| เบื้องหลังพุมผ้าป่า51 | ||
เบื้องหลังพุมผ้าป่า51 |
||
|
View All |
||
| เบื้องหลังพุ่มผ้าป่า 51 | ||
เบื้องหลังพุ่มผ้าป่า 51 |
||
|
View All |
||
| << | พฤษภาคม 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | ||||
| 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 | 10 |
| 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | 16 | 17 |
| 18 | 19 | 20 | 21 | 22 | 23 | 24 |
| 25 | 26 | 27 | 28 | 29 | 30 | 31 |
พิมพ์หน้านี้
|
click to create your own
กระทู้นี้ ขอชี้แจง..เจ้าของบลอกเขียนขึ้น จากประสบการณ์ตรง โดยไม่มีแหล่งอ้างอิงค่ะ .......................... เมื่อวาน...ตั้งใจลดโลกร้อน พักพิงใจด้วยการฟังเสียง หลวงปู่ท่านพุทธทาส ...ไหนๆฟังแล้วก็เผื่อคนอื่นซะด้วย ได้ตั้งใจดั้นด้นท่องเน็ตไปหาเสียง.... ....หลวงปู่ท่านพุทธทาส ...มาให้เพื่อนบลอกเกอร์ฟังกัน ... เหตุการณ์ร้อนระอุ ของบ้านเมือง ...มารยาของสิ่งต่างๆ ที่เรามองเห็น ...บางครั้งเรามองข้ามไปบ้างก็ดีเหมือนกัน ....เดินไปหา ธรรมชาติ เดินไปหา ความบริสุทธิ์ซะบ้างก็ดีเหมือนกันนะ เอาธรรมชาติ ...เอาความบริสุทธิ์มาซักฟอกหัวใจเสียบ้าง ...
นึกถึงหลวงปู่ท่านพุทธทาส ..ก็มีภาพเก่าๆ เก่ามากๆ ประมาณสามสิบ สี่สิบปีมาแล้ว ตั้งแต่สมัยเรียน ม.ปลายมั๊ง ....ค้นๆมา ก็เลยเอามาแสกนโหลดมา ให้ดูกัน ...
บรรยากาศในสวนโมกข์ ( สวนโมกข์พลาราม อ. ไชยา จ.สุราษฎร์ธานี) มองไปทางไหนก็ค้นพบแต่ความร่มรื่น ร่มเย็นและความบริสุทธิ์ เจ้าของบลอกค่อนข้างจะภูมิใจนะคะ ...ที่ถูกเลี้ยงดูมาให้ แบบเกิดจากดิน ..ถูกปลูกฝังให้ชีวิตประจำวัน ที่พักพิงใจ คือ ต้นไม้ สัตว์ และดิน ...สวนโมกข์ คือบ้านหลังที่สอง ยามใดที่ออกจากบ้าน ....บ้านหลังที่สองก็คือสวนโมกข์ ที่พ่อและแม่ ...เอาหัวใจไปจองไว้ให้ลูกๆ ...เมื่อวันหยุดเสาร์ อาทิตย์ และยามใดที่ว่าง ...
กระทู้นี้ขออนุญาตเป็นผู้นำเที่ยวสวนโมกข์สั๊กนิดนะ .... บริเวณนี้ คือ..ห้องรับแขก หลวงปู่ท่านพุทธทาส สมัยที่ท่านยังมีชีวิตอยู่ ท่านมักจะเรียกบริเวณนี้ว่า.. ห้องรับแขกของท่านเสมอ ใครจะไปจะมา ก่อนที่จะเข้า พบท่านเป็นการส่วนตัว ...ส่วนมากจะนั่งพักกันตรงนี้ก่อน บริเวณนี้ จะติดกับกุฏิของท่าน ... สมัยที่ท่านยังมีชีวิตอยู่ ...พวกเราสี่คนพี่น้อง นั่งเล่นกันเป็นประจำ ค่ะ ..
หวลระลึกนึกถึงท่าน ...ขอนำภาพนี้มาให้ดูกันนะคะ เก้าอี้ตัวประจำ ที่นั่งประจำ ที่หลวงปู่ใช้เป็นที่ พูดคุย กับญาติโยมที่ไปเยี่ยม บางครั้ง ก็มี สุนัข จำได้มีอยู่ตัวหนึ่งหลวงปู่ค่อนข้างจะสนใจมาก ท่านให้ชื่อว่า ....สมภาร ..หลายครั้งจะมานั่งข้างๆท่าน เวลาท่านพูดคุยกับแขก ...บางครั้งก็มีไก่ มาอยู่บนท้อง ของท่าน ....ช่างเป็นภาพที่สวย บริสุทธิ์ยิ่งนัก...
บริเวณนี้ ...หลวงปู่เรียกว่า.. ลานหินโค้ง.. ท่านเรียกตรงตัว จำง่ายๆ เพราะลานเป็นหินธรรมชาติ เป็นรูปโค้ง ภาพนี้นานมาแล้ว ....ท่านพลตรีจำลองจะไปกราบ นมัสการท่าน.. ในวันล้ออายุของท่าน ( 26 พ.ค....) เกือบทุกปี ...และคนที่อยู่ข้างๆท่านพลตรีจำลอง ก็คือ หลานชายของท่าน ... บริเวณนี้ ท่านมักจะ ใช้เป็นที่เทศนา ...ส่วนมากจะใช้เทศน์ประจำทุกวันเสาร์ ประมาณบ่ายโมงของทุกวันเสาร์ ในสมัยก่อน ในช่วง โรงเรียนปิดเทอม ....ที่พักพิงใจของครอบครัวเรา ก็ลานหินโค้งนี่หล่ะค่ะ ....
บางครั้งก็ใช้ลานหินโค้ง เป็นที่ให้พระในสวนโมกข์ ฉันท์ข้าวที่นี่ ในภาพนี้ จำได้ว่า วันนั้นคนแน่นมากๆ จนขึ้นไปอยู่บนลานด้านบนด้วย ....บางเทศกาล ทางศาสนา จะมีผู้คน มาฟังเทศน์ฟังธรรม และทำบุญ ตักบาตร แน่นขนัดมากค่ะ
และนี่คือมุมหนึ่ง ของลานหินโค้ง...ที่พ่อใช้ ปลีกวิเวก ฟังธรรมทุกวันเสาร์ ...แม้ปัจจุบันนี้ พ่อก็ยังไป ครั้งใดที่มีกิจกรรมทางศาสนาของที่นี่...
บางเวลา หลวงปู่ก็ใช้ลานนี้ เป็นที่พูดคุย ... เสวนากับญาติโยม ...
ตรงนี้ หลวงปู่เรียกว่า โต๊ะรับแขกหรือโต๊ะอาหาร จะอยู่ด้านล่าง ของลานหินโค้ง เพราะ เมื่อใดที่มีการทำบุญตักบาตรที่ลานหินโค้ง....บริเวณนี้ จะถูกใช้ในการวางปิ่นโต หม้อ ถาด อาหารของญาติ โยม ที่เตรียมมาสำหรับถวายพระ .... โต๊ะนี้ค่อนข้าง กว้างใหญ่ทีเดียว
ภาพนี้เจ้าของบลอกถ่ายเมื่อ ยี่สิบกว่าปีมาแล้ว ตรงนี้ ...เป็นสระบัวใหญ่ๆมากๆ เป็นใบบัวที่ใหญ่ มากจริงๆ ...ถ้าท่านอยากทราบว่าใหญ่แค่ไหน ลองเปรียบเทียบกับรูปร่างของเจ้าของบลอกได้นะคะ สระบัวนี้ ....จะอยู่ด้านหน้าของทางเข้า ...ก่อนที่จะ ถึงกุฏิท่านค่ะ
นี่หล่ะค่ะ คือที่หนึ่งที่พวกเราภาคภูมิใจ พระอวโลกิเตศวร... เดี๋ยวว่างๆจะหาข้อมูล เกี่ยวกับพระอวโลกิเตศวรมาเพิ่มเติมให้ท้าย บลอกนะคะ
บริเวณนี้คือด้านข้างของ โรงมหรสพทางวิญญาณ ซึ่งจำได้ว่า ...ตอนเล็กๆ บางครั้งเมื่อพวกเรา ตามพ่อแม่ไปสวนโมกข์ พวกเราก็มักจะแวะเวียน ไปบริเวณนี้เสมอ เรามักเรียกกันสั้นๆว่า ..โรงหนัง ทำไมจึงเรียกเหล่านี้ ก็เพราะว่าบริเวณภายใน มีภาพมากมาย ภาพพร้อมคำกลอน คำสอน บางครั้ง ในวันสำคัญทางศาสนา เมื่อมีศาสนพิธี ตอนกลางคืน ...บางครั้ง พระภิกษุก็ฉายหนังให้ดู เราจำได้ว่า ....พระที่เราเคยรู้จัก ที่เมื่อก่อนจะประจำ ที่โรงหนังนี้ แต่ตอนนี้ แยกย้าย ไปเปิดสำนักของตนเอง ก็ ท่านพยอม รูปหนึ่งล่ะ.. ท่านวรศักดิ์ และตอนนี้ไปอยู่ที่เชียงใหม่รูปหนึ่ง และอีกรูปท่านมหาดำรงค์ ไปอยู่ที่วัดที่พัทลุง ...
รูปนี้ คือ..ท่านหลวงตาไสว ...ท่านประจำที่โรงปั้น ว่างๆจะเขียนกระทู้ที่เกี่ยวเนื่องกับโรงปั้นโดยเฉพาะ มาให้อ่านกันนะคะ หลวงตาไสวปัจจุบันนี้ ท่านมรณภาพแล้ว .....ที่โรงปั้นที่นี่ ...มีงานปั้น ที่เป็นงานศิลปที่แทรกซึมธรรม สำหรับคนทุกวัยทีเดียว ...
บริเวณนี้คือ ..ยอดเขาพุทธทอง... เป็นบริเวณ ที่หลวงปู่ใช้ทำพิธีในวันสำคัญทางศาสนา เช่น มาฆบูชา อาสาฬหบูชา วิสาขบูชา ฯ และที่สำคัญ นี่คือเป็นเสมือนโบสถ์ของหลวงปู่ ที่ท่านใช้ เป็นที่บวช..ให้แก่ผู้ที่ต้องการที่จะทำพิธีบวช ที่ในสวนโมกข์ ส่วนมากท่านจะทำกับผู้ที่คุ้นเคย และยอมรับโบสถ์ ( ยอดภูเขา ธรรมชาติ) ตามธรรมชาติ ของท่าน โดยทั่วไป มักจะมีคนบวชมาจากที่อื่น แต่มาจำพรรษาที่นี่ค่ะ
สองภาพนี้คือ...โรงธรรม ... สถานที่ ...ในวันธรรมดา ไม่มีพิธีสำคัญอะไร พระในสวนโมกข์จะมาฉันท์ข้าวที่นี่ .. จะมีถาดล้อเลื่อน ...เป็นอาหารที่ทางโรงครัว จัดเสริมมาให้ ...เลื่อนไปมา ระหว่างพระภิกษุ เพราะในวันที่ไม่มีเทศกาลใดๆ พระจะต้องออก บิณฑบาตร ..บางครั้ง อาหารที่ได้มาก็ไม่เพียงพอ มีผู้มีจิตศรัทธา ได้บริจาคเงินให้ทางโรงครัว จัดอาหาร เพิ่มเติมให้แก่พระสงฆ์ ..ที่นี่ อีกอันหนึ่งที่น่าสนใจ คือ การทานข้าวจานแมว นั่นหมายถึง ทุกอย่าง ข้าว ของเผ็ด ของจืด รวมอยู่ในจานเดียวกัน .... เพื่อละซึ่ง เรื่องการติดรสชาติของอาหาร ..
ภาพสุดท้าย ด้วยความเคารพและศรัทธา ที่ท่านเมตตาครอบครัวของเราเสมอมา ... ขอน้อมระลึกถึงบุญคุณของท่านทั้งสอง เจ้าของบลอกขอก้มกราบ...สามครั้ง ก่อนจบกระทู้นี้นะคะ ... ... ขอยืนยันว่า ศีลธรรมของเยาวชนคือสันติภาพของโลก ธรรมคือธรรมชาติ เหนือสิ่งอื่นใด แม้ใจคน ... จะล้างได้ ...มีธรรม เท่านั้น ...ที่ช่วยแก้ไข ปัญหาต่างๆได้ ...ไม่มีใครเหนือธรรม ...หรอก เชื่อเหอะ.. ขอขอบคุณเพลงที่ใส่ในกระทู้จากลิงค์ด้านล่างนี้นะคะ ฟังเพลงคุณธรรมได้จากลิงค์เหล่านี้ค่ะ http://www.dhammathai.org/radio/song_dokmai.php http://www.dhammathai.org/radio/song_80years.php ** มีทั้งภาพและรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับโรงปั้น และโรงมหรสพทางวิญญาณ อีกมากมาย ติดตามได้จากลิงค์นี้ค่ะ http://www.buddhadasa.org/html/life-work/bio/tell_chapter4-03.html http://www.taluitamtawan.com/talui/suanmokkh/ http://www.agalico.com/board/showthread.php?t=11419 ........................................................ @..ฟังเสียงหลวงปู่ท่านพุทธทาส ...ที่ลิงค์นี้ ..@ http://www.oknation.net/blog/roungkaw/2008/05/02/entry-11 ........................... ข้อมูลเพิ่มเติม คำว่า อวโลกิเตศวร ได้มีผู้ให้ความหมายไว้หลายนัยด้วยกัน แต่โดยรูปศัพท์แล้ว คำว่าอวโลกิเตศวรมาจากคำสันสกฤตสองคำคือ อวโลกิต กับ อิศวร แปลได้ว่าผู้เป็นใหญ่ที่เฝ้ามองจากเบื้องบน หรือพระผู้ทัศนาดูโลก ซึ่งหมายถึงเฝ้าดูแลสรรพสัตว์ที่ตกอยู่ในห้วงทุกข์นั่นเอง, ซิมเมอร์ นักวิชาการชาวเยอรมันอธิบายว่า พระโพธิสัตว์องค์นี้ทรงเป็นสมันตมุข คือ ปรากฏพระพักตร์อยู่ทุกทิศอาจแลเห็นทั้งหมด ทรงเป็นผู้ที่สามารถบรรลุพระสัมมาสัมโพธิญาณ คืออาจจะเป็นพระพุทธเจ้าเมื่อใดก็ได้ แต่ทรงยับยั้งไว้เนื่องจากความกรุณาสงสารต่อสรรพสัตว์ นอกจากนี้นักปราชญ์พุทธศาสนาบางท่านยังได้เสนอความเห็นว่า คำว่า อิศวร นั้น เป็นเสมือนตำแหน่งที่ติดมากับพระนามอวโลกิตะ จึงถือได้ว่าทรงเป็นพระโพธิสัตว์พระองค์เดียวที่มีตำแหน่งระบุไว้ท้ายพระนาม ในขณะที่พระโพธิสัตว์พระองค์อื่นหามีไม่ อันแสดงให้เห็นถึงความยิ่งใหญ่และความสำคัญยิ่งของพระโพธิสัตว์พระองค์นี้ พุทธศาสนิกชนชาวจีนจะรู้จักพระโพธิสัตว์พระองค์นี้ในพระนามว่า กวนซีอิม หรือ กวนอิม ซึ่งก็มีความหมายเช่นเดียวกับคำว่าอวโลกิเตศวรในภาษาสันสกฤต คือผู้เพ่งสดับเสียงแห่งโลก แต่โดยทั่วไปแล้วมักให้อรรถาธิบายเป็นใจความว่าหมายถึง พระผู้สดับฟังเสียงคร่ำครวญของสัตว์โลก (ที่กำลังตกอยู่ในห้วงทุกข์) คำว่ากวนซีอิมนี้พระกุมารชีวะชาวเอเชียกลางผู้ไปเผยแผ่พระศาสนาในจีนเป็นผู้แปลขึ้น ต่อมาตัดออกเหลือเพียงกวนอิมเท่านั้น เนื่องจากคำว่าซีไปพ้องกับพระนามของ จักรพรรดิถังไท่จง หรือ หลีซีหมิง นั่นเอง |