พิมพ์หน้านี้
|
พึ่งกลับมาจากการไปดูละครเวทีเรื่องบางรักซอย 9 มาเมื่อกี้นี่เอง ละครเวทีรอบสุดท้ายนี่เล่นที่เมืองไทยรัชดาลัยเธียร์เตอร์ ทุ่มครึ่งถึง 4 ทุ่มครึ่ง ยาวทีเดียว ผมไม่ได้ดูละครเวทีมานานกว่า 10 ปีแล้ว เรื่องสุดท้ายที่ดูคือ "ธนูทอง" นำโดยเอกพัน บรรลือฤทธิ์ รอบปฐมฤกษ์เปิดโรงละครเฉลิมกรุงคราวโน้น แต่คราวนี้ต้องไปดู เพราะน้องกาฐจน์เธอชอบ ผมเป็นคนชอบเอาใจเมีย จึงสมควรพาไปชม ผมเองขอบอกตรง ๆ ว่า ก่อนหน้านี้ไม่รู้เรื่องซิทคอมเมืองไทย เพราะไม่เคยดูเลยสักเรื่อง มาดูเอาหลังแต่งงานนี่เอง และก็ดูเรื่องเดียวนี่แหละ เพราะน้องกาญจน์เธอว่าเรื่องนี้ตลกดี ผมเลยดูและชอบจริง ๆ เพราะนางเอกมีบุคลิกหลายอย่างเหมือนน้องกาญจน์ อ๊ะ อย่าคิดว่าผมจะเหมือนพระเอก ออกจะคล้ายพระรอง ตี๋ ดอกสะเดา ซะมากกว่า ( ผมชอบนายตี๋ ตั้งแต่อยู่ตลกคณะเด๋อ แล้วครับ ) ละครเวทีบางรักซอย 9 นี้เป็นเรื่องก่อนเหตุการณ์ในทีวี เป็นเหตุการณ์นำเรื่องว่า พระเอกมาอยู่ที่ซอย 9 ได้ยังไง ทั้งที่เคยอยู่บ้านเช่าผีสิงอยู่ ครอบครัวนางเอกเคยอยู่ซอย 19 แต่ตาตุ๊ทำบ้านล้มละลายยังไงเลยต้องมาอยู่ซอย 9 ยอมให้เมียข่มและเจอกับพระเอกที่กำลังเคว้ง เลยชวนกันมาอยู่บ้านหลังนี้ในตอนท้าย ดารานำครบครัน แต่ก็หายไปหลายคน รวมทั้งคนที่ผมชอบที่สุด คือ สุวัจนี ไชยมุสิก เธอมาเป็นผู้ชมในรอบสุดท้ายนี่ด้วย ตัวอ้วนกลมมาเชียวแต่น่ารัก และตอนท้ายก็ขึ้นเวทีโชว์ประโยคเด็ด "ว๊าย โง่นี่" ให้ผู้ชมฮากัน ผมเข้าดูเป็นคนที่ 3 ของโรงเลยนะ โดนเสนาหอยควงแฟนตัดหน้าเข้าโรงไปก่อน ผมกับน้องกาญจน์นั่งแถว x ราคา 1500 บาท ค่อนข้างไกลเวที เห็นหน้าดาราไม่ชัด แต่ก็คุ้ม เพราะมีตอนนึงน้องแป้งออกมาจากช่องเวทีหลืบตรงนี้ บอกตรง ๆ ว่าประทับใจพอประมาณครับ เพราะดาราเล่นตามสคริปเป๊ะ ไม่ใส่ลูกเล่นพิเศษอะไรนอกจากที่มีในบท และที่เป็นบุคลิกประจำตัวอยู่แล้ว พล็อตบางพล็อต น่าจะโชว์อิมโพรไวส์มากกว่านี้ เช่น มุกปิ๊กร้องเพลงสายัณห์ หรือมุกน่าเยาว์เชื่อว่าแป้งทำเค้กฟลุก ดูเหมือนจะมีแตะการเมืองหน่อย ๆ พอฮา คือ มุกมวยสากลสมัครเล่น ที่ดันพูดเป็นลาง แล้วสมัครเป็นนายกจริง ๆ ดาราเเสดงใช้ได้ ไม่มากไม่น้อยไป แม้จะไม่ถึงกับเลอเลิศ ( นี่ถ้าได้สุวัจนีมาเล่นนะ สุดยอด ) แต่ก็มีความรู้สึกเหมือนคนพวกนี้ใกล้ชิดเรา แท่งกับเพื่อน มีบุคลิกแบบการ์ตูน โอเว่อร์แต่ก็ขำและอบอุ่นเหมือนกับเพื่อนที่อยู่รายล้อมเรา ขณะที่แป้งนั้นเหมือนสาวข้างบ้าน ไม่สวยไม่เด่น แต่น่ารักเมื่อมองนานนาน คนที่น่าจะทัโอกาสเด่นต่อไปในอนาคตคือคนที่เล่นเป็นเพื่อนสาวของแป้ง ถอดบุคลิกอาโนเนะช่างฝันแบบญี่ปุ่นมาได้ดีมาก ละครที่ตลกมักมีฉากกลัวผี และฉากล้อเลียนพระ เรื่องนี้ก็มีครับ เรียกเสียงฮาได้ไม่เลว ฉากก็สวย วิธีการเลื่อนฉากเล่นสีก็เนียนตา และบางครั้งก่อให้เกิดการหักมุม เช่นฉากพระเอกตัดสินใจเจอหน้านางเอกโดยไปซอย 19 เคาะประตูบ้านนางเอก นางเอกเดินไปเปิดประตูตามเสียงกริ่ง บ้านนั้นฉีกออกทันที เป็นบ้านคนละหลังคนละซอย ความพลิกผันบังเกิด ใครเคยดู silence of the lambs ตอนแคลริซไปเคาะบ้านผู้ร้าย ซึ่งเป็นคนละหลังกับที่ตำรวจจะเข้าจู่โจม คงรู้สึกถึงความคล้ายกันของฉาก การเล่าเรื่องของผู้กำกับนับว่าเก่ง เเท่งกับแป้งไม่เจอกัน แต่เขียนจดหมายถึงกันได้อย่างไม่น่าเบื่อ ตอบโต้กันทันท่วงทีเหมือนคุยกันบ้าง เคลื่อนที่โคจรมาเฉียดกันเเต่ไม่สัมผัสกันบ้าง ใช้ไปรษณีย์เป็นสื่อร้องเพลงบ้าง เรื่องไม่น่าเบื่อเลยครับ เสียดายลืมเอากล้องไป เลยไม่ได้ถ่ายรูปกับโปสเตอร์และสแตนดี้หน้างาน มีถ่ายด้วยมือถือนิดหน่อยเท่านั้น ขากลับลงลิฟท์มาชั้น G แล้วเดินไปที่จอดรถตึกอาร์เอส ไม่มีลิฟท์ครับ ต้องขึ้นบันใดเล็ก ๆ ไป 5 ชั้นจึงจะถึงที่รถจอดในลานมืด ช่างเหมือนหนังเรื่อง"ลานสยองจ้องเชือด" ที่พึ่งดูมาเมื่ออาทิตย์ก่อนเลยครับ อ้อ รอบที่พึ่งดูจบไปเป็นรอบสุดท้ายก็จริง แต่ผู้กำกับประกาศเพิ่มรอบวันที่ 9-11 เดือนพฤษภาคมอีก 5 รอบครับ
|