| << | ธันวาคม 2007 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | ||||||
| 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 |
| 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 | 15 |
| 16 | 17 | 18 | 19 | 20 | 21 | 22 |
| 23 | 24 | 25 | 26 | 27 | 28 | 29 |
| 30 | 31 | |||||
พิมพ์หน้านี้
|
รถ เอ็ม 113 เอ 2 ที่นำมาทดสอบและตกลงคู เพราะหนักป้อมปืนไต่คูไม่ขึ้น การจะซื้อรถถัง-รถเกราะ จากต่างประเทศ ฝรั่งจะต้องเอารถลงเรือมาให้เราทดลองตามระเบียบ และส่งไปให้ทหารม้าชายแดนส่วนหน้าทดสอบ แต่เมื่อมั่วนิ่มซื้อรถเกราะสมัยพระเจ้าเหา อ่านแต่กระดาษ ดูหนังตัวอย่างรถเกราะ ไปเที่ยวยูเครน และโดนเบรคเรื่องรถจมโคลนจน รมว.กลาโหมต้องเลิกไปนั้น ตามตัวอย่างที่เสธ.แดงเอารูปให้ดูมาแล้ว หลังจากเนาวรัตน์ขายรถเกราะ วี 150 ให้เราแล้ว เนาวรัตน์ที่เคยเถียงกับเสธ.แดงที่กรมสรรพวุธ ก็เอาป้อม วี 150ไปใส่ในรถ เอ็ม 113 เอ 2 มาหลอกขายอีก จน เสธ.แดงขับลงเลนขึ้นไม่ได้ เพราะป้อมปืนถ่วงน้ำหนัก คราวนี้ฝรั่งอังกฤษสร้างรถสตอมเมอร์ต้นแบบ มาจากรถถังสกอร์เปี้ยน มีล้อกด 6 ล้อ ล้อขับหน้า ล้อปรับหลัง เหมือน เอ็ม 113 กองทัพอังกฤษไม่เอาเข้าประจำการ เพราะห่วย ก็กลัวเสียค่าต้นทุนจึงมาหลอกขายไทยแบบ รถถังสตริงเรย์ที่ใช้ทุกวันนี้ กองทัพบกสมัยนั้นส่งรถ "สตอมเมอร์" มาให้ เสธ.แดงจัดการทดสอบ ฝรั่งพวกนี้เป็นสายเนาวรัตน์ พ่อค้าอาวุธอีกแล้ว มีฝรั่งอังกฤษติดขบวนมาด้วย 3 คน เป็นตัวแทนบริษัทและช่างเทคนิค ขึ้นมาถึงชายแดนส่วนหน้าด้วยรถแลนด์โรเวอร์ ติดเกราะตัวถังและกระจก ซึ่งสมัยนั้นดังมาก ก่อนเริ่มถ่ายรูปร่วมกันก่อนจะเสร็จเสธ.แดงล่อเสีย "สตอมเมอร์" สายพานหลุดกระเด็น กองทัพบกจึงไม่ซื้อ ต้องส่งลงเรือกลับอังกฤษไป เนาวรัตน์มันตามหาตัวอาแดงตามเคย
ถ่ายรูปกับฝรั่งอังกฤษ เจ้าหน้าที่บริษัทรถถังสตอมเมอร์
สังเกตุล้อขับหน้าเป็นหยัก ล้อปรับหลังปรับให้สายพายตึงด้วยการปั๊มจาระบีเข้าไปดันกระบอกสูบ ดันให้สายพานตึง ส่วนล้อกด 6 ล้อที่เรียงกัน จะกระจายน้ำหนักบนพื้น และตัวถังยาวเพียงพอบรรทุกหมู่ปืนเล็ก รวม พลขับ และ ผบ.รถ รวม 13 คน และขึ้นจากประตูหลัง เสธ.แดงใส่แว่นรถถังของไอ้กันแจก สมัยเมื่อ 20 ปีที่แล้ว นั่งอยู่บนป้อมรถ ใส่คอกรม เครื่อหมายหน้าอก กองพันทหารม้าที่ 19
รถเปลี่ยนเกียร์อัตโนมัติ กระชากแรงมาก ดูท่าเสธ.แดงมือหลุด จากฝาป้อมที่เกาะ ซึ่งรถเกราะเอ็ม 113 เอ 2 ของไอ้กัน การเปลี่ยนเกียร์นิ่มมาก ดังตื๊ดๆ เด้งนิดเดียว สกอร์เปี้ยนของอังกฤษ ติดปืนใหญ่ 76 มิลลิเมตร ที่ประจำการในกองทัพไทยก็ไม่แรงอย่างนี้
เสธ.แดงยืนอยู่ในป้อมพลขับและทดลองขับเอง รถจอดอยู่บนสันเขื่อนอ่างเก็บน้ำบ้านทับไทย บ้านทับไทยคือบ้านสันรอชะงันเก่า อยู่ติดชายแดนติดเทือกเขาบรรทัด ทหารเขมรแดงของพอลพต หลังจากยึดเขมรจากนายพลลอลนอน ที่ปฎิวัติสีหนุ มาได้ ก็ทำการฆ่าล้างเผ่าพันธ์คนเขมรไปถึง 2 ล้านคน โดยจีนแดงสนับสนุน ฆ่าคนไม่เหลือจนมาติดชายแดนไทย เลยพาลฆ่าชาวบ้าน สันรอชะงัน คนไทยไปอีก 32 คน จนหมดหมู่บ้าน เอาเด็กโยนขึ้นฟ้าเอาดาบปลายปืนรอรับ โหดมาก เราต้องอพยพชาวบ้านหนีลงมาอีก 3 ก.ม. สร้างหมู่บ้าน อพป. (อาสาสมัครป้องกันตัวเอง)
เสธ.แดงขับรถถังสตอมเมอร์ไต่ลาดทางเอียง ซึ่งอย่างน้อยต้องเอียงได้ถึง 30 องศา รูปนี้ย้ายไปขับที่ คันคูยุทธศาสตร์ หรือ คูดักรถถัง ซึ่งเราขุดตลอดแนวชายแดน ไทย-เขมร ป้องกันทหารเวียดนาม เฮงสัมริน บุก หลังจากที่ทหารเขมรเฮงสัมริน รบชนะบุกยึดทหารเขมรแดงที่ฆ่าล้างเผ่าพันธ์ได้อีกทีหนึ่ง
เสธ.แดงขับไต่ลาดทางตั้ง อย่างน้อยต้องไต่ได้ถึง 60 องศา กำลังขึ้นคูยุทธศาสตร์อย่างรุนแรง แบบกระโดดให้เหมือนม้า คล้ายรถแข่ง สมทหารม้าขับทุกประการ เพื่อจะดูประสิทธิภาพของรถ
เสธ.แดงขับขึ้นคูอีกครั้ง จะเห็นความแรงจนล้อหน้าซ้ายยกลอยขึ้น แบบรถแข่ง ชายแดนเขมรด้านตะวันออกนี้จะเป็นป่าโปร่ง ถ้าเราไม่มีคูดักรถถัง เราจะเจอรถถังเวียดนาม ที 54 จากรัสเซีย ซึ่งเหนือกว่ารถถังเราทุกชนิดตอนนั้น บุกเข้าชายแดนไทยในหน้าแล้งตั้งแต่ปี 2524 ไปแล้ว เหมือนตอนที่ โฮจินมินส์ มันใช้บุกทำเนียบรัฐบาลไซ่ง่อน จนยึด เวียดนามใต้ได้
เสธ.แดงขับเหาะลอยให้ดูอีกครั้ง จนเห็นคนที่ยืนอยู่ด้านหลัง บนคูยุทธศาสตร์ เหมือนปกคม เสธ.แดง ด้านหลัง ยกขาม้า 2 ขาหน้า (เครื่องหมาย พรรค เสธ.แดง เวอร์ชั่น 2 ) และแล้วสายพานด้านขวาก็หลุดกระเด็นขาดกระจุย เพราะเหล็กยึดสายพานแข็งแรงยังไม่ถึงขั้น และกระบอกสูบสำหรับปรับสายพานล้อหลังให้ตึง ไฮโดลิครั่ว จนรถพุ่งเกือบตกคูยุทธศาสตร์ตาย เพราะสายพานด้านซ้ายพาหมุนไป แล้วเสธ.แดงก็โดดหนีกลับฐานปล่อยฝรั่งมันใส่สายพานไปจนมืด ยังจำท่าฝรั่งคนหนึ่งได้ มันทำท่าล้ออาแดง เอามือมาชกหน้า ว่ามึงขับรถกูโหดไป เหมือนดึงปากม้า ให้ยก 2 ขาหน้า จนม้าล้ม แบบในหนังเคาบอย
เสธ.แดงโชว์คูยุทธศาสตร์ที่พูดถึง อยู่ด้านหน้ารถ ถ้ารถสตอมเมอร์ที่เสธ.แดงขับหลุดลงไปตายแน่ ด้านขวาคือเนินที่รถวิ่งที่เห็นในรูป คูยุทธศาสตร์จะขุด ตั้งแต่ตาพระยายาวจนถึงอรัญญประเทศ ซึ่งด้านนี้จะเป็นเขาเล็กๆ เหมือนสร้างกำแพงเมืองกันพวกมองโกล
เสธ.แดงคนนั่งใกล้ในรูป ใส่หน้ากากป้องกันไอพิษทั้งกองร้อย ในคูดักรถถัง เพราะทหารเวียดนามใช้ฝนเหลืองรุกเข้ามา ปืนกระบอก อยู่ใกล้พาดมูลดินทิ้งไว้นั้น คือเอ็ม 16 สั้น ส่วนอาแดงใช้อาก้าตัดด้าม ทหารข้างอาแดงใช้ปืนกลเอ็ม 60 ขาทรายพับอยู่ ที่เหลือก็กระจาย ตามคู เพื่อจะลุกปีนขึ้นคูยุทธศาสตร์ เพราะรถ วี 150 ของเสธ.แดงข้ามไม่ได้ เป็นฐานยิงอยู่ด้านหลัง ทหารม้าลาดตระเวนจะต้องรบอยู่หน้าทหารราบถึง 75 กิโลเมตร และอ่อนตัว คือรบลงดินแบบทหารราบได้ในรูป เสธ.แดงถึงพูดว่า"เหนือฟ้ายังมีฟ้า เหนือทหารราบ ยังมีทหารม้าลาดตระเวน" เท่านั้นทหารราบทั้งงานก็หายเมา จะลุกขึ้นชกกันตาย ที่งานกองพลทหารราบที่ 2 หลังเสธ.แดงพูดบนเวทีจบ กำลังเมาได้ที่ ซึ่งปัจจุบันกองพลนี้จะใช้รถเกราะส้นตีน 8 ล้อ ยูเครน ที่ซื้อใหม่นี้บรรจุ เป็นกองพลทหารราบยานเกราะทั้งกองพล เพื่อไว้รบกับเขมรและเวียดนาม แต่ในหลวงทรงมีพระราชดำรัสเสียก่อนว่า "รถเกราะจมโคลน" งานนี้ก็ตัวใครตัวมัน ในรูปอาแดงโชว์เดียว สะพายอาก้าเดินข้ามคูดักรถถังไปฝั่งเขมร ที่เวียดนาม เฮงสัมริน ยึดได้แล้ว |