พิมพ์หน้านี้
|
ไม่ได้เขียนบทวิเคราะห์ด้านต่างประเทศตั้งนานแล้ว วันนี้ขอเสนอบทวิเคราะห์สถานการณ์ความมั่นคงอาเซียนประจำปี 2551 ให้อ่านกัน ลองตัดเก็บไว้เช็คกันปลายปีนะครับว่าจะตรงหรือไม่
แม้ว่าเมฆหมอกของการก่อการร้ายข้ามชาติโดยอาศัยข้ออ้างทางศาสนาจะเบาบางลงไป อันเนื่องจากความอ่อนแอของเครือข่ายอัลไกด้าในภูมิภาค แต่พยับฝนของปัญหาระหว่างประเทศก็ตั้งเค้าทะมึนแทนที่ ด้วยไม่ทราบว่าอีกนานเพียงไรที่อาเซียนจะหนีไม่พ้นกับการแก้ปัญหาพม่าอย่างจริงจัง ขณะที่ปัญหาพลังงานในอ่าวไทยอาจเป็นประเด็นวิกฤตในปีนี้ การขึ้นชั้นมาทดแทนผู้นำที่ตายบ้างถูกจับกุมบ้างไม่ทันท่วงทีทำให้กลุ่มก่อการร้ายมีพลังลดทอนลง แต่ยังประมาทไม่ได้ หากฝ่ายความมั่นคงการ์ดตกนิดเดียว เหตุการณ์แบบบาหลีปี 45 ก็อาจเกิดขึ้นได้เสมอ อย่างไรก็ตามความร่วมมือดูแลปัญหานี้ระหว่างอาเซียนกับประเทศนอกภูมิภาคประสบความสำเร็จอย่างน่าชื่นชม ส่งผลไปยังความปลอดภัยด้านช่องแคบมะละกาด้วย แต่ที่น่าห่วงคือประเด็นกระทบกระทั่งระหว่างประเทศ กรณีพม่านั้น อาเซียนพยายามชิ่งหนีด้วยการสร้างกลไกบังหน้าออกมาหลายอย่าง ซึ่งก็อาจจะรอดตัวไปอีกปีหนึ่ง เพราะกระแสกดดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงนโยบายต่อพม่ายังไม่แรงพอ กรณีที่น่าวิตกกว่านี้คือการพิพาทในพื้นที่เหลื่อมทับทางน้ำ เช่น กรณีอ่าวไทยระหว่างไทยกับกัมพูชา ที่การแสวงหาทรัพยากรธรรมชาติในทวีจะเป็นประเด็นขบกันกว่าเดิม ยิ่งฝ่ายหลังจะมีเลือกตั้งในกลางปี นโยบายที่พรรคการเมืองเขมรชอบงัดออกมาใช้จึงมักเป็นชาตินิยมโจมตีเพื่อนบ้าน ดังนั้นประเด็นที่เกี่ยวกับปัญหาเขตแดน เช่น แอ่งน้ำมันในอ่าวไทยและเขาพระวิหารอาจจะทำให้ไทยปวดหัวได้ เสถียรภาพของกัมพูชาในปีหน้าน่าจะมีมากขึ้น เพราะฮุน เซ็นครองอำนาจได้อย่างหมดสิ้น ทอดตาทั่วแผ่นดินหาใครเทียบเคียงไม่เลย เช่นเดียวกับในลาว ซึ่งฝ่ายต่อต้านรัฐบาลลาวอ่อนแอลงอย่างมาก ประชาชนนิยมรัฐบาลที่มุ่งมั่นเปิดประเทศมากขึ้น อนาคตของอินโดจีนจึงสดใส ส่วนเวียดนามที่ใกล้จะฉลองฮานอยเมืองหลวงพันปีแล้ว พลังแห่งความตระหนักว่ากราฟชะตาประเทศของตนกำลังรุ่งเรืองลาดสูงไปเรื่อย ๆ นั้นจะนำพาให้เกิดแรงฮึดไปสู่ความเจริญอย่างเป็นรูปธรรม ประเทศที่วุ่นไม่จบน่าจะเป็นไทยและพม่า เพื่อนบ้าน ความแตกแยกของสยามประเทศใหญ่หลวงนัก หลังเลือกตั้งแล้วเสถียรภาพของรัฐบาลยังคงคลอนแคลน โอกาสที่จะได้เห็นการยุบสภาในเวลารวดเร็วนั้นใช่ว่าจะไม่มี
ส่วนที่พม่า พลังประชาชนถูกปลุกขึ้นแล้ว ถึงรัฐบาลทหารจะระงับไว้ได้ระดับหนึ่ง แต่น่าที่จะมีการเปลี่ยนแปลงภายในเกิดขึ้นบ้างเพื่อลดทอนความตึงเครียดทางสังคม การผ่อนปรนกับศัตรู การปรับขบวนขุนทัพ และการเอื้อประโยชน์ให้ต่างชาติทางเศรษฐกิจล้วนแต่มีแนวโน้ม รัฐบาลพรรค UMNO ของมาเลเซียน่าจะประกาศเลือกตั้งปี 51 เพื่อสกัดกั้นการเข้าสภาของอันวาร์ อิบราฮิม จริงอยู่ที่รัฐบาลยังคงแข็งแกร่ง แต่ปัญหาความแตกร้าวทางเชื้อชาติและความคิดที่เริ่มใหญ่โตขึ้นน่าจะกระทบต่อความมั่นคงและความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศนี้ไม่มากก็น้อย ส่วนที่ฟิลิปปินส์กับอินโดนีเซียนั้น รัฐบาลน่าจะยังอาศัยกองทัพค้ำบัลลังก์ของตนไว้ได้ค่อนข้างราบรื่น แต่ปัญหาเดิม ๆ นั้นยังแก้ไขได้ไม่สะเด็ดน้ำ ปิดท้ายด้วยความคาดการณ์ที่คล้ายคลึงกับปีที่แล้ว คือ สิงคโปร์คงไม่ถึงกับตกต่ำในปีเดียว ขณะที่ติมอร์ เลสเต้ ก็ไม่น่าที่จะกลายเป็นสวรรค์ได้ภายในปีหน้าเช่นกัน
|