พิมพ์หน้านี้
|
สันติภาพจำลองบนคาบสมุทรเกาหลี บทความชิ้นนี้ของผมนี้ตีพิมพ์ในคมชัดลึกเมื่อ 19 กุมภาพันธ์ ปีนี้ เห็นรัฐบาลฝ่ายที่เกี่ยวข้องออกมาแสดงความยินดีกันจนออกนอกหน้าในการที่รัฐบาลเปียงยางดูเหมือนจะยอมอ่อนข้อให้ด้วยการทำความตกลงปิดโรงงานนิวเคลียร์ชั่วคราวแลกกับความช่วยเหลือล็อตใหญ่แล้วรู้สึกแปลกใจ เพราะใครก็สามารถเข้าใจได้ว่านี่คือเกมซื้อเวลาของเกาหลีเหนือเท่านั้น และข้อเรียกร้องของประธานาธิบดีคิม จองอิล สเต็ปต่อไปก็ยากที่ฝรั่งจะยอมได้ งานนี้น่ายินดีก็จริงอยู่ แต่ก็ไม่น่าจะหวังผลเลิศและเอื้อประโยชน์ให้โสมแดงกลับมากนัก อย่างไรก็ตาม เมื่อพิเคราะห์ลึก ๆ แล้วจะพบว่านี่คือเกมซื้อเวลาของชาติที่เกี่ยวข้องต่างหาก รอให้รัฐบาลเผด็จการของเกาหลีเหนือล่มสลายไปเองด้วยบรรยากาศที่ลดความตึงเครียดลงมาหน่อย เว้นแต่ญี่ปุ่นที่ดูเหมือนจะไม่อยู่ในอารมณ์ยินดีเท่าไรนัก เพราะมีหรือไม่มีนิวเคลียร์ ขีปนาวุธเกาหลีเหนือก็ยังจ่อคอหอยอยู่ อีกทั้งประเด็นคนที่ถูกทางการเกาหลีเหนือจับตัวไปเมื่อยี่สิบปีก่อนยังค้ำคอรัฐบาลโตเกียวให้ยังไงก็ต้องพ่วงเรื่องนี้ในประเด็นการต่อรองอยู่ดี ( ว่ากันถึงประเด็นนี้ ไม่เห็นมีข่าวว่าทางการไทยพยายามเจรจาต่อรองหรือสืบหาตัวสาวไทยที่ถูกเกาหลีเหนือลักพาตัวไปในห้วงเวลาเดียวกันแต่อย่างใด ) รัฐบาลชาติอื่นล้วนแสวงประโยชน์จากปักกิ่งเซอร์ไพรซ์เมื่อ 13 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมากันทั้งนั้น เริ่มจากจีนที่ไม่เสียหน้าพี่ใหญ่ซึ่งเกาหลีเหนือควรจะเกรงใจ การกล่อมโสมแดงให้ยอมทำข้อตกลงปิดโรงงานแลกกับอาหารได้สำเร็จนั้นน่าจะเป็นการยกระดับความนับถือของประชาคมระหว่างประเทศที่มีต่อรัฐบาลปักกิ่งได้อีกหลายขีด และทำให้อเมริกายิ่งต้องรู้สึกพึ่งพาจีนในการแก้ปัญหาคาบสมุทรนิวเคลียร์ในยกต่อ ๆ ไปมากขึ้น การอ่อนให้ของเกาหลีเหนือยิ่งพิสูจน์ความคิดของจีนว่าแท้จริงคิม จองอิล ไม่ได้บ้าอำนาจอยากทำลายล้างโลก แต่เหมือนเด็กที่ไม่โต อยากได้รับการยอมรับในสังคม จึงกระทำการไม่ต่างจากน้องเอมี่ที่เปลือยตะโพกโชว์เรียกร้องความสนใจโดยไม่แคร์ว่าจะเป็นความสนใจบนเสียงก่นด่าแต่อย่างใด แต่ขั้นต่อไปคิม จองอิล จะไปรอดหรือไม่ จีนคงไม่อาจอุ้มไปได้ตลอด วันนี้อุ้มแค่นี้ก่อน และถ้าข่าวกรองเรื่องที่จีนกำลังหนุน กลุ่มเบญจมาศ อย่างลับ ๆ ให้โค่นคิม ฯ นั้นเป็นจริง เราคงมีโอกาสมากกว่านี้ที่จะได้เห็นเกาหลีเหนือล้มไปในทางที่จีนได้ประโยชน์ รัฐบาลจอร์จ บุช ของสหรัฐ ฯ นั้นก็ออกจะเวอร์ไปเหมือนกันที่ถึงกับจะถอดเกาหลีเหนือออกจากลิสท์ประเทศผู้ก่อการร้าย จนมีสายเหยี่ยวบางเสียงออกมาโจมตีว่าการผ่อนปรนให้เกาหลีเหนืออาจเป็นตัวอย่างให้อิหร่านเรียกร้องหนัก ๆ กับรัฐบาลวอชิงตันได้ อย่างไรก็ตาม ถ้ามองให้ลึก ๆ จะพบว่าสหรัฐ ฯ ยังไม่อยากรบกับทั้งเกาหลีเหนือและอิหร่าน เพราะติดหล่มอิรักอยู่ เพราะฉะนั้นการดำเนินนโยบายกับสองประเทศนี้จึงได้แต่ขู่กับปลอบ ไม่คิดจะรบจริงซึ่งต่างจากอิรักที่ทุ่มกำลังลงไปหวังชัยชนะ สันติภาพจำลองในคาบสมุทรเกาหลีอาจจะไม่ยาวนาน แต่บุช ก็คงหวังให้ยาวนานจนพ้นเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ ฯ ปีหน้าไปก่อน รีพับลิกันจะได้ชื่อว่าสามารถสร้างสันติภาพกับเขาก็เป็น ทั้งยังหวังไกลอีกว่านโยบายไม้นวมแบบนี้จะเบิกตารัฐบาลเตหะรานให้ยอมเจรจาบ้าง ผลักเงื้อมมืออสูรสงครามออกไป ปัญหาอิรักจะได้แก้ง่ายลง สำหรับเกาหลีใต้ก็ได้โอกาสสานต่อความสัมพันธ์สองแดนโสมทันทีด้วยการกำหนดการเจรจาสองฝ่ายที่นครเปียงยาง 27 กุมภาพันธ์ทันใจ รัฐบาลโซลนั้นอยากหาข้ออ้างแบบนี้มานานแล้ว ติดตรงภาพลักษณ์แข็งกร้าวของเกาหลีเหนือที่โลกรับรู้นี่แหละ ถ้าโลกตระหนักเสียใหม่ว่าโสมแดงก็ยิ้มเป็น โสมขาวก็จะรีบฉวยโอกาสของตัวไว้เหมือนกัน เพราะความปรารถนาที่แท้จริงของผู้นำเกาหลีใต้ยุคนี้ไม่ใช่ขยี้คอมมิวนิสต์ให้จมดิน แต่คือการกระหายจะเยียวยาความพลัดพรากของพี่น้องสายเลือดเกาหลีด้วยกันเสียมากกว่า ปล. ผมจะขึ้นเครื่องไปอีสานวันนี้ 5 วันถึงจะกลับ แล้วจะมาโพสต์ภาพสวย ๆ ของหลานสาหร่ายให้ชมครับ |
| << | พฤษภาคม 2007 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | ||
| 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 |
| 13 | 14 | 15 | 16 | 17 | 18 | 19 |
| 20 | 21 | 22 | 23 | 24 | 25 | 26 |
| 27 | 28 | 29 | 30 | 31 | ||