• saedang
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : saedangworld@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-08-29
  • จำนวนเรื่อง : 157
  • จำนวนผู้ชม : 186425
  • จำนวนผู้โหวต : 520
  • ส่ง msg :
วันศุกร์ ที่ 21 มีนาคม 2551
อย่าต่อปริญญาเอกราม โดยเด็ดขาด
Posted by saedang , ผู้อ่าน : 3241 , 09:48:42 น.  
พิมพ์หน้านี้


เรื่องนี้มีสาระสำหรับผู้ไฝ่หาความรู้ จนต้องเป็นหนี้เป็นสินเหมือนนักศึกษารามคำแหงหลักสูตรปริญญาเอกทั้ง ๗ รุ่น รุ่นละ ๒๐๐ คน ปัจจุบันมีจบที่จำได้แค่ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รุ่น ๑ ที่เหลือลาออกเงินสูญเยอะแยะ

เมื่อผมจบโทนิด้า ผมก็เรียนตรีเพิ่มแบบตอนจบครุศาสตร์จุฬาอีก ๒ สาขา คือตรีกฎหมายที่ศรีปทุม ซึ่งเขาจ้างผู้พิพากษาเก่งๆมาสอน และตรีเศรษฐศาสตร์ที่รามฯ เพื่อรู้พื้นฐานเศรษฐศาสตร์

ทุกคนมีความรู้สึกเหมือนกันโดยเฉพาะข้าราชการเมื่อจบโท อยากมีปริญญาเอก ใฝ่หาความรู้

ผมถูกห้ามโดยอจ.สวนสุนันทา ว่าเขาเรียนรุ่น ๑ เรียนไม่จบหรอก ยังต้องออกเลย ค่าเทอม แพงมาก ปีละเกือบ ๒ แสน เรียนอีก ๗ ปีก็ไม่จบ เพราะนัดเจออาจารย์ ๗ ครั้ง หลังจบข้อเขียนปีแรก เมื่อทำวิจัย ต้องหา อจ. ๕ คนผู้ทรงคุณวุฒิเป็นที่ปรึกษา มาเจอกันสอบป้องกัน ทำไงก็ไม่พร้อม

ผมก็เริ่มเรียนรุ่น ๔ เข้าปี ๒๕๔๗ หลังพี่เหลิมซึ่งรุ่น ๑ เข้าปี ๒๕๔๔ ก็ไปเรียน ๒ เทอมจนจบ เจอไป ๒ แสนพอดี จากนั้นเริ่มแยกย้ายทำวิจัย ต้องเสียค่าเทอมอีกคนละ ๘ หมื่น ปีละ ๒ เทอม ไม่คิดอยางอื่น ดูกฎเกรณ์แล้ว ไม่มีอนาคต เป็นไปไม่ได้ที่จะจบ ต้องลากอจ.มาให้ได้แบบพี่เหลิมจนครบ ยังต้อง ๖ ปี กว่าจะจบ ถ้าไม่เรียนรักษาสภาพ เทอมละ ๑ หมื่น ไม่รักษาจ่ายไปเรื่อยๆ เทอมละ ๘ หมื่น ปีละ ๒ เทอม อีก ๕ ปีถึงวันนี้ รวมเงิน ๑ ล้าน ข้าราชการเป็นหนีสิน กู้มาเรียนกันทั้งนั้น ร้องกระจองอแง

ผมจบโรงเรียนเสนาธิการ เรียนไป ๒ เทอม ลุกขึ้นตะโกนในห้อง ผมไปก่อนแล้ว...อีก ๑๐ ปีก็ไม่จบ เรียนแบบนี้ ถูกฟันค่าเทอมตาย ทำอย่างไร อจ. ๕ คน ผู้ใหญ่นัดอย่างไรก็ไม่ครบ หาทางไปเรียนต่างประเทศ เป็นเทอม แล้วทำวิจัย ไปส่งดีกว่า

รุ่นผมเรียนที่รามฯปี ๒๕๔๗ จบ ๒ เทอม ผมลาออกต้นปี ๒๕๔๘ เสาะหาที่เรียนจนได้ที่ UNP เรียนระบบไอ้กัน เพราะฟิลิปปินส์ เมืองขึ้นสเปน ๔๐๐ ปี ไอ้กัน ๕๐ ปี มาตราฐานสูง มหาวิทยาลัยของรัฐ เจอตอน อจ.เดินทางมาสอบนักศึกษาเมืองไทย ก.พ.รับรองด้วย มีคนไทยจบเยอะมาก พวกรามฯรุ่น ๑-๔ หลายคนย้ายมา กรุ๊ปผม ก็มี ๒ คน

ผมเริ่มเรียนต้นปี ๒๕๔๙ เรียน ๔ เทอม จบปลายปี ๒๕๕๐ ตามเวลา ไปครั้งละ ๑๐ กว่าวัน ที่เหลือกลับมาทำวิจัยที่เมืองไทย

ผมไปสอบ DEFENCE ต้นปี ๒๕๕๑ เรียบร้อย รับปริญญาวันที่ ๑๒ มีนาคม สรุปใช้เวลาเรียนแค่ ๒ ปี เต็ม จบ ใช้เงินแค่เทอมละ ๒ หมื่น ๕ รวมค่าโรงแรม ค่ากิน ค่ารถ ตก ๕ หมื่น แค่ ๒ แสนจบ ดีเฟ้นส์ปกติอจ.มาสอบเมืองไทย แต่กลัวปฎิวัติ ครั้งที่ ๕ กรุ๊ปผมเลยต้องไปฟิลิปปินส์เอง

รุ่น ๔ ราม ปริญญาเอกวันนี้ หมดไปอีกคนละเกือบ ๖ แสน ยังไม่มีใครจบสักคน และก็ไม่จบ เพราะรุ่น ๑ ยังไม่จบ  ข้าราชการเป็นหนี้บาน น่าสงสารอยากมีความรู้ เจตนาดี

เอามาจากระบบสารสนเทศของสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.)

เนื่องจากรัฐบาลสาธารณรัฐฟิลิปปินส์อนุญาตให้นักเรียนต่างชาติเข้าไปศึกษาในสาธารณรัฐฟิลิปปินส์ได้เฉพาะในระดับอุดมศึกษา ในที่นี้จึงขอกล่าวถึงสถานศึกษาในระดับอุดมศึกษาเท่านั้น

มหาวิทยาลัยในสาธารณรัฐฟิลิปปินส์มีทั้งสิ้น 1,043 แห่ง แต่ปัจจุบันกรมตรวจคนเข้าเมืองของสาธารณรัฐฟิลิปปินส์อนุญาตให้นักเรียนต่างชาติเข้าเรียนได้เพียง 254 แห่ง (รายชื่อของสถานศึกษา 254 แห่งนี้ ขอดูได้ที่กลุ่มบริการแนะแนวการศึกษา) มหาวิทยาลัยของสาธารณรัฐ ฟิลิปปินส์ แบ่งเป็น 2 ประเภท
มหาวิทยาลัยของรัฐบาล มีประมาณ 100 กว่าแห่ง แต่กรมตรวจคนเข้าเมืองอนุญาตให้นักเรียนต่างชาติเข้าเรียนได้ 90 แห่ง นักเรียนไทยที่มิใช่ข้าราชการมีสิทธิ์ไปศึกษาได้ทั้ง 90 แห่ง สำหรับข้าราชการที่ประสงค์จะลาไปศึกษาต่อที่สาธารณรัฐฟิลิปปินส์ ก.พ.อนุญาตให้ไปศึกษาได้เฉพาะมหาวิทยาลัยของรัฐ ดังต่อไปนี้เท่านั้น

University of the Philippines ทุกสาขา (ทุก Campus) ซึ่งมี 7 สาขา คือ Baguic, Cebu Diliman, Los Banos, Manila, San Fermando และ Visayas
Technological University of the Philippines มี 4 Campus คือ Cavite, Negros occidental, Taguig และ Manila
Bicol University (ยกเว้นวิชารัฐประศาสนศาสตร์), Legaspi City
University of Northern Philippines, llocos Sur
Central Luzon State University, Nueva Ecija
University of Eastern Philippines, Northern Samar
มหาวิทยาลัยเอกชน มหาวิทยาลัยส่วนใหญ่ในสาธารณรัฐฟิลิปปินส์เป็นของ เอกชน ซึ่งมีประมาณ 87% (900 กว่าแห่ง) แต่กรมตรวจคนเข้าเมืองอนุญาตให้นักเรียนต่างชาติเข้าเรียนได้เพียง 164 แห่งเท่านั้น
ปีการศึกษา / ภาคการศึกษา
สถานศึกษาส่วนใหญ่มีปีการศึกษาเป็นระบบ Semester แต่บางแห่งเป็นระบบ Trimester
ะต้องเป็นการรับเข้าศึกษาเฉพาะในระดับอุดมศึกษาเท่านั้น
ผู้ที่สมัครเข้าศึกษาในระดับปริญญาโท-เอก ในบางสถานศึกษาจะต้องมีผลการสอบ TOEFL ด้วยเช่น University of the Philippines (U.P.)
ผู้ที่สำเร็จปริญญาตรีทางวิทยาศาสตร์แล้วสมัครเข้าศึกษาต่อในสาขาวิชาแพทยศาสตร์ที่สาธารณรัฐฟิลิปปินส์ จะต้องสอบผ่าน NMAT (National Medical Admission Test)
มีสถานศึกษาตอบรับภายในจำนวนโควตาและตามกฎเกณฑ์ที่ทางรัฐบาลกำหนด (ในปัจจุบันรับนักศึกษาต่างชาติได้ไม่เกิน 10% ของจำนวนนักเรียน ชาวฟิลิปปินส์ในแต่ละสถานศึกษา)

ที่มท. ๑ จบ เพราะเขาสามารถ ทำอาจารย์ ๕ คน มาเจอกันได้ ๗ ครั้ง


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 7
แต้วรักยม วันที่ : 14/06/2008 เวลา : 04.02 น.
http://www.oknation.net/blog/sansanee
แต้วไร้ส้ม ณ บ้านกล้วย... 2527

เสธ คะ
ดิฉันเห็นการกระทำ คำพูด ขอ ดร.(กำมะลอ)ที่หลงตนเองกับใบปริญญเอก ดิฉันคิดว่าคนนี้ เติบโตมาจาก ตำรวจชั้นประทวน คงเก็บกดมานาน พอได้ดี มีความรู้ ก็คงนึกว่าตนเองสูงเกินคนอื่นเหยียดยามนอื่น
ดิฉัน มองแล้ว นี้คือ ปม ของเขา ดูแล้ว ทั้งน่าสงสาร
คนไม่เคยมี แล้วมามี อาการก็จะอย่างนี้ละคะ
ความคิดเห็นที่ 6
ทนายแต๊ก วันที่ : 09/05/2008 เวลา : 06.34 น.
http://www.oknation.net/blog/thanyasak
ธัญศักดิ์ ณ นคร


ผมจบ ปงตรี จากรามคำแหง หลักจากนั้นไม่เรียนอะไรเลยในระบบ แต่ก็ยังศึกษาทุกวันตลอดชีวิต จบราม มา 21 ปีแล้ว ทำงานมา 20 ปี แต่ก็ยังเรียนทุกวัน ไมเคยเว้น(นอกจากป่วย)
หลักสูตรที่ผมเรียน..
1.อ่านข่าวสารบ้านเมือง ทุเรื่อง ทั้งข่าวการเมือง การปกครอง สังคม กฎหมาย การศึกษา การเงิน การคลัง อาชญกรรม วรรณกรรม และวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี่ (แต่ไม่อ่านข่าวบันเทิง)
2.เอาหยนังสือดีๆมาอ่าน ติดมือไว้อย่าได้ขาด เอาติดรถ ติดกระเป๋า ขึ้นรถ ลงเรือ ไปเหนือ ล่องใต้ พกพาไปตลอด ว่างตรงไหน อ่านตรงนั้น ส่วนมากเวลารอสาลขึ้นบัลลังก์ ก็อ่านเสียก่อน นี้แหละส่วนหนึ่งของห้องเรียนผม และหนังสือที่อ่าน เป็นประเภท การบริหาร การจัดการ การเมือง เศรษฐศาตร์ สังคม กฎหมาย ศาสนา วรรณกรรมดีๆ บทความจากนักวิชาการที่น่าเชื่อถือ และที่ขาดไม่ได้ต้องติดตามตลอดคือหนังสือประเภทอนาคตศาสตร์ เช่น ใครว่าโลกกลม คลื่นลูกที่สาม เล็กนั้นงาม ฯลฯ ทำให้รู้เท่าทันโลก และความน่าจะเป็นไปในโลกนี้
3.เข้าอินเตอร์เน็ต อ่านเว็บไซด์ต่างๆที่ควรศึกษา
4.ว่างๆ ก็เขียนบทความ ที่เราเข้าใจ หรือในเรื่องที่สนใจ ถือเป็นการรวบรวมบทเรียน เป็นการย่อยอาหารสมอง
ผมทำดังนี้เสียเงิน เสียเวลาน้อยมาก คือเสียเงินซื้อหนังสือ 20 ปีที่ผ่านมา ซื้อหนังสือไม่เกิน 100,000 บาท
ได้ความรู้ ในสิ่งที่เราสนใจ แต่ไม่ได้ปริญญา
ไม่มีปริญญาไว้อวดใคร แต่รู้เท่าทันโลก และสังคม
ความคิดเห็นที่ 5
โลหิตเอบี วันที่ : 21/03/2008 เวลา : 16.28 น.
http://www.oknation.net/blog/pod
    จะเด็ด (  เทวดา  )   

ยินดีด้วยครับ เสธแดง

บอร์ด กลุ่มคนรักเสธแดง

http://www.thaimisc.com/freewebboard/php/vboard.php?user=podsom
ความคิดเห็นที่ 4
Nozz วันที่ : 21/03/2008 เวลา : 13.51 น.
http://www.oknation.net/blog/nozzila
http://www.oknation.net/blog/xinchaovietnam บ้านหลังนี้.....เวียดนามล้วนๆ http://www.oknation.net/blog/testblog หลังล่าสุดที่ไม่มีอะไร

การเรียนคือการลงทุน จริงๆครับท่าน
ความคิดเห็นที่ 3
เด็กชาย-เด็กหญิง วันที่ : 21/03/2008 เวลา : 11.00 น.
http://www.oknation.net/blog/boy-girl
จงเลิกยึดติดในวัตถุนิยม....และหันกลับมาเป็นจิตนิยม...โดยการอบรมรักษาจิตใจให้ตั้งมั่นในทางที่ดี..ที่ประเสริฐ. โลกอันจิตย่อมนำไป อันจิตย่อมเสือกไสไปโลกทั้งหมดเป็นไปตามอำนาจของธรรมอันหนึ่ง คือ "จิต"

ขอบคุณที่ผู้การเอามาเผย
เพื่อไม่ให้เหยื่อหลงเข้าไปอีก
ความคิดเห็นที่ 2
nokyoung วันที่ : 21/03/2008 เวลา : 10.27 น.
http://www.oknation.net/blog/tungtung

ไม่มีคำบรรยายเลยคะ...
ความคิดเห็นที่ 1
เที่ยวไปตามคะวัน วันที่ : 21/03/2008 เวลา : 09.51 น.
http://www.oknation.net/blog/garmo
เพลงหนึ่งเพลงช่วยให้โลกนี้มีสีสรรจริงๆๆชีวิต..ขาดรสหวาน..แวะมาที่นี่..หวานหวาน..มีให้เติม...เที่ยวไปตามตะวัน..เหนื่อยนัก..แวะพัก..เพื่อเจอสาว..ที่รู้ใจสักคน.. 


ท่านผู้การ
สมัยนี้อะไรมันก็เป็นธุรกิจการเรียนไปแล้วครับ
ท่านนี่กล้าบอกดีครับ
ขอบคุณท่านผู้การมากครับ
แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน