• TheQueenofNostalgia
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : soi@jazz.in.th
  • วันที่สร้าง : 2007-03-07
  • จำนวนเรื่อง : 167
  • จำนวนผู้ชม : 109177
  • จำนวนผู้โหวต : 448
  • ส่ง msg :
with little miss nostalgia
Reminiscing.
Permalink : http://www.oknation.net/blog/saisoi
วันเสาร์ ที่ 8 ธันวาคม 2550
8 December / Bossa nova / Antonio Carlos Jobim / I
Posted by TheQueenofNostalgia , ผู้อ่าน : 730 , 16:13:33 น.   | หมวดหมู่ : The most influential persons of my life  
พิมพ์หน้านี้



 
บ่ายวันหนึ่งในเดือนธันวาคม(มั้ง) ปี 1998 ฉันเรียนมหาวิทยาชั้นปีที่สาม  
วันนั้นเป็นวันหยุดขณะที่เดินเล่นอยู่ในย่านสยามสแควร์ ฉันก็แวะเข้าไปที่ร้านเทป
ที่มีเพลงเยอะที่สุดอย่างเช่นทุกครั้งที่ไปเยือนแถ วนั้น ตอนนั้นร้านโดเรมี ของพี่เร
(แต่เราชอบเรียกแกว่าป้า) ย้ายจากในซอยมาอยู่หน้าถนนพระราม
1
แล้ว ฉันซื้อเทป
วงที่กำลังสนใจฟัง(จากฝั่งอังกฤษ) อีกเช่นเคย แต่ก่อนเดินออกจากร้าน ฉันก็ฉุกนึกถึง
เพลงที่ฟังจากรายการวิทยุเพลงนึง (จำได้ว่าเป็นรายการ
Midnight Groove ทาง
Love FM 94.5
เอ...ดีเจชื่ออะไรน้า.. ผู้ชายเสียงนุ่มๆเคยจัด Smile Radio มาก่อน)

เพลงที่คุ้นๆว่าเคยได้ยินมาตั้งแต่เด็กๆแล้ว เพราะทำนองนั่น
แต่ฉันก็ไม่รู้มันคือเพลงอะไร และของใคร 
ฉันตัดสินใจฮัมทำนองนั่นให้ป้าเรฟัง 

ฉัน: ป้าคะ หนูอยากได้เพลงที่มันร้องว่า ตั๊ด ต่า ดา ด่า ดั๊ด ตั้ด ตา ดา....
ป้าเร ทำคิ้วย่นแล้วตอบว่า: อ๋อ Girl from Ipanema

แล้วป้าก็มองๆที่แผงนั้นอยู่ซักพักหนึ่ง แล้วก็หยิบม้วนเทปนั่นให้ฉัน ฉันจำได้ไม่แม่น
คุ้นๆมันเขียนว่า
Celebration Bossa nova on its 50th  แต่จำหน้าปกเป็นกราฟฟิก
รูปพระอาทิตย์สีส้มได้

ฉันกลับบ้านฟังเทปม้วนนั้น อยู่หลายรอบ...เออ เพราะดีว่ะ
แล้วฉันก็เริ่มมองหาเทปและซีดีในบ้าน (รวมทั้งหาซื้อ)ที่มีคำว่า
Bossa Nova
จนฉันได้รู้ว่า...อ๋อ
The Girl from Ipanema ที่เราชอบมันของ Antonio Carlos Jobim
(แล้วทำไมป้าไม่เอาอัลบั้มโจบิมมาให้ตูหว่า..เทปม้วนนั้นเป็นศิลปินใหม่มาคัฟเวอร์)

Photo Sharing and Video Hosting at PhotobucketPhoto Sharing and Video Hosting at Photobucket


เทปม้วนที่สองอันนี้เจอในบ้าน
Compact Jazz: Astrud Gilberto
ที่ฉันฟังวนอยู่เป็นปี
ฟังจนเริ่มร้องเป็นภาษาปอร์ตุกีสได้ (แต่ไม่รู้ความหมาย)  แล้วฉันก็ได้ครอบครองเทปและ
ซีดีอีกสามสี่อัลบั้ม เช่น
Stan Getz plays Jobim, Astrud Gilberto Silver Collection,
The composer of Desafinado, plays.
(ฉันมีแผ่นเสียงอัลบั้มนี้ด้วย แม้จะไม่มีเครื่องเล่น)

ปี 2000 ฉันทำงานที่แรก และฉันได้คุ้นเคยกับโลกอินเตอร์เน็ต (ว้าว LAN!) ข้อมูลมากมาย
(ตอนเรียนมหาลัยเล่นแต่แชทนะฮะ) ที่ช่วยให้ฉันเอาเงินเดือนมาหาซื้อเทป ซีดี ได้ถูก

ฉันได้รู้จักโลกของ Bossanova รู้จักประเทศบราซิล รู้จักหาด CopaCabana รู้จักย่าน
Ipanema รู้จัก Astrud Gilberto, Joao Gilberto และ Antonio Carlos Jobim
(แอนโตนิโอ คาร์ลอส โจบิม) ชายผู้เป็นเจ้าของเพลง Bossa nova มากมายที่ฉันชอบกว่า 95%  


Photo Sharing and Video Hosting at PhotobucketAntonio Carlos Brasileiro
de Almeida Jobim

(ชาวคาธอลิกในประเทศอเมริกาใต้ จะมีชื่อยาวๆแบบนี้ เพราะรวมชื่อปู่ย่าตายายอยู่ในชื่อด้วย) หรือเรียกได้สั้นที่สุดว่า
Tom หนึ่งในนักประพันธ์เพลงที่มีอิทธิพลต่อโลกมากที่สุดคนหนึ่งในศตวรรษ  เขาเกิดในเมืองใกล้ๆ Rio De Janero เมื่อ 25 มกราคม 1927   สมัยวัยรุ่นตั้งใจอยากเป็นสถาปนิก แต่เมื่อเติบโตเขาก็พบสิ่งที่สนใจมากกว่า ก็คือดนตรี และการแต่งเพลง เมื่อเค้าเริ่มเล่นเปียโนตามไนท์คลับ และออกอัลบั้มแรกในปี 1954 ชื่อ Tom and his band และงานเพลงของเขาก็เริ่มโด่งดังในปี 1956 เมื่อเค้ารวมตัวกับกวีนักเขียน Vinicius de Moraes ร่วมกันแต่งเพลงประกอบภาพยนตร์ Black Orpheus
แล้วสิ่งที่เรียกว่า Bossa Nova ก็แผ่ปรากฏการณ์ความนิยมในบราซิล เมื่อตอนที่นักดนตรีนักร้องโนเนม (ตอนนั้น) ชื่อ Joao Gilberto (จาว กิลแบร์โต้) นำเพลงของ Jobim มาร้อง (ก่อนหน้าจาวก็มีคนร้อง แต่ยังไม่ดัง)  และความนิยมต่อชาวโลก ก็เกิดขึ้นเมื่อ Stan Getz และ Charlie Byrd แซกโซโฟนและกีตาร์ แจ๊สชาวอเมริกันที่นำเพลง Desafinado ของโจบิมมาเล่น ในปี 1962 ปีต่อมาโจบิม และนักดนตรีบราซิลเลียนอีกหลายคนก็ได้รับเชิญไปยัง Carnegie Hall, New York โดยบรรเลงเพลงของโจบิม จากวันนั้นจนหมดทศวรรษที่ 60’s Bossa Nova ก็เป็นกระแสดนตรีที่นิยมมาก นักดนตรีแจ๊สหลายคนก็ต้องมีอัลบั้มที่เล่นเพลงบอสซา โนว่า หรือเพลงของโจบิม


Bossa nova (แปลว่า ของใหม่ กระแสใหม่) คือความผสมผสานระหว่างดนตรี
Cool Jazz/West coast jazz ซึ่งเป็นดนตรีที่โจบิมชอบฟัง กับดนตรีของชาวบราซิล
Samba ที่เน้นเครื่องเคาะจังหวะ(percussion) แบบชนพื้นเมืองแอฟริกา(ทาสที่ถูก
อพยพมา) จังหวะจะโคนยังมีอยู่ แต่ลดความรุนแรงของเครื่องเคาะออกไป และมี
syncopation (การเน้นจังหวะตก?) แบบแจ๊ส ส่วนมากบรรเลงด้วยกีตาร์ไนล่อน
เปียโน เครื่องเป่าเครื่องสายนิดหน่อย ไปจนถึงขั้นเป็น
Big Band Bossa nova
 

Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket

ทุกวันนี้เพลง Bossa nova และเพลงของ Jobim ก็คือ playlist และอัลบั้มที่ฉัน
ฟังซ้ำซากได้อย่างไม่รู้เบื่อ ถ้ามีคนถามว่าชอบดนตรีบอสซ่า และเพลงของโจบิม
ตรงไหน...
ฉันมักจะตอบว่ามันคือเพลงที่ฟังแล้วให้ความรู้สึกประหลาด ฉันไม่แน่ใจว่า
ฉันฟังแล้วมีความสุขหรือเศร้ากันแน่ ฉันฟังแล้วเหงาหรือสบายใจนะ
? ยิ่งเมื่อได้ศึกษา
ความหมายในเนื้อเพลง (มีทั้งที่
Jobim และคนอื่นแต่ง) แล้ว
ก็ยิ่งหลงรักเพลงบอสซาโนว่าอย่างหมดใจ



คำถามที่ตอบยากที่สุด สำหรับแฟนเพลงของ นักดนตรีที่มีผลงานจำนวนมากและ
เป็นที่ชื่นชอบ น่าจะเป็น...ชอบเพลงอะไรมากที่สุด
?  ฉันชอบ Wave (Vu te contar)
มากที่สุดชอบทั้งดนตรีและเนื้อเพลงที่โคตรน่ารัก และชอบเวอร์ชั่นที่ Joao ร้องเป็น
ภาษาปอร์ตุกีสมากที่สุดมาพอๆกันก็คือ
Corcovado (Quiet nights of quiet stars)
แบบที่ Astrud ร้องคู่กับ Joao 

และก็เพลงนี้  Águas de Março หรือ Water of March โจบิมแต่งเนื้อร้องเอง
ทั้งภาษาปอร์ตุกีสและอังกฤษที่ได้รับการโหวตจากชาวบราซิลเมื่อปี
2000
(ในวงการสื่อและดนตรี) ว่าคือเพลงบราซิลเลียนที่ดีที่สุด  เพลงนี้เป็นหนึ่งตัวอย่างที่
ทำให้ฉันเข้าใจว่า ทำไมโจบิมถึงได้รับสมญานามว่า
The Genius (อัจฉริยะ)  
Waters of March นั้นหมายถึงกระแสน้ำในเดือนมีนา เดือนสุดท้ายของหน้าร้อน
ในบราซิล (โดยเฉพาะในริโอ มังคะ) ที่มักจะมีพายุฝนตกน้ำท่วมอยู่เสมอ เนื้อเพลงนี้
ไม่ได้
“เล่าเรื่อง” แต่ “เล่าเป็นภาพต่างๆ”  เนื้อเพลงมันไม่เป็นประโยคสมบูรณ์ด้วยซ้ำ
แต่เหมือนกับเป็นภาพตัดแปะ หรือ Collage (คอลลาจ) ซึ่งชาวบราซิลจะเข้าใจภาพ
เหล่านี้เป็นอย่างดี มันคือสิ่งต่างๆและอารมณ์ความรู้สึกที่ลอยมากับกระแสน้ำในเดือน
มีนาคมนั่นเอง



โจบิมได้แต่งเนื้อภาษาอังกฤษขึ้นใหม่ โดยไม่ได้แปลตรงตัวจากภาษาปอร์ตุกีส
แต่ปรับคำ(เล็กน้อย) จนเป็นกวีดีๆบทหนึ่งเลย ภาคภาษาอังกฤษโจบิมแต่งให้เป็น
มุมของผู้สังเกตการณ์ แทนมุมมองแบบชาวบราซิลเลียน เขาเปลี่ยนเนื้อบางท่อนที่เป็น
ของพื้นเมืองและเป็นวิถีเฉพาะอย่างบราซิล ให้เป็นเรื่องสากลขึ้นแบบที่คนใช้ภาษาอังกฤษ
ทั่วไปพอจะเข้าใจได้


(จะกลับมาใส่ภาษาไทยทีหลังนะคะ)

Águas de Março

"É pau, é pedra,
é o fim do caminho
É um resto de toco,
é um pouco sozinho

É um caco de vidro,
é a vida, é o sol
É a noite, é a morte,
é o laço, é o anzol

É peroba do campo,
é o nó da madeira
Caingá candeia,
é o matita-pereira

É madeira de vento,
tombo da ribanceira
É o mistério profundo,
é o queira ou não queira

É o vento ventando,
é o fim da ladeira
É a viga, é o vão,
festa da cumeeira

É a chuva chovendo,
é conversa ribeira
Das águas de março,
é o fim da canseira

É o pé, é o chão,
é a marcha estradeira
Passarinho na mão,
pedra de atiradeira

É uma ave no céu,
é uma ave no chão
É um regato, é uma fonte,
é um pedaço de pão

É o fundo do poço,
é o fim do caminho
No rosto o desgosto,
é um pouco sozinho

É um estrepe, é um prego,
é uma ponta, é um ponto
É um pingo pingando,
é uma conta, é um conto

É um peixe, é um gesto,
é uma prata brilhando
É a luz da manhã,
é o tijolo chegando

É a lenha, é o dia,
é o fim da picada
É a garrafa de cana,
o estilhaço na estrada

É o projeto da casa,
é o corpo na cama
É o carro enguiçado,
é a lama, é a lama

É um passo, é uma ponte,
é um sapo, é uma rã
É um resto de mato,
na luz da manhã

São as águas de março
fechando o verão
É a promessa de vida
no teu coração

É uma cobra, é um pau,
é João, é José
É um espinho na mão,
é um corte no pé

São as águas de março
fechando o verão
É a promessa de vida
no teu coração

É pau, é pedra,
é o fim do caminho
É um resto de toco,
é um pouco sozinho

É um passo, é uma ponte,
é um sapo, é uma rã
É um belo horizonte,
é uma febre terçã

São as águas de março
fechando o verão
É a promessa de vida
no teu coração"

Waters of March

A stick, a stone,
It's the end of the road,
It's the rest of a stump,
It's a little alone

It's a sliver of glass,
It is life, it's the sun,
It is night, it is death,
It's a trap, it's a gun

The oak when it blooms,
A fox in the brush,
A knot in the wood,
The song of a thrush

The wood of the wind,
A cliff, a fall,
A scratch, a lump,
It is nothing at all

It's the wind blowing free,
It's the end of the slope,
It's a beam, it's a void,
It's a hunch, it's a hope

And the river bank talks
of the waters of March,
It's the end of the strain,
The joy in your heart

The foot, the ground,
The flesh and the bone,
The beat of the road,
A slingshot's stone

A fish, a flash,
A silvery glow,
A fight, a bet,
The range of a bow

The bed of the well,
The end of the line,
The dismay in the face,
It's a loss, it's a find

A spear, a spike,
A point, a nail,
A drip, a drop,
The end of the tale

A truckload of bricks
in the soft morning light,
The shot of a gun
in the dead of the night

A mile, a must,
A thrust, a bump,
It's a girl, it's a rhyme,
It's a cold, it's the mumps

The plan of the house,
The body in bed,
And the car that got stuck,
It's the mud, it's the mud

Afloat, adrift,
A flight, a wing,
A hawk, a quail,
The promise of spring

And the riverbank talks
of the waters of March,
It's the promise of life
It's the joy in your heart

A stick, a stone,
It's the end of the road
It's the rest of a stump,
It's a little alone

A snake, a stick,
It is John, it is Joe,
It's a thorn in your hand
and a cut in your toe

A point, a grain,
A bee, a bite,
A blink, a buzzard,
A sudden stroke of night

A pin, a needle,
A sting, a pain,
A snail, a riddle,
A wasp, a stain

A pass in the mountains,
A horse and a mule,
In the distance the shelves
rode three shadows of blue

And the riverbank talks
of the waters of March,
It's the promise of life
in your heart, in your heart

A stick, a stone,
The end of the road,
The rest of a stump,
A lonesome road

A sliver of glass,
A life, the sun,
A knife, a death,
The end of the run

And the riverbank talks
of the waters of March,
It's the end of all strain,
It's the joy in your heart.

 

 

เวอร์ชั่นที่โด่งดังที่สุดคือที่เปิดอยู่นี่(แทร็คที่สอง) ร้องคู่โจบิมเอง กับ Elis Regina
(เอลิส เรจิน่า)
สำหรับคนที่อายุรุ่นฉันขึ้นไป อาจจะคุ้นๆทำนองตอนต้น ซึ่งก็คือ ทำนอง
เพลงโฆษณาโค้กสมัยยุค
80’s ท ี่คุณชรัสร้องไงคะ... เหมือนครั้งแรก รักกัน ใจเรามีสุข
จนล้น เหมือนไฟฟ้า วิ่งสู่กาย ทำดวงใจ... เหมือนเมื่อแสงแรกอรุณ เหมือนเมื่อฉัน
ได้เจอคุณ บลา บลา บลา...ต้องโค้กสิ
!


ฉันเชื่อว่าสาเหตุที่ Bossa nova เป็นที่นิยม ไม่ใช่แค่ความไพเราะ แต่เพราะมันมี
“ราก”
 ของชนชาติอยู่ ทั่วโลกจึงให้ความสนใจ และก็เป็นที่น่าภูมิใจของชาวบราซิล
ทั้งในบอสซ่า และตัวโจบิม สิ่งนี้คงเป็นที่พิสูจน์แล้ว เพราะสนามบินแห่งชาติที่ริโอ 
นั้นมีชื่อว่า
Galeão - Antônio Carlos Jobim International Airport ภายหลัง
จากวันที่ โจบิมเสียชีวิตเพราะหัวใจวาย เมื่อวันที่
8 ธันวาคม 1994 ในนิวยอร์ก
ก็คือวันนี้เมื่อ
13 ปีที่แล้วนั่นเอง


ข้อมูล รูป และเนื้อเพลงจาก
http://www.brazzil.com/content/view/6749/39/
Wikipedia, All Music Guide  ปกแผ่นเสียง
Club de tom / Flickr /

Powered by eSnips.com

อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 52
pradin วันที่ : 17/07/2008 เวลา : 22.54 น.
http://www.oknation.net/blog/pradin
โลกสวยงามด้วยดนตรีและศิลปะ

เขียนดีนี่ครับ ค้นคว้าข้อมูลมาดี เอาเรื่องในอดีตของตัวเองมาเล่า ผสมกับข้อมูลที่น่าอ่าน
แต่ว่าเรื่องนี้ผมคงออกความเห็นได้น้อย (กว่าเรื่องเบโธเฟ่น) เพราะผมนั้นถนัดทางดนตรีคลาสสิกมากกว่า ฟังบอสซาโนว่า โจบิม หรือปู่จาว น้อยกว่าคุณสายสร้อยอีก เพียงแต่ว่าอาจจะได้ยินได้ฟังมานานแล้ว โดยเฉพาะ เกิร์ล ฟอร์ม อิปานีม่า
พอมาจัดรายการเวิร์ลมิวสิก เลยได้ค้นคว้าและได้มีโอกาสฟังมากขึ้น ความจริงอยากจัดคลาสสิกอย่างเดียว แต่ว่าขัดกับนโยบายของสถานีเขา จะเห็นได้ว่าผมแทรกคลาสสิกเข้าไปอยู่เรื่อย ๆ ซึ่งก็ได้รับการตอบรับที่ดี
เพียงแต่เสาร์ที่ผ่านมานึกมัน ๆ เลยเอาละตินมาเปิดน่ะครับ
อย่างไรก็ตาม ผมได้ความรู้จากบล็อกนี้มากกว่าความรู้ผมอีกนะครับ และก็ผมก็หลงรักบอสซาโนว่าแล้วละครับ
เดิมเคยหลงรัก สแตน เก็ตซ์ ตอนนี้หลงรักจาว กิลแบร์โต้ มากกว่า ฮา... เสียงร้องแกกวนอารมณ์ดีครับ เนิบ ๆ ประกอบกับจังหวะสนุก ๆ แต่กลับให้ความรู้สึกไม่เร่งเร้า ผ่อนคลายอย่างประหลาด เป็นการผสมกันอย่างลงตัว แปลกดีครับ บอสซาโนว่า นี่
ความคิดเห็นที่ 51
TheQueenofNostalgia วันที่ : 11/02/2008 เวลา : 09.28 น.
http://www.oknation.net/blog/saisoi
The worst is yet to come. 

หวัดดีค่าคุณ tanodom หนูมาแย้ว
แปลเพลง...คือ ตกลงใจว่าเบี้ยวแล้วค่ะ
ที่มีร้อยกว่าเอ็นทรี่นี่ ไม่ได้แข่งกับใครหรือแข่งกับตัวเองเลยค่ะ แล้วแต่อารมณ์มั่วๆของหนูแท้ๆ เช่นเดียวกับรูปโลโก้ เปลี่ยนไปเรื่อยๆ แต่ก็ชอบฟันหลอมากที่สุด และคงจะกลับมาใช้บ่อยๆ สลับตามอารมณ์เช่นกันค่ะ

แผ่นเสียงหนูมีแผ่นนี้แผ่นเดียวเท่านั้นค่ะไม่ได้สะสม
เป็นของขวัญวันลาออกจากที่ทำงานเก่า คนให้ทราบว่าหนูชอบโจบิมค่ะ ไม่รู้เค้าไปหามาจากไหน อายุก็เท่าๆกัน
ดังนั้นจึงไม่คิดจะขายหรือบริจาค เพราะเป็นของขวัญที่มีคุณค่าทางใจ ยกเว้นว่าการโอนถ่ายสิทธิ์แผ่นเสียงนี้จะเป็นประโยชน์ต่อปวงชน


ขอบคุณมากๆที่ยังแวะเข้ามาคุยนะคะ
อยากไปตอบที่พันทิปเหมือนกัน แต่ไม่มีแอคเคานท์
เคยจะสมัครแล้วมันก็วุ่นวาย เค้าบอกเว็บตรวจบัตรประชาชนล่ม...อะไรก็ไม่รู้ เลยถอดใจ
ความคิดเห็นที่ 50
tanodom วันที่ : 10/02/2008 เวลา : 22.43 น.


entry นี้เป็นของ Antonio Carlos Jobim ก็เลยนำเอาบางเพลงของเขาในอัลบั้มชุดนี้...Antonio Brasileiro มาให้ได้รับฟังกัน ซึ่งอัลบั้มส่วนมากเขาจะเป็นแบบบรรเลงมากกว่าการร้อง แต่ชุดนี้เขาจะร้องเสียเป็นส่วนใหญ่

*แล้วเห็นคุณตะเกียงเจ้าพายุ ในความคิดเห็นที่ 40 พูดถึงเพลง Samba De Maria Luiza ผมก็พึ่งรู้ว่าเสียงเด็กที่ร่วมร้องด้วยเป็นเสียงของลูกสาวของ Jobim เอง...น้ำเสียงน่ารักน่าเอ็นดูไพเราะน่าฟังครับ ใครที่ยังไม่เคยฟังลองเข้าไปฟังดูครับ...

01. So Danco Samba : Antonio Carlos Jobim
..........http://www.maama.com/music/view.php?id=016072
03. How Insensitive ( Insensatez ) : Antonio Carlos Jobim
..........http://www.maama.com/music/view.php?id=016068
05. Surfboard : Antonio Carlos Jobim
..........http://www.maama.com/music/view.php?id=016066
06. Samba De Maria Luiza : Antonio Carlos Jobim
..........http://www.maama.com/music/view.php?id=016070
07. Forever Green : Antonio Carlos Jobim
..........http://www.maama.com/music/view.php?id=016064
.
ความคิดเห็นที่ 49
tanodom วันที่ : 09/02/2008 เวลา : 23.39 น.

คิดว่า entry นี้คงจะนิ่งแล้วก็เลยเข้ามาขอต่อ คงน้อยคนที่จะมีสมาชิกเก่าแวะวนเวียนกลับเข้ามาอีก เว้นเสียจากจะเป็นแฟนบอสซาโนว่ากัน ก็เลยต้องเข้ามาดูความก้าวหน้าของ Águas de Março ที่ว่าจะกลับมาใส่ภาษาไทยทีหลัง!? ไม่รู้ว่าจะใส่กันเมื่อไร? นี่ก็รออยู่นะ

ไม่รู้จะไปคุยต่อที่ไหน เพราะเห็นเรื่องเขียนของคุณมันไวเหลือเกินยังไม่ทันครบปีเลยก็ร้อยกว่าเรื่องเข้าไปแล้วไม่รู้ว่าจะแข่งกับตัวเองหรือแข่งกับใครที่ไหน อืม แล้วอยากจะบอกว่ารูปโลโก้เด็กฟันหลอที่เคยใช้ๆอยู่นั้นนะน่าจะเข้าท่าที่สุด เห็นบอกว่า entry มีแค่ตอนนี้ I ตอนเดียวเท่านั้นน่าเสียดายนะ

อยากรู้เหมือนกันว่าแผ่นเสียงที่คุณมีอยู่นี่ มีกี่แผ่น? มันเป็นของโบราณเก่าล้าสมัยคิดว่าคุณจะทำกับมันยังไงในอนาคต? ถ้าไม่เป็นคนอนุรักษ์ของเก่าโบราณหรือใจรักจริงๆก็คงจะไม่เหลือซากให้เห็นอีกต่อไป คิดที่จะขายหรือบริจากบ้างไหมเอ่ย?

ไม่รู้ว่าคุณจะเข้ามาตอบอีกไหม...
ความคิดเห็นที่ 48
LukeKaEw วันที่ : 13/12/2007 เวลา : 18.40 น.
http://www.oknation.net/blog/lukekaew
สบาย สบาย

รู้จักเพลงบอสสาจากเพื่อนที่แนวมากๆ คนหนึ่ง
มันเปิดกรอกหูจนทำให้เริ่มชอบเพลงแนวนี้ไปละ แต่ว่ายังรู้ไม่จักไม่ค่อยเยอะ อาศัยบอกคนขายเอาว่าเอาเพลงแนวนี้อะ

ป.ล.จะมาชวนไปดูวีดีโอเค้าตอนเด้ก อิอิ น่ารักนะ
ความคิดเห็นที่ 47
lost-in-space วันที่ : 12/12/2007 เวลา : 20.32 น.
http://www.oknation.net/blog/lostinspace
สิ่งที่เหนือไปกว่าการให้อภัย คือ "การลืม(มันซะ)"

ได้ยิน (เพลงแรก) มาตั้งแต่เด็ก หลายเวอร์ชั่นมั่ก ๆ เพิ่งจะรู้ว่าเป็นของ Jobim ง่ะ
ความคิดเห็นที่ 46
aoikrub วันที่ : 12/12/2007 เวลา : 16.14 น.
http://www.oknation.net/blog/pimpimol

ร้านป้าโด...ขุมทรัพย์เสียงเพลง
ไม่ใช่คอแจ๊ซ...ไม่ค่อยถูกโลกกับเครื่องเป่าง่ะ
เคยได้ยินคำว่า Bossa Nova มานานแล้ว แถมเคยฟัง La chica de Ipanema มาก็หลายครั้ง แต่ไม่ยักเคยรู้ว่ามันเกี่ยวกัน ตาสว่างซะที
ฟังแล้วอยากไปฮาวาน่า เอ๊ะยังไงกัน
ความคิดเห็นที่ 45
beckyblooms วันที่ : 12/12/2007 เวลา : 13.46 น.
http://www.oknation.net/blog/beckyblooms

แม่เจ้าโว้ย คุณควีน!..เขียนเอาฉันมึน 555.. เก่งจังเลยอ่ะ..เห็นคุณควีนเขียนแบบนี้แล้วคิดถึงพี่โอม ชาตรี... น่าจะคุยกันหนุก จิงๆนะ
ส่วนตัวแล้ว ฟังได้นะคะแนวนี้.. แต่เรื่อยๆ ไม่โปรดมากมายเท่าไหร่.. แต่เพื่อนๆก็ชอบกัน..ไปคุ้ยเขี่ยแถวสวนลุมไนท์บ่อยๆ อิๆๆ
ความคิดเห็นที่ 44
เสี่ยวป้อ วันที่ : 11/12/2007 เวลา : 23.36 น.
http://www.oknation.net/blog/seaugpor
  "เสวนา กับ เสี่ยวป้อ มีสาระบ้าง ไร้สาระบ้าง แต่ส่วนใหญ่จะเน้นไปทางอันหลังมากกว่า 555"

เล่นกีต้าร์คลาสสิคมาตั้งนาน
พึ่งจะมารู้คำว่าบอสซาโนว่าอย่างลึกซึ้งก็วันนี้นี่เอง
ขอบคุณพี่สร้อยสำหรับบทความที่ดีมากๆเรื่องนี้คับ

ความคิดเห็นที่ 43
ก้อนหินรูปหมู วันที่ : 11/12/2007 เวลา : 12.49 น.
http://www.oknation.net/blog/piglet22

เพลงเพราะมั่กๆค่ะ
ชอบเนื้อเพลง Waters of Marchค่ะ

มีความสุขมั่กๆนะค่ะ
ความคิดเห็นที่ 42
TheQueenofNostalgia วันที่ : 11/12/2007 เวลา : 00.54 น.
http://www.oknation.net/blog/saisoi
The worst is yet to come. 

อ๊าา...เรียกว่าจังหวะยก ขอบคุณค่ะ
หมายถึง ถ้าเป็นการปรบมือ ก็จะเน้นที่ตอนง้างมือ
แทนที่จะเป็นตนมือมาโดนกันเสียงดัง(อันนี้จังหวะตก)ถูกมั้ยคะ
ความคิดเห็นที่ 41
ตะเกียงเจ้าพายุ วันที่ : 11/12/2007 เวลา : 00.42 น.
http://www.oknation.net/blog/ilikejazzmusic

syncopation นี่จังหวะยกครับ ไม่ได้ยกแค่จังหวะนะแต่ยกมาทั้งคอร์ด (มาก่อนจังหวะตกที่ควรจะมา) เข้าใจรึเปล่า?
ความคิดเห็นที่ 40
ตะเกียงเจ้าพายุ วันที่ : 11/12/2007 เวลา : 00.39 น.
http://www.oknation.net/blog/ilikejazzmusic

ในบรรดาเพลงของโจบิมผมว่า Samba De Maria Luiza น่ารักที่สุดเพราะเขาร้องกับ มาเรีย ลุยซา ลูกสาวที่ตอนนั้นยังเล็กอยู่

อ๋อ...ต้องไม่ลืมว่า 8 ธันวาคม นอกจากจะเป็นวันเกิดน้องชายผมแล้ว ยังเป็นวันที่ จอห์น เลนนอน โดนยิงตายอีกด้วย
ความคิดเห็นที่ 39
TheQueenofNostalgia วันที่ : 10/12/2007 เวลา : 23.44 น.
http://www.oknation.net/blog/saisoi
The worst is yet to come. 

หวัดดีค่ะ
ความคิดเห็นที่ 38
รัฐศิริ วันที่ : 10/12/2007 เวลา : 23.35 น.
http://www.oknation.net/blog/rutdy

หวัดดีครับ
ความคิดเห็นที่ 37
MoneyPenny วันที่ : 10/12/2007 เวลา : 14.01 น.
http://www.oknation.net/blog/moneypenny
If you like me...run away now!

ชอบฟัง GFI ทุกเวอร์ชั่นเลย ให้อารมณ์ไปกันคนละแบบเมื่อเปลี่ยนเสียงร้องและสไตล์

แต้งกิ้วสำหรับการบ้านหนาคะ
ความคิดเห็นที่ 36
TheQueenofNostalgia วันที่ : 10/12/2007 เวลา : 12.52 น.
http://www.oknation.net/blog/saisoi
The worst is yet to come. 

ตั้งแต่ที่มีคนทักว่าฟังเพลงไม่ได้ (5 ธันวา)
เร๊าา ก็ยังฟังอีสนิปได้จนถึงขณะนี้นา...
อาจจะล่มเป็นบาง provider รึเปล่าน๊า?

คุณตู่ ที่ทึ่งป้าคือ เวลาถามถึงหนึ่งศิลปิน
แกจะหยิบเทปที่ติดสก็อตเทปติดกันเป็นก่ะตั๊ก
เลือกซื้อไม่ถูกเลยอ่ะ

คุณ tanodom หนูก็ฟังเพลงประเภทอื่นด้วยนะ แต่บอสซ่าเป็นหนึ่งประเภทที่ชื่นชอบมากที่สุด และดีใจมากที่ได้เห็นคอมเม้นท์คุณ tanodom เจ้าพ่อบอสซ่าค่ะ เห็นซีดีที่คุณโพสท์ไว้ใน pantip แล้วน้ำยายไหย อยากได้หมดเยย
อ้อ I = me นะคะ มิใช่ หนึ่ง แต่อยากใด
แปลว่าไม่มีภาคสองค่า

ชื่อจำยากและอ่านยากเนาะเจเจ ชื่อเพลงเราก็อ่านมั่วๆเอา
ความคิดเห็นที่ 35
เจเจค่ะ วันที่ : 10/12/2007 เวลา : 11.30 น.
http://www.oknation.net/blog/jj
แรดเดียวดาย ท่ามกลางไม้ป่าเดียวกัน..... 

อีกทีนึง



ชอบคลิปจังเยย
ความคิดเห็นที่ 34
เจเจค่ะ วันที่ : 10/12/2007 เวลา : 11.28 น.
http://www.oknation.net/blog/jj
แรดเดียวดาย ท่ามกลางไม้ป่าเดียวกัน..... 

อ่านรอบแรกมึนๆอ่ะ

อ๋อรู้แระ

แต่ละชื่อจำยากๆทั้งนั้นเลย

อ่านรอบสองอีก

อืม.....แซบเซิ้งซะที

โหวตให้นะจ๊ะเธอ
ความคิดเห็นที่ 33
kamolnum วันที่ : 10/12/2007 เวลา : 10.57 น.
http://www.oknation.net/blog/kamolnum

มาฟังเพลงอีกรอบ
เสียงแซ๊กโซโฟนเพราะมากๆเลย
ความคิดเห็นที่ 32
Thipsuda วันที่ : 10/12/2007 เวลา : 01.17 น.
http://www.oknation.net/blog/iamtip

ขออนุญาตแอดบล็อกนี้ไว้ใน favourite นะคะ ตามอ่านมาตั้งแต่ตอนไม่ได้เป็นสมาชิก ไม่มีโอกาสได้เขียนคอมเม้นต์เลย มาวันนี้ได้ทีขอฝากตัวเป็นสมาชิกประจำเลยแล้วกันนะคะ
บล็อกนี้สร้างสรรค์มากเลยค่ะ :D
ความคิดเห็นที่ 31
kkandha วันที่ : 10/12/2007 เวลา : 01.05 น.
http://www.oknation.net/blog/kkandha

เพิ่งไปได้เพลง bossa nova มา 1 แผ่น ค่ะ ชอบที่เป็นดนตรีที่ไม่เหมือนใคร กำลังหาข้อมูลเพิ่มอยู่ก้อมาเจอที่นี่แหละ ขอบคุณมากๆๆเลย ได้ฟังเพลงที่ชอบด้วย แล้วจะติดตามเรื่อยๆๆนะค่ะ ดีจัง
ความคิดเห็นที่ 30
วิตามินบี วันที่ : 10/12/2007 เวลา : 00.13 น.
http://www.oknation.net/blog/babymind
ความอ่อนน้อมถ่อมตน คืออาภรณ์ประดับกายที่งดงาม


เพลงของคุณสร้อย
ร้องแบบนี้ทุกเพลงเลย
ตั๊ด ต่า ดา ด่า ดั๊ด ตั้ด ตา ดา....


ความคิดเห็นที่ 29
pookcl วันที่ : 09/12/2007 เวลา : 20.10 น.
http://www.oknation.net/blog/pookcl
Why am I feeling so strange

รู้จักเพลงบอสซาโนว่า เพลงแรกจากเพลงไทยนี่แหละ
"ทะเล" ของชรัส เฟื่องฯ ไง
"เหม่อมอง มองทะเลมืดสลัว ลมทะเลพัดน่ากลัวจริงหนา เสียงคลื่นสาดซัดเป็นเกลียว เกลียวกระจาย"
ฟังได้เรื่อยๆ นะเพลงจังหวะนี้น่ะ แต่ไม่เคยลงลึกถึงขั้นรู้จักมากมายเลย ได้รู้จักเพิ่มขึ้นก็วันนี้ล่ะ

ความคิดเห็นที่ 28
มิสนอราห์ วันที่ : 09/12/2007 เวลา : 17.45 น.
http://www.oknation.net/blog/missnorah

อ้อ เรียกไซซอยป่าวแซวคุณธโนดมนะ (เขียนงี้ป่าว)
ตอนเราเข้าบล่อกนี้ครั้งแรกๆ เราก็เผลออ่าน สายซอยค่ะ
ไม่เคยบอกเจ้าของบ้านนี้เลย
ความคิดเห็นที่ 27
มิสนอราห์ วันที่ : 09/12/2007 เวลา : 17.42 น.
http://www.oknation.net/blog/missnorah

มาฟังเพลงบ้านไซซอยอีกรอบ (เพราะกลับบ้านก็ฟังไม่ได้) ก่อนออกไปฟังฟิวส์ชั่นแจ๊สสุดฟุ้ง (ซ่าน) วันนี้มีนักร้องสมูธอี เอ้ย สมูธแจ๊ส laura fugi ไงก็ยังโอล่ะหน่า (ปลอบใจตัวเอง) :A4








และถ้าเปิดเน็ตอย่าลืมแวะไปโหวตบ้านเราด้วยนะคะ

(อ้างอิงจากบล็อกเกอร์ปริศนาท่านหนึ่ง)


happy sunday ja
ความคิดเห็นที่ 26
tanodom วันที่ : 09/12/2007 เวลา : 13.42 น.


ลืมรูปปกอัลบั้มไป
ความคิดเห็นที่ 25
getterTu วันที่ : 09/12/2007 เวลา : 13.37 น.
http://www.oknation.net/blog/getterTu

ความน่าทึ่งของป้าโด ก็คือ ความสามารถในการนึกหาเพลงตามที่ลูกค้าถาม
รวมไปถึงการค้นหาเพลงที่อยู่ในร้าน ซึ่งไม่รู้ว่าแกจัดเก็บด้วยระบบอะไร
ความน่าทึ่งอีกประการก็คือ ความที่ป้าแกหน้าเหมือนกับเจ๊จูพันทิปยังกะแกะ
กว่าจะรู้ความจริงบางอ้อ ผมก็ต้องรวบรวมความกล้าตั้งนานที่จะถาม

อ้าว ไม่เกี่ยวกับ บอซซา กะ โจบิม เลยนี่หว่า
เอาเป็นว่า
ขอบคุณสำหรับเพลงเพราะๆนะครับ(จริงๆอีสนิปล่ม ยังฟังไม่ได้ ฮ่า)
ความคิดเห็นที่ 24
tanodom วันที่ : 09/12/2007 เวลา : 13.36 น.

สวัดดีคุณ saisoi ครั้งแรกๆที่เข้ามาใหม่ๆก็แปลกใจอยู่เหมือนกัน ใครนะชื่อ " ไซซอย " ไอ้เราเรอะก็ไม่ได้คิดไปเป็นอย่างอื่น จนกระทั้งอ่านไปเรื่อยๆจึงเห็นเพื่อนๆคุณเรียกว่า " สายสร้อย " จึงได้ถึงบางอ้อ!

เฝ้าติดตาม ตามที่บอกไว้ว่าในวันเสาร์นี้ จะเขียนถึง Jobim เราก็แปลกใจอยู่ไม่น้อยว่า ทำไมต้องเป็นวันเสาร์ด้วย? เตรียมข้อมูลยังไม่เรียบร้อยหรืออย่างไร? พออ่านมาถึงตอนท้ายจึงได้ถึงบางอ้ออีกครั้ง! วันที่ 8 ธันวาคม Jobim เสียชีวิต! แหมเล่นขมวดปมไว้ตอนจบได้ดีทีเดียว นึกไม่ถึงเหมือนกันนะว่าคุณก็เป็นแฟนตัวจริงของ Jobim เจ้าพ่อแห่งวงการ bossa nova ผมยังนึกไม่ถึงเลย!

ที่จริงเห็นข้อเขียนของคุณตั้งแต่คืนวันเสาร์ที่ 8 แล้วเหมือนกัน แต่เห็นว่าเพื่อนๆร่วมแก๊งของคุณกำลังเรียงคิวเข้ามาทักทายกันอยู่ตรึม ก็เลยขอให้ซาๆลงไปหน่อยที่จริงอยากจะแสดงความคิดเห็นเป็นคนสุดท้ายเหมือนกัน คืออยากจะดูว่า Jobim ตำนานเจ้าพ่อบอสซาโนว่า จะมีคนสนใจมาอ่านเยอะไหม? แต่กลัวว่ามันจะนานเกินไปจนอาจจะลืมไป เรื่องราวของคุณสายสร้อยเท่าที่ผ่านตาจะเห็นได้ว่ามีเพื่อนๆสนใจเข้ามาแสดงความคิดเห็นอย่างล้นหลาม แสดงว่าผู้เขียนไม่ว่าจะเขียนเรื่องไหนก็เขียนได้น่าสนใจน่าอ่าน แต่เห็นหัวข้อเรื่องตอนท้ายมีเลข I แสดงว่าคงจะต้องมีเลข II เป็นแน่แท้...แล้วจะขอติดตามครับ

พอเขียนข้อความที่พาดพิงถึง bossa nova เข้าให้แล้วละก้อผมก็คงอยู่เฉยไม่แสดงความคิดเห็นเลยก็คงกะไรอยู่มันอดไม่ได้ ก็ของมันรักมันชอบ ก็ขอเป็นส่วนหนึ่ง ณ ที่นี้ด้วย คุณก็คงเหมือนผมเลยที่ชอบแนวเพลงสไตล์ bossa nova เหมือนกันและที่สำคัญจะฟังเพลงในแนวนี้เป็นหลัก มากกว่าเพลงในแนวอื่นๆว่างั้นเถอะ ฟังได้ฟังดีฟังมันซ้ำๆซากๆจำเจโดยไม่รู้จักเบื่อ! สำหรับผมแม้วันเวลามันจะผ่านล่วงเลยมานานแสนนานหลายสิปปีก็ยังคงเส้นคงวาแบบเดียวกับที่คุณว่า แต่คุณสายสร้อยอนาคตยังอยู่อีกไกลวันนั้นยังมาไม่ถึง...ไม่แน่อาจจะเปลี่ยนใจไปจาก bossa nova ก็ได้ แต่ผมคงไม่เปลี่ยน เคยมีหลายๆคนในบอร์ดฯ มักจะพูดกันว่าให้เปิดโลกทางดนตรีให้กว้างฟังให้มากๆหลากหลายเข้าไว้อย่าไปยึดติดกับแนวใดแนวหนึ่งโดยเฉพาะ! แต่เคยทดลองแล้วยังไงก็ต้องกลับมาที่เก่า ความชอบเฉพาะตัวของแต่ละบุคคลคงห้ามกันไม่ได้ ทางใครทางมันว่างั้นเถอะ ที่จริงเพลงพวกนี้เนื้อเพลงเราก็ฟังไม่รู้เรื่องไม่รู้ความหมาย เพราะเพลงดั่งเดิมก็เป็นภาษา Portuguese ทั้งนั้น และเพลงของ Jobim เองส่วนใหญ่ก็เป็นเพลงบรรเลงด้วย แต่ด้วยจังหวะท่วงทำนอง melody ของเพลงมันสามารถสื่อความหมายได้โดยธรรมชาติ เรารู้สึกได้หลายๆเพลงฟังดูมันเศร้าๆมากๆอย่างที่คุณสายสร้อยบอกเลยจริงๆ บางเพลงฟังไปฟังมาน้ำตาซึมตื้นตันใจแต่ในความเศร้าหงานั้นก็คือความสุข!? คงไม่สามารถอธิบายได้ละเอียด ผู้ที่จะเข้าใจได้ก็คือผู้ที่รักในเพลงแบบนี้อย่างเป็นบ้าเป็นหลังเท่านั้นนะ...คุณว่าไหม?

เพลงที่ให้ไว้ยังฟังไม่ได้ตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว ผมร่วมแจมด้วยแล้วกันถ้าข้างบนที่ให้ไว้ยังฟังไม่ได้ก็ฟังตามลิ้งค์ที่ให้ไว้นี้ไปก่อน เป็นเพลงบรรเลงของ Antonio Carlos Jobim อยู่ในอัลบั้มชุด The Composer of Desafinado, Plays เป็นแผ่นเสียงแบบเดียวกับของคุณสายสร้อยมีนี่ก็แสดงว่าไม่ธรรมดาขนาดยังไม่มีเครื่องเล่น turntable ก็ซื้อมาแล้วขอให้เป็นเจ้าของไว้ก่อนถือว่าเป็นคนในยุคเชื่อมต่อระหว่างกลางเก่ากลางใหม่

1. The Girl from Ipanema
http://www.maama.com/music/view.php?id=013179
3. Agua de Beber
http://www.maama.com/music/view.php?id=013180
5. Favela
http://www.maama.com/music/view.php?id=013211
6. Insensatez
http://www.maama.com/music/view.php?id=013212
8. One Note Samba