พิมพ์หน้านี้
|
ความหลากหลายของยูนนานเกิดขึ้นได้อย่างไร เมื่อไร ถ้าอยากรู้ความจริง เราต้องขโมยไทม์แมชชีนของโดเรมอนแล้วเดินทางย้อนกาลเวลาไปถึง 50 ล้านปี เพื่อชมปรากฏการณ์ที่สำคัญมากครั้งหนึ่งของโลก ในช่วงเวลานั้นเกาะอินเดีย (ผมไม่ได้เขียนผิดหรอกครับ) พุ่งเข้าชนทวีปเอเชียอย่างรุนแรงด้วยความเร็วสูงถึง 2 นิ้วต่อปี การพุ่งชนครั้งนั้นทำให้เกิดเสียงอึกทึกคึกโครมและเกิดแผ่นดินไหวขนาดใหญ่มหาศาลหลายครั้ง นับเป็นปรากฎการณ์ที่สำคัญมากครั้งหนึ่งของโลก ผลของการปะทะทำให้เกาะอินเดียเชื่อมเข้าเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันกับทวีปเอเชีย และผลักแผ่นดินที่อยู่ริมทะเลพุ่งขึ้นสูงเหนือน้ำถึง 5 พันกว่าฟุตกลายเป็นเทือกเขาหิมาลัยที่สูงที่สุดในโลก พื้นดินทวีปเอเชียที่อยู่หลังเทือกเขาหิมาลัยถูกผลักดันให้สูงขึ้น กลาย เป็นที่ราบสูงทิเบตซึ่งที่เป็นที่ราบสูงที่สุดในโลก ไม่น่าเชื่อนะครับว่า เหตุการณ์เมื่อตั้ง 50 ล้านปีมาแล้ว ยังมีผลให้เราเห็นอยู่ในปัจจุบัน ทุกวันนี้บริเวณเทือกเขาเหล่านี้ยังมีแผ่นดินไหวอยู่เป็นประจำ ซึ่งเป็นผลพวงจากการปะทะครั้งนั้น
โลกเมื่อ 200 ล้านปีที่แล้ว 100 ล้านปีที่แล้ว และปัจจุบัน จะเห็นได้ว่าอินเดียค่อยๆ แยกตัวออกจากทวีปอาฟริกา และพุ่งเข้าชนทวีปเอเชีย และกลายเป็นส่วนหนึ่งของทวีปเอเชียทุกวันนี้ (http://www.shangri-la-river-expeditions.com/wchinageo/wchinageo.html) ที่ผมเขียนมาเป็นเรื่องจริงครับ ไม่ได้โกหกพกลม ใครที่ไม่เชื่อผม สามารถจะหาข้อมูลทางด้านวิชาการได้ที่เว็บไซต์ http://www.shangri-la-river-expeditions.com/wchinageo/wchinageo.html การที่เกาะอินเดียพุ่งเข้าชนทวีปเอเชีย ทำให้พื้นแผ่นดินของทวีปเอเชียทางด้านตะวันออกของจุด ปะทะเปลี่ยนแปลงไปเป็นระยะทางกว่า 1 พันกิโลเมตร ดินแดนที่ปัจจุบันนี้เป็นมณฑลยูนนานก็ได้รับผลพวงเป็นหางแถวจากการปะทะในครั้งนั้น ทางตะวันตกฉียงเหนือของยูนนานจึงเต็มไปด้วยเทือกเขาและยอดเขาที่สูงชัน ที่ราบสูง หุบเขาเล็ก หุบเขาน้อยระหว่างเทือกเขา ส่วนดินแดนทางตะวันออกของเทือกเขาเหล่านี้กลายเป็นที่ราบสูงหลายหย่อม แต่ละหย่อมจะมีเทือกเขาเป็นขอบเขต และที่ราบสูงเหล่านี้จะค่อยๆ เทลาดต่ำลงมาจากเหนือจรดตะวันออกเฉียงใต้ ส่วนดินแดนทางใต้สุดของยูนนานไม่ได้รับผลกระทบมากนัก พื้นที่และดินฟ้าอากาศ บริเวณนี้จึงไม่แตกต่างกับพื้นที่ทางเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มากนัก เพียงแต่สูงกว่าเล็กน้อยและหนาวกว่าเล็กน้อยเท่านั้น แผ่นดินไหวครั้งใหญ่สมัยดึกดำบรรพ์แต่ละครั้งได้ตลบพลิกแผ่นดิน เสมือนหนึ่งชาวไร่พรวนดิน เพื่อปลูกพืชผักผลไม้ ทำให้แร่ธาตุต่างๆ ที่ปกติอยู่ใต้พิภพถูกพลิกขึ้นมาอยู่ใกล้ผิวดิน ยูนนานจึงมีแร่ธาตุต่างๆ เช่น อลูมิเนียม สังกะสี ดีบุก ตะกั่ว ทองแดง นิเกิล แมงกานีส โปแตสเซียม อินเดียม ทาเลียม แคดเมียม เงิน เจอเมเนียม แพลททินัมมากที่สุดในแผ่นดินจีน แร่ธาตุเหล่านี้มีคุณค่ามหาศาล และกำลังคอยการสำรวจและขุดขึ้นมาใช้ในอุตสาหกรรมต่างๆ เทือกเขาสูงและหุบเขาต่ำที่เกือบนับไม่ถ้วนเหล่านี้เป็นบ่อเกิดของแม่น้ำลำธารถึง 600 สาย และทำให้ยูนนานเป็นทางไหลผ่านของแม่น้ำสำคัญถึง 6 สาย อาทิเช่น แม่น้ำโขง แม่น้ำแยงซีเกียง แม่น้ำสาละวิน แม่น้ำแดง และแม่น้ำ Nanpan หรือหนานผาน ซึ่งเป็นต้นน้ำของแม่น้ำไข่มุก จึงไม่เป็นที่แปลกใจว่ายูนนานมีพลังงานน้ำสำรองมากมายเหลือเฟือเป็นอันดับสองของจีน
เกาะอินเดียพุ่งเข้าชนทวีปเอเชีย ผลักดันให้พื้นดินของทวีปเอซียที่เคยเป็นริมฝั่งทะเลกลายเป็นเทือกเขาหิมาลัยที่สูงที่สุดในโลก แผ่นดินบริเวณยูนนานทางวันตกก็สูงตามขึ้นไปด้วย (http://pubs.usgs.gov/gip/dynamic/understanding.html) ส่วนด้านอากาศนั้นได้รับอิทธิพลจากเส้น Tropic of Cancer ที่ผ่ากลางมณฑลยูนนาน และมรสุม monsoon ที่พัดผ่านยูนนานพอดี ปกติแล้วสองปัจจัยนี้ควรทำให้อากาศแถบยูนนานคล้ายคลึงกับอากาศในไต้หวันหรือซัวเถา คือค่อนข้างร้อนถึงค่อนข้างหนาวและฝนชุก แต่บรรดาเทือกเขาสูงและหุบเขาต่ำทั้งหลาย ทำให้อากาศในยูนนานมีความหลากหลายมากกว่าที่คิด เพราะลมฝนที่ควรจะพัดผ่านกลับถูกเทือกเขาสูงใหญ่มากมายบังคับให้พัดวกไปวนมาก่อนที่จะพัดผ่านไป ทำให้อากาศในยูนนานมีทั้งอากาศหนาวเหน็บเหมือนสวิตเซอร์แลนด์ และอากาศที่ร้อนเกือบเท่าเชียงราย นอกจากนั้นยูนนานยังมีบางพื้นที่ที่แล้งจัดขนาดไม่มีต้นไม้บนเขาเลย ทั้งๆ ที่ยูนนานโดยเฉลี่ยแล้วมีน้ำฝนมากถึง 1,000 มม.ต่อปี (เชียงรายมีน้ำฝนเฉลี่ย 1,800 มม.ต่อปี) อากาศในยูนนานมีความหลากหลายมากเสียจนมีคำพังเพยภาษาจีนว่า นักเดินทางอาจจะเผชิญกับฤดูถึง 4 ฤดูบนเทือกเขาเดียวกันในช่วงเวลาเดียวกัน และอากาศอาจจะเปลี่ยนแปลงอย่างมากภายในระยะทางอันสั้นเพียง 10 กิโลเมตร แต่โดยทั่วไปแล้วอากาศในยูนนานเย็นสบายน่าอยู่มาก ฤดูร้อนอุณหภูมิโดยเฉลี่ยแล้วสูงเพียง 19-22 องศา และในฤดูหนาวอุณหภูมิเฉลี่ยประมาณ 6-8 องศา ซึ่งไม่หนาวเกินไปนัก ผมเองยังอยากไปพักผ่อนที่ยูนนานบ่อยๆ เลย อากาศสบ๊าย สบาย หากท่านหลับตาและจินตนาการว่า ท่านเป็นนักบินอวกาศและกำลังก้มมองดูภูมิประเทศของยูนนานจากอวกาศ ท่านจะเห็นว่ายูนนานถูกปกคลุมด้วยป่าไม้ ทุ่งหญ้า และทะเลสาปที่อุดมสมบูรณ์ มีความเหมาะสมสำหรับสิ่งที่มีชีวิตต่างๆ ทั้งพืช นอกจากนั้นแล้วท่านจะสังเกตเห็นว่า เทือกเขาที่สูงลิ่วนั้นช่วยเป็นกำแพงกั้นทางธรรมชาติล้อมรอบ แบ่งให้ดินแดนยูนนานกลายเป็นอาณาจักรเล็กๆ น้อยๆ หลายอาณาจักร ยากต่อการบุกรุกเข้าไป บรรดาพืช สัตว์ และมนุษย์แถบนั้นจึงสามารถพัฒนาตนเองภายในอาณาจักรเล็กน้อยเหล่านี้โดยปราศจากการรุกรานหรือแทรกแซงโดยสิ่งภายนอก
ผมถ่ายรูปนี้ไว้เมื่อสมัยเป็นนักบินอวกาศนิรนามครับ เทือกเขาสีขาวๆ คือเทือกเขาหิมาลัย ซึ่งแต่ก่อนเป็นชายฝั่งทะเล (http://www.answers.com/topic/himalayas-jpg)
แผ่นดินยูนนานบางส่วนเป็นแบบนี้ครับ หุบเขาล้อมรอบด้วยเทือกเขาสูงชัน ทำให้มนุษย์และสัตว์ต่างๆ บุกเข้าไปลำบาก ทำให้คนที่อยู่อาศัยในหุบเขานั้นสามารถสร้างสังคม วัฒนธรรม และอาณาจักรย่อมๆ ของตนเองได้ (http://bamboo-identification.co.uk/1046.jpg) ถ้าบทความเรื่องยูนนานของผมเป็นบทความด้านวิชาการ ผมจะต้องอ้างอิงถึงที่มาของข้อมูลทุกๆ ข้อมูล แต่หากผมทำเช่นนั้นแล้ว บทความของผมจะเต็มไปด้วยการอ้างอิง ซึ่งจะทำให้น่าเบื่อไม่น่าอ่านสำหรับเพื่อนๆ ดังนั้นผมจึงจะลงแหล่งข้อมูลบ้างไม่ลงบ้าง แล้วแต่สถานการณ์และความจำของผม หวังว่าผู้ที่เป็นแหล่งข้อมูลเหล่านี้ คงจะเข้าใจและให้อภัยผมด้วยนะครับ Keywords : GSM Agreement CBTA China ASEAN FTA ถนน R3E สี่เหลี่ยมเศรษฐกิจ Economic Quadrangle อนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง หกเหลี่ยมเศรษฐกิจ คุนมั่นกงลู่ Kunming Bangkok Highway ทางด่วน คุนหมิง-กรุงเทพ |
| << | ธันวาคม 2007 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | ||||||
| 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 |
| 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 | 15 |
| 16 | 17 | 18 | 19 | 20 | 21 | 22 |
| 23 | 24 | 25 | 26 | 27 | 28 | 29 |
| 30 | 31 | |||||