พิมพ์หน้านี้
|
ไม่ได้เขียนบทวิเคราะห์ด้านต่างประเทศตั้งนานแล้ว วันนี้ขอเสนอบทวิเคราะห์สถานการณ์ความมั่นคงเอเชียประจำปี 2551 ให้อ่านกัน ลองตัดเก็บไว้เช็คกันปลายปีนะครับว่าจะตรงหรือไม่ การกลับคืนสู่ความรุ่งเรืองที่สุดในจักรวาลของภูมิภาคเอเชียกำลังเผชิญบททดสอบด่านสำคัญ ปัญหาเศรษฐกิจและพลังงานที่รุนแรงขึ้นในปีนี้จะเป็นโจทย์ที่เอเชียจะต้องแก้ ปัญหาความตึงเครียดระหว่างประเทศขยายตัวจากจุดนี้ แต่เงาของนกพิราบได้ทาบให้เห็นบนบางจุดบ้างแล้ว ขณะเดียวกันการฟอร์มตัวของขั้วอำนาจใหม่ของโลกก็ปรากฏเป็นรูปร่างชัดเจนขึ้น ในปีที่ใครบางคนบอกว่าเศรษฐกิจจะเผาจริงนั้น ชาติเอเชียตะวันออกได้เตรียมการรับมือไว้แล้ว ชาวเกาหลีใต้เลือกผู้นำคนใหม่โดยดูที่ความสำเร็จทางเศรษฐกิจของนายอี เมียงบัก และด้วยสายสัมพันธ์ที่แข็งแกร่งของเขากับอเมริกัน จึงพอคาดหมายได้ว่าเขาจะเยียวยาความสัมพันธ์ระหว่างแรงงานเกาหลีกับสหรัฐ ได้ กอปรกับสันติภาพบนคาบสมุทรเกาหลีที่ดูจะสดใสที่สุดในรอบสิบปี น่าที่จะทำให้เกาหลีใต้ไม่ใช่จุดอ่อนของเอเชียในปี 2551 ไต้หวันก็น่าจะปิดจุดอ่อนของตนเองได้ เมื่อหม่า อิงจิ่ว ขึ้นเป็นประธานาธิบดีคนใหม่หลัง มี.ค. ความตึงเครียดกับจีนคงคลายตัวได้ไปอีกอย่างน้อยก็ปีหรือสองปี กว่าที่พรรคก๊กมินตั๋งอาจจะกลับเข้าสู่รอยเดิมของความเป็นปรปักษ์กับจีนอีกครั้งหนึ่ง ก่อนจะถึงเวลานั้น เราจะได้เห็นสองจีนถ้อยทีถ้อยอาศัยกันในปี 51 เป็นเหตุให้สหรัฐ ฯ ต้องแสวงหากลไกใหม่ในการปิดล้อมจีน จะว่าไปแล้วความร่วมมือของค่ายสหรัฐ ฯ ยังไม่ชัด เพราะอินเดียยังร่วมมือไม่เต็มที่ รัฐบาลใหม่ออสเตรเลียก็ชักอยากเป็นเอเชียมากกว่าเป็นฝรั่ง เหลือแต่ญี่ปุ่นที่กำลังหาทางรักษาเส้นทางด้านพลังงานของตนเท่านั้นที่คงกระชับสัมพันธ์กับสหรัฐ ฯ มากขึ้น ทั้งนี้เพื่อเสริมสร้างแสนยานุภาพของกองทัพตน กรณีให้ญี่ปุ่นต้องมีปัญหาแข่งขันด้านพลังงานกับชาติอื่น ๆ ในน่านน้ำทับซ้อนและการออกไปรับผิดชอบด้านสันติภาพและความมั่นคงในต่างแดน ความร่วมมือจับขั้วทางยุทธศาสตร์ระหว่างจีนกับรัสเซียน่าจะเหนียวแน่นขึ้นอีกในปีนี้ ขณะเดียวกัยความร่วมมือด้านความมั่นคงระหว่างจีนกับกับชาติเอเชียอื่นก็จะมีมากขึ้น และเป็นประเด็นที่สหรัฐ ฯ วิตกจนต้องหาแนวทางใหม่ ๆ ในการดึงดูดลูกค้าให้กลับมาใช้บริการสหรัฐ ฯ มากขึ้น ดังนั้นจึงนับเป็นเป็นนาทีทองของชาติเอเชียในการเลือกต่อรองผลประโยชน์ ทางฝั่งเอเชียกลางนั้น ปีนี้เป็นปีที่วิกฤตยิ่งของอาฟกานิสถาน ถ้ากองกำลังของนาโต้และพันธมิตรยังไม่สามารถหยุดยั้งความสำเร็จทางยุทธวิธีของตาลีบานได้ ก็มีแนวโน้มว่าปลายปีฝรั่งอาจจะถอดใจและเริ่มปลุกให้ขุนศึกอาฟกันตั้งตัวเป็นก๊กเหล่าแก้ปัญหาในลักษณะสงครามตัวแทนแบบเดิมดีกว่า ครั้นจะให้ปากีสถานช่วยแบกรับปัญหาก็คงจะไม่ไหว เพราะสถานการณ์หลังการตายของนางเบนาซีร์ ภุตโต สับสนมาก มีความเป็นไปได้ที่ประธานาธิบดีมูร์ชาราฟต้องยอมแชร์อำนาจกับพลเรือน อีกทั้งอะไรก็เกิดขึ้นได้ในประเทศที่แตกแยกทุกมิติและผู้นำอาจถูกลอบสังหารได้ทุกเมื่อนี้ อินเดียเติบโตค่อนข้างมั่นคง และไม่ผลีผลามในการจับขั้วหรือเป็นศัตรูกับฝ่ายใด ความสุขุมนี้จะทำให้ประเทศนี้มีเสน่ห์มากในปีนี้ เนปาลภายใต้ระบอบสาธารณรัฐก็น่าที่จะบังเกิดสันติภาพอย่างน้อยก็ชั่วคราวในปี 51 ตรงข้ามกับบังกลาเทศที่ความแตกร้าวทางสังคมช่างคล้ายคลึงกับไทย จนอาจเป็นแหล่งบ่มเพาะที่ดียิ่งขึ้นของพวกคลั่งอุดมการณ์รุนแรง ขณะที่ศรีลังกายังต้องหนักใจกับสงครามกลางเมืองทมิฬต่อไปอีกปีหนึ่ง |