วันเสาร์ ที่ 17 พฤษภาคม 2551
นิสัยพม่า "กุบไลข่าน" มันยังไม่กลัว มันจะกลัวที่ไหน แค่นาร์กีส
Posted by
saedang
,
ผู้อ่าน : 2062
, 02:16:38 น.
พิมพ์หน้านี้
|
ไอ้กันมันทำข่าวถล่มพม่าเรื่องไร้คุณธรรม และโวยเรื่องประชามติรับรัฐธรรมนูญควรเลื่อนไปก่อน พม่าหยิ่งไม่ให้ใครเหยียบดินแดน เราอย่ายุ่ง ถ้ายุ่งก็พอสมควร เราก็ช่วยไปปกติ พม่ายุคนี้ถือน่ารักให้ไทยเข้าไปได้อยู่แล้ว ไอ้กันมันหนุนอองซานถือโอกาสถล่มพม่า ตามแผนงานของซีไอเอ เหมือนสมัยลากไทยไปรบกับลาวกู้ชาติ ทั้งที่เป็นบ้านพี่เมืองน้อง พม่ามันเคยรบกับกุบไบข่านหลานเจียงกีสข่าน หายทั้งอณาจักรพุกาม รบกันอินเดีย รบกับจีน รบกับอังกฤษถูกยึดทั้งย่างกุ้ง มัณฑะเลย์ รบกับญี่ปุ่น รบกันเองกับชนกลุ่มน้อย รบกับไทย เราเคยล่วงไป ๒ ที 
วันนี้พม่ายุคสังคมนิยมซ้อมรบกับอินเดีย จีน รัสเซีย ใช้อาวุธจีนรัสเซีย จีนลูกพี่ใหญ่ช่วยไม่อั้นอยู่แล้ว แต่ไอ้กันออกข่าวจะเป็นจะตาย อาศัยสื่อทำสงครามข่าวสาร แรมโบ้ตอนใหม่ยังร่วมถล่มด้วยว่าพม่าโหด ไอ้กันมันครบเครื่อง วันนี้พม่าย้ายเมืองหลวงเหมือนยุคพระเจ้ามินดงตรงสมัยรัชกาลที่ ๔ หนีไปตั้งมัณฑะเลย์เตรียมทำสงครามอังกฤษแล้วแพ้อยู่ดี ในสมัยพระเจ้าสีปอ วันนี้พม่าย้ายเมืองหลวงขึ้นเหนือ ชื่อปิ่นมนา ไม่กลัวไอ้กันบุก ท้าเหยงๆ

อย่าฟังและดูพม่าตามสื่อไอ้กัน เห็นมันปะแป้งด้วยผงจากไม้อินคะนา ขนาดโดนใต้ฝุ่นยังปะแป้ง มันคงไม่ที่ฟรุ๊คชนะไทยถึง ๒ ครั้ง อย่าประเมิณข้าศึกต่ำแบบพระราเมศวร และพระเจ้าเอกทัศน์ที่อยุธยาแตกทั้ง ๒ ครั้ง วันนี้กองหนุนพม่า ๑ ล้าน เราเรียกระดมมากี่คน มันมีรถถังที ๘๐ ซื้อใหม่จากยูเครน มีมิ๊ก ๒๙ เครื่องบินหนัก มวยคนละรุ่นกันกริฟเฟ่น และทหารมันซ้อมรบกับชนกลุ่มน้อยมาทั้งชีวิต ตรงด่านเจดีย์ ๓ องค์ ทหารพล ๙ มี ๙ คน ทหารพม่า ๑ กองพัน ตั้งอยู่ ที่เล่าเพื่อไม่ให้แฟนคลับเว็บเสธ.แดงขำตามสื่อและอิทธิพลจากการโปปากันด้าของไอ้กันที่หนุนอองซานซูจี พูดจนพม่านี้เลวร้ายไร้คุณธรรมไม่รับการช่วยเหลือ เขากลัวเรื่องความมั่นคง ตายแค่นี้กระจอก เติ้งเสี่ยวผิงถูกไอ้กันด่าเรื่องยิงนักศึกษาและประชาชนบอกตายเทียนอันเหมินเป็นแสนๆ ซึ่งจริงๆไม่ถึง เติ้งเสี่ยงผิงตอบไอ้กันว่าสมัยมันมันเดินหนีเจียงไคเช็ค คนของคอมมิวนิสต์ ๑๐ ล้านตายระหว่างทางหมื่นลี้เหลือ ๖๐๐๐ มันคือ ๑ ใน ๖๐๐๐ ที่รอด ไอ้กันเงียบกริบ เพราะสงครามกลางเมืองฝ่ายเหนือฝ่ายใต้ไอ้กันรบกันเองตายแค่หลักแสน จีนรบกันเองเล่นๆตาย ๙ ล้านกว่า นี่ไม่คิดยุค ๓ ก๊กน๊ะ
|