| ตัวเป็นๆ... | ||
ตัวเป็นๆ... |
||
|
View All |
||
| หนังตะลุงไข่นุ้ยสดๆ | ||
หนังตะลุง |
||
|
View All |
||
| << | มีนาคม 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | ||||||
| 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 |
| 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 | 15 |
| 16 | 17 | 18 | 19 | 20 | 21 | 22 |
| 23 | 24 | 25 | 26 | 27 | 28 | 29 |
| 30 | 31 | |||||
พิมพ์หน้านี้
|
วันนี้มีอะไรดลใจหลายอย่าง ให้เขียนเรื่องนี้ ..... การเขียนบลอก เป็นเรื่องไม่ยาก หรือไม่ง่ายนักหรอกถ้าหัวใจ สั่งการให้เขียน และเขียนตามใจนึก ตามสิ่งที่รู้ เขียนด้วยอารมณ์ ที่รู้สึก ผสมภูมิรู้ตนเอง รู้มากรู้น้อยไม่เป็นไร ขอเพียงแค่ รู้จริงรู้ลึก และรู้รอบ ในเรื่องที่จะเขียน เป็นธรรมดาของคนที่เป็นครู ...อะนะ ติดนิสัย จะคุยเรื่องอะไร ต้องอารัมภบท ต้องทบทวนความรู้เดิม ต้องเร้าให้อยากเรียน ถ้าเปรียบเทียบภาษาทางธรรม ....เค้าจะใช้คำว่า ศีล ศีล คือ ปกติ ... ใครก็ตาม มิว่า เด็กหรือผู้ใหญ่ ถ้า ร่างกายเป็นปกติ( นิ่ง) วาจาเป็นปกติ ( นิ่ง) ....สมาธิเกิดแน่นอน .... เมื่อสมาธิเกิด ( จิตใจมุ่งมั่นในสิ่งเดียว) สติ และปัญญาก็เกิด ... ** การเขียนบลอกก็เช่นกัน ....การจะเขียนบลอก ให้ได้ดี ถ้าถามว่า ยากไหม .... .... ขอตอบเลยนะว่า ไม่ยากหรอก แต่ก็ไม่ง่ายนัก เขียนอะไรก็ได้ ใครจะอ่าน หรือไม่อ่านฉันไม่สน ถ้าคิดประเด็นนี้ ตอบได้เลยว่า ง่ายๆๆมากกก.... แต่ถ้าเขียนให้คนอ่าน ... และเกิดประโยชน์กับผู้อ่าน และผู้อ่านอ่านมาก เป็นเรื่องไม่ง่ายนักหรอก ข้อแรก ...คือ ถอดหัวใจผู้อ่าน .....ให้ได้ ผู้อ่านชอบอะไร ต้องการอ่านอะไร ถ้าเป็นไปได้ ก่อนลงมือเขียนบลอก เราต้องใช้เวลา อ่าน สังเกต ศึกษา บลอกต่างๆ ....ด้วยการใคร่ครวญ @ ... ทำไมบลอกนี้มีคนอ่านมาก @.. ทำไมบลอกนี้มีคนคอมเมนท์มาก @.. ทำไมนามแฝงนี้ มีผู้ชมมาก @..ทำไมบลอกนี้จึงเขียนแบบนี้ @...และคนถิ่นนี้เค้าชอบคุยกันเรื่องอะไรนะ @... และที่สำคัญที่สุด สิ่งที่เราได้จากบลอกนี้คืออะไร ..... คำตอบจะตามเรามาเองว่า .... วันนี้เราจะเขียนเรื่องอะไรดีน้า ..... นิยายเรื่องไหนเขียนได้ดีหรือไม่ต้องถามผู้อ่านมิใช่ถามผู้แต่ง ฉันใดก็ฉันนั้น บลอกจะเขียนได้ดีหรือไม่ ต้องถามผู้อ่าน คอมเมนท์จะสะท้อนมุมมองให้เจ้าของบลอกได้ดีที่สุด .... ถ้าอยากเป็นนักแต่งนิทาน นิยายที่เขียนแล้วมีผู้อ่าน การใช้บลอกเป็นสนามทดลอง ก็น่าจะเป็นแนวคิดที่ดีนะคะ ข้อที่สอง เนื้อหาของบลอกน่าจะเป็น ขนมจีนแบบน้ำยาผสมน้ำพริกนะคะ เนื้อหาของบลอก ...เชิงวิชาการมากไปจะดีไหม หรืออีกที ....น้ำท่วมทุ่งผักบุ้งโหรงเหรง ...มากไป บลอกน่าจะมิใช่ตำราอ้างอิงทางวิชาการ ..... ในทำนองเดียวกัน บลอก ก็ไม่น่าจะใช่จดหมายรักหวานแหวว หรือไดอารี่ ของใครคนใดคนหนึ่ง .... จุดดุลย์ จุดลงตัว ระหว่างความไม่หนักไปในเชิงวิชาการ และไม่ไร้สาระจนเลี่ยน ...อันนี้น่าจะเป็นเสน่ห์ของบลอก ที่ใครๆ ก็อยากจะเดินเข้ามา นะคะ.... แม้ความชอบส่วนตัว แนวคิดส่วนตัวของแต่ละคน เกี่ยวกับการเข้ามาเสพบลอกจะแตกต่างกัน.. แต่คงไม่มีใครเข้ามาอ่านตำราวิชาการในบลอกทั้งวัน หรือเข้ามานั่งหัวเราะโปกฮา หน้าเวทีตลกหรอกนะคะ ไม่มีใครอยากร้องให้ หัวเราะ หรือเคร่งเครียดทั้งยี่สิบสี่ ชั่วโมงหรอก .... และนี่คือคำตอบว่า ... ทำไมเด็กนักเรียนในโรงเรียนจึงต้องเรียน แปดกลุ่มสาระ คือ คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ สังคม ภาษาไทย ภาษาต่างประเทศ สุขศึกษาและพลานามัย การงานอาชีพและเทคโนโลยี ศิลป ( ใครไม่เคลียร์กับคำถามนี้ หลังไมค์ได้นะคะ หรือจะหน้าไมค์ก็ได้) ข้อที่สาม คอมเมนท์คือกระจกเงา มองข้ามคอมเมนท์ไม่ได้แม้สักคอมเมนท์เดียว ทุกคอมเมนท์มีคุณค่า ...คอมเมนท์กระทู้นี้ มีคุณค่าต่อกระทู้ต่อไปเป็นอย่างยิ่ง ..... หลายคอมเมนท์ .....มาต่อจิกซอร์ต่อกัน สามารถหลอมรวมเป็นกระทู้ใหม่ได้อย่างดี ผูกหัวใจผู้ชม ...หลอมความคิดผู้ชม เร้าให้ผู้ชมเดินตามติดอย่างไม่รู้ตัว ..... บลอกเกอร์ท่านใด ทำได้ในข้อนี้ ขอยกนิ้วให้เลยนะคะ ทำได้ค่อนข้างยากมาก ...แต่ถ้าใช้ความพยายาม ใคร่ครวญ ก็ทำได้ไม่ยากค่ะ ..... พูดง่ายๆก็คือ เอาเพื่อนมาเป็นครูเรา ..... แล้วทำไมเพื่อน ...จะไม่ชอบเราล่ะคะ จริงไหม ?..... ข้อที่สี่ ข้อนี้ในความคิดของตัวเองคิดว่ายากมากกนะคะ คือ ...เขียนแบบหักมุม เขียนให้เพื่อนคันปากคันมือ อยากจะโต้ตอบ .... เขียนแล้วดูเหมือนว่า เจ้าของบลอกบื้อมากๆ ไม่รู้อะไรเลย เพื่อจะได้คอมเมนท์ที่ลึก..... และหลากสี ...... กระทู้แบบนี้ ยอมรับค่ะว่าเขียนยากมาก คนเราในเมื่อรู้จะบอกว่าไม่รู้ นี้ทำยาก เมื่อถอดหัวใจ เขียน ข้อนี้เลยทำยากมาก .... แต่ถ้าเจตนาของเจ้าของบลอก ต้องการรับรู้แนวคิดหลากหลาย มีลีลา ในการเขียนหักมุม มีลีลาเขียนแบบลูกหยอด มีลีลาเขียนแบบเร้ายั่วเย้าให้ผู้อื่นตอบได้ ก็ต้อง ....ขอชมนะคะ ว่าท่านยอดเยี่ยมจริงๆ...... ........ อยากจะสรุปตอนท้ายสั๊กนิดนะคะว่า ..... ยังไง ๆการเขียนบลอก ..... คนที่เป็นครูที่ดีสำหรับท่านคือผู้อ่านนะคะ ... จริงไหม ...
|