พิมพ์หน้านี้
|
ยอมรับว่าสมัยนึงผมเคยชอบตาลีบาน ชอบความเป็นนักสู้ที่กลุ่มนี้สามารถเอาชนะพวกขุนศึกกระหายสงครามที่ถ้าไม่อเมริกาก็รัสเซียสนับสนุนอยู่ ขึ้นครองเกือบทั้งหมดของอาฟกานิสถานได้ แต่เมื่อกลุ่มนรกแตกนี้ทำลายพระพุทธรูปที่บามิยันอย่างไร้เหตุผล ความชอบผมก็เปลี่ยนไปเป็นเกลียด ( พลอยเกลียดคอลัมนิสท์ลวงโลกคนหนึ่งที่เชียร์มันเหลือเกินด้วย ไอ้หมอนี่เคยเกือบหลอกเงินผมไปเรียนปริญญาเอกที่รัสเซียทีนึงแล้ว ) ล่าสุดมีข่าวกลุ่มตาลีบานจับตัวประกันเกาหลีใต้ไป 23 คน ฆ่าทิ้งไปแล้วคนหนึ่ง ผมยิ่งเกลียดมัน เพราะเป็นการกระทำต่อคนที่ไม่มีทางสู้ ไม่ใช่วิถีของสุภาพบุรุษ ( น้อง ๆ นักข่าวอ่านถึงตอนนี้ขอให้ใช้วิจารณญาณนะครับ เราต้องเป็นกลางในการวิเคราะห์ให้มากที่สุด อย่าให้อคตินำพาความคิดมากเกินไป เหมือนที่พี่มีต่อตาลีบานนะครับ ) ผมไปค้นเจอเรื่องที่คล้ายกันกับเหตุการณ์คราวนี้ โดยเป็นข้อเขียนลงกรุงเทพธุรกิจเมื่อ 30 มิถุนายน 2547 ตอนนั้นล่ามชาวเกาหลีใต้โดนกลุ่มอัลไกด้าแห่งอิรัก ของอาบูมูซาบ อัลซากาวี จับตัวไปตัดคอ เลยนำลงให้อ่านในวันนี้แบบไม่ตัดต่อ บางตอนอาจล้าสมัย บางตอนบริบทคนละอย่าง แต่บางตอนก็ยังมีประโยชน์ เช่นบอกว่าเกาหลีใต้ควรทำอย่างไร ถอนทหารดีไหม ผู้ก่อการร้ายมีความเชื่อมโยงกับลัทธินิหิลิสท์อย่างไร เชิญอ่านครับ ล่าสุด หลังจากตัวประกันเกาหลีคนที่สองถูกฆ่าเมื่อเช้าวาน เมื่อเย็นนี้เอง กองกำลังอาฟกานิสถานเริ่มบุกชิงตัวประกันที่เหลือแล้ว คงมีคนตายเพิ่มอีก แต่คงไม่ถึงกับต้องตายหมดดังที่พวกตาลีบานมันจะฆ่า แล้วอย่าลืมแวะชม 9 ภาพชุดหลานสาหร่าย VS หลานฮีโร่ด้วยครับ ภาพญาติคนตายกำลังร้องไห้ จาก yahoo เอเชียหลังการตายของหนุ่มเกาหลี ความดื้อดึง เพื่อรักษาเกียรติภูมิของชาติ ด้วยเกรงว่า ฝรั่งจะดูถูกว่า ใจไม่ถึงนั้น ไม่เป็นผลดีต่อเสถียรภาพของรัฐบาลเอเชีย ที่ต้องแคร์ต่อฐานเสียงในประเทศ สยองกันทั่วทั้งเอเชียกับ เหตุการณ์ตัดหัวล่ามชาวเกาหลีใต้ เมื่อไม่นานมานี้ เรื่องเช่นนี้เป็นสิ่งที่เอเชียไม่เคยประสบมาก่อน ความสับสนที่ตามมา หลังเหตุการณ์นี้ ไม่เพียงแต่ก่อให้เกิดแรงกดดัน ต่อบรรดารัฐบาลเอเชียเท่านั้น แต่อาจทำให้ความสัมพันธ์ ระหว่างชาติเอเชียกับสหรัฐต้องเสื่อมลง ชาวเกาหลีใต้ไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่า รายจ่ายของความพยายามเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ ระหว่างประเทศกับสหรัฐ ในเวทีระดับโลกนั้นจะแพงถึงเพียงนี้ การตายของเพื่อนร่วมชาตินั้น กระแทกอารมณ์รุนแรงกว่าการตาย เพราะถูกรถบรรทุกระเบิดพุ่งชนค่ายของทหารไทยในคาร์บาลา หรือการถูกลอบสังหารของนักการทูตญี่ปุ่น บนถนนทางใต้ของแบกแดดมากนัก นี่คือ การตายที่มีกำหนดเวลาบอกล่วงหน้า และมีเงื่อนไขการรักษาชีวิตจากฝ่ายผู้ก่อการร้ายชัดเจน สถานการณ์ที่คล้ายกับสคริปท์หนังน่าติดตามยิ่งขึ้น เมื่อผู้ตายร้องขอชีวิตอย่างเต็มที่ ขณะที่คนทั้งประเทศ โดยเฉพาะญาติสนิทของเหยื่อ ขานรับข้อเรียกร้อง ของผู้ก่อการร้ายโอดครวญอย่างน่าสงสาร กดดันรัฐบาลโซลอีกระดับหนึ่ง และเมื่อมาถึงบทจบที่ทุกอย่างล้มเหลว คนร้ายก็ประหารตัวประกันจริงๆ ต่อหน้ากล้องด้วยความหฤโหดอย่างไม่น่าเชื่อ เลนิน นักปฏิวัติผู้ยิ่งใหญ่เคยกล่าวไว้ว่า "ลัทธิก่อการร้ายนั้นมีแค่การสร้างความน่าสะพรึงกลัว" ประสบการณ์ที่อดีตผู้นำคอมมิวนิสต์ได้รับ คือ ทราบถึงกระบวนการ nihilism (นิหิลิสท์) ที่ระบาดในรัสเซีย ช่วง ค.ศ.1860-1917 ลัทธินี้ปฏิเสธรัฐและศาสนจักรที่กดขี่ชาวบ้านในปลายระบอบพระเจ้าซาร์ มีการตั้งกลุ่มขบวนการลักลอบสังหาร และวางระเบิดนักการเมืองและข้าราชการรัสเซียในยุคนั้น พวก นิหิลิสท์ แสดงอุดมการณ์ทางการเมืองที่เด่นชัดเพียงประการเดียว คือต้องการล้มล้างระบอบการปกครองด้วยกำลัง คนส่วนใหญ่จึงเข้าใจว่าพวก นิหิลิสท์ มีแต่ความคิดก่อการร้าย เพื่อก่อการร้ายเท่านั้น ในแง่นี้ กลุ่มก่อการร้ายของอาบู มูซาบ อัล-ซากาวี ก็คล้ายคลึงกับ พวกนิหิลิสท์ ด้วยวิธีการดำเนินทางการเมืองที่โหดเหี้ยม จนแม้แต่ชาวมุสลิมทั่วโลกก็จะไม่มีวันยอมรับนั้น ทำให้ดูเหมือนว่าอุดมการณ์ทางการเมืองของพวกเขา คือแค่สร้างความน่าสะพรึงกลัวให้ได้มากที่สุด โดยไม่มุ่งหวังจริงๆ ว่าจะได้ปกครองอะไร รัฐอิสลามแบบที่พวกเขาต้องการช่างดูเลื่อนลอยไม่ยืนอยู่บนพื้นฐานความจริงของโลกทุกวันนี้ กระนั้นก็ตาม การสร้างความน่าสะพรึงกลัวของพวกเขา ก็สามารถทำให้อีกซีกหนึ่งของทวีปปั่นป่วนได้ จริงอยู่ที่ข้อเรียกร้องของซากาวีเป็นสิ่งที่รัฐบาลประเทศไหนก็ปฏิบัติตามไม่ได้ ไม่มีผู้นำชาติใดยอมสยบตามคำขู่ซึ่งหน้าแล้วถอนทหารออกไปเพียงเพราะประชาชนไร้ชื่อเสียงคนหนึ่งถูกจับเป็นตัวประกัน แต่เมื่อเหตุการณ์นี้จบลง กลับเป็นโอกาสอันดีที่เกาหลีใต้จะทบทวนนโยบายยุทธศาสตร์ของตนเสียใหม่ เกาหลีใต้เป็นมิตรที่ดีของสหรัฐมายาวนาน และกำลังต้องการให้กองกำลังสหรัฐค้ำประกันเสถียรภาพในคาบสมุทรเกาหลีต่อไป การช่วยเหลืองานสหรัฐ ในแผ่นดินโพ้นทะเลจึงเป็นการทูตซื้อใจที่พึงกระทำ นอกเหนือจากความมุ่งหวังผลประโยชน์เศรษฐกิจอื่น อาทิเช่น รับช่วงงานสัมปทานฟื้นฟูบูรณะอิรัก หรือการขอเข้าถึงแหล่งพลังงานน้ำมัน แต่การสังเวยชีวิตเพื่อนร่วมชาติจากเหตุการณ์นี้ กลับได้รับการพิจารณาจากประชาชน ว่า น่าจะหลีกเลี่ยงได้ หากรัฐบาลไม่ไปยุ่งเกี่ยวกับสงครามอันไม่เป็นธรรมในตะวันออกกลาง ถึงวันนี้ คนเอเชียพากันเชื่ออย่างเต็มเปี่ยมแล้วว่าสหรัฐ บุกอิรัก เพราะผลประโยชน์ด้านน้ำมัน ไม่ใช่เรื่องการต่อต้านการก่อการร้าย หรือเสาะหาอาวุธทำลายล้างสูงตามที่วอชิงตันกุอ้าง ความเหี้ยมโหดอย่างไร้ขอบเขตของผู้ก่อการร้ายที่ระดมเข้าใส่เป้าหมายเปราะบางชาวต่างชาติในอิรัก ก็ยิ่งทำให้ชาวเอเชียอยากให้รัฐบาลของตนถอนตัวออกจากความเกี่ยวข้องในเรื่องนี้กันทั้งนั้น ความดื้อดึงเพื่อรักษาเกียรติภูมิของชาติ ด้วยเกรงว่าฝรั่งจะดูถูกว่าใจไม่ถึงนั้นไม่เป็นผลดีต่อเสถียรภาพของรัฐบาลเอเชีย ที่ต้องแคร์ต่อฐานเสียงในประเทศ แม้ว่าบางประเทศ เช่น เกาหลีใต้หรือฟิลิปปินส์ได้ผ่านพ้นการเลือกตั้งไปแล้ว แต่กระแสคัดค้านการทำข้อตกลงใดที่จะมีขึ้นกับสหรัฐนั้นยังมีขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้รัฐบาลปกครองประเทศอย่างไม่เป็นสุข ส่วนรัฐบาลประเทศที่ยังไม่พ้นห้วงเวลาหาเสียงเลือกตั้งนั้นยิ่งน่าเป็นห่วง กระแสต่อต้านสหรัฐ และกระแสไม่อยากยุ่งเกี่ยวกับอิรักนั้นกำลังมาแรงในเอเชีย และกำลังมุ่งไปสู่การไม่ร่วมมือกับทุกเรื่องที่จะนำภัยจากผู้ก่อการร้ายมาถึงตน เช่น การระวังภัยอย่างเข้มงวดต้องอยู่กันอย่างหวาดผวาทั่วเอเชีย แรงกดดันของประชาชนอาจทำให้รัฐบาลเอเชียไม่กล้าดำเนินนโยบายสอดคล้องสหรัฐ ทั้งที่บางแง่มุมก็อาจเป็นคุณต่อการสกัดกั้นการก่อการร้าย เช่น การลาดตระเวนร่วมในช่องแคบมะละกา เมื่ออ่านมาถึงตอนนี้ อาจดูเหมือนว่าฝ่ายผู้ก่อการร้ายกำลังมีชัย อย่างน้อยก็ในทางจิตวิทยาเหนือสหรัฐ และชาติพันธมิตร วินาศกรรม ความตายและการทำลายล้างที่ยิ่งรุนแรงขึ้นก่อนถึงวันถ่ายโอนอำนาจในอิรัก อาจเป็นเครื่องยืนยันในข้อนี้ กระนั้นก็ตาม "การก่อการร้ายเพื่อการก่อการร้ายไม่เคยชนะ" ลัทธิ nihilism สุดท้ายก็ล่มสลายไปเมื่อต้นศตวรรษที่ 20 แต่ก็นับว่าสร้างอานิสงส์เปิดทางให้ลัทธิคอมมิวนิสต์ ซึ่งเป็นลัทธิใหม่ในเวลานั้นที่มีเจตจำนงทางการเมืองที่มีความเป็นไปได้มากกว่าผงาดขึ้นครองอำนาจในรัสเซียและในโลกได้ในห้วงเวลาหนึ่ง จึงเป็นไปได้ว่า ลัทธิ terrorism ในเวลานี้จะไม่มีวันชนะชาติตะวันตก แต่อาจเปิดทางให้กับลัทธิใหม่ฉีกพ้นจากการครอบงำของสหรัฐ และพวกในโลกยุคปัจจุบันได้ เราได้เห็นความร่วมมือของฝรั่งเศสและเยอรมนี เป็นหัวหอกฝ่ายยุโรปขึ้นมาท้าทายอิทธิพลของสหรัฐแล้ว เราอาจจะได้เห็นบางชาติในเอเชียปรากฏกายในฐานะหัวหอกฝ่ายเอเชียบ้างก็ได้ ถ้าหากคนเอเชียต้องเผชิญกับเหตุการณ์แบบเดียวกับที่เอาชีวิตล่ามชาวเกาหลีใต้อีกสักครั้งสองครั้ง |