พิมพ์หน้านี้
|
ในการสัมมนาเรื่อง จินตภาพลุ่มแม่น้ำโขงของเรา ที่เชียงราย ระหว่าง 5-8 ต.ค. 50 วิทยาการประกอบด้วย ผู้แทนจากธนาคารเพื่อการพัฒนาเอเชีย (ADB) จาก Mekong Watch Japan (NGO) จากนักวิชาการด้านมานุษยวิทยา (วิชาการ) จากหอการค้าเชียงราย (ธุรกิจ) น่าสนใจมากๆ ครับ บทความใน entry นี้เป็นรายงานจากการสัมมนาครั้งนี้ เขียนโดยคุณอัจฉราวดี บัวคลี่ และลงในนิตยสาร พลเมืองเหนือ ผมเขียนลงพลเมืองเหนือเป็นประจำ คุณอัจฉราวดี บัวคลี่ สตรีเหล็กบรรณาธิการสาวแสนสวยของผม ศิษย์เก่าโรงเรียนปรินส์รอยแยลส์วิทยาลัย นิตยสารฉบับนี้กล้าเปิดโปงความไม่ชอบมาพากลของการบริหารเมืองเชียงใหม่ ไม่ว่าผู้บริหารจะเป็นฝ่ายไหน ถ้าทำไม่ถูกต้องแล้วล่ะก็ ถูกขุดคุ้ยหมดครับ แฮะ แฮะ ขอโทษทีครับ ติดลมไปหน่อย ไม่เห็นเกี่ยวกับ ADB หรือ GMS เลย กลับมาเข้าเรื่องของเราดีกว่า 15 ปี GMS ก้าวพัฒนาที่เผชิญหน้าการเปลี่ยนแปลง โดย อัจฉราวดี บัวคลี่ คำว่า GMS (Greater Mekong Sub regional Economic Cooperation : GMS-EC) คุ้นหูผู้คนในภูมิภาคลุ่มน้ำโขง 6 ประเทศกันมานาน นับเวลาผ่านจากการเริ่มต้นจับมือพัฒนาโดยมีเป้าหมายทางเศรษฐกิจร่วมกันเป็นหลัก จากวันนั้นถึงวันนี้เป็นเวลาถึง 15 ปีแล้ว แม่น้ำโขงและกลุ่มประเทศเหล่านี้เปลี่ยนแปลงไปในทิศทางใดบ้าง ? ในการเปิดโครงการจินตภาพลุ่มน้ำโขงของเรา ที่สำนักข่าวอินเตอร์เพรสเซอร์วิส เอเชีย แปซิฟิค และพร็อบมีเดียฟาวเดชั่นอิงค์ จัดขึ้นเชิญผู้สื่อข่าวในประเทศลุ่มน้ำโขงกว่า 30 คน มาร่วมสัมมนาเชิงปฏิบัติการที่จังหวัดเชียงราย ระหว่างวันที่ 5 8 ตุลาคม 2550 มีความคืบหน้าต่อการพัฒนา GMS ที่น่าสนใจยิ่ง 15 ปี ถึงจุดเปลี่ยนสำคัญ ธนาคารพัฒนาเอเชีย (ADB) คือหน่วยงานหลักในการสนับสนุนการรวมตัวเพื่อพัฒนามาตั้งแต่ต้น Mr. Jean-Pierre Verbiest ผู้อำนวยการ ธนาคารพัฒนาแห่งเอเชีย (ADB) ประจำประเทศไทย ย้อนบรรยากาศขณะนั้นให้ฟังว่า เมื่อ 15 ปีที่แล้ว หรือค.ศ.1992 ความร่วมมือของ GMS เกิดขึ้นอย่างเป็นทางการที่ประเทศไทย เป็นการประชุม 2 วัน แต่ส่วนใหญ่เป็นการพูดคุยกันอย่างไม่เป็นทางการ ไม่ค่อยกระตือรือร้นนัก แต่ 15 ปีผ่านไป ได้เกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้นมากมาย บทบาทของเอดีบีคือการประสานจัดลำดับความสำคัญในประเด็นริเริ่มของแต่ละประเทศ มองดูยุทธศาสตร์การพัฒนา ซึ่งหากให้เรียงลำดับความสำคัญของการพัฒนาแล้ว ประเด็นการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานจะเป็นเป้าหมายหลัก ตามมาด้วยการค้า การลงทุนข้ามพรมแดน การพัฒนาทรัพยากรบุคคล สิ่งแวดล้อม การแลกเปลี่ยนการใช้ทรัพยากร ที่ต้องเน้นโครงสร้างพื้นฐานก่อน ก็เพราะ GMS ต้องการเป็นประตูทางการค้าที่เชื่อมโยงระหว่างประเทศที่อยู่โดยรอบ เราหนุนการสร้างเส้นทางไฮเวย์ที่เชื่อมกันซึ่งจะมีบทบาทสำคัญเชื่อมกลุ่มต่างๆ ให้มีอำนาจมากขึ้น เวลาที่เราลำดับความสำคัญเราจะพูดถึงฮาร์ดแวร์ก่อนคือถนน จากนั้นจึงมีเรื่องคนเข้ามาเกี่ยวข้อง โครงข่ายคมนาคม ณ วันเริ่มต้นโครงการ GMS ที่มีเพียงเส้นทางกรุงเทพ แม่สาย กรุงเทพ - หนองคาย เท่านั้น แต่วันนี้การพัฒนาผ่านการให้เงินลงทุนก่อสร้างและเงินกู้แก่แต่ละประเทศ การคมนาคมทางบกของ 6 ประเทศได้ก่อสร้างขึ้นและเชื่อมต่อกันได้มากขึ้น เกิดการค้าขาย การท่องเที่ยวระหว่างกันมากและคาดว่าปี ค.ศ.2015 โครงข่ายนี้จะสมบูรณ์แบบ แต่ J.P. ก็ยอมรับว่า ทิศทางการพัฒนาเช่นนี้ ไม่ใช่ว่าทุกฝ่ายจะเห็นพ้อง บางคนเห็นว่าเรื่องของผู้คนย่อมสำคัญกว่าสิ่งก่อสร้าง แต่สำหรับเอดีบีแล้ว คิดว่าฮาร์ดแวร์สำคัญต่อภาพรวม เพราะจะช่วยส่งผ่านการสื่อสาร สิ่งแวดล้อม การค้า การแลกเปลี่ยนมากขึ้น และเมื่อมันได้เกิดขึ้น โครงสร้างพื้นฐานสำเร็จแล้วมากมาย ผู้คนและซอฟท์แวร์ต่างๆเริ่มเลื่อนไหลเข้ามา และถึงจุดเปลี่ยนอันสำคัญที่เป็นสิ่งที่ซับซ้อนมากขึ้นแล้ว 6 ประเทศต้องคิดร่วมกันถึงวิธีการคุมการข้ามพรมแดนระหว่างกัน ว่าจะต้องทำอย่างไรให้มีระบบที่ดี มีหน่วยงานต่างๆ มาทำงานร่วมกัน บูรณาการสิ่งเหล่านี้เข้าด้วยกันและตกลงในทิศทางอนาคต สิ่งนี้เป็นประเด็นที่สำคัญมาก มันไม่ง่าย แต่คุยกันเรื่องวีซ่าเรื่องเดียวก็เป็นเรื่องใหญ่แล้ว แต่ก็ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว และไม่ว่าจะใช้เวลาแค่ไหน ก็ต้องทำให้มันเกิด เตือนรับปัญหาไม่ได้คือล้มเหลว J.P.ย้ำว่า การข้ามพรมแดนมาหากัน ไม่ใช่มาเพียงสิ่งที่ดี ยังมีเชื้อโรค สัตว์ ผู้คน เป็นพาหะเข้ามาด้วย เราจะตรวจสอบผัก ผลไม้ มาตรฐานสินค้าเหล่านี้อย่างไร เช่นที่เชียงรายเมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา มีอาหารต่างๆ จากเมืองจีนมามากมาย เริ่มมีการพูดคุยระหว่างไทยกับจีนเพื่อกำหนดมาตรฐานความปลอดภัยของสินค้าเหล่านี้ นอกจากนั้นปัญหาสังคมและวัฒนธรรม ผู้คนเคยอยู่เป็นชุมชน เมื่อโครงสร้างพื้นฐานนำคนกลุ่มใหม่เข้ามา คนเหล่านี้เกิดผลกระทบ เกิดการเคลื่อนย้ายชาติพันธ์ การค้ามนุษย์ การลักลอบขนสินค้าผิดกฎหมาย J.P. ยกประเด็นของสิ่งแวดล้อมว่าคือประเด็นที่น่าห่วง เพราะการเชื่อม 6 ประเทศด้วยกันนั้นมีแม่น้ำโขงเป็นหัวใจสำคัญ การทำอะไรกับแม่น้ำโขง ย่อมเกิดกับประเทศต่างๆ ได้เช่นกัน การจะสร้างสมดุลของการส่งเสริมเศรษฐกิจกับการใช้ทรัพยากรจนส่งผลกระทบสิ่งแวดล้อมนั้นต้องตระหนัก เพราะการสร้างถนนที่เชื่อมต่อกัน ก็มีเรื่องของสิ่งแวดล้อมที่ต้องดูแล ทั้งป่าไม้ เหมืองแร่ ต้องได้รับผลกระทบ ในฐานะหนึ่งในประเทศสมาชิกGMS เราจะแก้ปัญหานั้นโดยประเทศใดประเทศหนึ่งเพียงลำพังไม่ได้ เราต้องทำการบ้านให้มากที่จะข้ามผ่านปัญหาเหล่านี้ในอีก 2-3 ปีข้างหน้า ผมขอย้ำว่าการข้ามพรมแดน จะมาทั้งสิ่งดีและไม่ดี เราต้องกำหนดแนวทางเพื่อให้ GMS ส่งผลประโยชน์ที่ดีแก่ทุกคน ถ้าทำไม่ได้ก็ถือว่าเป็นการพัฒนาที่ล้มเหลว พัฒนามากับผลกระทบ ขณะที่ข้อมูล ของ Mr.Toshiyuki Doi ที่ปรึกษาอาวุโส จาก Mekong Watch ประเด็นที่ Toshi ชี้ว่าคือผลกระทบและตั้งคำถามกับ ADB คือนโยบายการตรวจสอบติดตามความรับผิดชอบต่อการพัฒนา โดยยกตัวอย่างการพัฒนาที่ประเทศกัมพูชา ซึ่งได้รับเงินหลายร้อยล้านบาทจาก ADB เมื่อปี 1998 ในการสร้างถนนทางหลวงระยะทางราว 105 กม. โครงการนี้ส่งผลกระทบต่อชาวบ้าน 5,000 ครอบครัว ทั้งๆ ที่ ADB มีนโยบายว่าการพัฒนาต่างๆ คนจะต้องไม่ได้รับผลกระทบ เช่นถ้าจะต้องย้ายผู้คนออกจากพื้นที่พัฒนา สถานะชีวิตความเป็นอยู่ของคนดีขึ้นหรือต่ำลงเช่นไร โครงการนี้มีปัญหาล่าช้าไป 5 ปี จนปี 2004 เริ่มมีการเข้ามาตรวจสอบโครงการนี้ว่าจะให้เงินทดแทนผู้คนที่ได้รับผลกระทบเหล่านี้อย่างไร ปีนี้ผมได้ไปสัมภาษณ์ครอบครัวที่นั่น 23 ครอบครัว พบว่าเขาได้รับผลกระทบเชิงรายได้ มีหนี้สินมากขึ้น บางคนถูกย้ายที่อยู่หลายครั้ง ต้นเดือนกรกฎาคม 2007 มีประชาชนกัมพูชาที่ได้รับผลกระทบเหล่านี้ รวมตัวกันประท้วงอยากจะเจรจากับ ADB โดยตรง ซึ่งเจ้าหน้าที่ระดับสูงของ ADB เพิ่งมาพบประชาชนและบอกว่าธันวาคมนี้จะมาตรวจสอบอีกครั้ง ผมคิดว่าปัญหาแบบนี้จะได้รับการแก้ไข Toshi ระบุว่า ADB บอกว่าจะคุ้มครองประชาชน สิ่งแวดล้อม และผู้ได้รับผลกระทบยื่นเรื่องโดยตรงต่อ ADB ได้หากมีปัญหา ต้องมีการชดเชยการสูญเสีย แต่ในทางปฏิบัติกลับมีจุดอ่อน ไม่เป็นไปตามเงื่อนไข ไม่เป็นไปตามนโยบายที่วางไว้ เช่นทางหลวงในกัมพูชาดังกล่าว ซึ่งผู้ที่ได้รับผลกระทบส่วนใหญ่เป็นคนระดับรากหญ้า ซึ่งเป็นสิ่งที่ตนเสียใจ เพราะคนในลุ่มแม่น้ำโขงมีความยากจนอยู่แล้ว แม้คนแถบนี้จะมีการค้าขายระหว่างกันมาก่อน แต่ไม่ใช่การค้าขนาดใหญ่ ความร่ำรวยในภูมิภาคนี้มีผลกระทบต่อคนรากหญ้า ซึ่งตนคิดว่าประเทศในภูมิภาคนี้ควรจะได้บอกกับประเทศที่มีอำนาจด้วยว่า เกิดอะไรขึ้นกับผู้คนในภูมิภาคนี้ โดยเฉพาะประเด็นข้ามพรมแดน ผมคาดหวังให้ ADB เข้ามาดูแลปัญหาข้ามพรมแดนให้มากขึ้น โดยเฉพาะประเด็นผลกระทบ ADB ให้ความสำคัญกับการพัฒนาเศรษฐกิจ แต่สิ่งอื่นที่เกิดขึ้นแล้วเป็นปัญหาประชาชนก็ควรจะสื่อผลกระทบนี้โดยตรงต่อ ADB และได้รับการดูแล Toshi ยังแสดงความเห็นกับ พลเมืองเหนือ ด้วยว่า 15 ปีของการพัฒนาเศรษฐกิจร่วมกันของประเทศในภูมิภาคนี้เริ่มต้นจากการไม่มีอะไรเลย ลาว เวียดนาม กัมพูชา มีสงคราม พม่ามีปัญหาภายในประเทศ ไทยพัฒนาตัวเองมานานหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ดังนั้นผลดีที่มองเห็นก็มี แต่ก็มีผลเสียด้วย ซึ่งในสถานการณ์ระดับชาวบ้าน ตนเห็นว่าคนจนมีปัญหาและมีผลกระทบมากกว่า เช่นถนนในกัมพูชา หรือภายในประเทศลาวเอง มีผลกระทบในเชิงชาติพันธุ์ โดยมีการนำแรงงานมามายเพื่อพัมนาโครงสร้างพื้นฐานเช่นถนนในลาว คนส่วนใหญ่เป็นผู้ชาย ทำให้เกิดอุตสาหกรรมด้านเพศมาก รับคนชาติพันธุ์มาค้าขายเซ็กส์ตามไซด์งาน ซึ่งคนกลุ่มนี้ไม่มีความรู้เรื่องโรคเอดส์ หรือการป้องกันตัวเอง จะส่งผลเสียระยะยาวได้ เกิดช่องว่างและสุ่มเสี่ยง Dr.Rosalia Sciortino นักวิชาการด้านมานุษยวิทยาและสังคมวิทยา จากมหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า ย้อนประวัติศาสตร์ของประเทศในภูมิภาคนี้ ไทยภูมิใจที่ไม่เป็นเมืองขึ้นของใคร ขณะที่ประเทศโดยรอบตกเป็นเมืองขึ้น มีการเปลี่ยนแปลงสำคัญช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่เกิดความแตกแยกกันในประเทศเหล่านี้ สิ่งที่เกิดขึ้นจากอดีตส่งผลถึงปัจจุบัน ขณะนี้มี 3 ประเทศที่พัฒนาน้อยที่สุด ไทยด้วยการเปิดตลาดการค้าและเศรษฐกิจมานาน แต่ประเทศสังคมนิยมมีปัญหาด้านเศรษฐกิจอยู่ ระหว่างนี้มีประเด็นอินเดียและจีนด้วย 2 ประเทศนี้เข้ามาปฏิสัมพันธ์กับประเทศในอินโดจีนด้วย นักวิชาการผู้นี้กล่าวว่า 6 ประเทศลุ่มน้ำโขง พัฒนาเปิดเขตการค้า เขตเศรษฐกิจ สามารถเชื่อมจีน อินเดีย และเชื่อมระหว่างเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ด้วยกัน มีความร่วมมือเต็มที่ เป็นตัวอย่างที่จะบอกได้ว่าภาพในอนาคตจะไปในทิศทางใด ซึ่งสิ่งที่ควรจะได้พิจารณาด้วยคือการขจัดความยากจนผ่านกระบวนการทางเศรษฐกิจนี้ เพราะ GMS ไม่ได้มีวัตถุประสงค์ให้เติบโตด้านเศรษฐกิจอย่างเดียว แต่ต้องการลบความยากจนด้วย วัตถุประสงค์นี้สำคัญ มีการเติบโตผ่านโครงสร้างพื้นฐาน เกิดการหมุนเวียนสินค้า เคลื่อนย้ายผู้คน แต่ก็ต้องระมัดระวังให้มาก การเติบโตในภูมิภาคนี้จะสูงเป็น 6 เท่าในอนาคต นักท่องเที่ยวจีนจะหลั่งไหลเช้ามา เรามีด้านบวกของเศรษฐกิจในเขตชายแดน แต่ด้านลบ จะเห็นว่า มีการโตเฉพาะด้านเงินทุน เราจะเห็นว่ามีความแตกต่างเรื่องของรายได้ เกิดช่องว่างมากทุกที บางประเทศรายได้อยู่ที่เดิมไม่เติบโต Dr.Rosalia Sciortino บอกว่า ADB ระบุว่าประเทศยากจนที่สุดได้ประโยชน์ที่สุด เพราะเป็นทางผ่านของสินค้าและบริการ แต่มีความแตกต่างที่เกิดขึ้นระหว่างผู้ที่ลงทุน ได้ผลประโยชน์มากขึ้น แต่ประเทศยากจนยังคงมีอัตราคนชายขอบได้รับผลกระทบตามพรมแดน มาก กลุ่มชาติพันธ์มีอัตราการตายสูง สิ่งแวดล้อมมีผลกระทบทั้งสิ้น แม่น้ำโขงเสียไป ในการสร้างเขื่อนจำนวนมาก จะเป็นครั้งแรกที่มีการส่งน้ำมันผ่านแม่น้ำโขงที่ทุกคนต้องจับตา รวมทั้งโรคร้าย ธุรกิจผิดกฎหมาย การเปิดพรมแดนระหว่างกันเป็นเรื่องสุ่มเสี่ยง สิ่งที่ 6 ประเทศต้องทำคือสื่อสารกันให้มากขึ้น มีประชาคมเข้ามามีส่วนร่วมในภูมิภาคนี้ ต้องผนึกกำลังอุดช่องว่าง ด้านนายพัฒนา สิทธิสมบัติ ประธานหอการค้าจังหวัดเชียงราย กล่าวถึงการบูรณาการด้านเศรษฐกิจของ GMS กับภาคเหนือของประเทศไทยว่า จังหวัดเชียงรายเป็นประตูการค้าในภูมิภาคลุ่มน้ำโขง 6 ประเทศ เชียงรายก็มีแผนปฏิบัติการให้เชื่อมโยงกับหลายฝ่าย มีการสร้างเครือข่ายระดับนานาชาติและระดับท้องถิ่น ขณะนี้โครงการข่ายคมนาคมพร้อมขึ้นมา มีการเชื่อมโครงข่ายเหนือ ใต้ ถนนหลายสายที่เสร็จแล้ว หรือแม้แต่การเชื่อมฝั่งตะวันตกไปตะวันออก เชียงรายจะเป็นเมืองที่อยู่ตรงกลาง และสิ่งที่เราต้องเตรียมตัวรับ เช่น เมื่อคิดถึงการพัฒนาเศรษฐกิจ แต่เราก็ต้องรักษาวัฒนธรรมของตนเองด้วย ภาคเหนือของไทยมี 8 จังหวัด สิ่งที่จะได้รับทางหลวง R 3 A นี้ ถ้าเราไม่มีความสามารถในการแข่งขันเลย คนที่มาจากนานาชาติก็มาตักตวงผลประโยชน์ แต่เราไม่ได้อะไรจากการเปิดประตูนี้เลย ประธานหอการค้าจังหวัเชียงรายกล่าวว่า การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานภายในพื้นที่ภาคเหนือเป็นสิ่งสำคัญ ต้องคิดถึงระบบการขนส่งคือโลจิสติกส์ การท่องเที่ยวที่เชื่อมโยงกัน อุตสาหกรรมการเกษตร อุตสาหกรรมสินค้าหัตถกรรมส่งออกไปประเทศเพื่อนบ้าน และคิดถึงการทำการตลาดไปด้วย ท่าเรือเชียงแสนมีความจุเกือบเต็มแล้ว เรามีโครงการสร้างท่าเรือเชียงแสนแห่งที่ 2 มีการสร้างสะพานข้ามโขงเชื่อมโยงถนน R3a ในอีก 3 ปีข้างหน้า การสร้างเขตเศรษฐกิจพิเศษที่เชียงของ ต่อจากนี้การสร้างเครือข่ายเป็นเรื่องสำคัญ ที่ทุกฝ่ายต้องเจรจาสร้างแผนร่วมกันในอนาคต ภาคเอกชนได้เริ่มต้นทำแล้ว เช่นร่วมมือกับหอการค้ายูนนาน เชียงตุง เชียงของ ท่าขี้เหล็ก พูดคุยกับสภาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติของแต่ละประเทศ เพื่อจะได้ประโยชน์ แก้ไขอุปสรรคร่วมกัน นายพัฒนา ยังบอกกับ พลเมืองเหนือ เพิ่มเติมว่า 15 ปีของการพัฒนา GMS การเชื่อมโยงโครงข่ายคมนาคมกันใกล้เสร็จแล้ว แต่การเชื่อมการทำงานร่วมกันระหว่างหน่วยงานยังมีช่องว่างอีกมาก เช่น ทำถนนเสร็จ ขนสินค้าไม่ได้ตามกฎศุลกากรสากล แต่ในภาพรวม 6 ประเทศ มีสิ่งที่ต้องร่วมกันคิดร่วมกันทำ เช่นกรณีไทยจะทำเขตอุตสาหกรรมริมน้ำโขง ก็มีคำถามจากเวียดนามแล้วว่า โรงงานอุตสาหกรรมที่สร้างจะส่งผลถึงเขาอย่างไร การสมานฉันท์ เป็นสิ่งจำเป็นนับจากนี้ 15 ปีของการจับมือร่วมกันระหว่างประเทศในภูมิภาคนี้ และเร่งเครื่องพัฒนาตัวเองให้รองรับการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างรวดเร็วในเชิงโครงสร้าง แต่ ณ เวลานี้ ทุกประเทศจำเป็นต้องทบทวนตัวเองด้วยว่า 15 ปีที่ผ่านมานั้น พวกเราช้าเกินไปหรือไม่กับการเตรียมตัวรับความเปลี่ยนแปลง ?? ท่าเรือเชียงแสน-สินค้าผ่านเข้าออกที่ท่าเรือแห่งนี้วันละหลายร้อยล้านบาท โครงข่ายคมนาคมจีเอ็มเอสที่คาดว่าจะสมบูรณ์ปี2015
Keywords : GSM Agreement CBTA China ASEAN FTA ถนน R3E สี่เหลี่ยมเศรษฐกิจ Economic Quadrangle อนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง หกเหลี่ยมเศรษฐกิจ คุนมั่นกงลู่ Kunming Bangkok Highway ทางด่วน คุนหมิง-กรุงเทพ |
| << | พฤศจิกายน 2007 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | ||||
| 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 | 10 |
| 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | 16 | 17 |
| 18 | 19 | 20 | 21 | 22 | 23 | 24 |
| 25 | 26 | 27 | 28 | 29 | 30 | |