• TheQueenofNostalgia
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : soi@jazz.in.th
  • วันที่สร้าง : 2007-03-07
  • จำนวนเรื่อง : 173
  • จำนวนผู้ชม : 121282
  • จำนวนผู้โหวต : 451
  • ส่ง msg :
with little miss nostalgia
Reminiscing.
Permalink : http://www.oknation.net/blog/saisoi
วันจันทร์ ที่ 9 กรกฎาคม 2550
ไม่สำคัญว่าคุณจะเก่งแค่ไหน แต่ลองคิดตรงกันข้ามดูบ้าง
Posted by TheQueenofNostalgia , ผู้อ่าน : 1264 , 01:02:40 น.   | หมวดหมู่ : you are what you read  
พิมพ์หน้านี้


ดิฉันได้ร่างเรื่องนี้ ไว้ตั้งแต่เดือนที่แล้ว แต่ก็เขียนไม่เสร็จซักที จนมาโดน TAG
หนังสือจาก Yongchan และ ออกปากออกแบบ เข้าให้ ก็เลยต้องมาเขียนต่อเรื่องนี้
ให้จบเป็นการตอบ TAG พอดีเลย
โจทย์ = แนะนำหนังสือเพื่อการใช้ชีวิตไม่ประมาท 
โอเค...หนังสือที่จะแนะนำต่อไปนี้เป็นหนังสือเพื่อการไม่ประมาทในการใช้ความคิด


สวัสดีค่ะ ฉันชื่อ...ฉันชอบอ่านหนังสือ...

การอยากรู้จักใครสักคนนึง ในเวลาสั้นๆ การถามว่าเค้า
ฟังเพลงอะไร
ดูหนังอะไร อ่านหนังสืออะไร ก็ทำให้เรารู้จักคนๆนั้น
ได้พอสมควร
...

ฟังเพลงอาจใช้เวลา 5 นาที ต่อหนึ่งเพลง
(แต่ถ้าถามเป็นแนวเพลง คงต้องใช้เวลาเป็นเดือนเป็นปี
)
ดูหนังอาจใช้เวลา 2 ชั่วโมงต่อหนึ่งเรื่อง
(แต่ถ้าถามเป็นแนวหนัง หรือผู้กำกับ ก็ต้องเป็นปี
)
ส่วนหนังสือเล่มหนึ่ง อาจใช้เวลามากเป็น วัน เดือน จนถึงปี

เวลาต้องสัมภาษณ์คนที่มาสมัครงาน ดิฉันจึงไม่เคยพลาดคำถามนี้ 
ชอบอ่านหนังสืออะไรคะ?


ทีนี้ถ้าจะต้องเล่าว่าชอบหนังสืออะไรคงต้องยกตู้หนังสือมาแบดูกัน
เป็นอันว่ากลับมาที่โจทย์ของ TAG ว่า จะแนะนำหนังสืออะไรให้เพื่อนอ่านดีกว่า..
สองเล่มนี้จากผู้เขียนคนเดียวกัน

Host unlimited photos at slide.com for FREE! 

หนังสือชื่อ
It's not how good you are, it's how good you want to be. ที่หมายความว่า 
มันไม่สำคัญหรอกว่า คุณเก่งแค่ไหน แต่คุณ "อยากเก่งเท่าไหน" นั่นสิสำคัญ กับ

Whatever you think think the opposite. ที่หมายความว่า
คิดอะไรก็ให้ลองคิดตรงข้ามดูบ้าง

เขียนโดย Paul Arden ซึ่งเคยเป็น Executive Creative Director (ตำแหน่งใหญ่ที่สุดของ
ครีเอทีฟในบริษัทโฆษณา) ที่ SAATCHI & SAATCHI London อยู่ 14 ปี (เขาคืออีกคนหนึ่ง
ที่ทำให้ออฟฟิศนี้เป็นเอเยนซี่โฆษณาอันดับหนึ่งของอังกฤษ) 


It's not how good you are,
it's how good you want to be
.

เล่มแรก... เนื้อหาพูดถึง ทัศนคติ (ไม่ใช่ How to นะ) ในการทำงาน แม้จะค่อนข้างอิง
เรื่องเกี่ยวกับงานโฆษณาซักหน่อย แต่ก็ประยุกต์ใช้ได้กับทุกคน เช่น การตั้งเป้าหมาย
ในการทำงาน หนังสือของเขาจะเล่าเนื้อหาผ่าน ภาพที่บอกคอนเซ็ปต์เป็นหลัก ไม่ได้พิมพ์
ออกมาเป็น ตัวหนังสือเพื่อเล่าเรื่องแบบการบรรยายในหนังสือทั่วๆไป 

ขอยกตัวอย่างบางหน้ามานิดหน่อย

Host unlimited photos at slide.com for FREE!

เริ่มจากการตั้งเป้าหมาย คุณอยากจะเจ๋งแค่ไหน?  
ก็เจ๋ง  เจ๋ง  เจ๋งมาก  เจ๋งที่สุดแล้วในสายงาน หรือ เจ๋งที่สุดในโลก

Host unlimited photos at slide.com for FREE!

และทัศนคติอื่นๆ ที่ควรใช้เพื่อให้ไปถึงเป้าหมาย ใส่ใจมองหา เรื่องดีๆ
และกำจัดด้านลบทิ้งซะ มีไอเดียนึง ที่ดิฉันชอบมากที่สุดในเล่มนี้คือ 
การลงมือทำคือการทำให้มันมีโอกาสเป็นไปได้
เคยมีความคิดนี้มั๊ยคะ เวลาเห็นอะไรบางอย่าง แล้วเราก็พูดขึ้นมาว่า

...โธ่เอ๊ย...ของแบบนี้ เราก็ทำได้ เราก็คิดได้
นั่นสิ แล้วคุณได้ลงมือทำรึเปล่าล่ะ?


ก็เหมือนการคิดงานอะไรอย่างนึงขึ้นมา บางทีเรารู้ว่า "ลูกค้าไม่ซื้อแน่ๆเลยว่ะ"
..ถ้าเราเอาไปเสนอ มันอาจจะขายได้ หรือขายไม่ได้ก็ได้ เรียกว่าโอกาสเป็น 50:50
แต่ถ้าคุณไม่เอาไปขายล่ะก็...มันไม่มีทางได้ทำแน่นอน (เหมือนจีบสาวอ่ะ!)

Host unlimited photos at slide.com for FREE!

แถมอีกหน้า อยู่ในหมวด ให้แรงบันดาลใจในการคิดงาน
บางทีถ้าคิดอะไรแล้วมันติด มันไม่ออก...ก็ลองเปลี่ยนเครื่องมือดู

สมมติเทียบ กับการเขียนบล็อก  ถ้าคุณนั่งพิมพ์อยู่ใน Words...ลอง เขียนด้วยมือ
ลงกระดาษดูบ้างดีมั๊ย? หรือเอาสีมาวาดรูปไปคิดไปดี?


มาเล่มที่ 2
Whatever you think think the opposite.
เล่มนี้ยังเป็นเรื่องเกี่ยวกับทัศนคติอยู่ แต่ออกมาจากเรื่องโฆษณานิดนึง
พูดถึงเรื่องการตัดสินใจในชีวิต...ที่บางครั้ง ลองคิดตรงข้ามกับสิ่งที่คุณคิดบ้าง

Host unlimited photos at slide.com for FREE!

หนังสือนี้จะพูดถึงประโยชน์ของการตัดสินใจแย่ๆ
จะแสดงให้เห็นถึงความเสี่ยงของการใช้ชีวิตที่ดูปลอดภัย
และทำไม บางครั้งการไม่มีเหตุผล ก็ดีกว่าการมีเหตุผล
พูดถึงความมั่นใจที่จะลองเสี่ยงกับอะไรดูบ้าง (ทอยลูกเต๋า)


Host unlimited photos at slide.com for FREE!

เปิดด้วยเรื่องของ นักกีฬาที่ชื่อ Dick Fosbury ซึ่งไม่ได้มีชื่อเสียงหรือเก่งกาจ
ในกีฬาประเภทกระโดดสูงนี้เลย  วันนึงเค้าทำลายสถิติโลกได้วิธีง่ายๆคือ เค้าเปลี่ยนวิธี
จากกระโดดไปข้างหน้า มาเป็นหันหลังแทน...ทุกวันนี้ ท่ากระโดดสูงแบบหันหลังนี้ ถูกเรียกว่า
Fosbury Flop... เห็นตัวอย่างของการคิดให้ตรงกันข้าม แล้วนะคะ

Host unlimited photos at slide.com for FREE!

การมีชีวิตคือการตัดสินใจ...แล้วคุณจะกลัวอะไรกับการตัดสินใจของคุณล่ะ

Host unlimited photos at slide.com for FREE!

ไม่มีความเห็นไหนที่เป็นความเห็นที่ถูกหรอก... มันขึ้นอยู่กับว่า ถูกของใคร?
คุณได้แสดงความเห็นแบบที่เป็นคุณจริงๆ หรือแสดงความเห็นแบบที่คิดว่าคนอื่นจะอยากฟัง?
 Host unlimited photos at slide.com for FREE!
หนังสือจะบอกด้านดี ของสิ่งที่คุณคิดว่าไม่ดีให้เห็น
เช่น การไม่ได้เรียนมหาลัย การถูกไล่ออกจากงาน

Host unlimited photos at slide.com for FREE!

ความสำเร็จในการล้มเหลว... ความล้มเหลว ก็เป็นความสำเร็จอย่างหนึ่ง?
(เค้าวงเล็บไว้ว่า เค้าล้มเหลวที่จะคิดภาพประกอบในหน้านี้ ฮา)

           Host unlimited photos at slide.com for FREE!
 
อืม จริงๆมีอีกเล่มที่อยากแนะนำ... ขอต่อภาคสองละกันค่ะ


ส่ง TAG ต่อ

1. GPEN
2. PoOkPiK
3. winston
4. Bittersweety
5. Aoikrub

เพิ่มอีกคนค่ะ 6. คุณ fat_kj


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 73
bb_muffin วันที่ : 16/09/2008 เวลา : 19.54 น.
http://www.oknation.net/blog/fullstop

ชอบข้อความ There is no right of view ครับ คำง่ายๆคำเดียวอาจทำให้ความขัดแย้ง ตั้งแต่เรื่องเล็กๆ จนถึงเรื่องใหญ่ๆ ลดลงได้.

...อ่าน หลาย คห เกี่ยวกับ เรื่องสีเล็บของ คุณ(คนเปิดหนังสือ) เผอิญไม่ทันสังเกต เลยต้องรีบ กลับขึ้นไปดูว่าทำไมน่าสนใจกว่า หนังสือ....เออ จริงด้วย
ความคิดเห็นที่ 72
lost-in-space วันที่ : 27/06/2008 เวลา : 08.47 น.
http://www.oknation.net/blog/lostinspace
สิ่งที่เหนือไปกว่าการให้อภัย คือ "การลืม(มันซะ)" ... สิ่งที่เราไม่เคยเห็น ไม่ได้แปลว่าไม่มี

กลับมาอ่านอย่างตั้งใจอีกรอบ ชอบจัง แปลกนะ บางทีแรงบันดาลใจก็ต้องหมั่นสร้างกันบ่อย ๆ มันเหือดหายได้เหมือนกัน
ความคิดเห็นที่ 71
GPEN วันที่ : 12/07/2007 เวลา : 20.53 น.
http://www.oknation.net/blog/comicbook


เอาจดหมายมาส่งครับ

กราบขออนุญาตท่านเจ้าของบล็อกในการขอความกรุณา
ที่ข้าพเจ้าจะขอแปะLINKนะครับ
อย่าได้ว่าข้าพเจ้าเสียเสียหายหายนะครับ
http://www.oknation.net/blog/comicbook/2007/07/12/entry-4
ความคิดเห็นที่ 70
TheQueenofNostalgia วันที่ : 12/07/2007 เวลา : 09.32 น.
http://www.oknation.net/blog/saisoi
The worst is yet to come. 

แปลกดีที่หลายคนในบล็อกนี้ เก็ท ว่ามันคือหนังสือประเภท "Inspiration" แต่บางคนก็ไม่เก็ทอ่ะนะ
อย่างที่คุณนันทขว้างคอมเม้นท์ไว้ก็ถูกอ่ะ

ความคิดเห็นที่ 3
nantakwang วันที่ : 09/07/2007 เวลา : 01.34 น.

เคยเอาสองเล่มนี้มาแปลลงนสพ.เมื่อเดือนตุลาคม 2006
หลายคนยังไม่เก็ทว่าเขาจะบอกอะไร
จริงๆ เขาก็บอกสิ่งที่เรารู้ๆ กันอยู่แหละครับ
แต่เขามีวิธีการบอก

ความคิดเห็นที่ 7
TheQueenofNostalgia วันที่ : 09/07/2007 เวลา : 01.44 น.

คุณเกี๊ยง.. น่าจะเป็นเพราะ Paul พูดเรื่องที่ค่อนข้างจะเป็นไอเดียรึเปล่าคะ
ซึ่งจัดเป็นสิ่งที่จับต้องไม่ได้ของคนไทย
อาจเข้าอีหรอบว่า... เรื่องแบบนี้ฉันก็เขียนได้

ส่วนที่หย่งเห็นมิสนอร่าห์ในบล็อกนี้... นี่แหละตัวจริง
ความคิดเห็นที่ 69
yongchan วันที่ : 12/07/2007 เวลา : 02.15 น.
http://www.oknation.net/blog/yongchan

เจ๋งๆๆๆ ชอบจัง ยังพอหาซื้อได้ใช่ไหมเนี่ย? ถ้าหล่อนชอบอ่านหนังสือพวกนี้ ชั้นก็เข้าใจได้ว่าทำไมหล่อนถึงเป็นหล่อนทุกวันนี้ว่ะสร้อย

แต่ชอบมากที่ถามคำถามเรื่องหนังสือตอนสอบสัมภาษณ์ เป็นเราคงอึ้งไปเลย...

ป.ล. มิสฯ เปลี่ยนไป มิสฯ แรงมากเดี๋ยวนี้
ความคิดเห็นที่ 68
แม่หมู_de_mascot วันที่ : 11/07/2007 เวลา : 21.22 น.
http://www.oknation.net/blog/optimsticheart
(สาระ)กวน ป่วนใจ ราย(ร่าย ร้าย)สะดวก

ครู : อ่ะนักเรียน..ว่าตามครูนะ..."this is a book"
นร.แม่หมู : "this is saisoi"
ครู : "this is a book" สิจ๊ะ
นร.แม่หมู : "this is saisoi" จริงๆนี่คะครู...ครูอ่านดีๆ อีกสักครั้งจิคะ
..........................
น่าคิด น่าอ่าน มากๆ จ้า น่านสิน้า ตราบใดที่โลกนี้มืดแล้วก็สว่าง...มีขาวแล้วก็มีดำ...มีจิ๋ว ก็มี บิ๊กบึ้ม...ฯลฯ
อะไรๆ ก็ต้องมีมากกว่าด้านเดียวแน่นอน
อย่างน้อยก็ ๒...แต่บางที
มองดีๆ ถลึงตา หรี่ตา หรือ มองด้วยใจ...ก้อาจเจอด้านที่ ๓ ๔ ๕....อีกก็เป็นได้น้า
และ
สำหรับเล่มแรก..อ่าน+ดูภาพประกอบ..แล้วก็คิดเล่นๆ ว่า..เราไม่เคยกินข้าวแค่คำเดียวว
ถ้ากินอะไร..ยิ่งอร่อย ยิ่งถูกปาก...มันก็แทบนับคำไม่ถ้วนทีเดียว...
จะเท่าไหน..จึงน่าจะต้องเกี่ยวกับ...แบบไหนด้วยมั้งเนี่ย
..........................
ขอบคุณจ้าฉายช่อย...น่าอร่อยทั้งสองเล่มเลย
๕๕๕๕๕

ความคิดเห็นที่ 67
TheQueenofNostalgia วันที่ : 10/07/2007 เวลา : 22.39 น.
http://www.oknation.net/blog/saisoi
The worst is yet to come. 

คุณมะลิ อย่าเชื่ออะไรในนี้เลยค่ะ
มันเป็นแค่กระแสไฟฟ้าในหลอดภาพจอคอมพิวเตอร์เท่านั้นเอง...
ความคิดเห็นที่ 66
มะลิ วันที่ : 10/07/2007 เวลา : 22.15 น.
http://www.oknation.net/blog/mali

ผมตามน้องคนนี้มา ผมสะดุดตาตั้งแต่เห็นหน้าเธอ โลกนี้ช่างสดไสในสายตาเธอ แต่ต้องผิดหวังเพราะน้องเป็นเพียงโฆษณา
ผมอ่านหนังสือฝรั่งที่เขียนเพื่อจะสร้างแรงจูงใจหลายแรง มันก็ทำนองแบบว่า Your are superman เพียงแต่คุณต้องหาพลังที่ซ่อนอยู่ในตัวคุณ ผมทำได้คุณก็ทำได้
ผมไม่ได้แตกต่างอะไรจากคุณ เพียงแต่คุณลงมือทำ ผมว่ามันเป็นมุกหลักเลย ลองไปอ่านงาน ของท่าน Bhudacodom แล้วจะรู้ว่าคิดอย่างไรไม่ผิด
ผมแซวเล่นนะครับ คือผมกระเจอเพื่อนที่อายุเท่ากันตามประสาเด็กๆ
ความคิดเห็นที่ 65
lost-in-space วันที่ : 10/07/2007 เวลา : 22.08 น.
http://www.oknation.net/blog/lostinspace
สิ่งที่เหนือไปกว่าการให้อภัย คือ "การลืม(มันซะ)" ... สิ่งที่เราไม่เคยเห็น ไม่ได้แปลว่าไม่มี

อืมม์ เป็น tag ที่มีประโยชน์มาก ได้คิด คิดได้หลายอย่างเลยหล่ะ ชอบจะชอบ 1 โหวต
ความคิดเห็นที่ 64
มัชฌิมา วันที่ : 10/07/2007 เวลา : 21.18 น.
http://www.oknation.net/blog/muchshima
  อมยิ้มแก้มตุ่ย...น่ารักกว่า.... ทำหน้ามุ่ย ตั้งเยอะ !!!

ชอบค่ะ หนังสือกระตุกต่อมคิดแบบนี้

น้อยแต่มาก จริงๆ
ความคิดเห็นที่ 63
ITGLOBAL วันที่ : 10/07/2007 เวลา : 21.01 น.
http://www.oknation.net/blog/global
โลกใบนี้มีแต่รัก

ขอบคุณที่มาเยี่ยมครับ
ความคิดเห็นที่ 62
TheQueenofNostalgia วันที่ : 10/07/2007 เวลา : 19.42 น.
http://www.oknation.net/blog/saisoi
The worst is yet to come. 

ได้เลยพวก
ความคิดเห็นที่ 61
GPEN วันที่ : 10/07/2007 เวลา : 18.59 น.
http://www.oknation.net/blog/comicbook

อ้อลืมไป ขอแก้โจทย์นิดนึงนะเป็นหนังสือที่ชอบสองเล่มแล้วกันนะ (เพราะเล่มที่เลือกท่าทางจะไม่ช่วยให้ใครใช้ชีวิตที่ไม่ประมาทได้เท่าไร )
ความคิดเห็นที่ 60
GPEN วันที่ : 10/07/2007 เวลา : 18.53 น.
http://www.oknation.net/blog/comicbook

ชอบที่ตอบคอมเมนท์ 51 มากครับ

(ตอนนี้กำลังทำTAGนี้อยู่สนุกมากเหมือนกัน )
ความคิดเห็นที่ 59
RearViewMirror วันที่ : 10/07/2007 เวลา : 17.21 น.
http://www.oknation.net/blog/rearviewmirror
..Keep On Rockin' In The Free World !!

โอ่.. โทษที ลืมบอกไปว่า อันเมื่อกี้พูดถึงประเด็นวิกตอเรียนะ(ต่อจากคุณออกปาก)
ความคิดเห็นที่ 58
RearViewMirror วันที่ : 10/07/2007 เวลา : 16.54 น.
http://www.oknation.net/blog/rearviewmirror
..Keep On Rockin' In The Free World !!

อืม.. สมเป็นนักโฆษณา

พูดถึงหนังสือ ก็อ่านแล้วเหมือนกัน ผมว่าอยู่ที่ใครจะเก็บเกี่ยวเอาตรงไหนมาปรับใช้ให้เกิดประโยชน์กับตัวได้อย่างไรอ่ะนะ

ถ้ามองให้เป็นเรื่องของความทะเยอทะยาน มันก็ใช่
แต่มันก็อยู่ที่ว่าเราจะทะเยอทะยานในเรื่องอะไรด้วยล่ะ
ถ้าในทางบวก ก็จะแปรออกมาเป็นว่าให้มีความเพียรอุตสาหะในสิ่งที่ดีงาม(และอย่างฉลาดด้วย คือเรื่องทัศนคติการคิด การมอง ที่ปรับเปลี่ยน พัฒนาได้)

ซึ่งประเด็นหลักที่หนังสือต้องการบอก คือการให้เอาจริงเอาจังกับการลงมือปฏิบัติ เพราะไม่ว่าเราจะทะเยอทะยานแค่ไหน หรือตั้งเป้าหมายไว้สูงส่งเลิศเลอเพียงใด มันจะไม่มีความหมายเลยหากเราไม่ลงมือทำ

(ตัวอย่างที่เขายกมา ก็เลือกที่เป็นในลักษณะว่า พูดถึงปุ๊บ ทุกคนรู้จัก นึกออก ให้มีความเป็นสากลน่ะ เพื่อการเข้าใจง่าย)


ความคิดเห็นที่ 57
fat_kj วันที่ : 10/07/2007 เวลา : 16.17 น.
http://www.oknation.net/blog/area
I'm fat, but that's OK.




TAG...อืมมมม...ต้องพอกไว้ที่หางอีกตามเคย....แต่สัญญาว่าจะตอบ...
ความคิดเห็นที่ 56
TheQueenofNostalgia วันที่ : 10/07/2007 เวลา : 15.59 น.
http://www.oknation.net/blog/saisoi
The worst is yet to come. 

ไม่ด้ายตัดสิน
แต่

TAG
ความคิดเห็นที่ 55
fat_kj วันที่ : 10/07/2007 เวลา : 15.47 น.
http://www.oknation.net/blog/area
I'm fat, but that's OK.


"มองโลกแคบไปมากกว่า ".......อาจเป็นไปได้

หรือ...."มองโลกเท่าที่สามารถมองเห็น"....แบบนี้มากว่า

Whatever you think think the opposite....อย่าตัดสินผมเช่น




ความคิดเห็นที่ 54
TheQueenofNostalgia วันที่ : 10/07/2007 เวลา : 15.33 น.
http://www.oknation.net/blog/saisoi
The worst is yet to come. 

"แต่ก็นั่นล่ะมันก็แค่เรื่องราวปลอบประโลมหัวใจของคนที่ไปไม่ถึง..."

ไปไม่ถึงอะไรคะ?

"มองโลกในแง่ร้ายไปรึเปล่า..."

คงไม่หรอกค่ะ มองโลกแคบไปมากกว่า
เพราะยังไม่ได้อ่านหนังสือเลย ก็ตัดสินซะแล้ว

มีหน้านึงค่ะ เค้าบอกว่า

IT'S BETTER TO REGRET WHAT YOU HAVE DONE THAN WHAT YOU HAVEN'T

แล้วถ้าเป็นคุณ fat_kj จะแนะนำหนังสืออะไรเหรอคะ


ความคิดเห็นที่ 53
fat_kj วันที่ : 10/07/2007 เวลา : 15.06 น.
http://www.oknation.net/blog/area
I'm fat, but that's OK.


เป็นหนังสือที่น่าอ่านครับ...แต่ผมคงไม่อ่าน..ฮา...

แนวคิดของหนังสือทั้งสองเล่มนี่เยี่ยมเลยนะครับ...แต่ก็นั่นล่ะมันก็แค่เรื่องราวปลอบประโลมหัวใจของคนที่ไปไม่ถึง...

อืม...มองโลกร้ายไปหน่อยป่าวหว่า...
ความคิดเห็นที่ 52
julyrhapsody วันที่ : 10/07/2007 เวลา : 14.08 น.
'attitude is everything'

เรียนค.ห. ที่ 40
ความจริงเราก็อยากทักเรื่องเล็บนะ แต่ก็เกรงใจ แค่คิดอยากจะแซว ๆ แต่จริง ๆ แล้ว "เจ๋งโว้ยยยย หลุดดี"

เรื่องหนังสือ โนคอมเมนท์ฟ่ะ ค่อนข้างชอบอะไรที่เนื้อหนังมังสาหน่อย(หมายถึงมีเนื้อหาที่กูไม่เคยรู้) จะได้นำไปจินตนาการอะไรไร้สาระสุดโต่งเอาเอง ฮา ๆ
ความคิดเห็นที่ 51
TheQueenofNostalgia วันที่ : 10/07/2007 เวลา : 13.27 น.
http://www.oknation.net/blog/saisoi
The worst is yet to come. 

เดี๊ยนก็อ่านนะคะ พี่ต่าย พี่นิค พี่เดี่ยว เนี่ย ชอบมากๆ
ขายหัวเราะ หนูจ๋า มหาสนุก เบบี้
--------------

คุณออกปากฯ หน้าที่พูดถึง วิคตอเรีย เค้าไม่ได้หมายความว่า ให้ทะยานเป็นอย่างวิคตอเรียหรอก แต่ยกตัวอย่างวิธีตั้งเป้าหมายของหล่อน ที่ไม่ธรรมดาเอาซะเลยว่า "I want to be as famous as Persil Automatic"

Persil นี่รู้สึกจะเป็นยี่ห้อผงซักฟอก ซึ่งมีมานานมากแล้วและทุกคนรู้จัก คือนังคุณวิคตอเรีย เธอไม่ตั้งเป้าหมายไว้แค่ แข่งกับมาดอนน่า หรือนักร้องคนอื่นๆ แต่อยากเป็นที่รู้จักมากขนาดนั้นเลย (แหลจริงๆ)

การพูดประโยคข้างบนนี้ของเธอ กลายเป็นเคส ในวงการแบรนด์เลยค่ะ

ถ้ามาประยุกต์ อาจจะเป็นว่า
เราไม่ตั้งเป้าหมายแค่ เป็นสถาปนิกที่เก่งที่สุด
แต่เราจะเป็น สถาปนิกที่จะได้ออกแบบสิ่งมหัศจรรย์ของโลกอันดับที่ 8 ไรเงี้ย

ที่สำคัญ การอ่านหนังสือ 2 เล่มนี้ ห้ามทำตาม
อย่างที่บอกว่ามันไม่ใช่หนังสือ How to
และไม่มีถูกไม่มีผิด ขึ้นอยู่กับ Your point of view
แต่อ่านแล้วหาแง่คิด แล้วลองคิดตาม
ส่วนการตัดสินใจเป็นหน้าที่ของเรา

ขอบคุณอีกครั้งสำหรับ TAG ที่เป็นโจทย์สนุกมากๆเลยค่ะ
ความคิดเห็นที่ 50
ปิยธิดา วันที่ : 10/07/2007 เวลา : 13.07 น.
http://www.oknation.net/blog/piyatida1081009
Love me Love my Guts !

ดีจังเลยค่ะ

ใครอย่ามาแถกเดี๊ยนนะฮะ

เดี๊ยนอ่านการ์ตูนของพี่ต่ายปังปอนด์อ่ะ
ความคิดเห็นที่ 49
ออกปากออกแบบ วันที่ : 10/07/2007 เวลา : 07.18 น.
http://www.oknation.net/blog/designspeakout

ขอบคุณมากครับสำหรับหนังสือดีๆ สองเล่ม และที่ช่วยรับ tag ต่อครับผม
ความคิดเห็นที่ 48
ออกปากออกแบบ วันที่ : 10/07/2007 เวลา : 07.17 น.
http://www.oknation.net/blog/designspeakout

แวะมาอ่านแล้วครับคุณควีน

เล่มแรกผมมีแล้วเหมือนกัน ซื้อมาได้เกือบสี่ปีแล้ว ก็ค่อนข้างชอบมากกว่าไม่ชอบนะครับ เขามียกตัวอย่างของวิคตอเรีย เบคแฮม ในเรื่องความทะเยอทะยานของเธอ ก็ไม่รู้ว่าเป็นตัวอย่างที่ดีหรือไม่ดี แต่โดยรวมแล้วก็ค่อนข้างชอบค่อนข้างให้กำลังใจได้ดี การออกแบบหนังสือก็ค่อนข้างดี เท่ห์ น่าสนใจ

ส่วนเล่มที่สอง ก็เห็นมาได้สักปีหนึ่งแล้วมั้งครับ แต่ไม่ได้ซื้อมาอ่าน ดูแล้วก็ค่อนข้างต่อเนื่องกับเล่มแรกพอสมควรที่ว่า เมื่อต้องการเป็นที่สุดที่คุณต้องการคุณก็ต้องเสี่ยงหน่อยด้วยการคิดตรงกันข้าม ส่วนตัวก็ยึดถือแนวนี้เหมือนกันในการทำงาน แล้วก็ทำให้รอดตัว ผ่านสถานการณ์นั้นมาได้อย่างดี

ผมคิดหนักพอสมควรกับหน้า go to university or go to work เพราะส่วนตัวกำลังจะ go to university แต่ไม่ใช่เมื่ออายุ 18 แต่เป็นหลังจากนั้นอีกสิบปีหลังจากทำงานมาพอสมควร ซึ่งผมเชื่อว่าเป็นการ think the oppposite ตามที่หนังสือว่าไว้ กลายเป็น go to work in university ช่างเป็นทางเลือกที่เสี่ยงจริงๆ แต่ถ้าผมไม่เลือกมันคงตามมาหลอกหลอนอีกนาน
ความคิดเห็นที่ 47
get_away วันที่ : 09/07/2007 เวลา : 23.51 น.
http://www.oknation.net/blog/get

โอ้ว....

หนังสือไฮโซ...

แล้วจะอ่านออกม๊ยเนี่ยช้านน 5555


ความคิดเห็นที่ 31
TheQueenofNostalgia วันที่ : 09/07/2007 เวลา : 23.44 น.
http://www.oknation.net/blog/saisoi
Is your blog so desparate then you have to spam the link?
ip : 58.136.240.154


Life is short.
Don't wait!

******************************************

คุณ thequeen...

สั้นจริง ๆ นะคะชีวิตคนเราเนี่ย...

อยากทำอะไรก็รีบทำเนอะ...


ความคิดเห็นที่ 46
TheQueenofNostalgia วันที่ : 09/07/2007 เวลา : 23.10 น.
http://www.oknation.net/blog/saisoi
The worst is yet to come. 

กรี๊ดดดด
โดนทวง TAG อีกแล้ว วาดดาว

ตอบมิสบ.ซ. ตัวหนังสือมีมากสุดเท่าที่เห็นทั้งเล่มจ้ะ
ไม่มีมากกว่านี้อีกแล้ว

ลงท้าย
รักคนอ่าน
ความคิดเห็นที่ 45
PostAmorndern วันที่ : 09/07/2007 เวลา : 23.00 น.
http://www.oknation.net/blog/amorn

ชอบมากครับ สำหรับประโยค..การจะรู้จักใครสักคนก็ดูจากหนังสือที่เขาอ่าน คราวนี้เริ่มรู้จักคุณสร้อยว่า..its how good u want to be.
ความคิดเห็นที่ 44
mamababa วันที่ : 09/07/2007 เวลา : 22.13 น.
http://www.oknation.net/blog/tootoomama

มาดูแถ่กของน้องสร้อยที่ส่งมาโดยคุณออกปากแล้ว รู้สึกเกิดแรงบันดาลใจชอบกลจ้า
ต่อไปนี้จะเคาะหัวกบาลตัวเอง (เบาๆ) แล้วเตือนสติให้ลองคิดตรงข้ามดูบ้าง จะเป็นไรไป
อย่างน้อยก็ได้มองต่างมุม แบบต่างขั้วบ้าง คงนีเนอะสร้อยเนอะ
ว่าแล้วก็ยังไม่ได้ทำการบ้านคุณออกปากฯ เลยอ้ะ
ความคิดเห็นที่ 43
MissBrightside วันที่ : 09/07/2007 เวลา : 21.35 น.
http://www.oknation.net/blog/nuthatai99
You are the habit I can't seem to kick

น่าอ่านจัง หนังสือที่ layout แบบนี้ ทำให้คนอ่านหนังสือช้าอย่างเรามีกำลังอ่านมากขึ้น 55 (มันเป็นอย่างนี้ทั้งเล่มรึเปล่า) หรือเป็นแค่บางส่วน ?
ความคิดเห็นที่ 42
waddaw วันที่ : 09/07/2007 เวลา : 21.33 น.
http://www.oknation.net/blog/waddaw

ก่อนอื่นเลย ... เล็บสวยได้ใจอ่ะนะ
ทั้งสองเล่มยังไม่มีฉบับแปลนะคะ
ยืนยันอีกคนว่าเล่มที่สอง มีที่ร้านคิโนฯ แน่นอน
ถ้าที่พารากอนก็อยู่บนชั้นตรงเสา (มองด้านล่างก็เห็นค่ะ)

ขอบคุณหนังสือดีที่บอกัน และขอบคุณอีกทีที่ไม่ลืม
TAG GGGGGGG จ้า
ความคิดเห็นที่ 41
ตุ้มจิ๋ว วันที่ : 09/07/2007 เวลา : 20.12 น.
http://www.oknation.net/blog/namtan

หนอนหนังสือกันทั้งนั้น...
มาชวนไปอ่าน
..หนังสือ 2 เล่ม ที่วางอยู่บนโต๊ะทำงาน

http://www.oknation.net/blog/namtan
ความคิดเห็นที่ 40
TheQueenofNostalgia วันที่ : 09/07/2007 เวลา : 19.54 น.
http://www.oknation.net/blog/saisoi
The worst is yet to come. 

โอ๊ะ เหยื่อทยอยมารับ TAG กันแล้ว

แปลกใจที่ คุณผู้ชาย ทั้งนั้นเลยที่ ทักเรื่องเล็บ
เอ๊ะหรือจริงๆ ไม่ใช่? บอกมานะ

คุณ Kilroy เป็น Insider มากๆ
แต่ไม่รีวิวหนังสือทั้งหมดของ De Bono หรอกค่ะ ไม่มีปัญญา เอาเล่มเดียวก็พอ

De Bono มีส่วนเกี่ยวข้องกับ SAATCHI อีกแล้ว
เค้าเคยมาเป็นกรรมการตัดสิน Idea awards ของ SAATCHI และก็เคยช่วยคิด วิธีการเขียนบรีฟ ให้กับ SAATCHI ด้วยค่ะ
ความคิดเห็นที่ 39
sat11 วันที่ : 09/07/2007 เวลา : 19.29 น.
http://www.oknation.net/blog/saturday11
เมื่อทำได้เพียงเสียงกรีดร้อง ฉันจึงไม่ละทิ้งความพยายาม - กระดูก 

ถ้าให้ตั้งใจคิดมุมกลับคงไม่คิดหรอกแต่ถ้าเผลอๆคงมีบ้าง
ความคิดเห็นที่ 38
winston วันที่ : 09/07/2007 เวลา : 19.23 น.
http://www.oknation.net/blog/adayinthelife
You are what you love

เป็นหนังสือสองเล่มที่โดนใจที่สุดในรอบห้าปีที่ผ่านมา...

ชอบสุดตรงบทที่ลูกชายของหนึ่งในองค์กรไออาร์เอไปบ่นความกลุ้มใจที่ทำงานให้คุณพ่อฟัง พ่อเลยถามว่า "มีอะไรล่ะ เค้าจะฆ่าแกรึไง" ลูกชายตอบว่าเปล่า "งั้นแกก็ยังไม่มีปัญหาอะไรร็อกไอ้หนู" พ่อตอบ
ความคิดเห็นที่ 37
GPEN วันที่ : 09/07/2007 เวลา : 17.44 น.
http://www.oknation.net/blog/comicbook