พิมพ์หน้านี้
|
ตอนแรกที่ได้ข่าวเรื่องนี้เมื่อวาน ผมไม่อยากเขียนถึงเรื่องนี้นัก เพราะไม่อยากให้ตนเองมีส่วนขยายให้เป็นเรื่องใหญ่โต เพราะทั้งตำรวจและทหารต่างก็เป็นสถาบันหลักด้านความมั่นคงของประเทศกันทั้งคู่ แต่เมื่อได้ดูรายการของสรยุทธ์ทางช่อง 3 เมื่อเช้านี้ ก็ทำให้ผมอยู่เฉยไม่ได้ เพราะเรื่องมันร้ายแรงกว่าที่คิด เช้านี้ ผมจึงไปสอบถามความเห็นพวกน้อง ๆ สห.บางคนที่เป็นเพื่อนหรือรู้จักกับผู้ตาย ก่อนที่ผมจะเข้าทำงาน ทหารที่ผมได้คุย เเม้ไม่อยู่ในเหตุการณ์ แต่ก็กล่าวอย่างคลั่งแค้น สิ่งที่ตำรวจ 2 นายทำกับเพื่อนของเขาที่ตายนั้นมันอำมหิตผิดมนุษย์ ลำพังถ้าวิวาทกัน ยิงกันตายคาตลาดยังพอว่า เพราะแถวสัตหีบก็เคยมีบ่อยที่ทหารเรือกับตำรวจปะทะกัน แต่เรื่องนี้ที่ยอมไม่ได้ เพราะมัการหยามกันอย่างน้อย 2 เรื่อง 1.ปล่อยให้คนถูกยิงทรมานกับบาดแผลจนตาย นานครึ่งชั่วโมง 2.จับทหารระดับจ่าสิบเอก ใส่กุญแจมือลากไปโรงพัก พวกเขาไม่เข้าใจว่าทำไมตำรวจถึงกล้าทำอย่างนี้ จริงอยู่ที่ข้อตกลงทหาร-ตำรวจ ได้มีการปรับปรุงแล้วตั้งแต่สมัยผู้พันตึ๋งก่อเรื่องคราวนั้น แต่ตำรวจก็ควรอะลุ้มอะล่วยกับทหารบ้าง ไม่น่าทำกันถึงขนาดนี้ บางคนบอกว่าที่เขาเข้ามาเป็นทหาร เพราะไม่อยากมีปัญหากับตำรวจ คิดว่าเครื่องแบบจะคุ้มครองคนไม่มีเส้นอย่างพวกเขาได้ แต่ตอนนี้เริ่มคิดใหม่แล้ว อีกคนถึงกับบอกว่า ถ้าตำรวจเล่นพรรคพวกช่วยเหลือกัน เรื่องนี้บานปลายแน่ เพราะพวกเขาจะไม่ยอม น่ากลัวว่าตำรวจทั้ง 2 นายอาจโดนอะไรสักอย่างหลังจากเรื่องนี้ซาลงไปแล้ว หากยุติธรรมไม่ดำรง มีคนบอกว่าในเว็บตำรวจมีการด่าฝ่ายทหารอย่างหนักในเรื่องนี้ การต่อล้อต่อเถียงผ่านสื่อไซเบอร์นี่ ผมว่าจะยิ่งทำให้ทั้งสองสถาบันแตกร้าวกันไปใหญ่ แต่อีกคนก็ว่า ทางคดีนั้น แม้จะมีคลิปวิดีโอ และแม่ค้าเข้าข้างฝ่ายทหารเต็มที่ ตำรวจอาจสู้คดีโดยอ้างว่าผู้ตายพกปืนในที่สาธารณะ ซึ่งก็ไม่ทราบว่าทำไมผู้ตายหลังออกเวรแล้วไม่เก็บปืนไว้ในกรม ที่กล่าวมาเป็นการสรุปที่ผมได้คุยกับน้อง ๆ มาเมื่อเช้านี้ หวังว่าทางผู้ใหญ่คงเคลียร์กันได้ คนผิดอย่าลอยนวล ทหารกับตำรวจไม่มองกันด้วยสายตาศัตรูหรือเริ่มต้นกลั่นแกล้งกัน เรื่องนี้ต้องดำเนินการโดยเร็วและทรงไว้ซึ่งความยุติธรรม ก่อนที่เรื่องจะบานปลาย มีมือที่สามหรือมือที่หนึ่งเข้ามาจุดไฟให้แรงไปกว่านี้ |