พิมพ์หน้านี้
|
เมื่อวานไปงาน The Radio Live for Real ที่ Hollywood รัชดามา (สถานที่อโคจรมาก) ก็เลยขุดสิ่งที่เขียนไว้เมื่อวันที่ 29 ธันวาคมปีที่แล้ว แต่เขียนไม่เสร็จ ไม่่ได้โพสต์ ถือโอกาสหยิบ มาปัดฝุ่น เรื่องบ่นขนาดยาวด้วยความระลึกถึงนักจัดรายการวิทยุ (ดีเจ) ทุกท่านที่เคยจัดรายการหรือได้เปิดเพลงให้ข้าพเจ้าฟังตลอดชีวิตทั้งท่านที่มีชื่อในเอ็นทรี่ และที่ตกหล่นไป และความฝันวัยเด็กที่อยากเป็นดีเจ ส่วนอัพเดทงานเมื่อวาน อ่านบล็อกท่านอื่นละกันนะคะ เริ่มจากของ mamababa ก่อน ส่วนข้าพเจ้าไม่ได้เอากล้องไปแล้วก็ขี้เกียจเล่า ฮ่าๆ มีแต่เรื่องบ่นขนาดยาวมาโพสต์ ![]() ถ้าคุณชอบฟังเพลงตั้งแต่เด็ก(ประถม) ดิฉันเชื่อว่าหลายๆท่านต้องเคยอยากลองเป็นดีเจ ด้วยความเป็นน้องคนเล็กห่างจากพี่เกือบสิบปี ทำให้ฉันเคยชินกับการเล่นคนเดียว การเล่นเป็นดีเจ เป็นกิจกรรมที่ดิฉันโปรดปรานมากในวัยเด็กนั้น ตั้งแต่การใช้วิทยุสองเครื่อง เครื่องนึงอัดเสียง เครื่องนึงเปิดเพลงแล้วเราก็พูดเป็นดีเจไปด้วย เทปของพี่สาวก็มีให้ฟังให้เล่นต้ังเยอะแยะมากมาย อัดเสร็จ ก็กรอ(คำโบราณนิ)แล้วฟังเสียงตัวเอง จนมาถึงวิทยุเสตอริโอที่มี 2 deck และสามารถเสียบหูฟังวอล์คแมนให้ทำหน้าที่เป็นไมค์ได้ อันนี้เป็นจุดพีคของการละเล่นดีเจเลย ดีเจ อาชีพนี้มันน่าสนใจจังนะ จะเป็นยังไงถ้าเราได้เปิดเพลงที่เราชอบให้คนอื่นฟัง(ตอนนั้นยังไม่รู้หรอกว่ าต้องเปิดเพลงที่ไม่ชอบด้วย) ได้พูดในสิ่งเราอยากพูดให้คนอื่นฟัง (ตอนนั้นก็ไม่รู้ว่าต้องเปิดโฆษณาที่ไม่ อยากฟังด้วย) ฉันยังจำดีเจคนแรกที่เปิดฟังเป็นประจำได้ (ถ้าไม่นับคุณชายถนัดศรีกับรายการครอบจักรวาลที่แม่ชอบเปิดฟัง) เขาชื่อ คุณชาติชาย คำดี รายการของเขาชื่อ "ดึกๆหมึกสีม่วง" (จนตอนโตก็เพิ่งมารู้ว่าทำไมถึงสีม่วง!) เข้าใจว่าหมุนคลื่นไปมาเจอเพลงที่อยากฟังก็เลยเปิดทิ้งไว้ เพลงที่คุณชาติชายเปิด ก็เป็นเพลงป๊อบสมัยนั้นแหละ จำพวก นูโว ไมโคร XYZ (เอาน่า ฉันอยู่ ป.4 เองนะเพลงก็ลิขสิทธิ์ทางปัญญาท้างงน้านนน) แล้วชื่อที่สองที่ได้ยินมาเวลานั่งรถไปกับลูกเพื่อนแม่ที่แก่กว่าเล็กน้อย รายการร่มไม้รายทาง ของดีเจพี่ฉอด ซึ่งจำอะไรไม่ค่อยได้มาก อืม ลองไล่ต่อมาเรื่อยๆเลยดีกว่า ต่อมาก็คลื่น Smile Radio 88.0 มีคุณเปิ้ล หัทยา วินิจ เลิศรัตนชัย สาลินี ปัญญารชุน วิทวัส ศุภเมธากร และอื่นๆ แล้ว Smile Radio ก็แผ่ขยายมีคลื่นยิบย่อย เป็น Smile Radio 1,2,3 อีก รายการเด็ดรายการหนึ่งของ smile radio คือ ถามมาสิจ๊ะ โดน ของคุณเอ็มสุรศักดิ์ และคุณบอล (จำชื่อจริงไม่ได้) สุดยอดของความไร้สาระที่ต้องติดตามฟัง! พออยู่มัธยมฉันก็ได้ หมุนไปเจอ (อากัปหมุนนี่เด็กสมัยนี้อาจจะไม่เข้าใจ) รายการวิทยุที่กำลังสัมภาษณ์วง ที-โบน กับอัลบั้มชุดที่สอง คุณนายสะอาด เป็นการแนะนำอัลบั้มเปิดเพลงไล่ไปและอธิบายทั้งสิบเพลง ดีเจ ที่ดำเนินรายการชื่อยุทธนา บุญอ้อม คลื่น Hot Wave 91.5 ก็ฟังมาเรื่อยๆอีกสองสามปี ผลการเรียน 0 ในวิชาคณิตศาสตร์และ 4 ในภาษาอังกฤษ บ่งชี้ได้ดีว่า ฉันควรจะเลือกเรียนสายอะไรในชั้น ม.ปลาย ต่อไป และ ทำให้ฉันตัดสินเลือกเส้นทางชีวิตได้อย่างชัดเจนว่า จะเรียน Broadcasting เพราะฉันอยากเป็นดีเจ! (ไม่ได้เรียนเพราะกระแสฮิต นิเทศศาสตร์คืออะไร จริงๆนะ) ก็เป็นช่วงเดียวกับที่ฉันเข้าสู่วัย ฟังเพลงฝรั่งเก๋กว่า (ดัดจริตจังง่ะ) ก็ฟังคลื่น 107 มั้งตอนอยู่ ม.4 เป็นสถานีเพลงสากล ดีเจฝรั่งเสียงแก่ๆจัดรายการ ก็เปิดเพลงฝรั่งแมสๆเนี่ยล่ะ ก่่อนที่จะหันมาฟัง Radioactive ของคุณป้าวาสนา วีระชาติพลีตอนช่วงรอยต่อเข้าเรียนมหา'ลัย (ส่วนคลื่นเพลงไทยตอนนั้นฟัง Pirate Radio ที่มีวงสาระพัดสาระเพอินดี้ออกกันมาใหญ)่ ตอนปี1 พี่ซี้ด นรเศรษฐ์ หมัดคง บ.ก. Generation Terrorist ก็จัดรายการด้วย ชื่อ Bla Bla Bla แต่จำได้ว่าอยู่ได้ไม่ถึงปี ก็หายไปพร้อมกับ ป้าวาสนา หลังจากนั้นจำไม่ได้ว่าฟังคลื่นอะไร เพลงไทยน่าจะเป็น Hotwave? สมัยยุคทองค่ายเบเกอรี่ ส่วนเพลงฝรั่งมีอยู่สองคลื่นคือ FMX 95.5 เพลงสากลหลายแนวเน้นเพลงใหม่และเพลงฮิตโดยดีเจฝรั่งเช่น Richie O และดีเจวงFuton ปัจจุบัน) ซึ่งเป็นที่ๆฉันไปฝีกงานวิทยุตอนอยู่ปีสาม สิ่งที่ใกล้กับการเป็นดีเจมากที่สุดคือ ไปรับโทรศัพท์ให้ดีเจ Bee และขอเลือกเพลงได้นิดหน่อย แค่นั้นก็ตื่นเต้นน่าดูแล้ว ส่วนอีกคลื่นที่ฟังคือ 102.5 Star Radio(มั้ง) เปิดเพลงคล้ายๆ FMX แต่พูดปนๆสองภาษา มีดีเจชื่อ โจอี้ วัชรพุกก์ ที่จำได้อีกคนชื่อแนช วันนึงคลื่นนี้มีรายการใหม่ เวลาบ่ายวันอาทิตย์ จำชื่อไม่ได้แต่ฟังทุกอาทิตย์เลย สองคนที่ดำเนินรายการคือ พ่อ-ลูก หมึกและแม็พ(วิโรจน์-พงศธร) ควันธรรม สองพ่อลูกจะหาเพลงของวัยตัวเองมาเปิดสลับกัน เพลงเจ๋งๆ จากรุ่นน้าหมึก และเพลงใหม่ๆจากรุ่นของแม็พ เป็นรายการที่เข้าท่ามากๆ นอกจากจะมีเพลงสองยุคให้ฟังแล้วยังได้ความรู้เรื่องเพลงจากน้าหมึกอีกด้วย ดีเจท่านอื่นๆที่ชอบฟังก็ คุณอ้อ เดือนเพ็ญ และคุณนอ วีระยศ เปิดเพลงจากประเทศอื่นๆนอกจาก อังกฤษ อเมริกาที่เราฟังกันอยู่บ่อยแล้ว การฟังเพลงและรายการวิทยุในตอนนั้น นอกจากจะเพื่อความบันเทิงของคนรักเสียงเพลงแล้ว มันยังเป็นการสอดส่องวงการวิทยุว่า มีที่ไหนเหมาะกับฉันและมีที่ไหนมีที่ว่างสำหรับฉันบ้าง ? หลังจากติดใจรายการน้าหมึก ก็เลยข้ามมาฟังอีกคลื่นหนึ่งที่น้าหมึกจัด ของบริษัทเดียวกับ 102.5 (BNT) ก็คือคลื่น LoveFm 94.5 ได้ยินชื่อแล้วไม่น่าฟังเลย หยึยเปิดแต่เพลงรักเหรอ แต่จริงๆแล้วไม่ใช่ เปิดเพลงเก่าถึงเพลงร่วมสมัยปัจจุบัน และมีหลายรายการที่น่าสนใจเป็นพิเศษเช่น "โก๋หลังวัง"/ "Solid gold sunday" ของคุณ(อา)เทวัญ วณะภูติ "Midnight Groove" ของคุณวิทวัส ศุภเมธากร เปิดเพลงแจ๊ส (ตอนเด็กๆก็เคยฟังที่ smile radio) รายการวันเสาร์อาทิตย์ตอนบ่ายของคุณพิทยากร ลีลาภัทร (จำชื่อไม่ได้) ที่เปิดเพลง 60-70s ที่ทำให้การฟังเพลงของฉันย้อนหลังเวลากลับไปโหยอดีตแบบกู่่กลับ ตอนนั้นเป็นเวลาที่ฉันทำงานปีแรกพอดี การเป็นเด็กจบใหม่เอกวิทยุโทรทัศน์ หลังเหตุการณ์ต้มยำกุ้งสองปี คนรอบข้างสอนว่า "อย่าเลือกมากนัก" มีโอกาสให้ลองงานอะไรก็จงคว้าโอกาสนั้นไว้ซะ... ฉันปฏิบัติตามนั้น และจนถึงทุกวันนี้ฉันก็ไม่เคยย่างกรายได้ทำงานในวงการวิทยุเลย (แต่งานที่จับพลัดจับผลูมาทำด้วยความสนใจในภายหลังนั้นก็เป็นส่ิงที่ฉันชื่นชอบดี) ฉันฟังวิทยุคล่ื่นนี้ต่อมาอีกหลายปี ก่อนที่จะรู้ตัววันหนึ่งในเดือนมกราคมว่า 94.5 มันไม่ใช่รายการเดิมแล้วว่ะ มิน่า ฟังอยู่ตั้งนาน ทำไมมันแปลกๆหว่า ไม่เป็นไรฉันก็หาคลื่นอื่นฟัง แล้วก็ฟังซีดีแทน ด้วยความเสียดาย โดยเฉพาะรายการของคุณเอ็ด พิทยากร มากเป็นพิเศษ จนเมื่อปีที่แล้ว คุณวิโรจน์ คุณพิทยากรก็กลับมา แถมพาดีเจท่านอื่นมาอีกเพียบ คุณมาโนช พุฒตาล กับเรื่องเล่าไอ้จู๊ดในตอนเช้า คุณวันชัย อุทัยเฉลิม เพลงร็อคสองกระเดื่อง ที่ทนฟังได้บ้าง ไม่ได้บ้าง (เพราะโหดเกิน) คุณเป็นเลิศ กับเพลงแจ๊ส (คนนี้ก็เคยจัด LoveFm มั้ง ชอบเปิด John Pizzarelli มากๆ) พี่อ้อ เดือนเพ็ญที่เคยจัด 102.5 ป้าแต๋ววาสนาที่หายไปเกือบสิบปี และท่านอื่นๆอีก ความรู้สึกเหมือนได้เจอเพื่อนที่ไม่ได้เจอกันนาน เค้าไม่ใช่เพื่อนสนิทนัก แต่พอได้มาพูดคุยกันอีกครั้ง กลับเพิ่งรู้สึกว่า เราก็สนิทกันว่าที่คิดแฮะ! แต่ Memory ปุ่มเลข 2 บนรถของฉัน ที่แทนคลื่น 99.5 The radio ก็ทำหน้าที่ของมันเป็นวันสุดท้าย เมื่อ วันที่ 28 ธันวาคม ปีที่แล้ว เพื่อนที่จากไปนาน แล้วกลับมา ได้หายไปอีกครั้ง เสียดายอีกครั้ง แต่เพราะเข้าใจ(และปลง)ในวงการสัมปทานวิทยุแล้ว ก็เชื่อว่า โอกาสที่พวกเขาจะกลับมาอีกครั้งนั้นไม่ยากนักหรอก การฟังวิทยุมาตลอดชีวิต ฉันไม่เคยสนใจการพูดคุย โทรศัพท์ กับดีเจ หรือกิจกรรมร่วมสนุกของคลื่น จนกระทั่งข่าวของงาน The Radio Live: for Real ที่จัดข้ึ้นเมื่อวาน ถ้ามันจะเป็นการไปพบปะเจอหน้าเจอตาดีเจ หรือดูคอนเสิร์ต ฉันก็คงเฉยๆหรือไม่อยากไป แม้ว่าอยากได้พวกเค้ามาจัดรายการเป็นเพื่อนที่ไม่เห็นหน้าทางวิทยุอย่างที่เ คยเป็นมา แต่เพราะฉันรู้ว่าการปรากฏตัวของพวกเราคนฟังทุกคน ยิ่งมาก ก็จะยิ่งเพิ่มโอกาสให้เราได้เพื่อนที่ชื่อ The Radio กลับมาอีกครั้ง ฉันจึงเดินทางไป... ฉันไม่ได้เป็นดีเจ แต่ฉันสนับสนุนรายการวิทยุดีๆ (ที่ฉันชอบ) และหวังว่าจะได้ยินเสียงพวกเขาอีกครั้ง เร็วๆนี้ ป.ล. ความฝันวัยเด็กเคยแอบมาสะกิดฉันเมื่อสองปีที่แล้ว คลื่น Breeze FM 98.5 ต้องการ DJ ผู้หญิงจัดรายการเพลงบอสซาโนว่าในตอนกลางวัน! ซึ่งฉันก็ได้ทิ้งความฝันวัยเด็กนั้นไป ไม่แม้แต่จะลองสมัครหรือสอบถามอะไรเลย คนที่คลื่นหามาได้ก็คือ น้องลูกหว้า วง ดูบาดู ที่ยังจัดอยู่ทุกวันนี้ เพลงประกอบเอ็นทรี่ Yesterday once more version ของ Redd Kross |