• saedang
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : saedangworld@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-08-29
  • จำนวนเรื่อง : 157
  • จำนวนผู้ชม : 187837
  • จำนวนผู้โหวต : 522
  • ส่ง msg :
วันจันทร์ ที่ 2 มิถุนายน 2551
แถลงการณ์ฉบับที่ 3 ของ เสธ.แดง มอง ม๊อบพันธมิตร
Posted by saedang , ผู้อ่าน : 3168 , 23:37:59 น.  
พิมพ์หน้านี้


วันนี้เกิดอะไรขึ้นบนเวที "พันธมิตร" กลางถนนราชดำเนิน...ผลกระทบต่อประเทศชาติ

    1.เมื่อบอกว่าม๊อบและเวทีพันธมิตรขวางขบวนเสด็จซึ่งในหลวงซึ่งท่านต้องเสด็จพระราชดำเนินไปฟังสวดอภิธรรมศพพระพี่นางที่วัดพระแก้ว  กลับถูกตอบโต้ว่า...

        ก็ให้รถนำพา "ขบวนพาเสด็จไปใช้ทางอื่นซิว่ะ" ไม่อยากจะเชื่อหู ...คนไทยหรือเปล่าพูด

        เสธ.แดงก็ต้องตอบโต้ว่า นี่ประเทศของราชวงค์ท่านสร้างมา  ชื่อถนนก็บอกแล้วว่า "ถนนราชดำเนิน" แสดงว่าเป็นถนนในหลวงเสด็จในสมัยโบราณ
ส่วนถนนคู่ขนานถนนราชดำเนิน ทางด้านบ้านป๋าเปรม ด้านตะวันตกชื่อ "ถนนประชาธิปไตย" ตรงกับข้อเรียกร้องพันธมิตร  ส่วนถนนทางด้านตะวันออกคู่ขนานชื่อ "ถนนนครสวรรค์" ก็ควรไปตั้งที่นั่น เรียกร้อง "ประชาธิปไตยตรงตัว
คืนถนน "ราชดำเนิน" เส้นเลือดใหญ่ของกรุงเทพฯไป เกรงใจพระองค์ท่านด้วย  แทนที่เราจะหลบขบวนเสด็จ   กลายเป็นขบวนเสด็จหลบม๊อบ  ทั่วโลกจับตามองอยู่ เครดิตประเทศไทย การลงทุน เศรษฐกิจฉิบหายหมด 

     2.บนเวทีพันธมิตรด่าชนชนปกครอง ระดับนายกรัฐมนตรี ด่าทหาร ตำรวจ นายทหารผู้ใหญ่ ผู้นำทัพด้วยคำหยาบ และเสียงเพลง เหมือนหมูเหมือนหมา  อายชาวต่างชาติที่รู้เรื่อง ด่าเอี้ยเป็น 100 ตัว ลั่นเวที กระจายไปทั่วโลก โดยไม่มีความรู้สึก ถึงนิสัยคนและภาพพจน์ประเทศไทย

     3.มีผู้ร่วมพัฒนาชาติไทยเก่าขึ้นไปบนเวทีบอกว่า "มันมอบแต่ตัว แต่ปืนไม่มอบ" แถมบอกว่าเด็กรุ่นใหม่อาจไม่รู้จักว่าผู้ร่วมพัฒนาชาติไทยคือใคร "ก็คือคอมมิวนิสต์" นั่นเอง ปืนในป่าเยอะแยะเอามาเมื่อไหร่ก็ได้  พวกเข้าป่าในประเทศไทยไปเป็นคอมมิวนิสต์เพื่อล้มล้างระบบกษัตริย์ การปกครองประเทศไทย เป็นระบบคอมมิวนิสต์แบบจีนแดงและรัสเซียมี 3 รุ่น 

       รุ่นแรก...รุ่น ปรีดี พนมยงค์ และ พ.ท.พโยม คุณพ่อของ พล.อ.สุรยุทธ อดีตนายก  ออกไปตั้งกองทัพปลดแอกแห่งประเทศไทย  โดยมีจีนสนับสนุนอาวุธงบประมาณและบุคลากร หลังกบฎวังหลวง ปี 2492

       รุ่นสอง...คือรุ่นเข้าป่าสมัย 14 ตุลาคม 2516

       รุ่นสาม...คือรุ่น 6 ตุลาคม 2519 เข้าป่า 14 สถาบันเป็นหมื่น ต่อมาประเทศจีนทะเลาะรัสเซียเรื่องแย่งเขมรหันจับมือไทยและไอ้กัน ยุบพรรคอมมิวนิสต์ไทย ปิดสถานีวิทยุปักกิ่ง  หันไปรบเวียดนามกับรัสเซียที่หนุนตูดแผ่อิทธิพลมาถึงเอเซีย

        เมื่อเจอคำสั่ง 66/23 จึงออกจากป่ากลับเข้าเมือง หันไปทางไหนก็ไม่ได้  คอมมิวนิสต์จีนเลิก คอมมิวนิสต์รัสเซียไม่รับพวกนี้ จึงต้องกลับบ้าน ไม่คิดล้มล้างราชบัลลังก์อีกต่อไป เป็น "ผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย"  วันนี้บอกขวางขบวนเสด็จก็เลยฟังแล้ว "ตลก"

      4.ขึ้นเวทีตะโกนลั่นบอก...คนไทย 14 จังหวัด ภาคใต้ไม่ให้ขึ้นการปกครองกับส่วนกลาง นายก-รัฐมนตรี มหาดไทยถ้าลงใต้จะถูกทำร้ายพร้อมลูกเมีย  ทั่วโลกฟังเขาจะคิดอย่างไรกับประเทศไทย

      5.พูดปลุกระดมในสิ่งที่ไม่เกิดขึ้นจริง  คนก็ตบมือโห่ร้อง...เช่น
         อดีตนายกทักษิณนั่งเก้าอี้ในหลวงในวัดพระแก้ว ซึ่งมันเป็นไปไม่ได้  สำนักพระราชวังเขาจะเอามาให้ได้อย่างไร ถ้าในหลวงไม่เสด็จ โกหกตาใสกลางประชาชน ต่อหน้าคนทั่วโลก ก็เห็นดีงามตบมือโห่ร้อง  ฝรั่งมองประเทศไทยเป็น อณาธิปไตย ประเทศแห่งความสับสนวุ่นวาย ชาติฉิบหายต่อไป คนจนตาย 

      7.ประเทศอย่างสหรัฐอเมริกาเขา "เสรีประชาธิปไตย" เขาก็ไม่เคยไปตั้งเวทีขวางหน้าทำเนียบ "ไวท์เฮาส์" กีดขวางทางจราจร นี่ตั้งเวทีใหม่ถาวรแบบ ที่มั่นแข็งแรงของฐาน ผกค.  ใช้บังเกอร์คอลกรีต ปั่นไฟเอง เสียเลย

          ดีที่เจอรัฐบาลมีแผลทุกตัว  ส่วนตำรวจปอดแหกเพราะศาลเคยตัดสินติดคุกปราบม๊อบจะนะ  และผิดทางวินัยถูกออกแบบ โอ๋สืบ 6 และ พล.ต.มานิตย์ วงค์สมบูรณ์  อดีตผู้การ น.1  รับผิดชอบม๊อบที่เซ็นทรัลเวิลด์  ส่วนทหารก็ต้องออกมาบังหลังรถถัง ไม่แสดงความกล้าแบบจอมพลสฤษดิ์ ผบ.สูงสุด ถูกด่าเละคาเวที ท่านต้องกลับตัวมาพูดเอาใจม๊อบได้รับคำชม 

           ม๊อบยังไม่เจอทหารกล้า  ถ้าทั้งรัฐบาลไทยหาไม่ได้  ไม่มีใครกล้ารบประชาชน  แบบพระเจ้าตากปราบก๊กต่างๆ ก่อนไปกู้ชาติ ง่ายๆแค่นี้ถ้าไม่มีปัญญา หมายถึงว่าเมื่อรัฐบาลทหารแบบนี้ เจอศึกนอก "สิ้นชาติสิ้นแผ่นดิน "ทันที  ขนาดม๊อบกระหยิบมือ ไม่ใช่แบบ 14 ตุลา 6 ตุลา พฤษภาทมิฬ ...กลัวกันหมด  แค่ม๊อบลัทธิสนธิ ลิ้ม กับ เปลว สีเงิน ไทยโพสต์จูงจมูก   

      8.ทั่วโลกเขามีชุดปราบม๊อบลงทุนซื้อมามหาศาล  อันนี้ต้องใช้แบบเกาหลี  ตีสู้กัน แต่สมัยเนวินดันใช้ม๊อบชนม๊อบจนถูกทหารปฎิวัติ  เพราะเกิดความแตกแยกของชนในชาติ

      9.รัฐธรรมนูญมาตรา 63 เขียนไว้ว่า "บุคคลย่อมมีเสรีภาพในการชุมนุมโดยสงบและปราศจากอาวุธ"

         ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 1 วงเล็บ 5 เขียนว่า "อาวุธ" คือสิ่งที่ไม่มีสภาพอาวุธแต่สามารถทำร้ายคนได้ ดังนั้นเมื่อเจอไม้ "เบสบอล" ในกลุ่มพันธมิตร ตำรวจจับไป มหาจำลองไปโวยที่โรงพักนางเลิ้ง ไม่เอาเรื่องกลัวคืนหมด แสดงว่าประเทศใกล้คำทำนายก่อนสิ้นชาติสิ้นแผ่นดิน กฎหมายไร้ความหมาย ผู้รักษากฎหมายขี้ขึ้นหัว ไม่กล้าใช้กฎหมาย "กระเบื้องจะเฟื่องฟูลอย น้ำเต้าน้อยจะถอยจม"    และมหาจำลองผิดกฎหมายมาตรา 139 และ 142 ข่มขืนใจเจ้าพนักงาน  ไม่ให้ปฎิบัติตามกฎหมาย ทีโทษจำคุกไม่เกิน 4 ปี 

     10.เสธ.แดงยังยืนยันที่หมายเดิม ในหลวงทรงห้ามมหาจำลองแล้วว่า "ต้องสามัคคีกัน  สร้างความสงบในชาติ" ตั้งแต่ปี 2535 นี่มหาจำลองเอาอีกแล้ว  มั่นใจตัวเองสามารถปลุกม๊อบไล่ได้ถึง 2 รัฐบาล รสช.และ คมช. จะเอารัฐบาลที่ 3 ออกทำเฮดทริกแบบบอลบราซิล  รัฐบาลเขายังไม่ได้ทำงาน ยังไม่ได้โกง เพียงแต่มาจากรัฐบาลเก่า ต่างกรรมต่างวาระ ไปไล่นายกสมัคร ไล่ทักษิณ ไม่เกี่ยวกัน และไปลากคนออกมา ทำแบบพฤษภาทมิฬ เดี๋ยวก็พาคนไปตาย ส่วนพรรคประชาธิปัตย์ พรรคเก่าแก่ที่พึ่งของคนไทย วันนี้ไร้ราคาแล้ว ขอเป็นใหญ่เหนือความถูกต้อง เมื่อก่อนด่ามหาจำลองทุกวันว่า "พาคนไปตาย" วันนี้ชอบเงียบกริบ "รอรับผลประโยชน์" ให้รีบไปตายกันเร็วๆ ไม่คิดเรื่องมหาจำลองพาคนไปตายอีกแล้ว

11.ส่วน"สนธิ ลิ้ม" ในหลวงทรงมีพระราชดำรัสชัดเจน  ชาติเรายังไม่ล่ม จะ "กู้ชาติ" ทำไม วันนี้เขียนป้ายกู้ชาติ โพกหัว ผูกคอ ไม่ได้สนใจพระรารชดำรัส
แสดงว่าไม่มีความเคารพในหลวงตัวจริง
    
       สิ่งที่ เสธ.แดง แสดงความคิดเห็นครั้งนี้  ทำให้เกิดกระแสต่อต้านจากพวกคนไทย ที่ไม่รู้ทันชนชั้นปกครอง เพราะเป็นห่วงชาติบ้านเมือง 

ถ้า เสธ.แดง มีนัยแอบแฝงเพื่อความเจริญก้าวหน้าในการงาน ขอให้ตายดับ  เพราะรู้ตัวอยู่แล้ว  เมื่อเสียสละมีคดีถึง 64 คดี เราต้องเกษียณพลตรี ตามระเบียบทหาร เพราะต้องคดีอาญา ยศไม่ขึ้นอยู่แล้ว แม้นจะช่วยสมัครก็ไม่เกิดประโยชน์ 

      กองทัพไม่รับรู้เหตุผลว่าเอ็งจะไปช่วยประชาชนทะเลาะ 2 ผบ.ตร. อย่างไร  แต่เป็นวินัยทหาร และขอให้ตายโหงตายห่า ฟ้าผ่ากลางแดด สิบล้อ รถไฟ ชนตาย เสธ.แดง ไม่เคยเจอพี่ทักษิณตั้งแต่ปี 2545 เจอครั้งสุดท้ายงานกีฬานักข่าว ท่านถามเรื่องทะเลาะไอ้สันขวาน แต่งเครื่องแบบชุดพรางทำไม ที่สนามกีฬา พล.1 พี่พัลลภตอบแทน มันรบกับมือปืน 

       เสธ.แดง เจอสมัครครั้งเดี่ยวในชีวิต ที่สวนลุมพีนี วันพาไอ้อ้วนทนายความไปสมัคร ส.ว. เสธ.แดง เจอสมัครยกมือไหว้ 2 ครั้ง ยิ้มให้ แกยังไม่รับไหว้ เพราะมือใหญ่ มองไปทางอื่น ขนาดในหลวงทรงตรัสแซวเรื่องขลิบหูสุนัข จับสุนัขตอน เป็นการทรมาณสัตว์ ส่วนเสธ.แดง ไม่รู้จัก ไม่อยู่ในสายตา  คนไหว้ข้าวันเป็น 100 คน 

       ที่เล่า ถ้าผมชมรัฐบาล   พี่ทักษิณ สมัคร  เพราะอยากเป็นใหญ่ในแผ่นดิน ขอให้ผมตายดับภายใน 7 วัน


อ่านข้อมูลแบบเต็มๆไม่มีการเซ็นเซอร์ที่ บอร์ดเสธ.แดงดอทคอม  คลิ๊กที่นี่


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 11
ต.แทน วันที่ : 05/08/2008 เวลา : 09.11 น.
http://www.oknation.net/blog/tutortan

แย่แล้ว อาแดงผม
ความคิดเห็นที่ 10
ปลิวลม วันที่ : 29/06/2008 เวลา : 21.29 น.
http://www.oknation.net/blog/pliewlom

ไม่มีใครเคยพูด แบบนั้น โกหกได้ยังไง หมดความนับถือ
ความคิดเห็นที่ 9
ilovemom วันที่ : 13/06/2008 เวลา : 13.40 น.
http://www.oknation.net/blog/ilovemom
Twothailand

เท่าที่ได้ยินมาตั้งแต่วันแรกพันธมิตรไม่เคยบอกเลยว่าให้พระองค์ท่านไปใช้เส้นทางอื่นสิ แต่บอกว่าการจัดเส้นทางเสด็จเป็นหน้าที่ของตำรวจ แต่ถ้าพระองค์ท่านจะเสด็จพระราชดำเนินผ่าน พันธมิตรก็ยินดีอย่างยิ่งที่จะเปิดทางและรอรับเสด็จ .. เสธ.จบถึงปริญญาเอกจาก UNP ฟิลิปปินส์ แล้ว กรุณาอย่าบิดเบือน
ความคิดเห็นที่ 8
pinkky วันที่ : 03/06/2008 เวลา : 22.06 น.
http://www.oknation.net/blog/pinkky

เชื่อมั๊ย สิ่งที่ยากที่สุด

คือ....

แสดงความคิดเห็นที่เป็นกลาง กลางจริงจริง อ่ะ
ความคิดเห็นที่ 7
nkpong วันที่ : 03/06/2008 เวลา : 21.21 น.
http://www.oknation.net/blog/nkpong
อยากให้คนไทยมีระเบียบและวินัย

ทักษิณติดคุก สมัครออกไป
ความคิดเห็นที่ 6
yutakakaito วันที่ : 03/06/2008 เวลา : 16.23 น.
http://www.oknation.net/blog/yutakakaito

เสธแดงพูด "ถูก" แต่ไม่ทั้งหมด คนไทยที่มีสมองมีเยอะนะครับ เค้าคิดเองได้ โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน
ความคิดเห็นที่ 5
backpacker4x4 วันที่ : 03/06/2008 เวลา : 10.32 น.
http://jimchaisawang.spaces.live.com/

แถลงมากี่ฉบับแล้ว ดร.เสธ. ก็ยังไม่กล่าวถึง กรณีจักรภพ , กรณีแก้ รธน. เพื่อฟอกตัว , กรณีน้ำมัน , กรณีข้าว , กรณีน้ำตาล .....ไม่แตะเลยซักนิดเดียว...

1.ไม่มีความเห็น แต่ถ้าปล่อยไปหน้าทำเนียบซะตั้งแต่แรก ก้น่าจะทุเลากว่านี้เยอะ

2.ไม่เห็นด้วยกับการใช้คำหยาบบนเวที ซึ่งแกนนำหลายคนก็ยืนยันเช่นนั้น แต่ก็เห็นว่ายังมีหลายคนที่พูดเอามันอย่างเดียว ซึ่งคนที่คิดได้ อ่านเป็น เค้าไม่สนใจเนื้อหากับคนที่พูดเอามันแบบนั้นหรอกครับ

3. "มันมอบแต่ตัว แต่ปืนไม่มอบ" อันนี้ อุปมาเหมือนกับการถอนญัตติแก้ รธน. นั่นไงครับ....

4.นับมาตั้งแต่รัฐบาลทักษิณ คนใต้ก็ไม่ได้ถือว่า นายคนนั้นเป็นนายกอยู่แล้ว เพราะนายคนนั้นประกาศว่า "จังหวัดไหนเลือก ทรท. จะได้รับการดูแลเอาใจใส่ก่อน และเป็นพิเศษ" ดังนั้นตั้งแต่ จ.ชุมพร ลงไป ประกาศเป็นเขตปลอดทักษิณ มาตั้งแต่ปี 49 แล้วครับ ลองคิดดูอีกนิดนึงครับ ว่า นายกฯ ของไทย ลงไปทางใต้ครั้งล่าสุดเมื่อไหร่ ไอ้ที่สมัครลงไปแว่บๆ เมื่อคราวก่อน อนุโลมว่าไปก็ได้ แล้วก่อนหน้านั้น ครั้งล่าสุดเมื่อไหร่ครับ..................ช่วยคิดหน่อยครับ เพราะคนใต้เค้าลืมไปแล้วว่า เรามีนายกไปภาคใต้ครั้งล่าสุดเมื่อไหร่? และจนกระทั่งปัจจุบัน ถามจริงเหอะ ถึงจะไม่มีการขู่อาฆาตอะไร นายทักษิณ กล้าไปภาคใต้ป่าว....

5.เสธ.เคยเห็นรูปในวัดพระแก้วหรือไม่ครับ...ผมเคยเห็น แต่ก็รู้สึกงั้นๆ อันนี้เห็นด้วยว่า ไม่มีน้ำหนักอะไร

6. อ้าวข้อ 6 ไม่มีซะงั้น งั้นเป็นข้อ 7 เลยละกัน เสธ.ครับ โอ๋สืบ 6 ทำอย่างไรกับ ปชช. วันนั้นครับ เสธ.ดูไม่ออกจริงๆหรือครับ ลองไปอ่านคำพิพากษาของศาลดูก็ได้ครับ....แล้วไอ้ใต้ คนที่โอ๋สืบ 6 ไปคุยด้วย มันยังคงมีสถานะเป็น "นักโทษ" นะครับ มันมายืนคุยกับตำรวจได้ยังไงครับ....

ส่วนข้ออื่นๆ ไม่มีความเห็น...เอาว่า นอกจากเรื่องม๊อบ เสธ. ลองแสดงทัศนะ เรื่อง อีเพ็ญ กับ การแก้ รธน. ซักหน่อยดีกว่ามั๊ยครับ
ความคิดเห็นที่ 4
นักล่าของเก่า วันที่ : 03/06/2008 เวลา : 08.03 น.
http://www.oknation.net/blog/sirawit

ของแสดงความคิดเห็น เป็นกลางๆ ครับ เห็นด้วยเป็นบ้างข้อ และ้ ไม่เห็นด้วยอยู่หลายข้อครับ
ความคิดเห็นที่ 3
chamnong วันที่ : 03/06/2008 เวลา : 07.40 น.
http://www.oknation.net/blog/chamnong
ไปท่องอิสานใต้กับสถานีกันตรึมกับผมได้เลยครับ

พระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ปรากฏในพระราชปรารภในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2550





--------------------------------------------------------------------------------




“...เมื่อจัดทำร่างรัฐธรรมนูญเสร็จแล้ว สภาร่างรัฐธรรมนูญได้เผยแพร่ให้ประชาชนทราบและจัดให้มีการออกเสียงประชามติเพื่อให้ความเห็นชอบแก่ร่างรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ การออกเสียงลงประชามติปรากฏผลว่าประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งโดยเสียงข้างมากของผู้มาออกเสียงประชามติเห็นชอบให้นําร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่มาใช้บังคับ ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติจึงนําร่างรัฐธรรมนูญขึ้นทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายเพื่อทรงลงพระปรมาภิไธยให้ประกาศใช้เป็นรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยสืบไป

ทรงพระราชดําริว่า สมควรพระราชทานพระบรมราชานุมัติตามมติของมหาชน…”





--------------------------------------------------------------------------------




1.กระบวนการรีบเร่งแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2550

รัฐธรรมนูญ 2550 ประกาศใช้เพียงไม่กี่เดือน และได้นำมาใช้ยังไม่ครบถ้วนทุกมาตรา กลับมีการเร่งรีบขอเปลี่ยนแปลงรัฐธรรมนูญ โดยเห็นได้ว่า มีเหตุจูงใจ ดังนี้

1.1 หลังจากที่มีกรรมการบริหารพรรคการเมืองได้กระทำผิดกฎหมาย ทุจริตการเลือกตั้งหรือซื้อเสียง เป็นเหตุให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) ลงมติเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง (ใบแดง) และต้องดำเนินการส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณายุบพรรคการเมืองนั้น ตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ มาตรา 237 วรรค 2 จึงปรากฏว่า ส.ส.ในสังกัดพรรคการเมืองนั้น ได้ผลักดันการแก้ไขลบล้างบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ มาตรา 237 วรรค 2 เพื่อแทรกแซงและตัดตอนการดำเนินคดียุบพรรคการเมือง

1.2 หลังจากที่คณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ(คตส.) ทำการไต่สวนคดีทุจริตประพฤติมิชอบของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร (อดีตหัวหน้าพรรคไทยรักไทย) ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง และพวก จนถึงขั้นฟ้องร้องต่อศาลยุติธรรมและศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง จึงปรากฏว่า ส.ส.ในสังกัดพรรคพลังประชาชน ได้ผลักดันแก้ไขลบล้างบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ มาตรา 309 อันจะเปิดช่องให้ผู้ถูกกล่าวหาหยิบยกขึ้นอ้างเพื่อล้มล้างการดำเนินคดีของ คตส.

1.3 ในภายหลัง เมื่อถูกสังคมวิพากษ์วิจารณ์ว่า ส.ส.พรรคพลังประชาชน และพรรคร่วมรัฐบาล กำลังใช้อำนาจที่ได้มาจากประชาชนไปแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อประโยชน์ทางการเมืองของตนเองเท่านั้น จึงได้กลบเกลื่อน โดยจะแก้ไขมาตราอื่นๆ เพิ่มเติม และในที่สุด ก็อ้างว่าจะแก้ไขทั้งฉบับ โดยนำรัฐธรรมนูญ 2540 มาใช้บังคับแทน ซึ่งเท่ากับว่า จะมีผลเป็นการแก้ไขลบล้างบทบัญญัติมาตรา 237 วรรค 2 และมาตรา 309 ของรัฐธรรมนูญ 2550 ไปในตัว

2. หากยกเลิกรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน (2550) โดยกลับไปใช้รัฐธรรมนูญ 2540 แทน จะเกิดความเสียหายอย่างไร ?

รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน (2550) เป็นการบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมขึ้นมาจากฐานเดิมของรัฐธรรมนูญ 2540 โดยอาศัยหลักว่า “ของดีคงไว้ ข้อบกพร่องแก้ไข และให้สิทธิประโยชน์แก่ประชาชนมากขึ้น” เพราะรัฐธรรมนูญ 2540 นั้น แม้จะมีส่วนดีอยู่ไม่น้อย แต่ก็ถูกพรรคการเมืองในยุคที่ผ่านมาใช้อำนาจบิดเบือนกลไก บิดผันเจตนารมณ์ บั่นเซาะ ทำลายเนื้อในจนเหลือแต่เปลือกนอก เสมือนว่า “รัฐธรรมนูญตายแล้ว” ตั้งแต่ช่วงปลายของรัฐบาลพรรคไทยรักไทย

รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน (2550) หากเปรียบเทียบกับรถยนต์ก็เป็นรถคันเดิม แต่ทำการยกเครื่องใหม่ เพราะเครื่องเดิมชำรุดหมดแล้ว ทั้งนี้ ก็เพื่อประสิทธิภาพ ผลประโยชน์ และความปลอดภัยของประชาชนเจ้าของรถเป็นสำคัญ หากจะแก้ไขรัฐธรรมนูญโดยกลับไปใช้รัฐธรรมนูญ 2540 จึงเสมือนนำเครื่องยนต์ที่เพิ่งเปลี่ยนใหม่ออกไป โดยที่ยังไม่ทันได้ใช้งานเห็นผลเต็มประสิทธิภาพ กลับจะเอาเครื่องเก่าที่ชำรุดอยู่เดิมใส่เข้ามาแทน

หากยกเลิกรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน โดยนำรัฐธรรมนูญ 2540 มาใช้บังคับแทน จะเปิดโอกาสให้เกิดปัญหาและอาจเกิดความเสียหายรุนแรงแก่ส่วนรวม ดังต่อไปนี้

2.1 เปิดโอกาสให้มีการผูกขาดอำนาจรัฐ ไม่โปร่งใส ไร้จริยธรรม

(1) สภาผู้แทนฯ จะตรวจสอบรัฐบาล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรี ยากขึ้น

การเปิดอภิปรายนายกฯ รัฐธรรมนูญปัจจุบัน ใช้ ส.ส. 1 ใน 5 หรือ 96 คน แต่รัฐธรรมนูญ 2540 ต้องใช้ ส.ส. 2 ใน 5 หรือ 200 คน ส่วนการเปิดอภิปรายรัฐมนตรี รัฐธรรมนูญปัจจุบัน ใช้ ส.ส.1 ใน 6 หรือ 80 คน แต่รัฐธรรมนูญ 2540 ต้องใช้ ส.ส. 1 ใน 5 หรือ 100 คน

นอกจากนี้ ในกรณีจำนวนเสียงไมถึง รัฐธรรมนูญปัจจุบันก็เปิดช่องทางไว้ โดยเมื่อครบ 2 ปี ส.ส.ครึ่งหนึ่งของฝ่ายค้านก็สามารถเปดอภิปรายได้ ยิ่งกว่านั้น รัฐธรรมนูญ 2550 ยังปิดช่องการย้ายตำแหน่งรัฐมนตรีเพื่อหลบหนีการอภิปราย ซึ่งหากใช้รัฐธรรมนูญ 2540 ฝ่ายนิติบัญญัติจะตรวจสอบฝ่ายบริหารได้อย่างยากลำบาก

(2) ปัญหาการซื้อสียง ทุจริตเลือกตั้ง ไม่มีบทลงโทษที่เด็ดขาดดังเดิม

บทบัญญัติรัฐธรรมนูญ มาตรา 237 วรรค 2 ของรัฐธรรมนูญปัจจุบัน (2550) จะหายไปทันที ทั้งๆ ที่ เป็นบทบัญญัติให้มาตรการจัดการกับปัญหาการทุจริตเลือกตั้งและซื้อเสียงอย่างเด็ดขาดและเอาจริง โดยบัญญัติบทลงโทษพรรคการเมืองที่กรรมการบริหารพรรคกระทำผิดถึงขั้นยุบพรรค เพื่อให้พรรคการเมืองดูแลคนของตนไม่ให้ทุจริตเลือกตั้งและซื้อเสียง และถ้าหัวหน้าพรรคและกรรมการบริหารพรรครู้แล้วไม่แก้ไขก็จะต้องถูกห้ามเล่นการเมือง 5 ปี

ขนาดมีบทลงโทษที่เด็ดขาด ยังมีการทุจริตเลือกตั้งและซื้อเสียงขนาดนี้ ถ้าไม่มีบทบัญญัติมาตรา 237 วรรค 2 แล้ว สภาพปัญหาจะร้ายแรงกว่าเดิมขนาดไหน

(3) เปิดโอกาสให้พรรคการเมืองควบรวมพรรคการเมืองอื่นหลังเลือกตั้ง

นายทุนพรรคการเมืองและนักการเมือง จะมีช่องทางดำเนินการเพื่อผูกขาดอำนาจรัฐ ยึดครองเสียงข้างมากอย่างผิดปกติในสภา โดยอาศัยอำนาจเงินและอำนาจรัฐ ควบรวม เทคโอเวอร์พรรคการเมือง ภายหลังการเลือกตั้ง เพื่อให้พรรคของตนมีจำนวน ส.ส.ในสังกัดเพิ่มมากขึ้นกว่าจำนวนที่ประชาชนเลือกตั้งเข้ามา

(4) ปัญหาจริยธรรมของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองและเจ้าหน้าที่รัฐ ไม่ได้รับการดูแลอย่างจริงจังดังเดิม

จะไม่มีการบัญญัติหมวดคุณธรรมและจริยธรรมของผูดํารงตําแหนงทางการเมืองและเจาหนาที่ของรัฐที่ชัดเจน เหมือนดังที่รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน (2550) กำหนดให้มีประมวลจริยธรรมภายใน 1 ปี และจะไม่มีการกําหนดโทษการฝาฝนมาตรฐานจริยธรรม รวมทั้งไม่สามารถถอดถอนออกจากตำแหน่งได้

ทำให้ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองและเจ้าหน้าที่ของรัฐ เสมือนหนึ่งเป็นผู้ประกอบอาชีพที่ได้รับยกเว้น ไม่ต้องถูกกำกับควบคุมทางจริยธรรมอย่างมีมาตรฐานดังเช่นวิชาชีพอื่นๆ อาทิ หมอ พยาบาล ทนายความ วิศวกร สถาปนิก เป็นต้น

(5) เปิดโอกาสให้มีการทุจริตเชิงนโยบาย ผลประโยชน์ทับซ้อน หรือปัญหาการมีส่วนได้ส่วนเสียดังเดิม

หากใช้รัฐธรรมนูญ 2540 แทนรัฐธรรมนูญปัจจุบัน (2550) คู่สมรสและบุตรของนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีจะสามารถเปนหุนสวนหรือถือครองหุนบริษัทธุรกิจต่อไปได้ และสามารถหลบเลี่ยง โดยไม่แจ้งทรัพย์สินที่ถือครองอยู่ในชื่อผู้อื่น เปิดโอกาสให้นักธุรกิจการเมืองสามารถมีผลประโยชน์ทับซ้อน เป็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย อาจนำไปสู่การกำหนดนโยบายที่เอื้อประโยชน์ต่อธุรกิจและผลประโยชน์ส่วนตัว

นอกจากนี้ ส.ส.และ ส.ว. ก็จะสามารถหลบเลี่ยง ไม่แจ้งบัญชีทรัพย์สินที่อยูในความครอบครองหรือดูแลของบุคคลอื่น และไม่ต้องเปิดเผยต่อสาธารณะ ทำให้เกิดการปกปิดหรือแจ้งเท็จได้ง่ายขึ้น

(6) เปิดโอกาสให้นักการเมืองและพรรคการเมืองสามารถครอบงำแทรกแซงวุฒิสภาดังเดิม

หากใช้รัฐธรรมนูญ 2540 แทนรัฐธรรมนูญปัจจุบัน (2550) จะเปิดโอกาสให้พรรคการเมืองเข้าครอบงำแทรกแซงวุฒิสภา เหมือนเช่นที่เคยเป็นมา ซึ่งทำให้ ส.ว.ภายใต้รัฐธรรมนูญ 2540 มีสภาพล้มเหลว ไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ตามเจตนารมณ์ที่แท้จริง ไม่เป็นอิสระจากพรรคการเมืองและนักการเมือง แต่กลายเป็นสภาผัว-เมีย สภาหมอนข้าง หรือสภาเครือญาติ เพราะอาศัยฐานเสียงเลือกตั้งเดียวกันกับ ส.ส. อันจะทำให้ระบบตรวจสอบถ่วงดุลของฝ่ายนิติบัญญัติ และองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญถูกบิดเบือนไปด้วย

ดังปรากฏว่า นักการเมืองบางคน สังกัดพรรคการเมืองแล้วสอบตกในการเลือกตั้ง ส.ส. ก็จะกระโดดข้ามไปลง ส.ว. หรือมีสามีเป็น ส.ส. หรือเป็นรัฐมนตรี แล้วส่งลูกส่งเมียไปเป็น ส.ว. เพื่อคอยปกป้องดูแล แต่ไม่ตรวจสอบแทนประชาชน เป็นต้น

ด้วยเหตุนี้เอง รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน (2550) จึงได้ยกเครื่อง ปรับเปลี่ยนคุณสมบัติและที่มาของสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) เพื่อให้สอดรับกับอำนาจหน้าที่อันแท้จริงของ ส.ว.มากขึ้น ไม่ซ้ำซ้อนกับผู้แทนประชาชนอื่นๆ ที่มีอยู่แล้ว เช่น ส.ส. สท. อบต. อบจ. เป็นต้น โดยที่ ส.ว.ต้องปลอดจากอิทธิพลของพรรคการเมือง จึงกําหนดให้มี ส.ว.มาจากการเลือกตั้ง 76 คน และมาจากการสรรหาจากตัวแทนของภาควิชาการ ภาครัฐ ภาคเอกชน ภาควิชาชีพ และภาคอื่น จำนวน 74 คน เพื่อให้ได้ตัวแทนของกลุ่มคนที่หลากหลาย เช่น เกษตรกร คนพิการ ฯลฯ รวมเป็น 150 คน พร้อมกําหนดคุณสมบัติของผูที่จะดํารงตําแหนง ส.ว.ใหสูงขึ้น เพื่อใหไดมาซึ่งบุคคลที่มีความเหมาะสมกับการปฏิบัติหนาที่ในฐานะ ส.ว.อยางแทจริง อาทิ ต้องไม่เป็นบุพการี สามี ภรรยา หรือบุตรของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ต้องพ้นจากพรรคการเมืองหรือพ้นจากตำแหน่ง ส.ส.อย่างน้อย 5 ปี ต้องไม่อยู่ในอาณัติของพรรคการเมือง เป็นต้น

(7) เปิดโอกาสให้นักการเมืองก้าวก่ายแทรกแซงข้าราชการและหน่วยงานของรัฐเพื่อผลประโยชน์ส่วนตัวดังเดิม

หากใช้รัฐธรรมนูญ 2540 แทนรัฐธรรมนูญปัจจุบัน (2550) จะเปิดโอกาสให้นักการเมือง ส.ส. ส.ว. รัฐมนตรี นายกรัฐมนตรี อาศัยอำนาจ ตำแหน่งหน้าที่ นำไปใช้แสวงหาผลประโยชน์เพื่อตนเองและพรรคพวกในลักษณะต่างๆ ทั้งสั่งการโดยตรง และอ้างตำแหน่งไปบีบบังคับ กดดัน อวดเบ่ง ข่มขู่ เพื่อให้ได้มาซึ่งผลประโยชน์ส่วนตัวบางรูปแบบ อาทิ ฝากเด็กเข้าเรียน ฝากลูกน้องเข้าทำงาน หรือให้โยกย้ายเจ้าหน้าที่ข้าราชการบางคน หรือแม้แต่เข้าไปแทรกแซงผลประโยชน์ในหน่วยงานของรัฐ เป็นต้น เนื่องจากรัฐธรรมนูญ 2540 ไม่มีบทบัญญัติห้ามการกระทำดังกล่าวเหมือนที่รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน มาตรา 266 ได้ห้ามเอาไว้อย่างชัดเจน

การอ้างว่า บทบัญญัติมาตรา 266 ในรัฐธรรมนูญปัจจุบัน ทำให้การบริหารราชการไม่สะดวก ติดขัด เป็นอุปสรรค เป็นการอ้างที่เป็นเท็จ เพราะภายใต้บทบัญญัตินี้ ฝ่ายบริหารสามารถสั่งการบริหารราชการได้ตามปกติ หากการสั่งการดังกล่าวเป็นไปตามอำนาจหน้าที่เพื่อประโยชน์ส่วนรวม มิใช่เพื่อประโยชน์ส่วนตัวหรือของพรรคการเมือง

2.2 เปิดโอกาสให้มีการแทรกแซงครอบงำองค์กรอิสระผ่านกระบวนการสรรหา

เนื่องจากระบบการสรรหาองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ 2540 ไม่สามารถทำให้องค์กรอิสระปฏิบัติหน้าที่ตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญได้อย่างแท้จริง เพราะเปิดช่องทางให้พรรคการเมืองสามารถครอบงำแทรกแซงในขั้นตอนกระบวนการสรรหา โดยใช้เสียงตัวแทนพรรคการเมือง “บล็อคโหวต” จนทำให้บุคคลที่เป็นอิสระจากพรรคการเมืองไม่สามารถผ่านการสรรหา ยังผลให้องค์กรอิสระต่างๆ อาทิ คณะกรรมการการเลือกตั้ง(ก.ก.ต.) คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ( ป.ป.ช.) ผู้ตรวจการแผ่นดินของรัฐสภา หรือแม้แต่ศาลรัฐธรรมนูญบางส่วน ฯลฯ ได้บุคคลที่พรรคการเมืองต้องการ หรือตกอยู่ภายใต้อาณัติของฝ่ายการเมือง กระทั่งไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ตามเจตนารมณ์ที่แท้จริงของรัฐธรรมนูญ

การที่องค์กรอิสระถูกครอบงำแทรกแซงจนไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ตามเจตนารมณ์รัฐธรรมนูญ ปัญหาสำคัญของชาติบ้านเมืองไม่ได้รับการแก้ไขให้เป็นที่ยุติและเป็นธรรม ตามกลไกของรัฐธรรมนูญ เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิด “วิกฤติที่สุดในโลก”

รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน(2550) จึงได้ยกเครื่อง ปรับเปลี่ยนวิธีการได้มาซึ่งองค์กรอิสระ เพื่อให้มีความเป็นอิสระจากพรรคการเมืองอย่างแท้จริง โดยเพิ่มบทบาทของอำนาจฝ่ายตุลาการในการสรรหาองค์กรอิสระและวุฒิสภาส่วนหนึ่ง เพื่อตัดวงจรกินรวบของพรรคการเมืองและนักการเมือง

ดังนั้น หากกลับไปใช้การสวรรหาองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ 2540 ก็เท่ากับว่า เปิดช่องทางให้แก่พรรคการเมืองและนักการเมืองที่ต้องการผูกขาดและยึดครองอำนาจรัฐ โดยเฉพาะฝ่ายที่คุ้นชินและรู้ช่องทาง วิธีการ และเล่ห์กลในการแทรกแซงครอบงำกระบวนการสรรหาองค์กรอิสระอย่างจัดเจน

2.3 เปิดโอกาสให้มีการตัดตอนคดี ล้มคดี แทรกแซงกระบวนการยุติธรรม

หากใช้รัฐธรรมนูญ 2540 แทนรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน เท่ากับว่า ลบล้างบทบัญญัติมาตรา 237 วรรค 2 ที่พรรคการเมืองได้กระทำความผิด และกำลังถูกดำเนินการตามกระบวนการยุติธรรม การตัดบทบัญญัติดังกล่าวออกไป จึงเป็นการตัดตอนคดี ไม่ให้พรรคการเมืองที่กระทำผิดถูกดำเนินคดีตามบทบัญญัติดังกล่าว

นอกจากนี้ ในรัฐธรรมนูญ 2540 ก็ไม่มีบทบัญญัติมาตรา 309 ที่เป็นการรับรองสภาพตามรัฐธรรมนูญของ คตส. จึงเป็นการเปิดช่องโหว่ทางกฎหมาย อันอาจจะทำให้ผู้ที่ถูก คตส. ดำเนินคดีฐานทุจริตประพฤติมิชอบ นำมาใช้เพื่อล้มคดี โดยกล่าวอ้างว่า คตส.ไม่มีอำนาจดำเนินคดีกับตน เท่ากับว่า จะไม่ต้องพิสูจน์การกระทำความผิดของตน

2.4 ลดทอนสิทธิประโยชน์และมีส่วนร่วมของประชาชน

(1) ประชาชนจะมีส่วนร่วมทางการเมืองโดยตรงยากขึ้น

หากใช้รัฐธรรมนูญ 2540 แทนรัฐธรรมนูญปัจจุบัน (2550) การเขาชื่อเสนอรางกฎหมาย จาก 10,000 ชื่อ จะต้องใช้ 50,000 ชื่อ ยิ่งกว่านั้น ประชาชนยังถูกตัดสิทธิ ไม่สามารถมีตัวแทนเป็นกรรมาธิการและชี้แจงในรัฐสภา

การถอดถอนผูดํารงตําแหนงทางการเมือง จาก 20,000 ชื่อ จะต้องใช้ 50,000 ชื่อ

นอกจากนี้ ประชาชนยังจะถูกตัดสิทธิเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญไปโดยสิ้นเชิง

ในประการสำคัญ “กองทุนพัฒนาการเมืองภาคพลเมือง” และ “สภาพัฒนาการเมือง” ที่จะมีขึ้นเพื่อส่งเสริมสนับสนุนการมีส่วนร่วมทางการเมืองของภาคประชาชน ก็จะถูกตัดตอนไปอีกด้วย

(2 ) เปิดโอกาสให้ฝ่ายการเมืองกีดกันสิทธิของประชาชนตามรัฐธรรมนูญ โดยชะลอการออกกฎหมายลูกรองรับสิทธิประโยชน์ของประชาชน

นอกจากรัฐธรรมนูญ 2540 จะให้สิทธิประโยชน์แก่ประชาชนน้อยกว่ารัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน (2550) แล้ว สิทธิต่างๆ ในรัฐธรรมนูญ 2540 ยังถูกกำกับด้วยบทบัญญัติว่า “ทั้งนี้ ตามที่กฎหมายบัญญัติ” ซึ่งเปิดโอกาสให้ฝ่ายบริหารใช้วิธีการหน่วงเหนี่ยว โดยชะลอการออกกฎหมายลูกมารองรับ เพื่อกีดกันการใช้สิทธิและเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญของประชาชน

ดังจะเห็นว่า ที่ผ่านมา ประชาชนไม่ได้รับสิทธิประโยชน์ตามรัฐธรรมนูญ 2540 อย่างแท้จริง อาทิ สิทธิคุ้มครองผู้บริโภค สิทธิชุมชน สิทธิเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร ฯลฯ ประชาชนเสมือนหนึ่งมองเห็น-อ่านออก แต่จับต้องไม่ได้-เข้าไม่ถึง

ตรงกันข้าม ถ้าใช้รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน (2550) อย่างเต็มที่ต่อไป แมยังไมมีกฎหมายลูกออกมารองรับ ประชาชนก็สามารถใชสิทธิและเสรีภาพเหลานั้นไดทันทีโดยการรองขอตอศาล สามารถอ้างสิทธิบังคับให้รัฐต้องดำเนินการทันที และมีการกําหนดระยะเวลาในการตรากฎหมายลูกเพื่อรองรับเรื่องตางๆ ตามที่รัฐธรรมนูญบัญญัติไว้ชัดเจนแน่นอน (สวนใหญประมาณ 1 ป) เช่น องค์การคุ้มครองผู้บริโภคที่เป็นอิสระจากฝ่ายบริหาร สภาเกษตรกร กองทุนพัฒนาการเมืองภาคพลเมือง เป็นต้น

(3) ตัดสิทธิและผลประโยชน์ของประชาชนผู้ใช้แรงงาน

หากใช้รัฐธรรมนูญ 2540 แทนรัฐธรรมนูญปัจจุบัน (2550) ประชาชนผู้ใช้แรงงานจะถูกตัดทอนสิทธิที่จะได้รับหลักประกันความปลอดภัยและสวัสดิภาพในการทํางาน รวมทั้งหลักประกันในการดํารงชีพทั้งในระหวางการทํางานและเมื่อพนภาวการณทํางาน ซึ่งไดรับการบัญญัติไวเปนครั้งแรกในรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน

(4) ไม่คุ้มครองผลกระทบด้านสุขภาพของประชาชน

หากใช้รัฐธรรมนูญ 2540 แทนรัฐธรรมนูญปัจจุบัน (2550) การดําเนินโครงการขนาดใหญ่ จะไม่ต้องประเมินผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนเสียก่อน กรณีปัญหาที่ประชาชนและชุมชนถูกทำลายสุขภาพและทรัพยากรสิ่งแวดล้อม ดังเช่น ปัญหาที่มาบตาพุต หรือปัญหาการก่อสร้างหรือการดำเนินโครงการขนาดใหญ่ที่มีต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อมต่างๆ ก็จะเกิดขึ้นต่อไปดังเดิม

(5 ) ตัดตอนสภาเกษตรกร

หากใช้รัฐธรรมนูญ 2540 แทนรัฐธรรมนูญปัจจุบัน (2550) “สภาเกษตรกร” จะเกิดขึ้นได้ยาก เพราะรัฐธรรมนูญ 2540 ไม่มีบทบัญญัติรับรองเรื่อง “สภาเกษตรกร” เพื่อเป็นองค์กรปรึกษาหารือ และมีนโยบาย มาตรการ ส่งเสริมการรวมตัวของเกษตร เพื่อแก้ปัญหาชีวิตความเป็นอยู่ของเกษตรกรด้วยกัน

(6) เปิดโอกาสให้มีการทำสัญญาระหว่างประเทศที่ประชาชนไม่ได้มีส่วนร่วม และไม่ได้รับส่วนแบ่งผลประโยชน์ หรือการเยียวยาจากผลกระทบ

หากใช้รัฐธรรมนูญ 2540 แทนรัฐธรรมนูญปัจจุบัน (2550) จะเปิดโอกาสให้ธุรกิจบางประเภทบางกลุ่มฉวยโอกาสได้ประโยชน์อย่างไม่โปร่งใสจากการทำสัญญาระหว่างประเทศที่ประชาชนไม่ได้มีส่วนร่วม โดยที่ประชาชนจะไม่ได้รับการคุ้มครองจากการทําหนังสือสัญญาหรือขอตกลงระหวางประเทศทั้งหลาย (อาทิ เอฟทีเอ) เพราะไม่มีบทบัญญัติที่ชัดเจนบังคับให้ฝ่ายบริหารตองเสนอกรอบการเจรจาต่อรัฐสภา รับฟงความคิดเห็นของประชาชน และต้องได้รับความเห็นชอบจากรัฐสภา เพื่อตรวจสอบผลประโยชน์ส่วนรวม และป้องกันการเจรจาที่มีผลประโยชน์ทับซ้อน หรือการเอาผลประโยชน์ของประเทศไปแลกกับผลประโยชน์ส่วนตัว

ยิ่งกว่านั้น ประชาชนผู้ได้รับผลกระทบจากการลงนามหนังสือสัญญายังจะไม่ได้รับการคุ้มครอง แกไขเยียวยา อย่างรวดเร็ว เหมาะสม และเปนธรรม

ข้ออ้างเรื่องความลับของการเจรจาจะรั่วไหลนั้น ไม่เป็นความจริง เพราะรัฐธรรมนูญปัจจุบันมิได้บังคับให้เปิดเผยข้อมูลรายละเอียดทุกอย่างในระหว่างดำเนินการเจราจรต่อรอง

(7 ) เปิดโอกาสให้กลุ่มทุนการเมืองฮุบสาธารณสมบัติของแผ่นดิน

หากใช้รัฐธรรมนูญ 2540 แทนรัฐธรรมนูญปัจจุบัน (2550) จะเปิดโอกาสให้เอกชนบางรายสามารถเป็นเจ้าของผูกขาดกิจการสาธารณูปโภค

ยิ่งกว่านั้น โครงข่ายสาธารณูปโภคต่างๆ ที่เป็นสาธารณสมบัติ โดยประชาชนส่วนรวมต้องอาศัยใช้ประโยชน์ร่วมกัน อาทิ โครงข่ายสายไฟฟ้า โครงข่ายโทรทัพท์ โทรคมนาคม ดาวเทียม โครงข่ายประปา ท่อก๊าซธรรมชาติ ถนนหนทาง ฯลฯ ก็จะไม่ได้รับการคุ้มครองดังเช่นปัจจุบัน (รัฐธรรมนูญ 2550) ซึ่งบังคับไว้ว่า รัฐต้องเป็นเจ้าของโครงข่ายสาธารณูปโภคเหล่านี้ (ถือหุ้นไม่ต่ำกว่า 51%) เพื่อเป็นหลักประกันสำหรับประชาชน

หากใช้รัฐธรรมนูญ 2540 แทนรัฐธรรมนูญปัจจุบัน (2550) จะเปิดโอกาสแก่กระบวนการผ่องถ่ายผลประโยชน์และความเป็นเจ้าของโครงข่ายสาธารณูปโภคต่างๆ ไปเป็นของกลุ่มทุนการเมือง เกิดขบวนการฮุบสาธารณสมบัติ เช่น ท่อก๊าซ สายส่งไฟฟ้า ประปา ฯลฯ ผ่านกระบวนการแปรรูปหรือขายหุ้นกิจการต่างๆ

(8) เปิดโอกาสให้นักการเมืองและนายทุน ครอบงำ แทรกแซง บิดเบือนการทำหน้าที่ของสื่อ

นักการเมืองหรือผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองจะสามารถเป็นเจาของกิจการหรือเปนผูถือหุนในกิจการสื่อมวลชน ทั้งโดยตรงและโดยอ้อม เพื่อใชสื่อสารมวลชนตอยสนองผลประโยชนส่วนตัว อีกทั้ง ยังเปิดโอกาสให้มีการครองสิทธิข้ามสื่อ หรือผูกขาดเป็นเจ้าของสื่อหลายๆ แขนง ทำให้มีอิทธิพลอำนาจเหนือระบบข้อมูลข่าวสารของประเทศ

(9) ลดทอนสิทธิและโอกาสของผู้หญิง คนแก่ คนพิการ เด็ก และผู้ด้อยโอกาสในสังคม

รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน (2550) บัญญัติคุ้มครองสิทธิและส่งเสริมโอกาสของกลุ่มคนที่ยังไม่ได้รับความเป็นธรรมในสังคมปัจจุบันจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็น ผู้หญิง เด็ก คนแก่ คนพิการ อาทิ การให้พรรคการเมืองต้องคำนึงถึงการส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งเพศหญิง การระบุชัดเจนให้ผู้ยากไร้ ผู้พิการ ทุพพลภาพ หรือผู้อยุ่ในสภาวะยากลำบากได้รับโอกาสทางการศึกษาอย่างเท่าเทียมกับบุคคลอื่น การคุ้มครองให้เด็กต้องได้รับการพัฒนาด้านร่างกาย จิตใจ สติปัญญา รวมถึงการศึกษาทางเลือก การศึกษาตลอดชีวิต การคุ้มครองป้องกันและฟื้นฟูจากความรุนแรง

(10) ปิดโอกาสและตัดช่องทางในการคุ้มครองช่วยเหลือประชาชน

ชุมชนจะสูญเสียสิทธิที่จะฟองศาลไดในกรณีที่มีการละเมิดสิทธิของชุมชน

กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ไม่สามารถจะช่วยเหลือประชาชนโดยการฟ้องร้องต่อศาลแทนประชาชนได้

เปิดช่องให้ผู้ตรวจการแผ่นดินเพิกเฉยต่อการปฏิบัติหน้าที่ โดยอ้างว่าจะต้องได้รับเรื่องร้องเรียนจากประชาชนผู้เสียหายเสียก่อน

ประชาชนถูกปิดช่องทางในการฟ้องร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญโดยตรง และไม่สามารถฟ้องตรงต่อศาลฎีกา เพื่อให้มีการตั้งคณะกรรมการไต่สวนอิสระแทน ป.ป.ช.

นอกจากนี้ ยังตัดตอน ป.ป.ช.ในระดับจังหวัด ลดทอนช่องทางตรวจสอบการเมือง

4. หากจะแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2550 ควรต้องทำอย่างไร ?

รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน (2550) ได้ยกเครื่องปรับปรุงขึ้นมาจากพื้นฐานเดิมของรัฐธรรมนูญ 2540 โดยหลักที่ว่า “ของดีคงไว้ ข้อบกพร่องแก้ไข ให้สิทธิและผลประโยชน์แก่ประชาชนมากขึ้น”

การจะแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ 2550 อาจกระทำได้ ตามช่องทางในบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ โดยจะต้องไม่เป็นการล้มล้างการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข ไม่ก่อให้เกิดความเสียหายร้ายแรงต่อส่วนรวม โดยเฉพาะผลกระทบต่อกระบวนการยุติธรรม คดีความที่อยู่ในศาล ขัดต่อหลักนิติรัฐ หรือก่อให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อยในสังคม

ข้อที่ควรพิจารณา เกี่ยวกับการจะแก้ไขรัฐธรรมนูญ ประกอบด้วย

4.1 ช่วงเวลา

ขณะนี้ ยังไม่สมควรแก้ไข เพราะรัฐธรรมนูญ 2550 เพิ่งประกาศใช้บังคับ เมื่อวันที่ 24 ส.ค.2550 ยังใช้มาเพียง 9 เดือน สิทธิและผลประโยชน์ตามรัฐธรรมนูญยังไม่ทันได้คลอดออกมาสู่ประชาชนอย่างเต็มที่ เต็มเม็ดเต็มหน่วย เครื่องยนต์ที่เพิ่งยกเครื่องใหม่ก็ยังทำงานไม่เต็มสูบ ไม่เต็มกำลัง เพิ่งจะอุ่นเครื่องเท่านั้น

4.2 เหตุผลและความจำเป็นของการแก้ไข

การจะแก้ไขรัฐธรรมนูญ ต้องไม่ใช่การแก้ไขเพื่อผลประโยชน์ส่วนตัวของผู้ใด หรือเพื่อผลประโยชน์ของนักการเมือง พรรคการเมือง หรือนายทุนของพรรคการเมือง หรือไม่ใช่แก้รัฐธรรมนูญเพื่อแก้ปัญหาหรือฟอกความผิดเฉพาะเฉพาะกลุ่มของผู้ใด

ขณะนี้ ไม่ปรากฏว่า ประเทศชาติจะมีปัญหาจากการใช้บังคับรัฐธรรมนูญ 2550 คงมีแต่เพียงนักการเมืองและพรรคการเมืองบางส่วนที่ทุจริต กระทำผิดรัฐธรรมนูญ จนต้องถูกดำเนินคดีตามกระบวนการยุติธรรมเท่านั้น

ตรงกันข้าม หากฝ่ายบริหารเร่งปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ ทำให้ประชาชนได้รับสิทธิประโยชน์ตามรัฐธรรมนูญอย่างเต็มที่ มีประสิทธิภาพ กลับจะช่วยแก้ปัญหาความเดือดร้อนในชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนได้อย่างมีประสิทธิผล

การแก้รัฐธรรมนูญ ควรจะแก้เมื่อพบว่า บทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญนั้น ก่อให้เกิดปัญหาหรือความเสียหายร้ายแรงแก่ประเทศชาติส่วนรวมเท่านั้น

4.3 กระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญ

การจะแก้ไขรัฐธรรมนูญ สมควรจะต้องให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมอย่างกว้างขวางและเป็นจริง ไม่น้อยไปกว่าเมื่อตอนร่างรัฐธรรมนูญ

สรุป

ขณะนี้ รัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 กำลังทำงาน

โดยเฉพาะการปฏิรูปการเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข ซึ่งมุ่งจะลดการผูกขาดการใชอํานาจรัฐ การใช้อำนาจโดยไม่เป็นธรรม การดําเนินการทางการเมืองของนักการเมืองที่ขาดความโปรงใส ขาดคุณธรรมและจริยธรรม ตลอดจนคุ้มครองการใชสิทธิ เสรีภาพ และผลประโยชน์ของประชาชน

ชมรม สสร.50 จึงมีความเห็นว่า ขณะนี้ ควรชะลอการแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2550 เพื่อภาคส่วนต่างๆ ในสังคม ไม่ว่าจะเป็น ฝ่ายบริหาร นิติบัญญัติ หรือตุลาการ ตลอดจนสังคมทุกภาคส่วน ได้มีโอกาสทำหน้าที่เพื่อแก้ไขปัญหาอันกระทบกับชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนโดยตรงอย่างเต็มที่ โดยไม่ติดขัด หรือชะงักงันด้วยวิกฤติความขัดแย้งทางการเมือง อันจะเป็นการส่งเสริมและสร้างสรรค์การเมืองที่สุจริตอีกด้วย

“จงมีความสมัครสโมสรเปนเอกฉันท ในอันที่จะปฏิบัติตามและพิทักษรักษารัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทยนี้ เพื่อธํารงคงไวซึ่งระบอบประชาธิปไตยและอํานาจอธิปไตยของปวงชนชาวไทย”
พระราชปรารภในรัฐธรรมนูญ 2550




ขอเอา บทความของ ชมรม สสร .มาเผยแพร่ เพื่อให้ทุกท่านที่ได้อ่านแล้วโปรดพิจารณา
ความคิดเห็นที่ 2
chamnong วันที่ : 03/06/2008 เวลา : 00.04 น.
http://www.oknation.net/blog/chamnong
ไปท่องอิสานใต้กับสถานีกันตรึมกับผมได้เลยครับ

อีกนิดน่ะครับว่าผมไม่ได้เชื่อทุกอย่างที่พันธมิตเขาพูดแต่ผมฟังและใชวิจารณญาณพิจารณาประกอบกับข้อมุลด้านอื่นที่ได้รับและผมก็คิดว่าคนที่ฟังพันธมิตทุกคนมีการศึกษา มีความรู้ มีวุฒิภาวะไม่น้อยกว่าคนอื่นพวกเขาไม่โดนใครจูงจมูกง่ายๆหรอกครับ
ความคิดเห็นที่ 1
chamnong วันที่ : 02/06/2008 เวลา : 23.58 น.
http://www.oknation.net/blog/chamnong
ไปท่องอิสานใต้กับสถานีกันตรึมกับผมได้เลยครับ

เท่าที่ผมเห็นพันธมิตรเขาก็บอกยินดีที่จะเปิดทางให้ขบวนเสด็จและแม้แต่รถเมล์และรถรับส่งนักเรียนเขาก็เปิดทางให้วิ่งทั้งช่วงเช้าและช่วงเย็น ช่วงเย็นก็บ่ายส่ามถึงหกโมง หากจะมีใครพูดอย่างนั้นจริงก็ถือว่าแย่มากและผมก็คิดว่านั่นคงจะเป็นความคิดของคนแค่คนเดียว เสธครับถ้าไม่มีอะไรเขียนมีเวลามากก็ช่วยเขียนเรื่องไอ้ปื๊ดเข้ารับราชการ เขียนเรื่องจักรภพกรือเรื่องอื่นที่มีสาระและเป็นระโยชน์ต่อชาติ เรื่องความจงรักภักดีอย่ากล่าวถึงให้มากเลยครับ เพราะเราคนไทยทุกคนก็จงรักภักดีไม่น้อยกว่าท่าน เรื่องคุณความดีของท่านก็เก็บใว้ให้คนอื่นชมบ้างก็ได้ครับ อย่าชมเองเสียหมด วันใหนว่างๆท่านลองใส่ชุดธรรมดาๆแบบชาวบ้านทั่วไปเดินตามถนนบ้างแล้วท่านจะรู้ว่าท่านก็คือคนธรรมดาๆคนหนึ่งเหมือนกัน หากท่านไม่เลิกก้าวร้าวคนที่เคยรักท่านก็จะลดน้อยลงไปทุกวันๆ ว่าจะไม่เม้นบล๊อคนี้แล้วน่ะแต่อดไม่ได้
แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน