• เรือรบเมืองมั่น
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : ruarob@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-05-14
  • จำนวนเรื่อง : 168
  • จำนวนผู้ชม : 83444
  • จำนวนผู้โหวต : 1272
  • ส่ง msg :
เรือรบ เมืองมั่น
รวบรวมข้อเขียนของเรือรบ เมืองมั่น เจ้าของคอลัมน์มองมุมยุทธศาสตร์ในคมชัดลึก และทัศนะวิจารณ์ในกรุงเทพธุรกิจ เน้นในเรื่องยุทธศาสตร์และ ข่าวกรองทั้งในประเทศและต่างประเทศ แต่เรื่องน่าสนใจอื่นก็มีเยอะ
Permalink : http://www.oknation.net/blog/ruarob
วันพฤหัสบดี ที่ 31 พฤษภาคม 2550
อีกหนึ่งเสียงเพื่อพระพุทธศาสนา
Posted by เรือรบเมืองมั่น , ผู้อ่าน : 592 , 09:29:57 น.   | หมวดหมู่ : สาระประเภทอื่น  
พิมพ์หน้านี้


วันนี้เป็นวันวิสาขบูชา ผมจึงนำบทความของผมที่เกี่ยวกับการเรียกร้องศาสนาพุทธให้เป็นศาสนาประจำชาติมาลงในบล็อกนี้  บทความชิ้นนี้ตีพิมพ์ในกรุงเทพธุรกิจเมื่อ 3 พฤษภาคม ที่ผ่านมา  ส่วนชิ้นล่าสุดที่เคยว่าจะตีพิมพ์ในหนังสือพิมพ์เดียวกันวันนี้ โดนข่าวยุบพรรคเบียดไปเสียแล้ว  ดังนั้น จึงอ่านได้แต่เฉพาะเรื่องนี้ในบล็อกนี้เท่านั้นครับ  ต้องขออภัยด้วย

อีกหนึ่งเสียงเพื่อพระพุทธศาสนา


ไม่เคยมียุคสมัยใดที่องค์กรชาวพุทธจะลุกขึ้นมาทวงสิทธิของตนมากเท่านี้ และไม่มียุคไหนที่ความแตกแยกของชาวพุทธจะมากไปกว่านี้ แค่ไม่ว่าพระพุทธศาสนาจะถูกบัญญัติอย่างเป็นทางการให้เป็นศาสนาประจำชาติหรือไม่ รอยบาดหมางในใจระหว่างผู้เรียกร้องกับผู้คัดค้านน่าจะอยู่ในใจไปอีกนาน เป็นคู่ขนานไปกับการรณรงค์สร้างความสะอาดและเข้มแข็งให้กับศาสนาพุทธที่จะเข้มข้นจริงจังขึ้น

เมื่อพิเคราะห์ดูให้ดีแล้ว ไม่น่าแปลกใจที่ชาวพุทธจำนวนมากจะลุกขึ้นมาเรียกร้องสิ่งที่ควรจะเป็นโดยอัตโนมัติอยู่แล้ว ให้ปรากฏขึ้นในกฎหมายอันดับหนึ่งของประเทศอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งนี้ เพราะพวกเขาเหลืออดแล้วกับชะตากรรมของไทยพุทธในจังหวัดชายแดนและศักดิ์ศรีของสงฆ์ในสายตาของชาวพุทธด้วยกันเองที่แย่ลงทุกวัน ขืนปล่อยให้เป็นอย่างนี้ อ้างแค่ว่าศาสนาอยู่ในใจ มัวเดินสายกลางนิ่งเสีย อีกหน่อยสถานการณ์พุทธนาวาจะแย่จนกู้ไม่ไหว

ที่น่าแปลกใจกลับเป็นท่าทีของชาวพุทธส่วนหนึ่ง โดยเฉพาะกับผู้มีบทบาทเด่นในสังคมบางคน ที่มีทั้งการต่อต้านอย่างโจ่งแจ้งต่อการบรรจุถ้อยคำประโยคเดียวไว้ในรัฐธรรมนูญ หนำซ้ำบางคนยังเลยเถิดไปถึงขั้นมีการกระแหนะกระแหนดูแคลนสงฆ์และชาวพุทธด้วยกันเองอย่างไม่เกรงกลัวต่อบาป นี่ถ้าหากเขาไปพูดจาอย่างนี้กับคนในศาสนาอื่นบ้าง ก็อาจถึงขั้นหาความสงบในชีวิตไม่ได้อีกเลย

ชาวพุทธพวกที่ว่านั้นก็เหมือนกับชาวผิวขาวในยุโรปและอเมริกายุคนี้ ก็คือมีปมชนิดหนึ่งติดตัวอยู่ อาจเรียกได้ว่าเป็น ปมความกระอักกระอ่วนของผู้เหนือกว่า (Complex of Awkwardness of Superior) โดยคนเหล่านี้จะรู้สึกว่าตนมีสถานภาพเหนือกว่าคนกลุ่มอื่นของสังคมอยู่แล้ว แต่ไม่มีความสุขในความเหนือกว่านั้น กลับรู้สึกผิดบาปจนต้องพยายามยกระดับกลุ่มคนที่ด้อยกว่าให้ขึ้นมาเท่าเทียมกับตนให้ได้ พร้อมทั้งวางบรรทัดฐานทางสังคมไว้ว่า ใครดูถูกชนกลุ่มน้อยนั้นจะถือว่าผิดมหันต์

ผลก็คือสังคมมีความเท่าเทียมกันในระดับหนึ่ง แต่ก็ถูกชนกลุ่มน้อยบางคนเอาเปรียบจากปมแห่งความกระอักกระอ่วนนี้ เช่น ชาวยิวจะแสวงประโยชน์จากการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์เมื่อ 60 ปีก่อนไม่เลิก หรือมีแต่คนผิวดำที่เหยียดผิวคนผิวขาวได้ แต่คนผิวขาวห้ามเหยียดกลับเด็ดขาด

ปมแบบนี้ในแง่ดี คือทำให้ชาวพุทธมีน้ำใจอารีและเอื้อเฟื้อต่อคนศาสนาอื่น สังคมอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุข แต่ก็คิดมากจนเกินไปว่า หากจะเรียกร้องเป็นสิทธิควรได้ของตน ก็อาจจะกลายเป็นการกระเทือนจิตใจคนศาสนาอื่น สมัยก่อนที่คนยังนับถือพระมากกว่านี้ การไม่บรรจุพุทธศาสนาไว้ในรัฐธรรมนูญนั้นไม่เป็นไรหรอก

แต่ในยุคที่ความเสื่อมถอยเข้าเกาะกินพุทธศาสนาในไทยอย่างปัจจุบัน สงฆ์และอุบาสกอุบาสิกากลุ่มหนึ่งจึงเห็นพ้องกันว่า ขืนปล่อยศาสนาไปตามยถากรรม คงจะไม่ไหว หนทางแก้ไขไม่ใช่มัวแต่แก้กันเองภายใน แต่ต้องดึงทั้งสังคมลงมาช่วย ด้วยการกำหนดตัวตนให้ชัดเจนเสียก่อน ยุทธศาสตร์และยุทธวิธีจะตามมา

สงฆ์กับทหารเหมือนกันอยู่อย่างหนึ่ง คือทุกปัจเจกนั้นเป็นบุคคลที่พร้อมจะเป็นข่าวในทางลบได้เสมอ ต่างจากคนประเภทอื่น เอาแค่สามเณรรูปหนึ่งถูกจับได้ว่านั่งกินเหล้า เณรน้อยนั้นอาจถูกอัญเชิญขึ้นหน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์ทันทีไม่ว่าจะโนเนมเพียงไร ก็ เพราะสังคมขัดเกลาตนเองเสียแบบนี้เรื่องเลวของคนส่วนน้อยไปขยายเสียจนเหมือนกับเป็นส่วนใหญ่ จึงทำให้คนจำนวนหนึ่งของสังคมดูแคลนพระ พลอยไม่ใส่ใจในกิจกรรมศาสนา เปิดทางให้กับลัทธิบ้าบอเข้าครอบงำ จนไม่รู้ว่าอะไรคือพุทธอะไรคือเพี้ยน

ชาวพุทธยิ่งเศร้าใจหนักกับสถานการณ์ชายแดนใต้ ที่พี่น้องร่วมศาสนาเหมือนกับเป็นชนชั้นสอง ผู้ดูแลบ้านเมืองปกป้องอะไรไม่ได้ ทั้งยังรานสิทธิพวกเขาในหลายอย่าง ดังนั้น ในเมื่อบ้านเมืองแตกแยกเป็นหลายเสี่ยง ใครไม่พอใจรัฐก็ลุกขึ้นปลุกขบวนมาเรียกร้องกันได้ ทำไมพวกเขาจะลุกขึ้นมาบ้างไม่ได้ ยิ่งโดนคัดค้านต่อต้านในลักษณะไม่เห็นหัวกันก็ยิ่งเสมือนเติมเชื้อไฟ

จริงอยู่ที่การบรรจุพุทธศาสนาไว้ในรัฐธรรมนูญ จะไม่ทำให้สถานการณ์พุทธศาสนาดีขึ้นทันตา เพราะพุทธศาสนาไม่ใช่ปรัชญาแบบหวังคุณค่าประโยชน์ใช้สอยทางตรง เปรียบได้กับศิลปศาสตร์หรือสังคมศาสตร์ ซึ่งมีการสอนและแจกปริญญาให้ทั้งที่ผู้จบไม่สามารถเอาบทกวีเพราะๆ หรือเรื่องเล่าประวัติโบราณไปหากินได้เหมือนเรียนสายวิชาชีพ แต่เราก็เรียนไปเพื่อสร้างปัญญาให้เกิด (Enlighten one’s mind) เมื่อเกิดพุทธปัญญาแล้ว ก็จะนำไปใช้สอยต่อยอดได้เอง ชนิดที่ว่าวันนี้ยังมองไม่ออก แต่เมื่อเข้าใจธรรมถ่องแท้ขึ้น ก็จะก่อให้เกิดความดีงามเป็นรูปธรรมแก่สังคมไปได้เอง

การให้ค่าพุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาตินั้น จึงควรรับรองอย่างเป็นทางการ เพื่อเพิ่มความมั่นคงทางจิตใจให้กับชาวพุทธว่า นี่คือวิถีที่พวกเขาพร้อมถนอมไว้ให้ลูกหลานไปจนกว่าชีวิตจะหาไม่ ไม่ใช่แค่ความเชื่อธรรมดาที่พอเห็นพระไม่ดีสักรูป หรือโดนชักชวนจากลัทธิที่ให้คุณค่าประโยชน์ใช้สอยทางตรงเข้าหน่อยก็ละทิ้งพุทธเสียแล้ว

การเป็นสถาบันที่แท้จริงนั้น จะต้องได้รับการยอมรับในเชิงสัญลักษณ์ ปฏิเสธไม่ได้ว่าสีขาวในธงไตรรงค์ ก็คือพุทธศาสนาซึ่งเป็นศาสนาที่อยู่คู่ชาติไทยมาแต่โบราณกาล ถ้าสีขาวนี้คือศาสนาอะไรก็ได้มีไว้เป็นเครื่องยึดเหนี่ยวเท่านั้น จะต้องบรรจุไว้ในธงชาติทำไม เพราะคงจะต้องบรรจุสีอีกมากมายจนกลายเป็นธงสีรุ้ง เพราะครอบครัวลูกเมียและทรัพย์สินต่างก็เป็นสิ่งที่เฉพาะตัวทุกคนต้องยึดเหนี่ยวเหมือนกัน เพียงแต่ว่าต่างคนต่างมีครอบครัวลูกเมียทรัพย์สินที่ไม่เหมือนคนอื่น จึงไม่อาจนับพวกเหล่านี้เข้าเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันได้

แต่ในความเป็นจริงธงสามสีของชาติก็คือ ชาติไทย พระมหากษัตริย์ราชวงศ์จักรี และพุทธศาสนาเท่านั้น ที่คนไทยพุทธพึงระลึกถึง เมื่อเป็นเช่นนี้รัฐธรรมนูญก็สมควรรองรับความเป็นสถาบันนี้เสียด้วย

คนต่างศาสนาไม่มีอะไรที่ต้องน้อยเนื้อต่ำใจว่า หากพุทธศาสนาเป็นของประจำชาติไทยแล้ว พวกตนจะถูกลดชั้นลงไปเหมือนที่บางคนกลัว สิทธิการนับถือความเชื่อทางศาสนาเป็นสิทธิส่วนบุคคล ที่ไม่มีใครพรากได้ ดอกราชพฤกษ์ได้เป็นดอกไม้ประจำชาติ แต่ก็ใช่ว่าดอกชบาหรือกุหลาบจะด้อยค่าลงไป ส่วนพวกผู้ก่อการร้ายนั้นถึงศาสนาพุทธจะเป็นศาสนาประจำชาติไทยหรือไม่ มันก็หาทางเล่นงานคนพุทธอยู่ดี จงช่วยกันคิดอ่านตอบโต้พวกมันดีกว่าจะมาต่อต้านคนไทยด้วยกันเอง

ท้ายที่สุดอย่าลืมว่า การเรียกร้องนี้ไม่ใช่แค่กิจของสงฆ์ แต่เป็นกิจของอุบาสกอุบาสิกาด้วย ถ้าพระพุทธเจ้าถือว่าทุกเรื่องที่เกี่ยวกับสังคมเป็นเรื่องสันโดษส่วนตัว พุทธะอยู่แต่ในใจ สมควรปล่อยวางเสียแล้ว ป่านนี้พระองค์ก็เสด็จเสวยพระนิพพานไปแต่องค์เดียว ไม่มาโปรดสัตว์ก่อตั้งพุทธศาสนาให้เผยแผ่สืบมาจนถึงทุกวันนี้หรอก



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 63
kunbig95 วันที่ : 30/10/2007 เวลา : 02.44 น.
http://www.oknation.net/blog/kunbig99

พวกเราชาวพุทธต้องช่วยพระ อย่าปล่อยให้เป็นหน้าที่พระเลย ผมมาช้าไปคุณจะอ่านหรือเปล่าไม่ทราบ แต่ผมจะเสนอให้รัฐบาลประกาศวันพระเป็นวันหยุดราชการเพื่ออะไรหลายๆอย่างช่วยกันสนับสนุนหน่อยนะครับกำลังเขียนอยู่
ความคิดเห็นที่ 62
ลูกพ่อดำ วันที่ : 13/06/2007 เวลา : 19.20 น.
http://www.oknation.net/blog/kritsanasa

จะว่าอย่างไรก็ช่างจะบรรจุหรือไม่ก็ตาม ไม่เห็นจะต้องทำให้เป็นเรื่องคอขาดบาดตายเลย แต่เรื่องที่ชาวพุทธส่วนใหญ่ต้องทำเรื่องที่เป็นบาป คือการตำหนิพระสงฆ์ แต่คุณรู้ไหมว่ามันรับไม่ได้จริงๆกับภาพที่เห็นพระสงฆ์ขี่ช้างโบกธงทำยังกะจะไปออกรบ(จากเหตุการณ์เดินขบวนจากพุทธมณทลไปหน้าสภา) และภาพที่พระสงฆ์ถือโทรโขงปราศรัยยังกับนักการเมือง และยังภาพที่พระสงฆ์อดอาหารประท้วงและประกาศหากไม่มีการบรรจุพระพุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติจะฆ่าตัวตายโดยอ้างว่าเป็นการพลีชีพเพื่อพระพุทธศาสนา และยังภาพที่พระสงฆ์ลุกอือจะบุกเข้าสภาทำท่าทางยังม๊อบหัวรุนแรง แล้วอย่างนี้จะให้ชาวพุทธไม่รังเกียงพระสงฆ์พวกนั้นได้อย่างไร เราชาวพุทธศรัทธาในพระรัตนตรัย อันประกอบด้วยพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ แล้วพระสงฆ์ที่เป็นหนึ่งในพระรัตนตรัยกลับมาทำตัวอย่างนี้แล้วจะให้ชาวพุทธสนับสนุนได้อย่างไร ไปถามพระผู้ใหญ่พระเกจิที่เป็นที่เคารพบูชาของชาวพุทธทั่วไปดูสิว่าการทำแบบนี้เหมาะสมหรือไม่ ท่านอาจจะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยกับการบรรจุพระพุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติก็ได้แต่ท่านจะไม่มาทำตัวเยี่ยงนี้แน่นอน
ความคิดเห็นที่ 61
โทโมมิ วันที่ : 05/06/2007 เวลา : 22.44 น.
http://www.oknation.net/blog/tomomi
TOMOMI

อ่านแล้วก็คิดตามนะคะ แต่เหรียญมีสองด้านเสมอ และมักเป็นสองด้านที่แตกต่าง สงฆ์ที่ไม่อยู่ในกิจของสงฆ์ก็ทำให้ศาสนามัวหมอง เราว่าที่สำคัญคือการปลูกฝังให้เกิดจิตสำนึกมากกว่า สิ่งหนึ่งที่เรารู้สึกดีๆกับศสานาครสต์คือ วิธีการปลูกฝังงให้เข้าไปอยู่ในจิตใจด้วยภาษาที่เข้าใจได้ง่ายๆ ไม่ต้องแปลแล้วแปลอีกก็ยังไม่เข้าใจ ไปโบสถ์ไทยหรือฝรั่งก็ฟังรู้เรื่อง แต่ภาษาบาลี ยากแท้ที่เด็กจะเข้าถึง ผู้ใหญ่ยังไม่เข้าใจ แล้วจะอธิบายให้เด็กซึมซับคงเป็นเรื่องที่ท้าทายมากพอสมควร แต่ปัจจุบันดีขึ้น มีพระสงฆ์รุ่นใหม่ๆที่เข้าใจปัญหา แล้วออกหนังสือที่ทำให้คนรุ่นใหม่เข้าถึงพระธรรมได้มากขึ้น มีฆาราวาสที่เข้าใจแล้วมาถ่ายทอดเป็นตัวอักษร ซึ่งมันอาจเพี้ยนไปบ้าง แต่เชื่อว่าความเข้าใจมากขึ้น เราเองก็สับสนเหมือนกันนะว่าเรานับถือศาสนาอะไร เวลากรอกรายละเอียด เราก็บอกว่านับถือศาสนาพุทธ แต่เวลาพูดกลับไม่สามารถพูดหรืออธิบายได้ หรือเข้าใจเพียงน้อยนิด พูดแบบไม่อายเลยนะคะ ถึงแม้อายุจะก้าวย่างมากขึ้นทุกวัน แต่ก็ไม่สามารถเข้าถึงพระธรรมได้อย่างลึกซึ้ง แต่ไม่เคยหยุดที่จะทำความเข้าใจ แต่จะอ่านเปรียบเทียบกับครัมภีร์ไบเลิล (ไม่ได้นับถือคริสต์นะคะ) แต่ชอบอ่านเพราะมีข้อคิดดีๆเยอะ แต่ที่สุดของที่สุดของทุกพระศาสดาคือ ท่านสอนให้ทุกคนเป็นคนดีค่ะ อีกหนึ่งมุมมองที่อาจจะไม่เหมือนคนอื่นนะคะ
ความคิดเห็นที่ 60
วิหคพลัดถิ่น วันที่ : 04/06/2007 เวลา : 11.58 น.
http://www.oknation.net/blog/vihokpludtin
..ลานคำ..http://www.oknation.net/blog/songforlife...........ดอกไม้สีเลือด http://www.oknation.net/blog/bludflower

ขอบคุณที่ไปให้กำลังใจค่ะ

อย่างงเลยค่ะ...

แค่คำชี้แจง ที่ตลอดเวลาไม่เคยออกมาพูดอะไรเลย

เท่านั้นค่ะ
ความคิดเห็นที่ 59
ประชุมประทีปไศลภูลี้เขาบังภู วันที่ : 04/06/2007 เวลา : 10.56 น.
http://www.oknation.net/blog/puprasit
puprasit

เห็นด้วยกับความเห็น 58 อย่างยิ่ง
ความคิดเห็นที่ 58
phiroj วันที่ : 02/06/2007 เวลา : 15.56 น.
http://www.oknation.net/blog/phiroj
"..... ฟุตบอลไม่ใช่ความเป็นความตาย... แต่มันมีความหมายมากกว่านั้น "  : บิล แชงค์ลี่ย์

มาขอบคุณที่แวะไปให้ความเห็นครับ
แต่ผมคิดว่า จะบรรจุศาสนาพุทธในรัฐธรรมนูญหรือไม่ ก็ไม่น่าจะเกี่ยวกับศรัทธาที่เรามีนะครับ
ตลอดเวลาหลายร้อยปีก็ไม่มีในรัฐธรรมนูญ แต่ความศรัทธา ความนับถือก็ยังคงอยู่มิเสื่อม เพราะมันฝังรากลึกมานานแสนนานจากรุ่นสู่รุ่นหลายร้อยศตวรรษ

ความคิดเห็นที่ 57
สวยเสมอ วันที่ : 02/06/2007 เวลา : 13.12 น.
http://www.oknation.net/blog/lila

แวะมาตอบค่ะ
เวลาน้ำขึ้นก็ไม่ท่วมหรอกค่ะ
วัดหงษ์ทองอยู่สูงกว่าระดับน้ำทะเลมากอยู่
ความคิดเห็นที่ 56
อวกาศสีขาว@ไตรลักษณ์ วันที่ : 02/06/2007 เวลา : 11.09 น.
http://www.oknation.net/blog/whitespace

มาอ่านค่ะ
ขอ font ใหญ่ๆ หน่อยก็ดีค่ะ..

เพ่งมาก ไม่ไหว
ความคิดเห็นที่ 55
naive วันที่ : 02/06/2007 เวลา : 08.00 น.
http://www.oknation.net/blog/wickedgirl

อ่านแล้วอึ้งเลยค่ะ "ดอกราชพฤกษ์ได้เป็นดอกไม้ประจำชาติ แต่ก็ใช่ว่าดอกชบาหรือกุหลาบจะด้อยค่าลงไป" แต่ความจริงขณะนี้ศาสนาพุทธได้เผยแผ่ไปในระดับ
โลกเป็นอย่างมากแล้ว..ในประเทศที่เขาไม่มีในกฎหมายให้ศาสนาใดศาสนาหนึ่งเป็นศาสนาประจำชาติ...เพราะความยืดหยุ่นและไม่ได้บังคับจิตใจใครของการเผยแพร่ของคนพุทธทั่วไปนั่นเอง...
ความคิดเห็นที่ 54
nobody007 วันที่ : 02/06/2007 เวลา : 06.56 น.
http://www.oknation.net/blog/nobody007
The slower u go, the more u see the movement of life. ; ) :M.M. Prishvin. 

สวัสดีคับ....
มาทักทายคับ...
ความคิดเห็นที่ 53
Nity วันที่ : 02/06/2007 เวลา : 05.20 น.
http://www.oknation.net/blog/nity
โลกหลากแบบ จึงมองได้หลายมุม!

อื่ม.. ครับ
ความคิดเห็นที่ 52
ชานบ้านชานเมือง วันที่ : 01/06/2007 เวลา : 23.46 น.
http://www.oknation.net/blog/threenation

ในสายลมที่พัดผ่านนั้นๆ เต็มไปด้วยความไม่เข้าใจในการปกครองต่างๆ ที่เห็นว่าคนในปัจจุบันนั้น มีเพียงความกระหายอยากทั้งสิ้น เป็นเรื่องที่น่าเศร้าใจอย่างยิ่ง เมื่อสิ่งที่เกิดขึ้นนั้น ทำให้เห็นว่า กระแสตะวันตก จะเป็นกระแสสำหรับผู้ชนะสงคราม เป็นการได้ทั้งหมด คือผู้แพ้สงคราม และผู้ชนะสงคราม ไม่มีประเทศใดจะเลือกการปกครองที่เหมาะสมกับตัวเองได้ หากประเทศนั้นไม่มีความเข้มแข็งเพียงพอต่อการปกครองภายในประเทศ ที่มีพื้นฐานของประชาชนทุกหมู่เหล่า สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นสิ่งที่สะท้อนให้เห็นว่า ไม่ใช่ตรรกะ แต่เป็นอัลกอที่สลับซับซ้อน ที่พูดเช่นนี้ก็เพราะว่า ยิ่งนานวันคนไทยก็สับสนกับการปกครอง และอ้างอิงการปกครองของประเทศอื่น ที่มีประชาชนแตกต่างจากประเทศไทยอย่างสิ้นเชิง วิถีชีวิตของไทยนั้น แตกต่างจากนานาชาติ คำว่า "สยาม"นั้น หมายถึงการรวมชนชาติที่แตกต่างกัน ในอุดมการณ์ของความสงบร่มเย็น มีบ้างที่เรารบพุ่งกัน แต่สิ่งสำคัญที่สุดในธรรนูญการปกครองของสยามนั้น คือการรวมกันเป็นผื่นปฐพีเดียวกัน มิใช่การแก่งแย่งชิงดีกัน
http://www.oknation.net/blog/threenation/2007/06/01/entry-5
"คนมีธรรมเลือกธรรมเป็นที่ตั้ง คนทรงธรรมได้สิทธิ์ร่วมเสนอ นำความจริงจากกลุ่มชนที่ใฝ่เจอ ร่วมพ้องเธอประชุมทราบแบบสภา" ฝากไว้น่ะครับ หยุดสร้างทางแยกที่เป็นทางตัน แล้วสร้างความเข้าใจเรื่องประชาธิปไตได้แล้ว ผมขอร้อง
ความคิดเห็นที่ 51
กนิษฐ์ วันที่ : 01/06/2007 เวลา : 22.28 น.
http://www.oknation.net/blog/kanis
แม้ร่างกายจะเหนื่อยล้า  แต่จิตวิญญาณยังแข็งแกร่ง

นิสเรียกร้องให้เราคนไทย..บรรจุพุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำใจกันดีกว่าไหมจ๊ะ
ความคิดเห็นที่ 50
วิตามินบี วันที่ : 01/06/2007 เวลา : 22.01 น.
http://www.oknation.net/blog/babymind
ความอ่อนน้อมถ่อมตน คืออาภรณ์ประดับกายที่งดงาม


ไปทำบุญมา เอาบุญมาฝากค่ะ

เรียนเชิญร่วมเขียนคำอวยพรแสดงความยินดี
กับเนชั่นชาแนลในโอกาสครบรอบ7ปีค่ะ
http://www.oknation.net/blog/babymind/2007/06/01/entry-3
ความคิดเห็นที่ 49
ล่างฟานหวิน วันที่ : 01/06/2007 เวลา : 21.01 น.
http://www.oknation.net/blog/langfanvhin
ประตูสวรรค์ หิมะทองคำ เต่าทองแดง เขากิเลน หนวดมังกร เขี้ยวพยัคฆ์                         "ไม่มีที่อยู่ สำหรับคนอ่อนแอ" จอมยุทธ์ '

ผมว่าจริงๆ คนต่างศาสนา อื่นเขาไม่สนใจหรอกครับ ศาสนาพุทธจะบรรจุเป็นศาสนา ประจำชาติหรือไม่ เขาก็ยังคงปกติ เหมือนเดิมครับ เพราะคนต่างศาสนา อื่นๆ นั้นก็ รู้โดยหลัก พฤตินัยอยู่แล้ว เมืองไทยนั้น ยึดถือพระพุทธ ศาสนาประจำชาติ อยู่แม้ว่าไม่ได้บันทึกทางกฏหมายก็ตาม เพราะดูได้ จาก โรงเรียน สถาบัน สถานที่ราชการ ต่างๆ ก็มี สัญญลักษณ์ ทางพระพุทธศาสน์ อยุ่ เช่น โต๋ะหมู่บูชา หิ้งพระ พระพุทธรูป หรือคนส่วนใหญ่ ในประเทศ ก็ นับถือพระพุทธศาสนา อยู่
การบันทึกในรัฐธรรมนูญหรือไม่แทบมีผลต่อศาสนาอื่นแต่อย่างใดเลย แต่ด้วยเมืองไทยไม่บัญศาสนาพุทธ เป็นศาสนาประจำชาติ และแทบไม่เคยมีคุยกัน แสดงความคิดเห็นกันในเรื่องนี้ ให้ตกผลึก ทางความคิดการมากๆ ให้ข่าว ความเตรียมตัว การเตรียมใจ หรือเหตุผลแทบไม่เคยมีการคุยๆ กัน แต่อยากกลุ่มที่เห็นด้วยต่อการบันทึก บรรจุในรัฐธรรมนูญ นั้น ค่อยๆ ให้ความเห็นให้ความรู้ไปเรื่อยๆ โดยซึบซับเข้าไป กับผุ้คนในสังคมเรื่อย ซ้ายน้ำหยดลงบนหิน สักวันหนึ่ง มันกร่อนไปเรื่อยเอง
แต่นี่ กลับอยู่ เหมือนกับการใช้ กำลังข่มขืน ขืนใจบังคับ ใช้วิธีขมขู่ ต่างๆ นานา แม้ผุ้ที่ต้องอยู่ในความสงบ เป็นหลัก คือพระ นั้น ยังเป็น ตัวตั้งตัวที เป็นผุ้นำกลุ่ม เดินออกมาประท้วง พร้อมกับ ช้าง คน รถยนต์ ตามท้องถนน และ ใช้วิธี ก่อนความลำคาญ คนอื่น การติดตั้งเครื่องขยายเสียง ไฮปาร์ก ซึ่งเป็น วิธีการของ ม๊อบ ที่เรียกร้อง กันทั่วไป ทางการเมือง เหมือนจะหัก ด้ามพร้าด้วยเข่า ไป มันก็ มีแต่ความเสีย ชาวพุทธ ที่กำลังช่างน้ำหนัก 50 ต่อ 50 แทนที่ไปฝ่ายที่เห็นด้วย กลับกลายเป็นไม่เห็นไปเลย คนที่ เห็นด้วยอยุ่ กับการบรรจุ 100% บางก็กลับไม่เห็นด้วยกับวิธีการไปแบบ 100% เช่นกัน ที่เห็นด้วยมากหน่อย 80-90% ก็ กลับลดลงเหลือแค่ 50-50 ส่วนกลุ่มคนชาวพุทธฺ ที่ไม่เห็นด้วยตั้งแรก นั้น ก็ ยิ่งกลับไม่เห็นเพิ่มขึ้นไปอีก เกิน กว่า 100% ไปซะอีก ครบั

ความจริงเรื่องนี้ จะบรรจุหรืไม่บรรจุ แทบไม่ผลอะไรเลย ครับ บรรจุไปก็ดีไม่บรรจุไปได้ แล้ว ไม่ผลอะไรเลยคนต่างศาสนาอื่น อาจเป็นผลดี กับชาวพุทธมากหน่อย ในแง่ ความภาคภูมิใจ การยึดหลัก เป็นเหมือนสัญลักษณ์ตัวแทนให้นึกถึง แต่วิธีการนั้น ทำกัน สุดโต่ง จนเอิกเกริก ความหวัง ดี กลับกลายได้ รับผลไป ในทางเสียหายไป เสียครับ ผุ้คิดสร้างกลับเป็นผุ้ทำลายเหมือนดาบสองคมไปครับ แถมยังเป็น คมที่ย้อนเข้าหา ตัวเองซะด้วยนะครับ
ความคิดเห็นที่ 48
ITGLOBAL วันที่ : 01/06/2007 เวลา : 20.06 น.
http://www.oknation.net/blog/global
โลกใบนี้มีแต่รัก

สังคมลงมาช่วย เพราะ ทุกอย่างย่อมมีสาเหตุ และทางแก้ไขเสมอ
ความคิดเห็นที่ 47
HOF วันที่ : 01/06/2007 เวลา : 18.44 น.
http://www.oknation.net/blog/HOF

ทั่วโลกที่มาประชุมพุทธศาสนาโลก เพราะถือว่าประเทศไทยเป็นประเทศของชาวพุทธที่สำคัญอันดับต้นๆของโลก เขารู้โดยไม่ต้งระบุใน รัฐธรรมนูญด้วยซ้ำ สมควรที่ชาวพุทธจะดำรงตนเป็นพุทธมาฆกะที่ดี ให้บ้านเมืองน่าอยู่ ผู้คนเอื้ออาทร มีเมตตา อยู่อย่างพอเพียง ลดอบายมุข ช่วยกันทำแบบที่ว่านี้ดีกว่าไม๊ครับ

ชวนไปโหวต ใบปิดหนังไทย กันครับ
http://www.oknation.net/blog/moviehall/2007/06/01/entry-2
ความคิดเห็นที่ 46
วิหคพลัดถิ่น วันที่ : 01/06/2007 เวลา : 18.16 น.
http://www.oknation.net/blog/vihokpludtin
..ลานคำ..http://www.oknation.net/blog/songforlife...........ดอกไม้สีเลือด http://www.oknation.net/blog/bludflower


ส่วนพวกผู้ก่อการร้ายนั้นถึงศาสนาพุทธจะเป็นศาสนาประจำชาติไทยหรือไม่ มันก็หาทางเล่นงานคนพุทธอยู่ดี จงช่วยกันคิดอ่านตอบโต้พวกมันดีกว่าจะมาต่อต้านคนไทยด้วยกันเอง

*** เห็นด้วยกับข้อความนี้มาก ๆๆๆ เลยค่ะ คนจะเล่น มันก็เอาหมด อยู่แล้วค่ะแต่ก็ไม่อยากให้คิดว่าเป็นคนนอกศาสนาเลยค่ะ *****

*********************************

ความคิดเห็นที่ 77
เรือรบเมืองมั่น วันที่ : 01/06/2007 เวลา : 15.19 น.
http://www.oknation.net/blog/ruarob
ip : 10.104.103.90/202.183.235.3


ไม่มีรูปของผมเลย คงจะเด็กไปใช่ไหมครับ 555

"บุหรี่เลิกง่ายนิดเดียวครับ ผมเลิกมาแล้วหลายร้อยครั้ง" มาร์ค ทเวน นักเขียนชื่อดังว่าไว้

-----------------------------------------

จำได้ว่า คุณเข้าไปบล็อคเราเป็นครั้งที่ 2 ครั้งแรกจำได้ว่า กลับมาตอบแล้ว ก็ไม่เห็นคุณเข้าไปอีก ก็เลยไม่ค่อยได้คุยกัน....เราเองก็ไม่รู้ว่าคุณนับเราเข้าเป็นเพื่อนคุณหรือเปล่า....ต้องขอโทษด้วยค่ะ


ความคิดเห็นที่ 45
psl_cp127 วันที่ : 01/06/2007 เวลา : 17.18 น.
http://www.oknation.net/blog/pslcp127
The  feeling  of  LOVE  starts  from  the  eyes,  But  the  feeling  of  LIKE  starts  from  the ears..


เห็นด้วยกับบทความดีดีนี้ครับ...

ขอบคุณที่ไปเยือนกันด้วยความยินดี
ความคิดเห็นที่ 44
daxter วันที่ : 01/06/2007 เวลา : 17.08 น.
http://www.oknation.net/blog/daxter


ขอบคุณที่เยี่ยมครับ...........
ความคิดเห็นที่ 43
วรวิทย์_สิทธิกรณ์ วันที่ : 01/06/2007 เวลา : 14.50 น.
http://www.oknation.net/blog/worawit

ขอเป็นพุทธศาสนิกชนอย่างไม่มีเงื่อนไข
ความคิดเห็นที่ 42
ลานเทวา วันที่ : 01/06/2007 เวลา : 14.40 น.
http://www.oknation.net/blog/phutanow
 .......ทุกบทคำนำนัยยะ   เถอะเจ้าจงชำระ   มันด้วยใจ.........

เห็นด้วยเป็นอย่างยิ่ง

สาธุ ครับผม
ความคิดเห็นที่ 41
เสดพีร์ วันที่ : 01/06/2007 เวลา : 14.06 น.
http://www.oknation.net/blog/chao
*+* เพียงแวะเข้าไปทัก..เราก็แอบฮักคุณอยู่ในใจ *+*

มีคนเปรียบเทียบว่าคนขับรถ 2 คน คนหนึ่งมีใบขับขี่ ส่วนอีกคนไม่มีใบขับขี่ เวลาเกิดอะไรขึ้นมา ประกันจะดำเนินเรื่องให้คนไหนใน 2 คนนี้?

ผมว่าเขาเปรียบเทียบได้ดีนะครับ

บางคนชอบพูดว่าพุทธศาสนาอยู่ในใจ นั่นคือในฐานะส่วนบุคคล

แต่ที่หลายคนออกมาเรียกร้องกันนั้นน่าจะเป็นในฐานะสถาบันทางสังคม ใช่ไม่ใช่???

และคำว่า "อยู่ที่ใจ" ที่คนชอบพูดกัน เอะอะเรื่องอะไรก็ "อยู่ที่ใจ" ผมว่ามันเลื่อนลอยสิ้นดี อยู่ที่ใจ แต่ใจไม่ได้รับการฝึกฝนพัฒนาจิตใจ แล้วใจมันจะมีอะไรให้นำทางหรือยึดเกาะ????

สนใจความรู้เรื่องศาสนาประจำชาติ เชิญแวะไปฟังเสียงบรรยายของพระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ. ปยุตฺโต) ได้ที่บ้านผมนะครับ
ความคิดเห็นที่ 40
ปลิวลม วันที่ : 01/06/2007 เวลา : 12.05 น.
http://www.oknation.net/blog/pliewlom

พระพุทธศาสนาก็เหมือนในหลวงนั้นแหละอยู่ในใจคนไทยที่ศรัทธา
ความคิดเห็นที่ 39
pook วันที่ : 01/06/2007 เวลา : 11.56 น.
http://www.oknation.net/blog/pook1711
 War would end if the dead could return - Stanley Baldwin  


คุณปุ๊กกี้ เปลี่ยนหน้าปีศาจแล้วเหรอครับ ปีศาจฝรั่งแต่คุยเรื่องพระ แปลกดี

หน้าปีศาจตัวก่อน คุ้น ๆ ว่าจะถามว่าชื่ออะไร ก็ลืมครับ
-----------------------------------------------------

เป็นภาพถ่ายพี่แฟร้งค์จากมุมบนค่ะ
แต่ถ้าก่อนหน้ารูปนี้ ก็เป็นรูป Buster Keaton เจ้าของฉายา stone-face ดาราตลกที่ไม่แสดงสีหน้า

ความคิดเห็นที่ 38
su วันที่ : 01/06/2007 เวลา : 11.54 น.
http://www.oknation.net/blog/suwest

ในความเห็นข้าพเจ้ายังไงก็ได้. มันอยู่ที่ใจ
ความคิดเห็นที่ 37
Maruko วันที่ : 01/06/2007 เวลา : 11.35 น.
http://www.oknation.net/blog/goly

ตามที่ได้ ก็น่าคิดค่ะ

แต่สำหรับกอล์ฟ มองว่าไม่จำเป็น(อย่าโกรธนะค่ะ)

เพราะกอล์ฟมองว่า กอล์ฟเคยภูมิใจเสมอที่แม้ชาติไทย

เราไม่ได้มีศาสนาไหนเป็นศาสนาประจำชาติ

แต่หากคิดถึงคนไทยส่วนใหญ่ของชาติก็เป็นชาวพุทธ

กษัตริย์ของพวกเราพระองค์ก็นับถือศาสนาพุทธ

และเหล่าประชาชนของพระองค์ก็ไม่ได้มีแค่ชาวพุทธ

พระองค์ท่านตระหนักถึงจุดนี้เสมอ จากหนังสือหลายเล่ม

จะเห้นได้ว่าพระองค์ท่านอยากให้ทุกคนในชาติ นี้

แม้่ต่างศาสนา แต่ก้อยากให้อยู่ร่วมกันอย่างไม่มีเส้นขีดกั้น

เพราะฉะนั้น สำหรับกอล์ฟจึงไม่จำเป็นที่ต้องระบุค่ะ

สวัสดีค่ะ
ความคิดเห็นที่ 36
pnokeox วันที่ : 01/06/2007 เวลา : 11.27 น.
http://www.oknation.net/blog/pnokeox
แล้วแต่จะจัด..

เมื่อวันก่อน..ไปหาซื้อของ เจอพระจากศรีลังกา ..
ได้ช่วยท่าน..แปลอังกฤษบอกโชเฟอร์รถแท็กซี่..
ให้ไปส่งท่าน..ถึงแม้ภาษาจะไม่ค่อยแข็งแรง.แต่ก็
สื่อสารกันได้เข้าใน..ดีใจที่ได้ช่วยพระสงฆ์ ถึงแม้จะ
เป็นชาวต่างชาติ แต่ก็ถือเป็นบุตรพระพุทธเจ้าเหมือนกัน
เพิ่งเข้าใจว่าท่านคงมางานสัปดาห์วิสาขบูชาโลก ที่เมืองไทย
ก็ดีใจมากๆแหละ..
ความคิดเห็นที่ 35
น้ำใส วันที่ : 01/06/2007 เวลา : 11.23 น.
http://www.oknation.net/blog/chayada

คือไม่ทราบนะคะ ว่าการมีหรือไม่มีไว้ในรัฐธรรมนูญจะแตกต่างเช่นใด ก็แล้วแต่ความเห็นส่วนใหญ่ก็แล้วกันนะคะ ขอโนคอมเมนต์สำหรับเรื่องนี้ เพราะส่วนตัวแล้วไม่ค่อยยึดติดกับตรงนี้น่ะค่ะ แต่ไม่ใช่คนไม่มีศาสนาและไม่ใช่คนไม่มีธรรมะยึดใจค่ะ
ความคิดเห็นที่ 34
yen วันที่ : 01/06/2007 เวลา : 11.22 น.
http://www.oknation.net/blog/yen
เก็บเงิน เก็บเมื่อไหร่ก็ได้ แต่ประสบการณ์บางอย่าง เก็บได้ตอนมีแรงเท่านั้น

จริงๆ ก็อยากเห็นความรุ่งเรืองของศาสนาพุทธนะคะ
แต่ไม่ชอบวิธีการของคนบางกลุ่มค่ะ
โดยเฉพาะ วัดใหญ่ จ้างวัดเล็ก ตามที่อาจารย์เจิมศักดิ์พูดอ่ะคะ
ความคิดเห็นที่ 33
nobody007 วันที่ : 01/06/2007 เวลา : 11.10 น.
http://www.oknation.net/blog/nobody007
The slower u go, the more u see the movement of life. ; ) :M.M. Prishvin. 

สวัสดีคับ...
...อืม...ขอโทษคับ...
...อาจจะแรงจริงดังที่คุณกล่าว....

ความคิดเห็นที่ 32
pook วันที่ : 01/06/2007 เวลา : 11.06 น.
http://www.oknation.net/blog/pook1711
 War would end if the dead could return - Stanley Baldwin  

ขอสนับสนุนให้ระบุไว้ในรัฐธรรมนูญค่ะ
ก่อนที่คนไทยจะลืมสิ้นว่า รากของเรา คืออะไร

แต่โดยสภาพของผู้ที่ออกมาเรียกร้อง
ด้วยวิธีการแบบนั้น
รูปแบบทำลายเนื้อหา
คุยกันดีๆ ด้วยเหตุและผล เคารพซึ่งกันและกัน
ไม่ต้องเดินขบวน ไม่ต้องขี่ช้าง
บัดนี้สถานะจึงถูกรวมเข้ากับกลุ่มป่วนเมืองไปเรียบร้อย
ความคิดเห็นที่ 31
มะอึก วันที่ : 01/06/2007 เวลา : 10.56 น.
http://www.oknation.net/blog/panakom

ตอบ....ความคิดเห็นที่ 8
เรือรบเมืองมั่น วันที่ : 01/06/2007 เวลา : 10.46 น.
http://www.oknation.net/blog/ruarob
ใช้สติปัญญา ไม่หดหู่หรอกครับท่าน
ความหดหู่ใจที่เกิดขึ้น เพราะเราไม่ได้ดั่งใจในหลาย ๆ เรื่อง
ต้องอดทนเฝ้ามองอย่างใจเย็น ๆ ครับ

ความเจริญในจิตใจพวกเราสำคัญกว่าความเจริญทางวัตถุ
ร่ำรวยล้นฟ้า แต่หลอกลวงว่ารักประเทศชาติ น่ากลัวกว่า
ไม่มีเงินสักแดง แต่พร้อมให้เลือดชะโลมดิน น่านับถือกราบไหว้กว่าครับ
..............................................
สติปัญญา เป็นเรื่องของธรรมะโดยแท้ครับท่าน
เมื่อวานผมไม่ได้อ่านเรื่องดี ๆ ยังงี้ได้ยังไง
กราบขอโทษท่านด้วยครับ
ความคิดเห็นที่ 30
kikuno วันที่ : 01/06/2007 เวลา : 10.53 น.
http://www.oknation.net/blog/konbini

เมื่อวานไปวัดมาวันวิสาขะ
คุยกับหลวงตาที่วัด
เรื่องมันมีเยอะค่ะ ฟังไปก็ทั้งเศร้าและเซ็ง

แต่ขอเป็นหนึ่งเสียงสนับสนุนให้บรรจุไว้แล้วกัน
ความคิดเห็นที่ 29
ม่วงไปป่าว วันที่ : 01/06/2007 เวลา : 09.17 น.
http://www.oknation.net/blog/pijiksemourng
  Thinkin' Positive   Beleive It or Not 


อืม... น่าคิด

บางเรื่องก็เห็นด้วย แต่บางเรื่องก็ไม่

มันไม่ใช่ว่า ไม่ใช่เรื่องของสงฆ์หรือของฆาราวาส

มันเป็นเรื่องของคนศรัทธาในพุทธศาสนาทุกคน

ต้องช่วยกันทะนุบำรุงให้เจริญรุ่งเรือง

เรื่องการบรรจุศาสนาก็เช่นกัน




ความคิดเห็นที่ 28
Invisible-Ink วันที่ : 01/06/2007 เวลา : 09.17 น.
http://www.oknation.net/blog/victor

อมิตตะพุ?ธ
เห็นด้วยนะโยม
ความคิดเห็นที่ 27
Invisible-Ink วันที่ : 01/06/2007 เวลา : 09.17 น.
http://www.oknation.net/blog/victor

อมิตตะพุ?ธ
เห็นด้วยนะโยม
ความคิดเห็นที่ 26
oho วันที่ : 01/06/2007 เวลา : 08.47 น.
http://www.oknation.net/blog/ooh

วันก่อนไปเวียนเทียนที่สนามหลวงได้ยินเสียงประกาศให้ร่วมลงชื่อเพื่อให้บรรจุว่าศาสนาพุทธเป็นศาสนาประจำชาติ คิดว่าไปผิดงาน (ก็เราจะไปไหว้นี่นา)
ความคิดเห็นที่ 25
พระจันทร์แดง วันที่ : 01/06/2007 เวลา : 05.24 น.
http://www.oknation.net/blog/moonred

โดนเลยครับ เห็นด้วยเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะข้อความสุดท้าย
ความคิดเห็นที่ 24
ITGLOBAL วันที่ : 01/06/2007 เวลา : 05.16 น.
http://www.oknation.net/blog/global
โลกใบนี้มีแต่รัก

สาธุ
ความคิดเห็นที่ 23
รัฐศิริ วันที่ : 01/06/2007 เวลา : 04.31 น.
http://www.oknation.net/blog/rutdy

ไม่เคยเห็นเช่นกันครับที่มีผ้าเหลืองปลิวว่อนอยู่ข้างถนน มาก่อน มีพระออกมาแสดงความคิดเห็นทางการเมืองมากกว่าอดีตที่อยู่แต่ในวัด ไม่ใช่กิจของสงฆ์เลยครับ
ความคิดเห็นที่ 22
ช้องนาง วันที่ : 01/06/2007 เวลา : 02.04 น.
http://www.oknation.net/blog/nang
...รติกาลแห่งไมตรี...จาก...บ้านน้อย  ในซอยลึก.......


อ่านแล้ว..อยากเป็นบัวเหนือน้ำ...จัง...
(เหนือน้ำใจมนุษย์)

ขอบคุณในบทความดีๆ..ของคุณค่ะ