• TheQueenofNostalgia
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : soi@jazz.in.th
  • วันที่สร้าง : 2007-03-07
  • จำนวนเรื่อง : 166
  • จำนวนผู้ชม : 106247
  • จำนวนผู้โหวต : 443
  • ส่ง msg :
with little miss nostalgia
Reminiscing.
Permalink : http://www.oknation.net/blog/saisoi
วันพฤหัสบดี ที่ 21 กุมภาพันธ์ 2551
ผู้ชายที่ทำให้ประเทศไทยรู้จักคำว่า *อนุรักษ์* คุณรู้จักเขาหรือไม่?
Posted by TheQueenofNostalgia , ผู้อ่าน : 901 , 14:10:56 น.   | หมวดหมู่ : The most influential persons of my life  
พิมพ์หน้านี้



เริ่มมาจากบทสนทนาที่คุยถึงรุ่นพี่คนหนึ่งในคณะเมื่อนานมาแล้ว
“ไอ้นี่มันหลานหมอบุญส่ง เลขะกุลนะ” รุ่นพี่อ้างถึงรุ่นพี่อีกคนหนึ่ง
“เอ๊ะ หมอบุญส่ง ชื่อคุ้นๆ ใครนะพี่” ฉันถาม
“ที่เค้าเป็นนักอนุรักษ์ธรรมชาติไง เขีียนหนังสือดูนกน่ะ” พี่ตอบ



ภาพหนังสือ Bird guide Thailand เล่มนี้ฉายพรึ่บในหัวทันที ก็จำมันได้ตั้งแต่ตอนที่บิดาของฉันได้แสดงความสนใจในกิจกรรมดูนก สมัยฉันยังเรียนมัธยมอยู่ บ้านเราจึงมีของอย่าง กล้องส่องทางไกลรุ่นใหม่ ทั้งแบบสองตา และแบบเป็นท่อยาวๆ ซึ่งเวลาไปวางที่ไหน ชาวบ้านจะสนใจเป็นอย่างมากและถามว่าทำอะไร จนบางครั้งบิดาต้องตอบแกมตลกว่า ส่องทำถนนครับ (ถ้าตอบว่าดูนก จะมีคำถามต่ออีกไม่รู้จบ…ดูทำไม ดูนกอะไร) แล้วก็มีเทปบันทึกเสียงนกร้องและเสียงธรรมชาติประเภท “Nature sounds” จำนวนมาก (ไว้ฟังแทนเพลงในรถ) มีหนังสือเกี่ยวกับนก รวมทั้งเจ้าเล่มข้างๆนี่ แล้วก็สัญลักษณ์ของหน่วยงานที่ชื่อว่า 
“ชมรมดูนกกรุงเทพฯ”
(ภายหลังเปลี่ยนเป็น สมาคมอนุรักษ์นกแห่งประเทศไทย) เริ่มปรากฏบนสิ่งของจำพวก เป้สะพายหลัง หมวกของบิดา และในรูปแบบสติกเกอร์ เสาร์อาทิตย์ไหนที่ฉันติดตามบิดาไปด้วย ก็จะได้ไปสถานที่อย่างบางปู ชานเมืองที่มีหนองน้ำ จนไปถึงการเดินทางไปเขาใหญ่กับชมรมฯ ฉันเริ่มได้ยินชื่อพันธุ์นกต่างๆ เมื่อท่านได้ยินเสียงนก หรือเห็นนกแว้บๆ หรือใช้กล้องส่องดู

เมื่อทบทวนสิ่งต่างๆ ที่เชื่อมโยงต่อมาจากชื่อ ของหมอบุญส่ง เลขะกุล ได้แล้ว
ฉันก็ตอบกลับรุ่นพี่คนนั้นในทันใดว่า

“อ๋อ หนังสือดูนกที่มีรูปนกทั้งประเทศเลยใช่มั้ยพี่” ฉันตอบ

ปิดการสนทนา


จากการรำลึกถึงหมอบุญส่งแบบผิวเผินบางเบามากครั้งนั้น
จนมาถึงเดือนธันวาคมปีที่แล้ว(น่าจะประมาณสิบปี) นิตยสารสารคดีหน้าปก
100 ปี นายแพทย์บุญส่ง เลขะกุล ก็ปรากฏขึ้นต่อหน้าฉันบนแผง ฉันรีบ
แสดงความจำนงในการเป็นเจ้าของมัน ด้วยสิ่งสมมติที่เรียกว่าเงินตราโดยฉับพลัน
ฉันนำมันติดตัวไปอ่านในร้านนำ้ชาแห่งหนึ่งและตั้งหน้าตั้งตาอ่าน
บทความเล่าถึงความเป็นมาของหมอบุญส่ง ผ่านความทรงจำของคนหลายๆคน
รอบๆตัวท่านเป็นข้อมูลที่ฉันไม่เคยรู้มาก่อน ทุกหน้าที่อ่าน สร้างความอึ้ง ทึ่ง
และศรัทธาในตัวท่านเป็นอย่างมาก



ท่านคือคนที่"อยาก" "กล้า" และ"ได้" สร้างความเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้น
ให้กับสังคมไทย ในด้านทรัพยากรส่ิงแวดล้อมเป็นอย่างมาก
ฉันไม่เคยสนใจจะรู้เรื่องพวกนี้มาก่อนเลย...

จากนายแพทย์ที่มีกีฬาโปรด "ล่าสัตว์" ซึ่งเป็นกีฬาที่ฉันจัดว่าป่าเถื่อน
ท่านกลายเป็นนักอนุรักษ์ธรรมชาติคนแรกของประเทศ และบัญญัติคำว่า
Conservation เป็นภาษาไทยได้อย่างไรกัน?

มีบทความเล่าเรื่องของท่านโดยละเอียดอยู่มากมายหาอ่านได้ในอินเตอร์เน็ท
ที่ฉันอยากให้คุณๆได้อ่านกัน หากสนใจ
แต่ฉันสรุป ย่อ เติม และคัดลอกย่อหน้าเพื่อให้ได้ใจความคร่าวๆ รวมลงในเอ็นทรี่นี้
แม้จะยาว แต่ก็อยากให้คุณๆได้อ่านอย่างผ่านๆก็ยังดี ไม่อยากให้ละเลยไป
เหมือนกับที่คนส่วนมาก(อาจจะคนรุ่นใหม่ๆ) ไม่ค่อยรู้เรื่องเกี่ยวกับตัวท่าน
รวมทั้งฉัน



...


เมื่อยุคก่อนสงครามโลก ความคิดที่ว่า "ป่าไม้มีวันหมด"
เป็นประโยคที่ไม่เคยมีอยู่ในหัวและไม่มีใครคิดว่ามันจะเป็นไปได้ในสมัยนั้น

ส่วนการนิยมไพรและล่าสัตว์ ก็มีกฏกติกาที่เป็นสากลและใช้กันอย่างเคร่งครัด เช่น
ล่าได้แต่ตัวผู้ที่เต็มวัยเท่านั้น ห้ามล่าตัวเมีย หรือลูกสัตว์เป็นอันขาด
และล่าแต่สัตว์ที่สมบูรณ์(โดยเฉพาะเขา) เพื่อนำสัตว์ไปศึกษา
ผู้ล่าจึงต้องเป็นผู้ที่มีความรู้ในเรื่องเกี่ยวกับสัตว์ป่า ต้องตามรอยเท้าสัตว์เป็นเวลานาน
(และสมัยนั้นการเข้าป่าก็มิได้สะดวกสบายเช่นทุกวันนี้)
กว่าจะรู้ตัวของสัตว์และเข้าใจพฤติกรรมของมัน เมื่อล่าแล้วสัตว์บาดเจ็บ
ผู้ล่าต้องล้มสัตว์ให้ได้ มิใช่ยิงทิ้งยิงขว้าง การล่าผิดเช่นโดนตัวเมีย หรือล้มสัตว์ไม่ได้
เป็นความผิดที่มีระดับการ “ยอมรับไม่ได้” อย่างสูงในสังคมล่าสัตว์
(แม้ว่าแม้จะโดยกติกาแล้ว…มันก็คือการตัดชีวิตผู้อื่นอยู่ดีล่ะน่า!)
อีกประการหนึ่ง ชาวบ้านที่อยู่ใกล้ป่า ก็ต้องระวังชีวิตตนและบ้านเรือนจากสัตว์ป่า
การพึ่งนายพรานให้ล่าสัตว์ได้จึงอยู่ในวิสัยเพื่อความปลอดภัย (สัตว์ตัวสุดท้ายที่
หมอบุญส่งต้องล้ม คือช้างพลายตกมัน ที่เหยียบชาวบ้านตายไปสองคน ท่านใช้เวลา
หลายวัน ตากแดดตากฝนนอนอยู่กับมัน กว่าจะล้มมันได้-ด้วยความเศร้าใจเป็นอย่างยิ่ง)



ความชำนาญอันเกิดจากการเที่ยวป่าและติดตามสังเกตพฤติกรรมของสัตว์ป่า
มานานปี ประสบการณ์
ตรงที่หมอบุญส่งได้รับจากการเที่ยวป่าและล่าสัตว์
ต่อมาภายหลังได้เกิดเป็น ตำราสัตวศาสตร์ที่ท่านเขียนขึ้นไว้มากมายอย่าง
ที่ไม่
เคยมีใครเขียนมาก่อน ไม่ว่าจะเป็น สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมในเมืองไทย
(Mammals of Thailand) คู่มือดู
นก (Bird Guide of Thailand) ที่ได้รับความเชื่อถือ
และยอมรับจากทั่วโลก - เวอร์ชั่นแรกท่านเป็นคนวาดรูปนกเองทั้งหมดด้วย
รวมทั้งบทความเชิงวิชาการ
เกี่ยวกับป่าไม้ และสัตว์ป่าอีกจำนวนมาก ...
จะมีใครเล่าที่รู้เรื่องกระทิงได้ดีไปกว่าผู้ที่เฝ้าติดตามรอยของ
มันไปเป็นวันๆ?
ผ่านทั้งป่าโปร่งและดงดิบกว่าที่จะเข้าถึงตัวกระทิงได้ ใครจะได้เห็นพฤติกรรม
ของฝูงนก
เขาเปล้านับร้อยนับพันที่ลงกินน้ำกลางโป่งน้ำซับ
นอกจากคนผู้ซุ่มซ่อนในพุ่มไม้ริมโป่งอย่างเงียบกริบ?

แล้วการล่าสัตว์ก็เปลี่ยนไปหลังสงครามโลก เมื่อมีอาวุธ และพาหนะที่เหลือจาก
สงคราม ถนนที่เพ่ิมขึ้นหลายสายในประเทศ... หมอบุญส่ง สังเกตดูด้วยความเป็นห่วง



ท่านและนักนิยมไพรอีกหลายท่านได้ก่อตั้ง "นิยมไพรสมาคม"

ด้วยจุดยืนส่งเสริมและเรียกร้องให้มีการดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติ
ในยุคสมัยที่ทรัพยากรธรรมชาติทั้งป่าและล่าสัตว์ยังคงอุดมสมบูรณ์
การพูดถึงการรักษาป่า รักษาสัตว์ จึงกลายเป็นเรื่องเหลวไหลไร้สาระที่ไม่มีหน่วย
งานใดให้ความสนใจ ตัวคุณหมอบุญส่งเองก็ถูกค่อนแคะวิพากษ์จากกลุ่มพราน
คนเมืองผู้นิยมการล่าสัตว์เป็นชีวิต รวมทั้งผู้ที่ เกรงว่าจะสูญเสียผลประโยชน์
ชีวิตวัยหนุ่มเมื่อครั้งออกเที่ยวป่าล่าสัตว์ กลายเป็นที่มาของคำโจมตีว่าคุณหมอ
รักษาสัตว์ป่าเอาไว้ให้พวกเดียวกันเอง รวมไปถึงการตราหน้าว่าเป็นนักบุญใจบาป

การต่อสุู้ในเชิงอนุรักษ์ของคุณหมอเป็นไปอย่างโดดเดี่ยว ทว่าเสียงวิพากษ์
วิจารณ์ความไม่เข้าใจของผู้คน ตลอดจนการทำงานที่ขาดความร่วมมือจากรัฐ
ก็ไม่ได้ทำให้คุณหมอบุญส่งหมดกำลังใจหรือท้อแท้แต่อย่างใด กลับยิ่งกระตุ้นเตือน
ให้คุณหมอเร่งปูพื้นฐานงานอนุรักษ์ และสร้างกระแสให้ประชาชนทั่วไปได้เข้าใจ
ถึงความสำคัญของทรัพยากรธรรมชาติ เข้าใจถึงคุณค่าของป่าและสัตว์ป่าเพิ่มมากขึ้น



ห้องโถงขนาดใหญ่ในบ้านพักของคุณหมอบุญส่งเองได้กลายเป็นสำนักงานของ
นิยมไพรสมาคม รวมทั้งจัดแต่งห้องขึ้นในลักษณะของพิพิธภัณฑ์ทางธรรมชาติวิทยา
กิจกรรมของนิยมไพรสมาคม เกิดขึ้นอย่างมากมาย ท่านออกเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับ
ธรรมชาติของป่าและสัตว์ป่า เพื่อปลูกฝังนิสัยรักและหวงแหนในทรัพยากรธรรมชาติให้
แก่ประชาชนทั่วไป เดินทางไปบรรยายประกอบการฉายสไลด์หรือภาพยนตร์ชีวิตสัตว์
ที่ถ่ายทำเองตาม ตามโรงเรียน มหาวิทยาลัย วัด ทั่วทั้งกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด
(หลายๆสมาคมที่เกี่ยวกับการอนุรักษ์ รวมทั้ง "ชมรมดูนกกรุงเทพ" ก็คือการก่อตั้ง

ของลูกศิษย์หมอบุญส่งและสมาชิกนิยมไพรสมาคมนั่นเอง)

บทความของท่านก็กระตุ้นให้สังคมและรัฐบาลยุคนั้นเห็นความสำคัญ
ของการสงวนรักษาธรรมชาติเช่นในหนังสือพิมพ์สยามรัฐ นิตยสารชัยพฤกษ์
โดยมีเนื้อหาส่วนหนึ่งเรียกร้องให้รัฐบาลออกกฎหมายคุ้มครองสัตว์ป่า ฯล

แม้ว่าการทำงานของท่านจะอยู่ในสมัยที่บ้านเมืองตกอยู่ในระบบเผด็จการ
และอำนาจมืด
ท่านก็ยังคงปฎิบัติหน้าที่ของนักอนุรักษ์อย่างเต็มกำลัง
ท่านได้นำ
คณะกรรมการของนิยมไพรสมาคมเข้าพบนายกรัฐมนตรีถึง 2 ครั้ง 2 คน
ใน 2 รัฐบาล ทั้งจอมพลสฤษดิ์ และจอมพลถนอม
และท่านได้เข้าไปพูดต่อส.ส.
ขอให้นักการเมืองเหล่านั้นช่วยกันสนับ
สนุน พ.ร.บ. สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า
กับ พ.ร.บ. อุทยานแห่งชาติให้ออกมา


หลังจากการรณรงค์เรียกร้องในรูปแบบต่างๆ
ด้วยความอุตสาหะ
ครั้งแล้วครั้งเล่า เช่นลากเขาสัตว์อันเบ้อเร่อเข้าไปเคาะประตูสภา ("กระไดไปล่อ"ประธานสภา
ของ ส.ว.การุณ เมื่อปี 49 กระจอกไปเลย)
ความสำเร็จก้าวแรกของนิยมไพรก็บังเกิดขึ้น เมื่อสภาผู้แทนได้ผ่าน พระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่าออกมาในปี
พ.ศ. 2503 และในปีถัดมาก็ออกพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติตามมาอีก 1 ฉบับ ผลที่ตามมาก็คือ
มีการประกาศพื้นที่บางแห่งให้เป็นป่าอนุรักษ์
ในรูปของอุทยาน
แห่งชาติ และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า
รวมทั้งวนอุทยานและเขตห้ามล่าสัตว์ป่าอีกมากมาย

ที่รู้จักกันอยู่ใน
ปัจจุบัน รวมทั้งอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ที่หมอบุญส่งเป็นคนขีดเส้นกำหนดเขตเอง โดยรวมพื้นที่ส่วนตัวของท่านเองให้อยู่ในเขต ให้ตกเป็นสมบัติของชาติไปด้วย (ตรงข้ามกับเขายายเที่ยงเสียนี่กระไร!)


ถ้าสัตว์ป่ายังล่าได้ตามใจปรารถนา พื้นที่ป่าไม่มีการสงวนไว้
(อย่างน้อยก็ด้วยกฏหมายระดับพระราชบัญญัติ
)
ลองจินตนาการดูว่าประเทศไทยจะมีสภาพเป็นเช่นไรในปัจจุบัน

นอกจากกฏหมายสองฉบับที่ท่านได้ฟันฝ่ามาให้คนไทยด้วยความยากลำบาก
"สำนึกในการอนุรักษ์" ก็คือมรดกยิ่งใหญ่ ที่ท่านได้มอบไว้ให้กับเรา
(ถ้ายังมีกันอยู่)


http://www.boonsongconservationthailand.com/




Tag ขอเชิดชูสามัญชน ...
คนที่เราเคารพ ศรัทธา ได้อย่างเต็มหัวใจของฉัน

ตอบ คุณปฏิจจชน
http://www.oknation.net/blog/patijjachon/2008/02/10/entry-1


(เกือบลืม) ส่ง Tag ต่อ missnorah และ hesse04 ค่ะ




เรื่องจาก นิตยสารสารคดี / http://www.thailandoutdoor.com/JungleandSea/Boonsong/boonsong.html
ภาพทั้งหมดจากเว็บทางการของนายแพทย์บุญส่ง เลขะกุล




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 68
apooh วันที่ : 18/03/2008 เวลา : 15.17 น.
http://www.oknation.net/blog/bedtaled
- พวก - พ...พึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกัน//ว...ไว้วางใจซึ่งกันและกัน//ก...............เกรงอกเกรงใจซึ่งกันและกัน  ..  ของพี่แจ็ค สดๆร้อนๆ ชอบมากกกกกกกกก

จำนวนผู้ชม : 67788 อิอิ เลขสวย
จะตอบแทคละนะ คุณควีนส์
แหกกฏบานเลย แต่ ก็นะ ทำไงได้ หมีมีปัญญาเท่านี้ นิ
ความคิดเห็นที่ 67
PostAmorndern วันที่ : 03/03/2008 เวลา : 17.55 น.
http://www.oknation.net/blog/amorn

ถือเป็นบุคคลที่มีคุณูปการต่อสังคมไทย ในเรื่องของการอนุรักษ์และคุ้มครองสัตว์ป่า

ยอมรับว่า บางครั้งตัวข้าพเจ้าเองก็ไม่ได้มีแรงบันดาลใจในเรื่องเกี่ยวกับธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม แต่การได้อ่านและเรียนรู้เกี่ยวกับคนที่อุทิศตัว ย่อมทำให้เราทบทวนไม่มากก็น้อยครับ
ความคิดเห็นที่ 66
cozy วันที่ : 28/02/2008 เวลา : 23.38 น.
http://www.oknation.net/blog/kakalot
dextropropoxyphene, methadone,nalbuphine, pethidine, pentazocine buprenorphine, dextromoramide,chlormethiazole. f**k it, we would've injected vitamin C if only they'd made it illegal.

เยี่ยมเลยครับ สายสร้อย

ความรู้ใหม่ๆฮะ
ความคิดเห็นที่ 65
ครูเก๋ วันที่ : 28/02/2008 เวลา : 21.58 น.
http://www.oknation.net/blog/clear
Clear : ชัดเจน จริงใจ ตรงไปตรงมา 


เข้ามาครั้งแรกค่ะ ขอชื่นชมค่ะ เขียนได้สาระดีค่ะ (แอบอายค่ะ ของเราไม่เคยเขียนยาวๆแบบนี้เลย ...บ่งบอกความขี้เกียจ)
ความคิดเห็นที่ 64
After-PostModern วันที่ : 28/02/2008 เวลา : 20.26 น.
http://www.oknation.net/blog/lightcircle

แวะมาอ่านความตั้งใจของเจ้าของบ้านครับ
ความคิดเห็นที่ 63
Bon วันที่ : 28/02/2008 เวลา : 16.42 น.
http://www.oknation.net/blog/impel

อืม คล้ายอ่านสารคดีดีๆซักเรื่อง อยากให้หลายๆคนคิดแบบนี้นะครับ ไม่เฉพาะกับเรื่องอนุรักษ์สัตว์ก็ได้
ความคิดเห็นที่ 62
Bon วันที่ : 28/02/2008 เวลา : 16.41 น.
http://www.oknation.net/blog/impel

อืม คล้ายอ่านสารคดีดีๆซักเรื่อง อยากให้หลายๆคนคิดแบบนี้นะครับ ไม่เฉพาะกับเรื่องอนุรักษ์สัตว์ก็ได้
ความคิดเห็นที่ 61
เมธา วันที่ : 27/02/2008 เวลา : 15.11 น.
http://www.oknation.net/blog/talkwithMetha

ไม่รู้มาก่อน ขอบคุณครับ
ความคิดเห็นที่ 60
SOMBOONTIEW วันที่ : 26/02/2008 เวลา : 21.48 น.
http://www.oknation.net/blog/somboontiew

แวะมาเยี่ยมมาเยือน มาอ่านข้อคิด บทความดีดี

แล้วก็มาเชื้อมาเชิญไปดู smile (2) """

เพื่อ ความสุข และอิ่มเอมใจ
ความคิดเห็นที่ 59
delicoco วันที่ : 26/02/2008 เวลา : 11.16 น.
http://www.oknation.net/blog/delicoco

อื้ม...จำได้ว่าเป็นเดือนละ ดูทีวีแล้วมีรายการที่นำเสนอเรื่องราวของหมอบุญส่ง เคยรู้เรื่องราวของท่านมาบ้าง แต่พอดูรายการนี้จบแล้วอิ่มน่ะ คือยังมีคนที่ทุ่มเทให้กับธรรมชาติ รักธรรมชาติ รักสัตว์อย่างแท้จริง...
ความคิดเห็นที่ 58
Jui วันที่ : 25/02/2008 เวลา : 22.24 น.
http://www.oknation.net/blog/jui880

คนอะไรมีหลายบ้าน
ตามหาตัวไม่ถูกเลย
น้องสร้อย...
สอนพี่บ้างสิ
ความคิดเห็นที่ 57
hathai วันที่ : 25/02/2008 เวลา : 19.12 น.
http://www.oknation.net/blog/hathai

ถ้าเมืองไทยมีคนอย่างนี้เยอะๆๆ คงจะดีนะคะ
ความคิดเห็นที่ 56
วิตามินบี วันที่ : 24/02/2008 เวลา : 21.45 น.
http://www.oknation.net/blog/babymind
ความอ่อนน้อมถ่อมตน คืออาภรณ์ประดับกายที่งดงาม


โครงการโอเคเนชั่นสัญจรน้ำใจเพื่อน้องหนู..ก็โอเค
และทีมบล็อกเกอร์อาสาทำกิจกรรมทั้งหมด

ขอขอบพระคุณทุกท่าน
ที่ได้ร่วมปันน้ำใจในหลากหลายรูปแบบ
ให้กับเด็กน้อยผู้น่ารักที่จ.สระแก้ว

ขณะนี้น้ำใจของท่านได้ส่งมอบถึงมือเด็กๆเรียบร้อยแล้ว
"รอยยิ้มของเด็กน้อย"
คงเป็นคำตอบที่ดีที่สุด
ว่าเด็กๆมีความสุขมากมายเพียงใด

โครงการนี้สำเร็จได้ด้วย"พลังน้ำใจ"อันมหาศาล
ของชาวโอเคเนชั่นทุกท่านค่ะ

วิตามินบี ปชส.โครงการ
ความคิดเห็นที่ 55
eddie วันที่ : 24/02/2008 เวลา : 20.34 น.
http://www.oknation.net/blog/supermodels

ตอนยังเป็นนักข่าววิ่งอยู่ข้างนอก เคยตามเด็กๆไปทำกิจกรรมดูนก ใช้หนังสือเล่มนี้ตลอด แต่ลืมไปว่าคนเขียนคือ หมอบุญส่ง เลขะกุล
แต่ยังไงก็ยังคุ้นหูชื่อท่านมาตลอด แต่ คุณควีน มาช่วยตอกย้ำ ตอนนี้ก็เลยไม่ลืมแล้วครับว่า คุณหมอ เคยทำคุณประโยชน์อันใดให้กับประเทศชาติ
ความคิดเห็นที่ 54
คนโทใส่น้ำ วันที่ : 24/02/2008 เวลา : 10.41 น.
http://www.oknation.net/blog/konto
    http://www.oknation.net/blog/konto2    

The quick brown fox jumps over the lazy dog.
หนูชอบประโยคนี้มากเลยค่ะ

แต่อยากรู้ว่ามันแต่งเป็นประโยคอื่นไม่ได้แล้วเหรอถ้าจะเทสต์ฟ้อนต์

-------

The quick brown girl jumps over the lazy blogger that name is Saisoi. ไงจ๊ะหนูสร้อย ha ha. (ไม่ต้องนับหรอกนะ ไม่ครบทุกตัวอักษรหรอก แต่อาจจะได้ภาพครบถ้วน)
ความคิดเห็นที่ 53
ตุ้มจิ๋ว วันที่ : 24/02/2008 เวลา : 06.19 น.
http://www.oknation.net/blog/namtan

ไม่ได้ดูสารคดีเล่มที่ว่า แต่ เคยอ่านผ่านๆตาชื่อของคุณหมอท่านนี้
ดีจังที่ได้มาอ่านเอ็นทรี่นี้ ได่เห็นถึงคนใจดี มีเมตตากับชีวิตที่ ไม่มีสิทธิ์ร้องขอ
ชอบและรู้สึกดีมากค่ะ
ความคิดเห็นที่ 52
yongchan วันที่ : 24/02/2008 เวลา : 04.35 น.
http://www.oknation.net/blog/yongchan

ขอบคุณมากๆ สำหรับเรื่องดีๆ อย่างนี้ (อ่านแล้วรู้เลยว่าตั้งใจเขียน) พี่ปฏิจจชนคงดีใจมากที่คิดไม่ผิดที่ส่งแถ่กให้สร้อย

ไม่เคยรู้จักประวัติคุณหมอมาก่อน แต่เห็นหนังสือคุณหมอบ่อยๆ

โหวตที่ 402 ของเค้าเองล่ะ
ความคิดเห็นที่ 51
มิสนอราห์ วันที่ : 24/02/2008 เวลา : 01.22 น.
http://www.oknation.net/blog/missnorah

ไม่มีไรค่ะ
แวะมาเยี่ยม

ว่างๆไปอ่านซ้ำของเก่าได้นะคะ
(ช่วงดองฮ่ะ)
ความคิดเห็นที่ 50
SOMBOONTIEW วันที่ : 23/02/2008 เวลา : 22.54 น.
http://www.oknation.net/blog/somboontiew

ไม่ได้มาเยี่ยม คารวะกันเสียนาน

ว่างๆไปดูปฏิทินที่บ้านผมบ้างนะครับ

สระ-บุรีใกล้แค่นี้เอง
ความคิดเห็นที่ 49
AJ.p วันที่ : 23/02/2008 เวลา : 17.45 น.
http://www.oknation.net/blog/TheTaleOfFourTribes
- - กระต่ายตัวนี้...มิมีพิษมีภัยนะจ๊ะ!!! - -

555+

ไม่มีไรแวะมาขำเฉยๆ
ความคิดเห็นที่ 48
julyrhapsody วันที่ : 23/02/2008 เวลา : 14.39 น.
http://www.oknation.net/blog/julyrhapsody
'attitude is everything'

การที่ได้สังเกตธรรมชาติเป็นเรื่องดีจริง ๆ จ้ะ อย่างน้อยก็ทำให้คนเราสำนึกว่าไม่ได้มีแต่ "คน" ที่เป็นศูนย์กลางของจักรวาล(แถมอยู่กับ "คน" มากไปก็รังแต่จะทำให้จิตตกด้วย )

เสียดายอย่างเดียวที่ดูนกต้องเป็นคนตื่นเช้า ก้เลยไม่ได้ดูกับเค้าเป็นเรื่องเป็นราว ดูเท่าที่ตื่นทัน และสถานการณ์ประจวบเหมาะ แต่เพื่อนรอบข้างเป็นโปรฯ กันหลายคน สามารถแบกคู่มือ(ที่เรามองว่า "หนักว่ะ")ไปได้ทุกทริป พร้อมกล้องติดไปด้วย เผื่อเจอนกแปลก ๆ แถมยังจะเป็นพวกชอบวาดภาพระบายสีจดบันทึกด้วย

...น่ารักดีนาจ๊ะ

(ส่วนพวกคิดว่าเป็นเซียน เอาค.รู้ข่มคนโน้นคนนี้ เราละไว้ในฐานที่เข้าใจว่ามีทุกวงการ)
ความคิดเห็นที่ 47
theeratatt วันที่ : 23/02/2008 เวลา : 14.14 น.
http://www.oknation.net/blog/thebier

เรื่องราวน่าสนใจครับ
ขอบคุณที่แวะไปเยี่ยมครับ
ความคิดเห็นที่ 46
ปอจู วันที่ : 23/02/2008 เวลา : 13.59 น.
http://www.oknation.net/blog/Paojoo1974

แง๊......เข้าบ้านใหม่ไม่ได้อ่ะ......
แง๊......แง๊......แง๊......

ความคิดเห็นที่ 45
kamolnum วันที่ : 23/02/2008 เวลา : 13.18 น.
http://www.oknation.net/blog/kamolnum

เคยอ่านเรื่องของท่านมาอยู่บ้าง ชื่นชมเช่นกันครับ
อย่างเบิร์ดไกด์เนี่ย เป็นมรดกกับเมืองไทยจริงๆ
ความคิดเห็นที่ 44
pookcl วันที่ : 23/02/2008 เวลา : 08.38 น.
http://www.oknation.net/blog/pookcl
Why am I feeling so strange


ตามลิงค์ไปเจอคำพูดของท่าน
ความคิดเห็นที่ 43
pookcl วันที่ : 23/02/2008 เวลา : 08.35 น.
http://www.oknation.net/blog/pookcl
Why am I feeling so strange

ไ ม่ เ ค ย รู้ ม า ก่ อ น เ ล ย...(นี่เราอยู่หลังเขาไหนหว่า)
ขอบใจจ้า หนูควีน...ปลื้มมากเอ็นทรี่นี้
ความคิดเห็นที่ 42
getterTu วันที่ : 22/02/2008 เวลา : 20.33 น.
http://www.oknation.net/blog/getterTu

ผมก็รู้จักคุณหมอจากหนังสือดูนกในห้องสมุดนะ

หุหุ ที่นี่เล่น "แถ่ก" กันอีกแล้วรึ

ปล.เข้ามาบล็อกเนชั่นวันนี้ รู้สึกว่าอืดมากๆเลย
ความคิดเห็นที่ 41
ดินดำน้ำชุ่ม วันที่ : 22/02/2008 เวลา : 17.27 น.
http://www.oknation.net/blog/derreiser

ผมรู้จักชื่อและผลงานของท่านตั้งแต่ตอนเรียนชั้นมัธยม ครับ
ความคิดเห็นที่ 40
เด็กชายก้อง วันที่ : 22/02/2008 เวลา : 17.20 น.
http://www.oknation.net/blog/jezt
หัวใจมีเหตุผลของมันเองที่สมองไม่มีวันจะเข้าใจ

ออกจากหลังเขามาได้ ๑๐ กว่าปี จนจะกลับหลังเขาอยู่แล้วเร็วๆนี้
ก็เพิ่งได้รู้จักคุณหมอบุญส่ง
อ่านแล้ว ยกย่องและชื่นชมความพยายามในการอนุรักษ์ธรรมชาติ ป่า และสัตว์ป่าของคุณหมอจริงๆครับ
ความคิดเห็นที่ 39
apooh วันที่ : 22/02/2008 เวลา : 15.16 น.
http://www.oknation.net/blog/bedtaled
- พวก - พ...พึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกัน//ว...ไว้วางใจซึ่งกันและกัน//ก...............เกรงอกเกรงใจซึ่งกันและกัน  ..  ของพี่แจ็ค สดๆร้อนๆ ชอบมากกกกกกกกก

มิรู้จักท่านเลยค่ะ
แต่คิดว่าท่านเป็นคนที่เรียนรู้จากการกระทำของตัวเองและนำมาแก้ไข ชอบตรงนี้มากเลยค่ะ

ขอบคุณคุณควีนส์ ที่แบ่งปันความรู้ค่ะ
ความคิดเห็นที่ 38
เสือจุ่น วันที่ : 22/02/2008 เวลา : 13.33 น.
http://www.oknation.net/blog/tigerjun
ชมรมนักนิยมธรรมชาติ ขอเชิญร่วมฟังบรรยาย "การพิจารณามรดกโลก เบื้องหน้า เบื้องหลัง" โดย วสุ โปษยะนันท์ ณ ห้องประชุม พีอาร์ 201 คณะวิทยาศาสตร์ ม. มหิดล ใกล้ รพ. รามาธิบดี วันที่ 7 กันยายน 2551 นี้ เวลา 13.30 น. ดำเนินรายการโดย ศรัณย์ บุญประเสริฐ  http://www.oknation.net/blog/naturethai/

แล้วตอนนี้คุณพ่อเลิกดูนกแล้วหรือ

ไม่หรอกนะ เพราะถ้าดูแล้วจะติด เหมือนผมนี่ไง

ดูแล้วติดใจทุกที
ติดใจธรรมชาติ
ความน่ารัก สีสัน และพฤติกรรมของนก

แล้วรุ่นพี่คนที่ว่าเป็นหลานหมอ เป็นสัตวแพทย์ด้วยหรือเปล่าครับ
ความคิดเห็นที่ 37
Yamalee วันที่ : 22/02/2008 เวลา : 13.32 น.
http://www.oknation.net/blog/MusicAndMovie

พี่ควีนเรื่องดีมากๆเลย
ชอบเสียงนกด้วย
และชอบหนังสือที่ชื่อ แรดไทย ด้วย อิอิ
+1
ความคิดเห็นที่ 36
plutothedog วันที่ : 22/02/2008 เวลา : 13.10 น.
http://www.oknation.net/blog/muqpum

มะเคยรู้มาก่อนเลย...
ความคิดเห็นที่ 35
spyone วันที่ : 22/02/2008 เวลา : 13.08 น.
http://www.oknation.net/blog/spyone
  โลกหมุนด้วยความรัก

ชีวิตฉันลูกกระทิง เป็นหนังสืออ่านนอกเวลาค่ะ..

ตอนเรียนมัธยม..จำได้

อ่านคอมเม้นท์ต่าง ๆ แล้วชวนให้นึกถึงกลอนนี้ค่ะ..


พฤษก พกาสร อีกกุญชรอันปลดปลง

โททนต์เสน่ห์คง สำคัญหมายในกายมี

นรชาติวางวาย มลายสิ้นทั้งอินทรีย์

สถิตทั่วแต่ชั่วดี ประดับไว้ในโลกา
ความคิดเห็นที่ 34
AJ.p วันที่ : 22/02/2008 เวลา : 12.33 น.
http://www.oknation.net/blog/TheTaleOfFourTribes
- - กระต่ายตัวนี้...มิมีพิษมีภัยนะจ๊ะ!!! - -


ความคิดเห็นที่ 33
มิสนอราห์ วันที่ : 22/02/2008 เวลา : 12.32 น.
http://www.oknation.net/blog/missnorah

เมื่อวานจะเมนท์ต่ออีกนิด แต่เน็ตไม่เอื้อ

ชอบมุขกล้องส่องถนนมากเลยยย
เป็นคำตอบที่ได้คำตอบและจบปัญหาทุกอย่าง

เดี๋ยวนี้ยังดูนกอยู่มั้ย
คือชั้นมีปัญหาอะไรประมาณนี้แหละ ไม่มีเซนส์ในเรื่องพันธุ์พืช พันธุ์สัตว์ เวลาไปท่องป่าเขา เลยดูจะสนุกน้อยกว่าเพื่อน กว่าจะรู้อะไรบางทีก็จนชาวบ้านเค้ารู้ไปนานแล้ว
ความคิดเห็นที่ 32
supameeh วันที่ : 22/02/2008 เวลา : 11.02 น.
http://www.oknation.net/blog/digitalmedia
เปิดโลกทัศน์ ดิจิตอลมีเดีย

สร้อย..
เขียนได้ดี เป็นปกติ
้ค้นคว้าข้อมูลประกอบยอดเยี่ยม...

ถ้าพวกเรามี ความ "อยาก" "กล้า" และ "ได้"
แบบนี้ แต่เป็นเรื่องอื่น ๆ ที่ดี ๆ เช่นเดียวกับท่าน
คงจะ "ดี" ไม่น้อย...

โหวต +3 ไปเลยเอนทรีนี้
ด้วยคอมสองเครื่องและมือถืออีกหนึ่ง
ความคิดเห็นที่ 31
สงราษฎร์ วันที่ : 22/02/2008 เวลา : 09.23 น.
http://www.oknation.net/blog/Leo

ที่บ้านผมก็มีนักดูนกสมัครเล่น อยู่เหมือนกัน ...หนังสือเล่มนี้ ก็มีโอกาสได้หยิบมาดูเหมือนกัน...
...
มีเรื่องที่เกี่ยวกับกระแสอนุรักษ์ธรรมชาติ มาเล่าให้ฟัง ....ตอนเราเรียนมัธยมต้น ได้มีโอกาสไปเจอขุมทรัพย์ คือ กองหนังสือ เพชรพระอุมา เข้า เราอ่านอย่างต่อเนื่องแทบไม่อยากวางหนังสือ...
แต่เชื่อไหมว่า ล่าสุด เมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมา ได้ซื้อ มาอ่านอีก ปรากฏว่า อ่านไปตอนเดียวก็ไปไม่ไหวแล้ว...ความรู้สึกมันขัดแย้งกับความคิดตัวเองเหลือเกิน...
ปิดหนังสือ นั่งคิด..ใช่แล้ว กระแสอนุรักษ์ ธรรมชาตและสัตว์ป่า ได้แทรกซึมเข้ามาในความคิด...จนทำให้อรรถรส ที่เคยได้รับจากการอ่านเมื่อ 30 ปี ที่แล้ว หายไป...
ขอบคุณสำหรับเรื่องดีๆครับ...
ของผมยังไม่ได้เขียนตอบคุณจิ๋วเลย...เพราะคนที่เขียนถึง อยู่ในกระแสการเมืองตอนนี้พอดี เลยต้องรอให้ซาๆหน่อย...