พิมพ์หน้านี้
|
ก่อนที่ผมจะบินไปออสเตรเลียพรุ่งนี้ มีเรื่องหนึ่งที่ค้างคาใจอยู่ นั่นก็คือ การลงเรื่องที่อุทิศแด่เพื่อนรักของผมคนนี้ในบล็อก เพื่อนโอเคเนชั่นที่อ่านเรื่องนี้ไม่รู้จักเขาหรอกครับ เพราะนี่คือคนอ้วนตัวเล็ก ๆ คนหนึ่งที่ไม่มีชื่อเสียงเรียงนามอะไร พร้อมทั้งตายตั้งแต่ยังหนุ่ม แต่ ผมและเพื่อนเซ็นต์คาเบรียลจำนวนหนึ่งจะไม่มีวันลืมเขาเลย ทุกปี ผมและกลุ่มเพื่อนที่ว่านี้จะไปเยี่ยมหลุมศพเขาที่โรงเรียนแม่พระสกลสงเคราะห์ไม่เคยขาด ตรงวันครบรอบวันตายของเขาเป็นเวลา 10 ปีติดต่อกันแล้ว หน้าที่ผมคือหาอาหารไปให้เขา ปีนี้มีของโปรดคือ มันสมองหมูแพร่งหลังคลองหลอด ที่เขาชอบกินมากด้วย เพื่อนอีกคนจะรับหน้าที่เรื่องดอกไม้ ขณะที่อีกคนจะดูแลของจุกจิก เช่น เทียน ธูป น้ำดื่ม ปีนี้น้องกาญจน์ไปด้วยครับ ตั้งแต่แต่งงานกันมา เธอก็ไปกับผมทุกครั้ง
ติ๊ก เป็นเพื่อนที่เรียนด้วยกันกับผมตั้งแต่ ป.3 เป็นคนสนุกสนานร่าเริง ใคร ๆ ก็ชอบ เป็นคนมีน้ำใจ แต่ออกจะเก็บตัว ไม่คบเพื่อนมากนัก ไม่เคยปรากฏว่าทำชั่วใด ๆ ผมอยู่ใกล้เขารู้สึกตลกขำขันตลอดกาล ติ๊ก เป็นคนไม่เคยทำงาน แต่หากเขาตั้งใจจะทำอะไร จะมุ่งมั่นมิได้ท้อ เช่น เขารู้ดีว่าทางบ้านเขาไม่มีคนดูแลบ้าน และมารดาที่เป็นอัมพาตครึ่งตัว เพราะทุกคนต้องออกไปทำงานกันหมด เขาก็อาสาดูแลบ้านและมารดา เป็นเวลาสิบปีเต็ม ๆ จะหาคนเช่นนี้ที่ไหนได้ เขาเรียนไม่เก่ง แต่เขาสามารถเรียนรามคำแหง จบภายในเวลา 2 ปี พร้อมเกียรตินิยมอันดับ 2 ด้วย ( คงได้อันดับ 1 หากผมไม่ชวนเขาเที่ยวเตร่ เพราะเทอมแรกเขาได้ G หมด 8 ตัว ) ความสุขของเขาคือ พ่อแม่ให้เงินเดือนละไม่กี่พัน มากินมาเที่ยวกับผมและเพื่อนสนิท เรากินเหล้าด้วยกัน กินบุฟเฟท์ตามโรงแรม ขับรถไปเที่ยวชายทะเลกัน ติ๊กเล่นกีตาร์ได้ ร้องเพลงเอลวิสและบีทเทิ่ลได้อย่างยอดเยี่ยม ติ๊กไม่มีแฟน เขาไม่ใช่เกย์ แต่เขาไม่อยากมีแฟนหากคิดว่ายังเลี้ยงดูเธอไม่ได้ ความใจกว้างของติ๊ก คือ ไม่ยึดติดเรื่องเงิน เคยถูกรางวัลที่ 4 สี่หมื่นบาทก็เลี้ยงเพื่อนจนหมด ถึงแม้เขาจะเป็นคริสต์ แต่เขาก็เชี่ยวชาญพระเครื่องพอตัว ถึงแม้ครอบครัวเขาจะมีเงินและมีเกียรติในสังคมระหว่างประเทศ ( พ่อเขาเคยเป็นเจ้าหน้าที่ระดับสูงของ UN และมีรถเบ๊นซ์ 3 ตอน ใช้ ) แต่เขายืนหยัดข้างคนจนเสมอ คนชั้นต่ำในสายตาเขาคือ "คนที่ดูถูกคน" ติ๊ก ไม่เคยประสบความสำเร็จในชีวิต ยกเว้นความภาคภูมิใจในชีวิตเขา ที่เคยร่วมขับไล่ทรราชย์ถึง 2 คนตกจากบัลลังค์มาแล้ว ในปี 31 กับ 35 เขาอยู่ในเหตุการณ์ชุมนุมทั้ง 2 เหตุการณ์อย่างไม่กลัวกระสุนปืน จู่ ๆ ติ๊กก็ผอมลงกะทันหัน ภายในปีเดียวจาก 100 โล เหลือเเค่ 60 ไม่รู้เพราะอะไร อาจเพราะจู่ ๆ เขาลุกขึ้นมาทำงานขายก๋วยเตี๋ยวกระมัง งานหนักแต่เขาอยากทำเอง เพื่ออิสระในชีวิต ที่เพื่อน ๆ ก็ไม่เข้าใจ แล้วติ๊กก็เข้าโรงพยาบาล เมื่อธันวาคม ปี 40 ตอนเข้ายังเฮฮา แต่หมอบอกว่า เป็น"ไตวายเรื้อรัง" อายุพึ่ง 31 นี่นะ ติ๊กต้องฟอกไต ลำบากมาก แต่เขากลับยึดแนวทางรักษาแบบธรรมชาติ ไม่ฟอกไตตามเวลา ผลคือ ติ๊กต้องโคม่าเข้าโรงพยาบาลไม่น้อยกว่า 3 ครั้ง บ่ายวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2541 ติ๊กโทรมาขอโทษที่ทางบ้านเลื่อนนัดพบหมอที่รามา ตามที่ผมนัดไว้ให้ และบอกว่าอยากดูหนังเรื่อง GATTAGA ( ที่ติ๊กอยากดูเรื่องนี้ อาจเพราะพระเอกเป็นคนไม่สมบูรณ์แต่จะเอาชนะโลกแห่งการแข่งขันได้ด้วยการสู้ชีวิต ) ผมเองเคยรับปากเขา แต่ปฏิเสธขอเลื่อนเป็นวันที่ 29 แทน ติ๊กดูผิดหวังมากที่ผมจะไม่ไปรับเขาดูหนังวันที่ 28 ผมเองบ่ายนั้นก็ขี้เกียจคุยกับเขา แกล้งบอกว่าสัญญาณโทรศัพท์ไม่ดี แล้วชีวิตนี้ผมก็ไม่เคยได้คุยกับติ๊กอีกเลย เช้ามืดวันที่ 28 พี่ชายติ๊ก โทรมาบอกว่าติ๊ก หัวใจวายตายตอนตี 4 ตั้งศพที่โบสท์หลังโรงเรียนแม่พระ 3 คืน เท่านั้น ผมกับเพื่อนไปนอนค้างเฝ้าศพอยู่คืนหนึ่ง และในคืนสุดท้าย เราก็ฝ่าสายฝนที่ตกกระหน่ำหนักมาร่วมงาน คืนนั้นคุณพ่อคุณแม่ผมไปด้วย พร้อมทั้งเพื่อนห้อง B เซ็นต์คาเบรียลรุ่นเกลัยวอโศกอีกราว 30 คน ซึ่งใจเพื่อนจริง ๆ วันรุ่งขึ้น ผมเป็นคนขับรถบรรทุกศพของติ๊ก เข้าร่วมพิธ๊ฝังศพง่าย ๆ แบบคริสต์ ผมเอาของที่ระลึกของพวกเราใส่ลงไปด้วยหลายอย่าง รวมทั้งรูปถ่ายมีค่าสำคัญ และเข็มทิศที่จะพาติ๊กท่องเที่ยวทั่วโลกตามฝัน ติ๊ก มาเข้าฝันผมน้อยครั้งมาก อาจเพราะผมเป็นคนไม่ค่อยเจอผี แต่ทุกครั้งติ๊กจะชวนไปเล่นสนุกสนาน ลาก่อน ปีหน้ากูคงได้เจอมึงใหม่ที่หลุมศพ น้องกาญจน์ ไอ้ยิ้ม ไอ้บ๊องค์ และอาจมีคนอื่นอีก พวกกูรักมึงเสมอ
ช่วยกันจัดเรียงดอกไม้บนหลุมศพ
ดอกไม้และอาหาร
เราจะมาที่นี่ด้วยกันทุกปี คนซ้ายคือจิตรกรเอก เขียนรูปราคารูปละ 2 หมื่น พ่อเป็นองคมนตรี คนกลาง เป็นทายาทเจ้าของบริษัทเสื้อผ้า espada , esp , rockexpress และอีกเยอะ ยังโสดทั้งคู่
หมายเลขหลุม เผื่อใครจะแทงหวย
นี่แสดงว่ารักโคตรโคตร
เพื่อนบ้านของติ๊ก หลายหลุมยังว่างอยู่
โบสถ์ใกล้สุสาน
หลังจากเยี่ยมหลุมศพ เราก็ไปเยี่ยมพ่อแม่ติ๊กที่บ้านในหมู่บ้านชลลดา บางบัวทอง จากนั้นจึงไปถวายสังฆทานให้ติ๊กที่วัดพุทธ แม่ของติ๊กดีใจมากที่เจอน้องกาญจน์ ภาพเหล่านี้ถ่ายเมื่อ 28 กุมภาพันธ์ 2551 ครบรอบ 10 ปีการจากไปของติ๊กพอดี |