| ตัวเป็นๆ... | ||
ตัวเป็นๆ... |
||
|
View All |
||
| หนังตะลุงไข่นุ้ยสดๆ | ||
หนังตะลุง |
||
|
View All |
||
| << | กุมภาพันธ์ 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | |||||
| 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 |
| 10 | 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | 16 |
| 17 | 18 | 19 | 20 | 21 | 22 | 23 |
| 24 | 25 | 26 | 27 | 28 | 29 | |
พิมพ์หน้านี้
|
~@ .. ข้อคิดเตือนใจที่ได้จาก ..เอี้ยนจื่อ ..@ http://www.oknation.net/blog/roungkaw/2008/02/19/entry-4 สืบเนื่องจากกระทู้ด้านบนนี้ ขออนุญาตินำมาโพสต์เผยแพร่ที่บลอกนี้นะคะ คิดว่า มีที่บลอกนี้ที่เดียวเพราะหนังสือเล่มนี้ พิมพ์เผยแพร่ เมื่อ 2532 ในสมัยนั้น...อินเตอร์เน็ต ไอทียังไม่เฟื่องฟูเหมือนสมัยนี้ .. เป็นเรื่องจริงของนักการเมืองจีนสมัยก่อน ที่โด่งดังมาก ... ขอเล่าเป็นตอนๆ นะคะ ตอนนี้ มีชื่อว่า... .....................??? ลองอ่านตั้งแต่ต้นจนจบนะคะ ควรตั้งชื่อเรื่องว่าอะไรดี ? ..................... น้ำไหลจากที่สูงลงสู่ที่ต่ำ แต่ค่านิยมของคนเรา ผู้ที่อยู่ต่ำกว่ามักนิยมเลียนแบบผู้ที่อยู่สูงกว่า เช่น พ่อแม่เป็นคนขยันขันแข็ง ลูกๆมักเอาการเอางาน เจ้านายโกงกินคอรัปชั่น ลูกน้องมักกินเล็ก กินน้อย ฯลฯ การเลียนแบบผู้มีอำนาจบารมีเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นง่ายมาก ดังนั้นผู้ที่เป็นเจ้านายคนอื่น จึงควรทำตัวเป็นแบบอย่างที่ดี เพื่อสร้างสรรค์สังคมให้ดีงาม เอี้ยนจื่อ อัครเสนาบดีของจีนสนใจปัญหานี้มาก ดังเช่นบันทึกที่จะเล่าต่อไปนี้ วันหนึ่ง ท่านอ๋องฉีหลิงกงทอดพระเนตรเห็นนางสนมนางหนึ่งแต่งกายด้วยเครื่องแต่งกายชาย และดูทะมัดทะแมงยิ่งนัก ก็อดที่จะชมด้วยความชื่นชอบมิได้ว่า " ..เจ้าแต่งกายด้วยอาภรณ์ชายเช่นนี้ ช่างน่าดูเสียนี่กระไร " นางสนมนางนั้นได้รับคำชมเชยจากเจ้าผู้ครองแคว้นเช่นนี้ ก็ดีใจจนบอกไม่ถูก รีบนำข่าวนี้ ไปแจ้งนางสนมคนอื่นๆ วันรุ่งขึ้น บรรดานางในพระราชสำนักต่างพากันแต่งกายเป็ยชายเพื่อ เอาอกเอาใจฉีหลิงกง แม้กระทั่งฮองเฮา และเจ้าจอมก็พากันเอาอย่างนางสนมเหล่านั้น แต่งกายเป็นชายเช่นกัน ไม่นานนัก ประชาชนทั่วแคว้นฉีก็ทราบว่าฉีหลิงกงชอบผู้หญิงที่แต่งตัวเป็นชาย หญิงสาวจำนวน มากจึงพากันแต่งตัวเป็นผู้ชายบ้าง แฟชั่นแบบนี้แพร่หลายไปอย่างรวดเร็ว เพียงไม่กีเดือนเท่านั้น หญิงสาวทั่วทั้งแคว้นก็พากันแต่งตัวเป็นผู้ชายหมด เหล่าขุนนางในราชสำนักเห็นสภาพเช่นนี้เข้า ก็รู้สึกหนักใจมาก พากันวิพากษ์วิจารณ์ว่า ".. มันจะวิปริตผิดอาเพศไปกันใหญ่แล้วนะ เวลานี้บ้านเมืองของเราไม่มีผู้หญิง - ผู้ชายอีกแล้ว" ".. นั่นซี การทำลายขนบธรรมเนียมประเพณีอันดีงามเช่นนี้เป็นลางเตือนว่า บ้านเมืองกำลังจะ ฉิบหาย .." ฉีหลิงกงได้ยินคำวิพากษ์วิจารณืเหล่านี้เข้า ก็รู้สึกว่ามีเหตุมีผล จึงมีพระราชโองการสั่งห้าม ผู้หญิงแต่งตัวเป็นผู้ชาย พระองค์ตรัสเรียกขุนนางคนหนึ่งมาสั่งการว่า ... ".. ท่านจงไปป่าวประกาศให้ทั่วเมือง นับแต่นี้เป็นต้นไป ห้ามผู้หญิงแต่งกายเป็นชาย ใครขัด คำสั่ง ให้ฉีกเสื้อผ้าและตัดเข็มขัดของมันเสีย .." หลายวันต่อมา ขุนนางท่านนั้นก็ตะลีตะลานเข้ามากราบทูลท่านอ๋องว่า ".. กราบเรียนท่านอ๋อง กระหม่อมถ่ายทอดคำสั่งของพรองค์แล้ว แต่ไม่มีใครเชื่อฟัง .." ".. อะไรนะ ข้าสังแล้วมิใช่หรือว่า หากใครขัดคำสั่ง ก็ให้ฉีกเสื้อผ้าและตัดเข็มขัดของมันเสีย." ฉีหลิงกง ทรงกริ้วมาก " กระหม่อมปฏิบัติตามคำบัญชาของพระองค์แล้ว ทหารเที่ยวฉีกเสื้อผ้าและตัดเข็มขัดของพวก ผู้หญิงต่อหน้าสาธารณชน แต่ชาวบ้านกลับพากันยืนดูเฉยๆ ไม่ตื่นเต้นแม้แต่น้อย วันรุ่งขึ้น พวกหล่อนก็พากันแต่งตัวเป็นชายอีก กระหม่อมไม่ทราบว่าควรจะจัดการอย่างไรดีแล้วพระเจ้าค่ะ" " .. ขนาดนั้นเชียวหรือ แล้วนี่ข้าควรจะทำอย่างไรดี " ฉีหลิงกงวุ่นวายพระทัยยิ่งนัก พอดีเอี้ยนจื่อเดินผ่านมา ฉีหลิงกงจึงตรัสถามว่า.... ".. ท่านอัครเสนาบดีของข้า โปรดช่วยข้าคิดทีเถิดว่า ข้าควรจะแก้ปัญหานี้อย่างไรดี " เอี้ยนจื่อทราบว่าฉีหลงกงทรงกลัดกลุ้มด้วยเรื่องอันใด แต่กลับเฉไฉไปพูดเรื่องอื่นเสีย " ท่านอ๋อง วันนี้กระหม่อมเข้าไปในตลาด พบร้านขายเนื้อร้านหนึ่ง เจ้าของร้านแขวนป้าย ไว้ที่หน้าร้านว่า ขายเนื้อวัว แต่ครั้นเดินเข้าไปในร้าน กลับพบว่าพวกเขาขายเนื้อสุนัข กระหม่อมเห็นแล้วรู้สึกขำเหลือเกิน พระองค์ลองตรึกตรองดูเถิดพระเจ้าค่ะ พวกเขาขาย เนื้อสุนัขแท้ๆ แต่กลับขึ้นป้ายหลอกลวงชาวประชาว่า ขายเนื้อวัว เช่นนี้แล้ว ใครเล่าจะ เชื่อถือพ่อค้าขายเนื้อคนนี้ " " อ๋อ! .. ท่านกำลังเปรียบเปรยว่า ข้าทำตัวเหมือนพ่อค้าขายเนื้อคนนั้นใช่ไหม " แทนที่จะโกรธ ฉีหลิงกงกลับรู้สึกยินดีจนออกนอกหน้า ทรงจ้องมองเอี้ยนจื่อด้วยความหวัง แล้วขอความเห็นว่า ... " .. ท่านคิดว่าข้าควรจะทำอย่างไรดี " เอี้ยนจื่อเห็นว่าท่านอ๋องมีความกระตือรือร้นเช่นนี้ จึงกระแอมกระไอ แล้วกล่าวอย่างเป็น การเป็นงานว่า ... ".. การห้ามผู้หญิงแต่งกายเป็ยชายนั้นไม่ยากเลยพระเจ้าค่ะ ก่อนอื่น พระองค์ควรจะสั่งห้าม นางสนม นางกำนัล รวมทั้งฮองเฮาและเจ้าจอมของพระองค์มิให้แต่งกายเป็นชาย เมื่อพวกนาง ไม่กล้าทำตัวเป็นเยี่ยงอย่างแล้ว สตรีทั่วเมืองก็ไม่กล้าขัดคำสั่งของพระองค์เช่นกัน " . " จริงสินะ ข้าควรจะจัดการกับพวกนางในให้เด็ดขาดเสียก่อน ประชาชนจึงจะไม่กล้ากำเริบ เสิบสาน ." ฉีหลิงกงจึงมีคำสั่งห้ามนางในพระราชสำนักแต่งกายเป็นชายทันที ผู้ใดฝ่าฝืนคำสั่ง จะได้รับ โทษสถานหนัก ไม่ทันถึงเดือน แฟชั่นผู้หญิงแต่งกายเป็นผู้ชายก็เลือนหายไปจากแคว้นฉี อย่างสิ้นเชิง ********************************* ขอขอบคุณ ข้อมูลจากหนังสือ เอี้ยนจื่อปราชญ์ผู้สยบขงจื้อ ... |