|
ดิฉันได้ร่างเรื่องนี้ ไว้ตั้งแต่เดือนที่แล้ว แต่ก็เขียนไม่เสร็จซักที จนมาโดน TAG หนังสือจาก Yongchan และ ออกปากออกแบบ เข้าให้ ก็เลยต้องมาเขียนต่อเรื่องนี้ ให้จบเป็นการตอบ TAG พอดีเลย โจทย์ = แนะนำหนังสือเพื่อการใช้ชีวิตไม่ประมาท โอเค...หนังสือที่จะแนะนำต่อไปนี้เป็นหนังสือเพื่อการไม่ประมาทในการใช้ความคิด
สวัสดีค่ะ ฉันชื่อ...ฉันชอบอ่านหนังสือ... การอยากรู้จักใครสักคนนึง ในเวลาสั้นๆ การถามว่าเค้า ฟังเพลงอะไร ดูหนังอะไร อ่านหนังสืออะไร ก็ทำให้เรารู้จักคนๆนั้น ได้พอสมควร... ฟังเพลงอาจใช้เวลา 5 นาที ต่อหนึ่งเพลง (แต่ถ้าถามเป็นแนวเพลง คงต้องใช้เวลาเป็นเดือนเป็นปี) ดูหนังอาจใช้เวลา 2 ชั่วโมงต่อหนึ่งเรื่อง (แต่ถ้าถามเป็นแนวหนัง หรือผู้กำกับ ก็ต้องเป็นปี) ส่วนหนังสือเล่มหนึ่ง อาจใช้เวลามากเป็น วัน เดือน จนถึงปี เวลาต้องสัมภาษณ์คนที่มาสมัครงาน ดิฉันจึงไม่เคยพลาดคำถามนี้ ชอบอ่านหนังสืออะไรคะ?
ทีนี้ถ้าจะต้องเล่าว่าชอบหนังสืออะไรคงต้องยกตู้หนังสือมาแบดูกัน เป็นอันว่ากลับมาที่โจทย์ของ TAG ว่า จะแนะนำหนังสืออะไรให้เพื่อนอ่านดีกว่า.. สองเล่มนี้จากผู้เขียนคนเดียวกัน
หนังสือชื่อ It's not how good you are, it's how good you want to be. ที่หมายความว่า มันไม่สำคัญหรอกว่า คุณเก่งแค่ไหน แต่คุณ "อยากเก่งเท่าไหน" นั่นสิสำคัญ กับ
Whatever you think think the opposite. ที่หมายความว่า คิดอะไรก็ให้ลองคิดตรงข้ามดูบ้าง
เขียนโดย Paul Arden ซึ่งเคยเป็น Executive Creative Director (ตำแหน่งใหญ่ที่สุดของ ครีเอทีฟในบริษัทโฆษณา) ที่ SAATCHI & SAATCHI London อยู่ 14 ปี (เขาคืออีกคนหนึ่ง ที่ทำให้ออฟฟิศนี้เป็นเอเยนซี่โฆษณาอันดับหนึ่งของอังกฤษ)
It's not how good you are, it's how good you want to be. เล่มแรก... เนื้อหาพูดถึง ทัศนคติ (ไม่ใช่ How to นะ) ในการทำงาน แม้จะค่อนข้างอิง เรื่องเกี่ยวกับงานโฆษณาซักหน่อย แต่ก็ประยุกต์ใช้ได้กับทุกคน เช่น การตั้งเป้าหมาย ในการทำงาน หนังสือของเขาจะเล่าเนื้อหาผ่าน ภาพที่บอกคอนเซ็ปต์เป็นหลัก ไม่ได้พิมพ์ ออกมาเป็น ตัวหนังสือเพื่อเล่าเรื่องแบบการบรรยายในหนังสือทั่วๆไป
ขอยกตัวอย่างบางหน้ามานิดหน่อย

เริ่มจากการตั้งเป้าหมาย คุณอยากจะเจ๋งแค่ไหน? ก็เจ๋ง เจ๋ง เจ๋งมาก เจ๋งที่สุดแล้วในสายงาน หรือ เจ๋งที่สุดในโลก

และทัศนคติอื่นๆ ที่ควรใช้เพื่อให้ไปถึงเป้าหมาย ใส่ใจมองหา เรื่องดีๆ และกำจัดด้านลบทิ้งซะ มีไอเดียนึง ที่ดิฉันชอบมากที่สุดในเล่มนี้คือ การลงมือทำคือการทำให้มันมีโอกาสเป็นไปได้ เคยมีความคิดนี้มั๊ยคะ เวลาเห็นอะไรบางอย่าง แล้วเราก็พูดขึ้นมาว่า
...โธ่เอ๊ย...ของแบบนี้ เราก็ทำได้ เราก็คิดได้ นั่นสิ แล้วคุณได้ลงมือทำรึเปล่าล่ะ?
ก็เหมือนการคิดงานอะไรอย่างนึงขึ้นมา บางทีเรารู้ว่า "ลูกค้าไม่ซื้อแน่ๆเลยว่ะ" ..ถ้าเราเอาไปเสนอ มันอาจจะขายได้ หรือขายไม่ได้ก็ได้ เรียกว่าโอกาสเป็น 50:50 แต่ถ้าคุณไม่เอาไปขายล่ะก็...มันไม่มีทางได้ทำแน่นอน (เหมือนจีบสาวอ่ะ!)

แถมอีกหน้า อยู่ในหมวด ให้แรงบันดาลใจในการคิดงาน บางทีถ้าคิดอะไรแล้วมันติด มันไม่ออก...ก็ลองเปลี่ยนเครื่องมือดู สมมติเทียบ กับการเขียนบล็อก ถ้าคุณนั่งพิมพ์อยู่ใน Words...ลอง เขียนด้วยมือ ลงกระดาษดูบ้างดีมั๊ย? หรือเอาสีมาวาดรูปไปคิดไปดี?
มาเล่มที่ 2 Whatever you think think the opposite. เล่มนี้ยังเป็นเรื่องเกี่ยวกับทัศนคติอยู่ แต่ออกมาจากเรื่องโฆษณานิดนึง พูดถึงเรื่องการตัดสินใจในชีวิต...ที่บางครั้ง ลองคิดตรงข้ามกับสิ่งที่คุณคิดบ้าง 
หนังสือนี้จะพูดถึงประโยชน์ของการตัดสินใจแย่ๆ จะแสดงให้เห็นถึงความเสี่ยงของการใช้ชีวิตที่ดูปลอดภัย และทำไม บางครั้งการไม่มีเหตุผล ก็ดีกว่าการมีเหตุผล พูดถึงความมั่นใจที่จะลองเสี่ยงกับอะไรดูบ้าง (ทอยลูกเต๋า)

เปิดด้วยเรื่องของ นักกีฬาที่ชื่อ Dick Fosbury ซึ่งไม่ได้มีชื่อเสียงหรือเก่งกาจ ในกีฬาประเภทกระโดดสูงนี้เลย วันนึงเค้าทำลายสถิติโลกได้วิธีง่ายๆคือ เค้าเปลี่ยนวิธี จากกระโดดไปข้างหน้า มาเป็นหันหลังแทน...ทุกวันนี้ ท่ากระโดดสูงแบบหันหลังนี้ ถูกเรียกว่า Fosbury Flop... เห็นตัวอย่างของการคิดให้ตรงกันข้าม แล้วนะคะ

การมีชีวิตคือการตัดสินใจ...แล้วคุณจะกลัวอะไรกับการตัดสินใจของคุณล่ะ

ไม่มีความเห็นไหนที่เป็นความเห็นที่ถูกหรอก... มันขึ้นอยู่กับว่า ถูกของใคร? คุณได้แสดงความเห็นแบบที่เป็นคุณจริงๆ หรือแสดงความเห็นแบบที่คิดว่าคนอื่นจะอยากฟัง? หนังสือจะบอกด้านดี ของสิ่งที่คุณคิดว่าไม่ดีให้เห็น เช่น การไม่ได้เรียนมหาลัย การถูกไล่ออกจากงาน

ความสำเร็จในการล้มเหลว... ความล้มเหลว ก็เป็นความสำเร็จอย่างหนึ่ง? (เค้าวงเล็บไว้ว่า เค้าล้มเหลวที่จะคิดภาพประกอบในหน้านี้ ฮา)  อืม จริงๆมีอีกเล่มที่อยากแนะนำ... ขอต่อภาคสองละกันค่ะ
ส่ง TAG ต่อ
1. GPEN 2. PoOkPiK 3. winston 4. Bittersweety 5. Aoikrub
เพิ่มอีกคนค่ะ 6. คุณ fat_kj
|