|


จากล่องบาง เส้นทางพอเพียง แค่คำว่าจาก คำเดียว มีคุณค่า ตีความได้มากมาย ยากที่จะพรรณนา วันนี้ล่องบาง จาก จังหวัดสุราษฎร์ธานี นำมาฝากกันค่ะ 
คลองบางใบไม้เป็นคลอง ที่มี ถนนลูกรังตลอดสายสองฝั่งคลองเป็นพื้นที่นิเวศน์ชุ่มน้ำ เมื่อฤดูฝนน้ำหลากก็นองเจิ่ง จึงมีพืชพรรณเดิมที่อาศัยระบบนิเวศน์นี้อยู่ทั่วไป เช่น ต้นลูกจาก มะพร้าว ป่าเสม็ด ทุ่งกระจูด ฯลฯ 
คลองที่สามและสี่ที่เราสามารถข้ามไปได้ คือคลองกล้วยใหญ่เป็นคลองใหญ่โดยมีคลองสาขาคือคลองกล้วยเล็กทอดติดต่อกัน โดยคลองกล้วยใหญ่ด้านหนึ่งเชื่อมติดต่อกับแม่น้ำตาปี ถนนสายนี้เป็นลูกรังเมื่อรถใหญ่วิ่งสวนหรือแซงฝูง 
| |
| แต่เดิมท้องที่บริเวณนี้อุดมไปด้วยนาข้าวเพราะน้ำท่าสมบูรณ์เรียกได้ว่าเป็นแม่น้ำร้อยสายที่วกวนเชื่อมคลองเล็กคลองน้อยของแม่น้ำตาปี-คลองฉลาก-คลองพุนพิน ออกสู่ทะเลได้มากมายหลายปากทาง พื้นที่นาข้าวได้ลดถดถอยลงทุกวัน มีนากุ้งเข้ามาแทนที่ แม่น้ำลำคลองเริ่มมีปัญหาเกี่ยวกับมลภาวะ โดยที่ทางการไม่ได้มีมาตรการอะไรเลยแม้แต่ชิ้นเดียวกับการควบคุมจำกัดขอบเขตหรือโซนของการเลี้ยงกุ้งกุลาดำ 
เห็นได้ว่าพื้นที่นากุ้งดังกล่าวได้ผุดขึ้นทุกลำบางของพื้นที่ตลอดบริเวณนี้โดยไร้มาตรการในการปกป้องความบริสุทธิ์ของแม่น้ำดังกล่าวแต่อย่างใดรวมถึงการปกป้องป่าชายเลนของคลองลิเล็ด หรือทุกปากคลองที่ใกล้ทะเลซึ่งเป็นนิเวศน์น้ำกร่อย นอกจากมีเพียงป้ายคำขวัญของการให้รู้คุณค่าของป่าชายเลนเท่านั้นไม่กี่ป้ายที่ปักอยู่ตามริมทางถนนสายนี้

จาก ของดีบางใบไม้ ก่อนที่เทคโนโลยีสมัยใหม่จะเข้ามาแทนที่ หมู่บ้านบางใบไม้คงใช้วิถีชีวิตแบบดั้งเดิมที่สืบทอด กันมาจนชั่วลูกชั่วหลาน ปัจจุบัน คือ ต้นจาก ป่าจาก ซึ่งเกิดมาพร้อมกับตำบลบางใบไม้ พื้นที่บางใบไม้มีพื้นที่ต้นจากประมาณ 300 ไร่ ความสำคัญของต้นจากที่พบเห็นได้ คือ 1. ใบจาก ใช้มุงหลังคาบ้านและสูบแทนบุหรี่ในสมัยโบราณ 2. ทางจาก ใช้กั้นเป็นฝาบ้านหรือขัดกันตลิ่งพัง 3. ก้าน ทำผลิตภัณฑ์กระจาด และเครื่องเสวียนหม้อ 4. ใบสด ใช้หอขนมจาก 5. งวง ทำน้ำตาลหรือน้ำส้มจาก 6. ลูกจาก กินสดหรือทำเป็นขนมลอยแก้ว 7. ราก กันการพังของดินริมคลอง

รวมทั้งหมดของต้นจาก เป็นร่มเงาและรักษาสภาพแวดล้อมของป่าชายเลนให้ กุ้ง ปู ปลา อาศัยและปรับสภาพแวดล้อมให้เกิดความสมดุลในธรรมชาติ จะเห็นได้ว่าสารพัดประโยชน์ในการใช้จากมาดัดแปลงและนำไปใช้ตามความเหมาะสม ตามสภาพของการใช้ชีวิตประจำวัน และในเรื่องนี้จะนำเสนอสิ่งที่เป็นสุดยอดในภูมิปัญญาของตำบลบางใบไม้ ที่รักษาสืบทอดวัฒนธรรมต่อกันมาหลายช่วงอายุคน จนกระทั่งถึง นายพูน แตงกรด หรือปราชญ์ชาวบ้าน ที่เราจะแนะนำให้รู้จักกัน นายพูน แตงกรด มีอายุ 65 ปี อาศัยอยู่บ้านเลขที่ 51 ม. 5 ตำบลบางใบไม้ เป็นผู้รักษาสืบทอดวัฒนธรรมการทำน้ำส้มจากตำบลบางใบไม้ โดยมีวิธีการทำ ดังนี้ 1. ตัดแต่งงวงจาก ในระยะที่เกสรตัวผู้ยังไม่มีการผสม 2. โน้มงวงจากให้งวงอ่อน เพื่อสำหรับงอเข้าใน ต้องทำหลายๆ ครั้ง เพื่อทรมานงวงอ่อนให้รู้สึกเจ็บ แล้วใช้มีดคมๆ ปาดประมาณ 2 3 วัน จะมีน้ำหวานไหลออกมา นำขวดหรือกระบอกไปรองรับ นำไปเคี่ยวเป็นน้ำตาลหรือนำมาหมักเป็นน้ำส้มจากสำหรับไว้ทำอาหาร เช่น ปลาต้มน้ำส้มจาก ซึ่งเป็นรสชาติเด็ดของอาหารที่เป็นวัฒนธรรมและวิถีชีวิตของชาวตำบลบางใบไม้ และเป็นอาหารที่ขึ้นชื่อตามร้านอาหารในตำบล บางใบไม้ในปัจจุบัน
ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้จากลิงค์นี้
suratthani.doae.go.th/Km/meno_51/Surat0134.doc
..........................

|
ขนมจาก ส่วนประกอบ 1.แป้งข้าวเหนียวดำ 250 กรัม 2.แป้งข้าวเจ้า 220 กรัม 3. น้ำตาลปี๊บ 200กรัม 4.น้ำตาลทราย 300 กรัม 5.กะทิ 1/2-3/4 ถ้วย 6.มะพร้าวขูดขาวเป็นเส้นๆ 1 ลูก 7.เกลือ 1/2-1 ช้อนชา ใบจาก ไม้กลัด วิธีทำ 1.ผสมส่วนผสมทั้งหมดให้เข้ากัน 2.ตัดใบจากให้ยาวประมาณ 10 นิ้ว เช็ด ทำความสะอาดให้หมดฝุ่น 3.ตักส่วนผสมประมาณ 1 ช้อนโต๊ะ ใส่ลง ใบจากตามยาวปิดให้แน่น กลัดด้วยไม้ กลัดหัวท้าย ปิ้งไฟอ่อนกลับด้านไปมาจน สุก *ทาน้ำมันบางๆเพื่อไม่ให้ขนมติดใบจาก ................. ชุมชนบ้านสวนริมคลองที่คนท้องถิ่นเรียก "ในบาง" หมายถึงละแวกในคลอง เป็นแหล่งที่น่าเที่ยว สามารถว่าจ้างเรือจากท่าเรือกลางเข้าไปเที่ยวในคลอง หรือขับรถมาเองแล้วติดต่อหาเช่าเรือที่หน้าวัดบางใบไม้ก็ได้ 

การมุงจาก ( ข้อมูลจากภูมิปัญญาท้องถิ่น คนสงขลา ตาสัน) ว่าไว้ดังนี้ ตาสันเล่าให้เราฟังว่า ตนได้ยึดอาชีพหากินกับหลังคามุงจากเป็นหลักมาเกือบ ๒๐ กว่าปีแล้ว สาเหตุที่เป็นแรงบันดาลใจให้ตนยึดอาชีพนี้เป็นหลักก็เพราะมีความสามารถในด้านนี้อยู่แล้ว ตอนแรกๆเห็นเขาทำกันก็รู้สึกสนใจก็เลยลองทำด้วย เมื่อลองทำก็รู้สึกว่าการทำหลังคามุงจากสามารถทำได้ไม่ยากเลย อีกทั้งไม่ต้องใช้วิธีการฝึกฝนด้วย
วัสดุอุปกรณ์ และวัตถุดิบในการทำหลังคามุงจากมีใบชนิดหนึ่งที่ชาวใต้เรียกว่า ใบเหรง ซึ่งสามารถหาได้ทั่วไปตามป่า บางทีหากไม่มีจริงๆ ตนก็จะรับซื้อมาจากที่อื่นในราคาแผ่นละ ๑ บาท ถ้าคิดกำไรเมื่อทำเสร็จ แผงนึงตาสันก็จะได้ ๑๔ บาท นอกจากใบเหรงแล้วยังมีลวดเหล็กสำหรับขึงและไม้ไผ่ด้วย ส่วนขั้นตอนในการทำ เมื่อเตรียมวัสดุอุปกรณ์และใบเหรงพร้อมแล้ว ตาสันก็จะนำใบเหรงสดๆ ใหม่ ๆ มาตัดก้าน แล้วเอาหนามออก จากนั้นก็เอามาฉีก ๒ ครั้ง นำมาประกบกันทั้ง ๒ แผ่นเล็ก เอาไม้ไผ่มาหนีบ ซึ่งไม้ไผ่ที่จะนำมาใช้ได้นั้นจะต้องเป็นไม้ไผ่ชนิดกลม แล้วนำมาผ่าเป็น ๒ ซีก เมื่อถึงขั้นตอนในการหนีบไม้ไผ่กับใบเหรงให้แน่นเข้าหากัน ก็ต้องเอาลวดเหล็กมาขึงให้แน่นให้ได้ความยาวของแผง แผงละประมาณ ๒ เมตร จากนั้นก็เอาแต่ละแผ่นเล็กที่ประกบกันแล้วในตอนแรกมาเรียงกันเป็นแถว และทำแบบนั้นไปเรื่อยๆจนสุดปลายไม้ไผ่
ส่วนในด้านการขายหลังคามุงจากนั้น ตาสันจะขายเป็นแผงๆ โดยขายในราคา ๒๐ บาทต่อแผง ตาสันบอกว่าหลังคาชนิดนี้จะขายดีในช่วงฤดูฝน อันเนื่องมาจากคนที่ซื้อจะนำไปทำขนำเพื่อกันฝน แต่พอเข้าสู่ฤดูแล้งก็ไม่ค่อยมีคนมาซื้อ ทำให้ตาขายไม่ค่อยได้นัก เราถามตาสันว่าราคาต่อแผงถูกมากอย่างนี้แล้ว เวลามีคนมาซื้อยังมีใครขอลดราคาอีกบ้างไหม ตาสันบอกพร้อมกับเสียงหัวเราะแกมขำๆว่ามีอยู่แล้ว บางทีคนที่มาซื้อก็ขอไปเลยฟรีๆ โดยไม่ยื่นปัจจัยยังชีพแก่ตาสันแม้แต่สตางค์แดงเดียว ตาก็ไม่ได้ว่าอะไร ตาบอกว่าในเมื่อคนเขากล้าขอแบบนั้น เราก็ต้องให้ๆเขาไป
ถ้ามองในแง่ประโยชน์ของหลังคาชนิดนี้จะมีคุณสมบัติพิเศษตรงที่ว่า มีน้ำหนักเบากว่าหลังคาชนิดอื่นๆ เยอะ ช่วยผ่อนแรงและง่ายต่อการพกพาไปยังสถานที่ไกลๆ ส่วนในเรื่องของความทนทานนั้น ตาสันบอกว่าหลังคามุงจากจะทนได้นานหรือไม่นานนั้นก็ขึ้นอยู่กับขั้นตอนในการขึงลวดหรือการเรียงแผ่นให้แน่น เพราะถ้าหากผู้ที่ทำขึงได้แน่น ก็ยังผลให้ทนได้ถึง ๑๐ ปี กว่าจะเปื่อย ใ นทางกลับกันถ้าหากขึงไม่แน่นเท่าที่ควรหรือทำแบบหละหลวม ไม่เป็นจริงเป็นจังจะทนได้แค่ ๒-๓ ปีเท่านั้น ที่มาจาก http://www.thangthai.com/index.php?file=topic&forum_id=at&cat_id=a4&obj=forum(794)&PHPSESSID=7f0d37ba49a8f6ff9a69bf477568bb52 *** ...................................................... หมาจากใบจาก

คำว่า "หมา" นี้ บางทีก็เรียก ติหมา หรือ ตีหมา ผู้รู้กล่าวว่าไม่ใช่คำไทยแท้ แต่เป็นคำที่มาจากภาษามลายู คือคำว่า Timba ซึ่งหมายถึงภาชนะตักน้ำ ที่ทำด้วยกาบหมากนั่นเอง หมาแบบต่าง ๆ นี้ มีชื่อเรียกตามลักษณะของพืชวงศ์ปาล์มในท้องถิ่นที่นำมาใช้ทำตัวหมา ถ้าทำมาจากใบจากเรียกว่า"หมาจาก" ถ้าใครผ่านไปทางภาคใต้ เห็นชาวบ้านใช้ภาชนะชนิดหนึ่ง ที่มีรูปร่างโค้งครึ่งวงกลมหรือเป็นสี่เหลี่ยมคางหมู ทำจากใบไม้ ใช้ตักน้ำอยู่ อาจแปลกใจว่ามันคืออะไร และเมื่อมาเห็นเขาขายเป็นของที่ระลึก ถามได้ความว่าคนใต้เรียกเจ้าสิ่งนี้ว่า "หมาตักน้ำ"
ในการทำหมานั้น ชาวบ้านทางใต้นิยมทำหมาจากมากกว่าชนิดอื่น ๆ โดยใช้ยอดอ่อนที่ใบยังรวมกันแน่นไม่แตกออกตัดออกมาเป็นใบ ๆ นำมาตากแดดพอหมาด ๆ แล้วนำใบดังกล่าวมาสอดเข้าด้วยกัน ด้วยการคลี่ใบออกข้างหนึ่ง แล้ววางสลับโคน-ปลายไปเรื่อยๆ เพื่อให้มีขนาดเท่าๆ กัน เมื่อได้ขนาดที่ต้องการแล้ว ก็รวบปลายทั้งสองข้างเข้าหากัน เพื่อผูกเป็นที่ถือ ถ้าเอาปลายมาผูกไขว้กันจะเรียกว่า "หมาโผ้" หรือหมาตัวผู้ ถ้าเอาปลายมาผูกแนบกันเรียกว่า "หมาเหมีย" หรือหมาตัวเมีย ถ้าต้องการให้หมานั้นสวยงาม คงทน ใบไม่แยกออกจากกันง่าย ๆ ก็จะใช้เส้นหวายหรือคล้าแทงเย็บรอยต่อระหว่างใบจากไปตามแนวขวางของใบจาก มักจะอยู่ตรงส่วนกลาง เพราะเป็นส่วนที่ช่วยรับน้ำหนักhttp://nairobroo.com/76/modules.php?name=News&file=article&sid=76
................... สิ่งน่าสนใจ @ วิถีชีวิตริมคลอง เริ่มต้นที่วัดบางใบไม้ จากนั้นเดินข้ามสะพานข้ามคลอง ผ่านย่านสวนมะพร้าว บ้านเป็นเรือนไม้ยกพื้นหลังคาทรงปั้นหยา มุงกระเบื้องว่าว ซ่อนตัวในสวนอันร่มรื่น แทบทุกหลังมีสะพานอยู่ที่ท่าน้ำหน้าบ้าน หากมาเที่ยวในตอนเช้าตรู่อาจได้เห็นพระสงฆ์พายเรือมาบิณฑบาต วัดบางใบไม้เป็นวัดเล็กๆ มีพระพุทธรูปปั้นจากข้าวสุกก้นบาตรอายุกว่า 70 ปี ภายนอกหุ้มด้วยทองเหลือง
@ นั่งเรือเที่ยว มีจุดเช่าเรือเที่ยวอยู่สองแห่งคือ 1. ลงเรือที่ท่าเรือกลาง คนเรือจะพาล่องไปตามเส้นทางที่กำหนดไว้ คือออกจากท่าเรือกลางเข้าคลองบางใบไม้ ไปบ้านกลายคลองชมการผาถ่านจากกะลามะพร้าว และกลับมาที่จุดเดิม 2. ลงเรือที่หน้าวัดบางใบไม้ โดยติดต่อร้านครัวเจ๊พร ที่อยู่ตรงข้ามวัด จะผ่านเส้นทางบางเบิดล่าง บางไผ่ วนกลับมาที่วัดบางใบไม้ มีจุดที่น่าสนใจ คือ - บ้านป้าบุญยัง ป้าบุญยัง บุญมี มีอาชีพทำสวนมะพร้าว และมีรายได้เสริมจากการผลิตงานหัตถกรรมจากกะลามะพร้าว มีทั้งที่มัดผม โคมไฟ ชุดกาแฟ กระเป๋าถือประดับด้วยเครื่องถมจากนครฯ สั่งซื้อได้เฉพาะที่นี่ นอกจากนี้ยังมีมะพร้าวอ่อนน้ำหอมให้ลองชิม หากติดใจจะซื้อกลับไปก็ได้ ราคาผลละ 4-5 บาทเท่านั้น - เรือนโบราณ 200 ปี ถัดจากบ้านป้าบุญยังไปประมาณ 10 นาที ผ่านป่าจากและสวนมะพร้าวอันร่มรื่น จะถึงบ้านโบราณ ซึ่งมีลักษณะเป็นเรือนปั้นหยาแฝด สร้างโดยใชิวิธีการเข้าสลักไม้ยึดโครงสร้างของบ้านแทนการตอกตะปู สร้างขึ้นราว พ.ศ. 2323-2325 โดยขุนประจันศึกประชิด นายทหารจากกรุงศรีอยุธยาที่มารักษากำแพงเมืองนครศรีธรรมราช ภายหลังออกจากราชการแล้วได้มาอาศัยอยู่ในเรือนริมคลองนี้ ปัจจุบันมีคุณยายผัน อายุ 87 ปี เป็นผู้ดูแล แต่สภาพโดยรอบค่อนข้างทรุดโทรม @ ขี่จักรยานชมสวน นักท่องเที่ยวสามารถนำจักรยานไปขี่ชมสวนตามเส้นทางที่สำนักงาน ททท. ภาคใต้ เขต 5 ได้จัดทำไว้ ผ่านสถานที่น่าสนใจหลายแห่ง เช่น สวนสาธารณเกาะลำพู ย่านสวนมะพร้าว ชุมชนชาวบ้านริมคลอง บ้านโบราณ วัดบางใบไม้ เป็นต้น
เส้นทางรถยนต์เป็นถนนลาดยาง แต่มีหลุมบ่อมาก ต้องขับรถด้วยความระมัดระวัง ย่านนี้มีของกินอร่อยขึ้นชื่อหลากหลาย หากขับรถเข้าไปเที่ยวที่ ต. บางใบไม้ พอลงสะพานข้ามแม่น้ำตาปีแล้วขับไปประมาณ 1 กม. ข้ามสะพานข้ามคลองบางภูชี ขวามือจะมีเพิงเล็กๆ ขายข้าวเหนียวปิ้งและขนมจากที่มีชื่อของย่านนี้ เมื่อถึงวัดบางใบไม้ จอดรถแล้วเดินข้ามสะพานข้ามคลองมีก๋วยเตี๋ยวหมูชื่อร้านบ้ามริมน้ำ นอกจากนี้มีร้านครัวเจ๊พร ขายอาหารพื้นบ้านรสชาติดี
การเดินทาง @ รถยนต์ส่วนตัว จากตัวเมืองสุราษฎร์ ข้ามสะพานข้ามแม้น้ำตาปี ขับตรงไปอีก 2 กม. สังเกตปั๊มน้ำมันไม่มียี่ห้อปากทางเข้าทางขวา เลี้ยวขวาผ่านสวนไป 200 ม. จะถึงวัดบางใบไม้ @ รถรับจ้าง นั่งรถตุ๊กตุ๊กในตัวเมืองสุราษฎร์ หรือมอเตอร์ไซค์รับจ้างจากศาลหลักเมือง |
ขอขอบคุณข้อมูลจากลิงค์ต่อไปนี้
http://www.thaitambon.com/Tambon/tsmepdesc.asp?Prod=0252494214&ID=840108&SME=0252493347 http://www.nairobroo.com/nairobroo_monthly/2001/july/doyouknow_mah_tor.htm http://www.geocities.com/muta_tk/wo.htm http://www.thangthai.com/index.php?file=topic&forum_id=at&cat_id=a4&obj=forum(794)&PHPSESSID=7f0d37ba49a8f6ff9a69bf477568bb52
|