พิมพ์หน้านี้
|
มีคนประกาศว่ารออ่านเรื่องนี้เยอะ เพราะผมบอกว่าจะเขียนถึงท่านเมื่อเรื่องที่แล้ว คือ "คุยกับเรือรบครบ 40000 คลิ๊ก" บอกว่าเมื่อท่านได้เป็นนายกรัฐมนตรีแล้วจะเขียนถึง ต้องขอออกตัวนิดนึงว่า ในเมื่อท่านได้รับปรดเกล้า ฯ เป็นนายกตอนนี้ ผมก็เรียกว่าท่านสมัคร ไม่พยายามเรียกสมัครหรือไอ้หมักแต่อย่างใด และเรื่องที่จะเขียนนี้ หากใครหวังว่าผมจะด่าเขาเละ หรือว่าเลียจนลิ้นแผล็บ ๆ ก็เปิดข้ามไปเถอะครับ เพราะที่ผมจะเขียนนนี้มาจากความทรงจำ ย่อมไม่มีเรื่องเช่นนั้น และผมก็ไม่ใช่คนแบบนั้น ผมกับท่านไม่เคยคุยกัน หรือทำงานร่วมกัน ชีวิตนี้เจอกันแค่ 2 ครั้ง แต่ก็ประทับใจ ลองอ่านต่อไปครับ ท่านเป็นรุ่นพี่เซ็นต์คาเบรียล เหมือนกับพลเอกสุรยุทธ์ นายกรัฐมนตรีคนก่อนนั่นเเหละครับ ผมได้ยินชื่อท่านครั้งแรกก็ตอน ป.4 รุ่นพี่จับเราขึ้นอัฒจันทน์ ซ้อมแปรอักษรเป็นคำเชียร์ ส.ส.หนุ่มผู้หนึ่ง ที่มาเป็นประธานเปิดกีฬาสีของเราในปีนั้น จำได้ว่าซ้อมกันวันละหลายชั่วโมงอยู่หลายวัน ทั้งที่เราตัวกะเปี๊ยก มีโค้ด 10 กว่าโค้ด เป็นอักษรส่า samak บ้าง สมัครบ้าง เป็นถุงมือสีแดงสีขาว แปรกันโคตรเหนื่อย เพื่อสร้างความประทับใจแก่รุ่นพี่ผู้นี้แค่ 20 นาที !!! วันนั้นท่านสมัคร เล่าประสบการณ์ตนเองที่โรงเรียน ว่าประทับใจครูอาจารย์ทุกคน เพราะตอนเรียนน่ะเกเรมาก โดนเฆี่ยนและทำโทษคุกเข่าหน้าห้องเรียนวันละหลายชั่วโมง แต่ก็รักมาสเตอร์บราเดอร์ทุกคน ผมยังนึกใจใจว่าหมอนี่ใช้ได้แฮะ โดนเล่นหนักกว่าเราแต่ยังรักคนทำโทษอีก แบบนี้ตอนนั้นเราเกลียดพวกครูมาก ท่านสมัครตอนนั้นเป็นฝ่ายขวาเอามาก ๆ เพราะชื่อเสียงหลัง 6 ตุลานั้นดัง ทั้งสวนกับสื่อ ( ผมอ่านหนังสื่อสันดานหนังสือพิมพ์กับสันดานรัฐมนตรีปากหมาทั้งสองเล่ม มันทั้งคู่ ) ทั้งบวกกับพวกคอมมิวนิสต์ อ่านถึงตอนนี้พิจารณาดี ๆ นะครับ ว่าตอนนั้นคนเมืองหลวงกลัวคอมจะยึดประเทศกันหมด ต่างคนต่างเป็นฝ่ายขวาทั้งนั้นแหละ แต่สมัครนั้นมากกว่าคนอื่นหน่อย อย่างไรก็ตาม ช่วง 18-19 ผมฟังวิทยุยานเกราะตลอด ไม่เคยได้ยินว่าสมัครเกี่ยวข้องในเรื่องนี้แต่อย่างใด โดดมาถึงตอนที่ผมมาเป็นทหารใหม่ ๆ หลังคอมมิวนิสต์สงบแล้ว แต่คนบางกลุ่มยังไม่เชื่อว่าฝ่ายแดงสงบจริง เพราะช่วงนั้นเรายังมีสงครามมืดกับเวียดนามอยู่เลย กลุ่มที่เรียกวา"อภิรักษ์จักรี" ซึ่งประกอบด้วยคนที่เคยเป็นลูกเสือชาวบ้านและชังคอมมิวนิสต์สุดขั้วก็ยังออกมาทำกิจกรรมกันอยู่ แต่ด้วยความขวาจัดทำให้พวกเขาไม่เป็นที่นิยมในวงกว้าง ผมได้รู้จักพวกนี้หลายคน เพราะงานแรกในฐานะร้อยตรีคือกินเหล้าหาข่าวและสร้างสัมพันธ์กับมวลชน ผมพบว่าท่านสมัคร เป็น IDOL หรือขวัญใจของคนขวาจัดเหล่านี้ แต่ไม่ปรากฏว่าท่านสมัครเป็นผู้ชักใยแต่ประการใด ก้าวมาถึงตอนที่จะเลือกตั้งปี 38 ผมถูกสั่งให้ติดตามการหาเสียงภาคสนามของพรรคการเมืองต่าง ๆ รวมทั้งพรรคประชากรไทยด้วย ตอนนั้นพรรคนี้กระแสตกแล้ว คนไหนปลื้มสมัคร ถือว่าเชย และก็มีคนจำนวนมากเรียกท่านว่า "ไอ้หมัก" คู่กับกับ "ไอ้เหลิม" เพราะมีลีลาพูดได้ยอดเยี่ยมมากในสภา ไม่ใช่เป็นการดูถูกแต่อย่างใด จำได้ว่าผมไปฟังปราศรัยเพราะหน้าที่ แต่เพื่อนที่ตามไปด้วยเป็นนักศึกษาปริญญาเอกที่รักสมัครอย่างหนัก พอปราศรัยจบก็โดดขึ้นบนเวทีขอถ่ายรูปกับท่าน โดยมีผมเป็นตากล้องอยู่ด้านล่างเวที ถ่ายไปแชะหนึ่งแบบงั้น ๆ เพราะผมไม่ได้ปลื้มอะไรท่าน แต่ก็สังเกตว่าท่านสมัครเป็นคนห่วงใยคน ท่านบอกว่าขอให้ถ่ายอีกมุมที่ชัดกว่า แล้วขยับทั้งท่านและเพื่อนให้ถ่ายมุมสวย ๆ ซึ่งก็มีแค่ท่านกับเพื่อนผมเท่านั้นที่อยู่บนเวที ผมก็บรรจงถ่ายอย่างดี แล้วก็คิดว่าหมอนี่ใช้ได้ไม่ถือตัว นั่นเป็นครั้งเดียวที่ท่านพูดกับผม ซึ่งผมก็ไม่ได้สนอะไร เพราะไม่ได้เป็นบิ๊กแฟนของท่าน ต่างจากเพื่อนผมที่วันนี้เขาไปออกรายการ ASTV ด่าอำนาจเก่าโดยไม่เคยพูดถึงอีกเลยว่าเคยหลงใหลนายจมูกชมพู่ขนาดไหน เท่าที่เคยได้ยินมา ผมว่าท่านสมัครเป็นคนปากตรงกับใจ หายากสำหรับนักการเมืองที่เห็นอยู่เวลานี้ อันนี้อาจเป็นเสน่ห์ของสมัคร รักใครรักจริง เกลียดใครเกลียดจริง งูเห่ากราบแทบตายยังไม่ยอมดีด้วย ที่ผมสังเกตอีกอย่างหนึ่งก็คือในอดีตนั้น สมัครไม่มีเรื่องเสื่อมเสียทุจริตเลย พึ่งจะมีระยะหลัง ๆ เรื่องรถเก็บขยะบ้างอะไรบ้างนั้นเป็นเรื่องเล็กน้อย หลักฐานไม่พอทั้งนั้น แต่ผมว่าเรื่องรถดับเพลิงนี่ยังไงอยู่ ทำไมต้องอนุมัติโครงการวันสุดท้าย อันนี้บอกตรง ๆ ว่าตะขิดตะขวงใจผมเหมือนกัน ผมยอมรับว่าสมัครเป็นคนเก่งอย่างหาตัวจับได้ยากเรื่องประวัติศาสตร์ ประเพณีไทย และสถาบันกษัตริย์ ความรู้เรื่องพวกนี้ถือว่ายอดเยี่ยมกว่าฝีมือทำกับขาวหรือเลี้ยงแมวเสียอีก เพราะท่านอบร่ำกับเรื่องโบราณราชประเพณีนี้กระมัง จึงไม่มีใครยัดข้อหาให้ว่าท่านไม่จงรักภักดี ข้อเสียของท่านสมัครนั้นผมว่า ท่านพูดไม่ค่อยรู้เรื่องแล้วนะครับ คือจะออกแนวพูดแล้วละคำที่ควรอธิบายไว้บ่อยครั้งเกินไป เหมือนว่าชาวบ้านเขารู้เหมือนตัว แต่ที่ที่จริงตัวเองเข้าใจคนเดียว ตรงนี้ถ้าปรับการพูดให้ช้าลง อย่าแตกประเด็นโดยไม่จำเป็น ก็จะช่วยได้มาก ผมนั้นไม่ถึงกับเชื่อว่าท่านจะนำนาวาประเทศไทยไปรอด เพราะปัญหาเศรษฐกิจและความแตกแยกทางสังคมมันหนักจริง ๆ แต่ผมว่าท่านต้องตั้งใจเป็นนายกอยู่แล้ว เพราะนี่คือเกียรติภูมิของท่าน ท่านเป็นคนที่มีอัตตาสูงมาก ถึงทักษิณจะมีอิทธิพลมากในพรรคพลังประชาชน แต่ก็ไม่ได้ชักใยสมัครหรอกครับ ทั้งยังอาจต้องยอมตามท่านสมัครเสียด้วย ซึ่งสมัครเองถึงจะยึดอัตตาสูง แต่ถ้าเรื่องที่ไม่กระทบกับตัว หรือตัวเองไม่รู้จริง ก็คงไม่แทรกแซงหมอสุรพงษ์หรอกครับ ทั้งนี้เพราะผมเชื่อว่าท่านสมัครเล่นเกมเป็น อะไรที่ไม่ถนัดนั้นไม่โชว์โง่ ท่านเลยไม่เคยพูดเรื่องเศรษฐกิจ พูดแต่รถไฟฟ้าที่ท่านถนัดก็พอแล้ว ดู ๆ กันไปนะครับนายกคนนี้ อย่าพึ่งไปติอะไรโดยไม่วิเคราะห์ก่อน พวกที่เป็นปฏิปักษ์อย่างถาวรอย่างสื่อจำนวนมาก ฝ่ายซ้ายเก่า หรือพวกที่ไม่ชอบทักษิณนั้นเขามีอยู่มากแล้ว ถึงผมเองไม่ได้ชอบสมัคร แต่ก็ไม่อยากให้ท่านบริหารผิดพลาดหรือโดนแกล้งจนประเทศพังพินาศ เพราะเดิมพันของผมและคนอีก 60 ล้านคนกองอยู่ในเค้าที่ท่านกำลังเล่นนั่นแหละครับ ใครที่ไม่เอาใจช่วยประเทศชาติ แต่หวังให้รัฐบาลเจ๊งโดยประเทศหรือผลประโยชน์ของตนเองจะเจ๊งไปด้วยก็ช่างนั้น ผมว่าประหลาดครับ |