|
คุณ Nathawat เจ้าของ blog http://www.oknation.net/blog/may บันทึกความคิดเห็นของคุณ Nathawat ลงในความคิดเห็นของ entries ของ blog นี้ไว้อย่างน่าสนใจมากครับ ผมเห็นว่าความคิดเห็นของคุณ Nathawat ดีเกินไปที่จะทิ้งไว้ในช่องความคิดเห็น ผมจึงนำมา post ใน entry ต่างหากครับ เชิญอ่านความคิดเห็นของคุณ Nathawat ได้เลยครับ
สายณรงค์
ความคิดเห็นของคุณ Nathawat ผมมาติดตามอ่านตอนที่สี่ของ บทบาท ADB ด้วยความเคารพ ผมเห็นด้วยกับอาจารย์เพราะความคิดเห็นย่อมเป็นความคิดเห็นยากที่จะชี้ชัดว่าเหมาะสมหรือถูกต้อง ทั้งอาจจะถูกต้องเหมาะสมในสถานการณ์และสถานที่หนึ่งเท่านั้น การได้อ่านข้อเขียนและข้อมูลที่อาจารย์รวบรวมมา ซึ่งมีทั้งสองด้านผมเชื่อว่า นี่คือวิธีการนำเสนอที่เหมาะสมถูกต้อง เพราะให้โอกาสผู้อ่านได้พินิจพิจารณาเอาเอง และ ผมอยากให้สื่อมวลชนได้หันกลับมาใช้วิธีการนำเสนอแบบนี้ ครับ ด้วยความเคารพ โดยส่วนตัวแล้วเห็นว่าประเทศไทยยังไม่มีความเจริญจริง ยังคงเป็นประเทศกำลังพัฒนาโดยเฉพาะในพื้นที่ชนบท ไม่เจริญในด้านปัจจัยพื้นฐาน ต่างๆ และรายได้ครัวเรือนที่ต่ำ โอกาสทางการศึกษารวมทั้งการกระจายความเข้าถึงสิทธิ์และเท่าเทียมของความเป็นมนุษย์ ยังรอการพัฒนา.... ประเด็นของ ADB ธนาคารแห่งนี้ ก่อตั้งโดยประเทศที่ศรัทธาระบบทุนนิยม สมัยหนึ่งจึงมีผู้คนจำนวนไม่น้อยและในหลายประเทศที่หันไปศรัทธาในระบบสังคมนิยม เพราะระบบทุนนิยมมันไม่ได้กระจายรายได้และความเป็นอยู่ของคนในสังคม แถมมันยังก่อให้เกิดช่องว่างเพิ่มขึ้นๆ กลายเป็นความขัดแย้งนำไปสู่ความรุนแรง สังคมไหนสุดโต่งไม่ว่าซ้ายหรือขวาก็กลายร่างเป็นเผด็จการ ปัจจุบันการก่อตัวใหม่ของความขัดแย้งที่นับวันจะยิ่งรุนแรงในสังคมไทย เนื่องจากเพราะการตัดสินใจในกิจการและกิจกรรมต่างๆที่ส่งผลกระทบกับชีวิตความเป็นอยู่ สภาพแวดล้อม สุขอนามัยของผู้คนเป็นการตัดสินใจเฉพาะกลุ่มและมีผลประโยชน์เป็นตัวนำ การดำเนินกิจกรรมและกิจการใดๆในอนาคตคนในสังคมจะต้องมีส่วนร่วม และมีการกระจายระบบ อำนาจ ความยุติธรรม ความเท่าเทียมกันในโอกาส ในการเข้าถึงทั้งข้อมูล ข่าวสาร ลงไปเป็นหน่วยย่อย ผมเชื่อว่าสังคมจะกลับไปสู่ยุคที่คนในชุมชนดูแลซึ่งกันและกัน ดูแลและบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรในท้องถิ่นของตนเอง รวมไปถึงสาธารณูปโภคต่างๆ ที่ต้องกระจายออกไปเป็นหน่วยย่อยเช่นกัน ผลิตเอง ทำเอง ใช้เอง ขายเอง โดยส่วนกลางให้การสนับสนุน อย่างไรก็ตาม โดยส่วนตัวผมไม่คิดจะต่อต้านความเจริญ หรือเอดีบี แต่อย่างใด เพียงแค่การแสดงความเห็นที่สะท้อนให้เห็นอีกแง่มุมหนึ่งของการให้กู้ที่คนกู้ต้องเสียดอกเบี้ย(แม้จะอ้างว่าต่ำ) แต่กลับมีเงื่อนไขให้ปฏิบัติตามมากมาย (ในหลายๆครั้ง หลายๆคนเรียกว่าสัญญาทาส) ซึ่งมีทั้งเหมาะสมและไม่เหมาะสมกับแต่ละประเทศลูกหนี้ การขาดจุดยืนอย่างหนึ่งที่เห็นได้ชัดของเอดีบีคือไม่เคยสนใจว่ารัฐบาลนั้นๆ จะมาจากการเลือกตั้งหรือลากตั้ง บอกได้ว่าขาดนโยบายที่ชัดเจนในเรื่องการสนับสนุนประชาธิปไตยครับ เพราะไปเน้น เงินกู้และเงื่อนไข เป็นหลักอีกประการครับ หลายครั้งผมกลับนึกว่า สหรัฐอเมริกาใช้เอดีบีเป็นเครื่องมือหรือเปล่า ด้วยซ้ำ ขอขอบพระคุณท่านอาจารย์ที่ให้โอกาสได้อ่านข้อมูลโอกาสแสดงความคิดเห็นผ่านหน้าบล๊อกของอาจารย์นี้ครับ ด้วยความเคารพ
อีก 1 ความคิดเห็นของคุณ Nathawat ผมจำได้ว่าเคยอ่านงานร่างข้อเสนอของคุณเยาวภาเกี่ยวกับ GMS หลายเดือนก่อนครับ "ถ้าเราไม่มีความสามารถในการแข่งขันเลย คนที่มาจากนานาชาติก็มาตักตวงผลประโยชน์ แต่เราไม่ได้อะไรจากการเปิดประตูนี้เลย" ประธานหอการค้าเชียงรายได้กล่าวท่อนนี้ตามข้อมูลด้านบน ผมเห็นด้วยครับ .......... ด้วยความเคารพ ขออนุญาตแสดงความเห็นส่วนตัวว่า การเกาะเกี่ยวกันโดยผลประโยชน์ของประเทศในกลุ่มลุ่มน้ำโขง ผลประโยชน์มันไม่จีรังต่างกับความสัมพันธ์ชนิดอื่นๆที่เราควรเน้นพัฒนามากกว่า ที่ผมกล่าวเช่นนี้เพราะความสัมพันธ์ปัจจุบันของกลุ่มประเทศลุ่มน้ำโขงก็ใช่ว่าจะราบรื่นเสียที่ไหนเพราะความแตกต่างด้านเชื้อชาติ วัฒนธรรม และประวัติศาสตร์ ถ้ายังจำกันได้กรณีเผาสถานทูตไทยเป็นตัวอย่างแสดงให้เห็นความอ่อนไหวเปราะบางที่ชัดเจน จนลุกลามเป็นระดับประเทศอย่างง่ายดาย อีกประการโดยการข้องแวะกำกับของเจ้าของเงินกู้ชาติตะวันตกที่ไม่เข้าใจวิถีการดำรงชีวิตของคนในภูมิภาคนี้อย่างแท้จริงนั้น เป็นภาวะที่น่าเป็นห่วงอย่างยิ่ง ผมเชื่อว่ากระแสที่ถาโถมเข้ามาทั้งการเปิดเสรีการค้า การเคลื่อนย้ายการลงทุน, แรงงานย้ายถิ่น, มองในแง่สังคมศาสตร์แล้วล้วนสามารถเป็นต้นตอของปัญหาสังคมในอนาคต (สังคมที่ปลาใหญ่กินปลาเล็ก) ซึ่งอาจจะส่งผลรุนแรงได้ไม่ยากเลย รวมทั้งผลกระทบไปถึงความมั่นคงในทางทหาร การปกป้องอธิปไตยของประเทศ ความปลอดภัยและการถูกริดรอนสิทธิ์ของ"คนไทย"ในอนาคต (เคยมีคนกล่าวว่าการสูญเสียเอกราชในอนาคตไม่ต้องใช้กำลังทางทหารบุกไปยึดประเทศอีกต่อไป) แม้ว่าการเปิดเสรีทางการค้าจะนำมาซึ่งการถ่ายทอดทางเทคโนโลยี การเพิ่มขึ้นของปริมาณการค้าระหว่างประเทศภาคีสมาชิก แต่จริงๆแล้ว ใครคือผู้ที่ได้รับประโยชน์ คนชายขอบหรือเปล่า น่าวิตกกับการเปลี่ยนแปลงที่ต้องมีผู้คนจำนวนมาก(โดยเฉพาะคนชายขอบและ/หรือคนด้อยโอกาสทางสังคม)ซึ่งปรับตัวไม่ทัน ปรับตัวไม่ได้และรวมทั้งไม่อยากปรับตัว จำนวนไม่น้อย ผมไม่อยากคาดเดาเลยว่าความขัดแย้งของคนในสังคมของเราจะรุนแรงเพิ่มขึ้นเพราะการเปลี่ยนแปลง นี้ด้วยหรือไม่ .................. Readiness จึงเป็นประเด็นที่ต้องมีการถกกันอย่างกว้างขวางและ มีจุดยืนอิงความพอเพียงบนพื้นฐานความสุขของประชาชนพลเมืองของชาติเป็นหลัก .................. หลักสำคัญที่ไม่ผิดไปจากหลักเศรษฐกิจพอเพียงเลย ด้วยความเคารพ
.. การเปลี่ยนแปลงด้านหนึ่งในสภาพลุ่มแม่น้ำโขงอาจมีผลกระทบอย่างรุนแรงต่อด้านอื่นๆ ปัจจุบันนี้ความเสียหายอย่างมหาศาลด้านสภาพแวดล้อม และด้านความเป็นอยู่ของชาวชนบทได้เกิดขึ้นแล้ว ผมเห็นด้วยกับประโยคนี้ครับ ............... ถ้าถามคนชายขอบว่าพวกเขาต้องการความเจริญหรือธรรมชาติ ผมเชื่อว่าทุกคนต่างก็รู้คำตอบ เนื่องเพราะพวกเขายังมีวิถีการดำรงชีวิตที่พึ่งพาธรรมชาติอยู่มาก ผิดกับคนในเมืองที่อาศัยสิ่งที่สร้างมาจากการใช้ทรัพยากรธรรมชาติ แต่การทำลายความสมดุลของธรรมชาติจาก การค้าและการพัฒนา จะก่อให้เกิดผลกระทบกับทุกผู้คนไม่ว่าชายขอบหรือในเมืองก็ตามอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ดังที่เห็นและจะได้เห็นในปัจจุบันและในอนาคต ผมเองกังวลเช่นเดียวกับอาจารย์ครับโดยเฉพาะเรื่องของการจัดการแม่น้ำโขง การสร้างเขื่อนเพื่อผลิตกระแสไฟฟ้าของจีนที่ต้นน้ำ หลายฝ่ายกำลังวิตกว่าจะทำลายระบบนิเวศน์ของลุ่มน้ำนี้หรือไม่ อีกประการ ขนาดเร็วๆนี้ที่เป็นปัญหาการเข้มงวดตรวจสินค้าปนเปื้อนจากจีนของศุลกากรไทย ยังโดนตอบโต้ทันทีทันควันจากจีนด้วยการสั่งให้เข้มงวดกับสินค้าไทยเช่นกัน (ยกเว้นทาง Sea หรือ Marine Transport) ครับตราบเท่าที่สมประโยชน์ทั้งสองฝ่าย แต่เมื่อไรที่ผลประโยชน์ขัดกันแล้ว ก็น่าคิดว่าจะเกิดอะไรขึ้น 
หินในแม่น้ำโขงที่ต้องถูกระเบิดอยู่เรื่อยๆ Keywords : GSM Agreement CBTA China ASEAN FTA ถนน R3E สี่เหลี่ยมเศรษฐกิจ Economic Quadrangle อนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง หกเหลี่ยมเศรษฐกิจ คุนมั่นกงลู่ Kunming Bangkok Highway ทางด่วน คุนหมิง-กรุงเทพ
|