควายนี้เอง คนไทยโบราณจึงไม่นิยมกินเนื้อควาย ไม่ใช่เพราะนับถือเจ้าแม่กวนอิม ไม่ใช่เพราะนับถือพระโคอุสุภราชของพระอิศวร แต่เพราะนับถือในน้ำใจของเพื่อนผู้ซื่อสัตย์ เหตุนี้เพื่อนจึงย่อมไม่ฆ่าเพื่อน

แต่สำหรับคนไทยในวันนี้ หากใครมีควาย แล้วรักควาย ชอบควายก็ต้องรีบๆ บอกกัน มัวอืดอาดช้านานไป "ควาย" จะกลายเป็นลูกชิ้นไปเสียก่อนจะหาว่าไม่เตือน

ขอขอบคุณข้อมูลจากหนังสือ  ศิลปวัฒนธรรม


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 14
ครูส้ม วันที่ : 09/02/2008 เวลา : 18.42 น.
http://www.oknation.net/blog/thipjt
http://www.oknation.net/blog/mokara

ได้ความรู้ขึ้นอีกมากมาย
ขอบคุณมากค่ะ
ความคิดเห็นที่ 13
เป๊ปซี่ วันที่ : 09/02/2008 เวลา : 18.29 น.
http://www.oknation.net/blog/Pepsi8


พิธีสู่ขวัญควาย ..........เพิ่งเคยได้ยินเหมือนกันครับ....

ขอบคุณครับ....ที่ทำให้รู้จักพิธีแปลกๆ.....
ความคิดเห็นที่ 12
หญ้าน้ำ วันที่ : 09/02/2008 เวลา : 17.58 น.
http://www.oknation.net/blog/yhanam
...เราต่างก้าวผ่านมาจากความไม่รู้....ใช่หรือ ?


นึกถึงวิถีชีวิต....
ชาวนาครับ
ความคิดเห็นที่ 11
Nozz วันที่ : 09/02/2008 เวลา : 17.57 น.
http://www.oknation.net/blog/nozzila
http://www.oknation.net/blog/xinchaovietnam

เป็นควายยังมีบุญคุณกับชาวนา แต่มีควายบางตัวหวังอยากเป็นใหญ่ในรัฐบาล น่าสงสารประเทศไทยจิงๆ ชวนครูลำบมาูฟังเพลงนะคับ
http://www.oknation.net/blog/nozzila/2008/02/05/entry-1
ความคิดเห็นที่ 10
เรือรบเมืองมั่น วันที่ : 09/02/2008 เวลา : 15.20 น.
http://www.oknation.net/blog/ruarob

ชอบภาพควายในปลักครับ หน้าตาซื่อดี
ความคิดเห็นที่ 9
ตาเรน วันที่ : 09/02/2008 เวลา : 14.03 น.
http://www.oknation.net/blog/sammaapii
หากท่านเป็นผู้ทำธุรกิจอินเตอร์เน็ตและเกมส์  ขอเชิญแวะเยี่ยมเราที่   >>> www.tscclub.org   มีสาระมากมาย..ให้คำปรึกษาฟรี

ฮึ....ค....ว....อา....ย....น่ารัก..
ความคิดเห็นที่ 8
กัสโต้ วันที่ : 09/02/2008 เวลา : 13.52 น.
http://www.oknation.net/blog/custo
LIFE IS BEAUTIFUL WHEN YOU WALK SLOWLY

เกิดมาก็เห็นควาย ใต้ถุนบ้านแล้วค่ะ
แต่ตอนนี้ไม่มีอีกแล้ว อยากกลับไปเป็นเหมือนเดิมจัง
ความคิดเห็นที่ 7
auguzzy วันที่ : 09/02/2008 เวลา : 12.24 น.
http://www.oknation.net/blog/raterko
A man can be destroyed but not defeated.

ลูกชาวนาย่อมรู้จักควายครับ
ความคิดเห็นที่ 6
รัตน์ใบขวาน วันที่ : 09/02/2008 เวลา : 12.01 น.
http://www.oknation.net/blog/khonthook
กลุ่มวรรณกรรมใบขวาน - www.esanstate.com 

เป็นชีวิตที่ผูกพันกันมาเนิ่นนานครับ สำหรับสองชีวิตนนี้

...............


สวัสดีครับ
ความคิดเห็นที่ 5
ท่าชนะ วันที่ : 09/02/2008 เวลา : 11.22 น.
http://www.oknation.net/blog/Karida


ขอบคุณค่ะคุณครู ควายนี่ก็แสนรู้เหมือนกันนะ เมื่อก่อนที่บ้านก็มีนะ เขาเรียกว่า ควายโภคทรัพย์ ควายตัวนี้จะไม่ชอบพระ ถ้าเห็นพระจะไล่ขวิด คือไม่ชอบสีสด ๆ น่ะ ใครใส่เสื้อสีแดง สีส้ม เดินผ่านจะไล่ขวิดทันทีเลย เวลาจากบ้านไปนาน ๆ กลับมา เดินผ่านเค้า เค้าจะเข้ามาหานะ ให้เราลูบ ๆ คลำ ๆ แล้วน้ำตาเค้าจะไหล เหมือนเค้าคิดถึงและดีใจที่เรากลับมา ตอนนี้เค้าตายแล้ว ที่บ้านเขาเรียกว่า "ข้องเฌอ" ตอนที่ตาย พ่อก็เอาหัวเค้าไปแช่ในหนองน้ำ เพื่อจะให้เหลือเฉพาะกระดูก พ่อคงทิ้งไว้นาน แม่เลยฝันว่า เค้ามาเข้าฝันบอกแม่ว่าเค้าหนาวให้เอาเค้าออกมราที พอแม่ไปดู ก็เห็นหัวอยู่ในหนองจริง ๆ เหลือเชื่อนะคะ ขอบอกว่ารักควายมาก ๆ ไม่เคยกินเนื้อสัตว์ใหญ่เลยค่ะ
ความคิดเห็นที่ 4
ดินดำน้ำชุ่ม วันที่ : 09/02/2008 เวลา : 11.11 น.
http://www.oknation.net/blog/derreiser

รักควายมากกว่า หลายๆคน ที่เห็นหน้าบ่อยๆ ช่วงนี้ ครับ
ความคิดเห็นที่ 3
redribbons07 วันที่ : 09/02/2008 เวลา : 10.38 น.
http://www.oknation.net/blog/redribbons07

บรรยายความรัก ของคนที่มีต่อควายได้ซาบซึ้งมาก ค่ะ
ความคิดเห็นที่ 2
AJ.p วันที่ : 09/02/2008 เวลา : 10.36 น.
http://www.oknation.net/blog/TheTaleOfFourTribes
- - กระต่ายตัวนี้...มิมีพิษมีภัยนะจ๊ะ!!! - -

เออ...ด้วยความเคารพครับ...คือว่าดูไม่ได้อ่ะครับ...

ปล. บ้านไทยเราน่าจะมี "วันควายแห่งชาติ" นะครับ...คงสนุก
ความคิดเห็นที่ 1
เที่ยวไปตามคะวัน วันที่ : 09/02/2008 เวลา : 10.29 น.
http://www.oknation.net/blog/garmo
เพลงหนึ่งเพลงช่วยให้โลกนี้มีสีสรรจริงๆๆชีวิต..ขาดรสหวาน..แวะมาที่นี่..หวานหวาน..มีให้เติม...เที่ยวไปตามตะวัน..เหนื่อยนัก..แวะพัก..เพื่อเจอสาว..ที่รู้ใจสักคน.. 


อ่านแล้วนึกถึงเพลงที่ร้องว่า
เกิดเป็นควายดีกว่าคน...จริงๆ...
แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน