วันศุกร์ ที่ 23 พฤษภาคม 2551
ไปเที่ยว เขาพระวิหาร เรียนรู้ธรรมชาติและประวัติศาสตร์กันดีกว่า ตอนที่ 3
Posted by
saedang
,
ผู้อ่าน : 1947
, 18:08:04 น.
พิมพ์หน้านี้
|

รูปที่ 4... นี่คือทหารกรมทหารพรานที่ 23 เป็นทหารพรานของกองทัพภาคที่ 2 ตั้งอยู่ที่โคราช มาดูเขาพระวิหารโดยเฉพาะ นานๆได้ไปเยี่ยมทหารพรานที่เคยรบด้วยกันสมัยช่องบก ถามสารทุกข์สุขดิบถามว่ารักใคร จะชวนด่ารัฐบาล มันบอกรักทักษิณ คราวทีแล้วทหารพรานสั่งชาวบ้านเลือกหมด ดีที่อาแดงไม่เผลอด่า ก็เลยถามว่าทำไมถึงรักทักษิณ ดูทหารพรานมันสาธยายให้ฟัง... เงินเดือนทหารพรานสมัยก่อน เริ่ม 4630 บาท ไปตันที่ชั้น 9 รับ 6020 บาท รัฐบาล ทรท.เพิ่มเป็นตันชั้นที่ 13 รับ 7730 บาท แต่ก่อนได้ค่าเสบียงเดือนละ 450 บาท และค่าเลี้ยงดูวันละ 6 บาท เท่ากับทั้งเดือน 180 บาท ทหารเล่าต่อ มายุคทักษิณเพิ่มค่าเลี้ยงดูให้ทหารพรานอีกวันละ 10 บาท ทั้งเดือนรับ 300 และค่าครองชีพชั่วคราวอีกเดือนละ 1000 บาท ทักษิณยังบอกว่าจะให้บรรจุเป็นลูกจ้างประจำ จะได้ไม่ต้องไปหางานอื่นทำ คราวหน้าถ้าป๋าสั่งทหารปฎิวัติอีก เจอทหารพรานแบกอาร์พีจี มายิงรถถัง จะได้ไม่สงสัยว่ามาเพราะอะไร สรุปดูความร่ำรวยของทหารพรานอาสาของประเทศไทย ที่ต้องนอนกลางดินกินกลางทราย ป้องกันชายแดนเหมือนกางมุ้งให้คนไทยไม่ถูกยุงกัด เวลาออกรบไม่คิดเงินเดือนเพราะลูกกับเมียรับที่บ้านหมด 1.ค่าครองชีพชั่วคราว 1000 บาท 2.เบี้ยเลี้ยงวันละ 10 บาท ทั้งเดือน 300 บาท 3.ค่าเสบียงทั้งเดือน 450 บาท 4.ค่าเลี้ยงดูวันละ 6 บาท ทั้งเดือน 180 บาท รวม 1930 บาท หักค่าอาหารวันละ 21 บาท กิน 2 มื้อ เช้าแดกน้ำค้าง รวมหัก 630 บาท คงเหลือ 1930-630 รับจริง 1300 บาท ให้รู้ไว้ทหารพรานที่ดูแลรอบประเทศเหลือเงินเดือนละ 1300 บาท สมัยเสธ.แดงออกรบ ขนาดเป็นนายร้อย เริ่มจากปี 2516 เงินเดือน 850 บาท + เบี้ยกันดาร 50 บาท รวม 900 บาท ส่งคุณแม่ แต่ถ้ามีเมียมีลูก ถูกยึดเรียบ ต้องออกรบเท่านั้น จะได้ นายทหารเบี้ยเลี้ยงวันละ 25 บาท นายสิบ 20 บาท ทั้งเดือนรับ 750 บาท ในสนามรบจะหักค่าอาหารวันละ 7 บาท ให้กินแค่ 2 มื้อ มื้อละ 3.50 บาท มื้อเช้าให้แดกน้ำค้างบนดอยเอา เท่ากับหักค่าอาหาร 210 บาท เอาเบี้ยเลี้ยง 750 -210 (ค่าอาหาร) เท่ากับ 540 บาท เสี่ยงเหยียบกับระเบิดทั้งเดือนเหลือสุทธิ 540 บาท โคตรดีใจ 
รูปที่ 5 ดูวิวมุมสูงถ่ายจากเครื่องบิน เขาพระวิหารก่อน ว่าสวยงามขนาดไหน ข้างๆเขาพระวิหารทางทิศตะวันออกขวามือ เรียก "ช่องตาเฒ่า" เขมรพยายามขอเปิด เป็นด่านมีศุลการกร และ ตม. ตรวจคนเข้าเมือง เพื่อเตรียมทำบ่อนดูดไทยจนซีด เรายังไม่ยอม ถ้ายอมเขมรเต็มบ้านเลย เพราะต้องมาขึ้นเขาพระวิหารทางฝั่งไทย ประวัติศาสตร์...ต่อ จำได้ไหม เขมรยื่นศาลโลกว่าเขาพระวิหารเป็นของตัว เมื่อ 6ตุลาคม 2502 3 ปี ผ่านไป ไทยเราจึงยื่นหนังสือคัดค้านต่อศาลโลกเมื่อ 2 กุมภาพันธ์ 2505 (น่าจะไฟลนก้น เดาน๊ะ ช่วง 3 ปี คงกัดกันเพลินเหมือนสมัยนี้) ต่อมาอีก 4 เดือนปีเดียวกัน วันที่ 15 มิถุนายน 2505 ศาลโลกถึงชี้ขาดว่า "เขาพระวิหาร" เป็นของเขมร ในฐานะที่เสธ.แดงขึ้นศาลทุกวันถ้าไม่มาศาล ศาลตัดสินโดยไม่สืบจำเลย ติดคุกเรื่องของเอ็ง แต่ศาลโลกรอเราตั้ง 3 ปี นี่เสธ.แดงเดาน๊ะ พอส่งเอกสารคัดค้าน แผนที่ไม่มีสักฉบับ มรว.เสนีย์ คงเอาเสื่อไปแทนแผนที่อย่างที่เคยเล่า ถึงแพ้เขา เขาถึงบอกว่าทำไมไม่คัดค้านเรื่องแผนที่ตั้งนานแล้ว ให้เสธ.แดงเดาเพราะพึ่งอยู่ ป.5 เสธ.แดงว่า คงกัดกันเพลิน พอดีศาลโลกเอาน้ำร้อนลาด ถึงได้รู้ตัว กว่าจะรู้ตัวก็เสียดินแดนครั้งที่ 14 แล้ว 
รูปที่ 6 เขาพระวิหารจากภาพถ่ายทางอากาศอีกมุมหนึ่ง จะเห็นทางขึ้นอยู่ในประเทศไทย ทางเขมรขึ้นไม่ได้เลย ที่ทับซ้อนเขมรก็ยังไม่ได้โวยวายอะไร คนโวยวายคือเรา แค่ขย่มรัฐบาลให้สั่นคลอน สื่อเขียนเชียร์ เพื่อให้ขัดแย้ง ทะเลาะกัน ไม่ได้คิดถึงชาติฉิบหายระยะยาว
ประวัติศาสตร์...เขาพระวิหารต่อ... คำตัดสินศาลโลก...ที่กรุงเฮกประเทศ เนเธอร์แลนด์ เมื่อ 15 มิถุนายน 2505 มี 3 ข้อ ดังนี้ 1.คะแนนเสียง 9 ต่อ 3 ปราสาทเขาพระวิหารเป็นเของเขมร 2.คะแนนเสียง 9 ต่อ 3 ประเทศไทยต้องถอน ทหาร-ตำรวจ บนเขาพระวิหารและอาณาเขตใกล้เคียงออกไปให้หมด 3.คะแนนเสียง 7 ต่อ 5 ประเทศไทยเอาของมาคืนเขมรที่โยกย้ายไปจากนครวัด ตั้งแต่ครอบครองเมื่อ ค.ศ.2497 อนึ่ง...คำพิพากษาทำเป็น 3 ฉบับ ไว้กับศาลโลก 1 ฉบับ ส่งให้ไทย 1 ฉบับ เขมร 1 ฉบับ ลงชื่อ...บี วินิอาสกิ (เห็นนามสกุลนี้มาเที่ยวเมืองภูเก็ต หยุดกัดกันชั่วคราว กระทืบมันเลย) ลูกเมียน้อยจริงๆ ทั้ง 3 ข้อ ไม่มีเอียงข้างไทยเลย ดีไม่ยึดเมียคนเฝ้าเขาพระวิหารไปด้วย 
รูปที่ 7.. ภาพนี้ถ่ายจากทางขึ้นฝั่งไทยไปยอดเขา 2 รูปที่แล้ว ถ่ายทางอากาศ มองจากยอดลงมาด้านประเทศไทย จำทางเดินขึ้นเขาไว้ เดี๋ยวเสธ.แดงจะพาเที่ยว เดินทีละชั้น จะได้วาดภาพออก ว่าปราสาทเขาพระวิหารมีกี่ชั้น 
รูปที่ 8 อีกมุมของภาพถ่ายทางอากาศ ถ่ายจากทางขึ้นประเทศไทย ไปเป็นชั้นๆ มีทางเดินยาว ถึงยอดเขา จำภาพไว้ให้ดีเดี๋ยวจะพาเที่ยวด้านล่าง แล้วจะพาแฟนคลับไปเที่ยว 
รูปที่ 9 รู้ใจนักเรียน...ในชั้น ปลายเขาวิหารอยู่ตรงนี้ เดาได้เลยว่าเห็นรูปแล้วน้ำลายหกอยากจะไปกัน ใจจะขาดใช่ไหม แล้วจะพาไปทัศนศึกษาต่อในตอนหน้า
|