• TheQueenofNostalgia
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : soi@jazz.in.th
  • วันที่สร้าง : 2007-03-07
  • จำนวนเรื่อง : 162
  • จำนวนผู้ชม : 95299
  • จำนวนผู้โหวต : 440
  • ส่ง msg :
with little miss nostalgia
Reminiscing.
Permalink : http://www.oknation.net/blog/saisoi
วันศุกร์ ที่ 18 เมษายน 2551
ขอเชิญร่วมเทศกาล ปิดทีวี เปิดชีวิต
Posted by TheQueenofNostalgia , ผู้อ่าน : 516 , 00:32:40 น.   | หมวดหมู่ : is no news = good news?  
พิมพ์หน้านี้





www.wechange555.com



21 – 27 เมษายน 2551 หรือสัปดาห์หน้านี้


อยากประหยัดไฟ ไม่ชอบนักการเมือง ขัดเคืองโฆษณา อยากเอาเวลาไปทำอย่างอื่น อยากนอนตื่นเช้า อยากนั่งเหงาคนเดียวบ้าง อ่านหนังสือดีกว่า อยากเห็นหน้าครอบครัว กลัวลูกเลียนแบบการ์ตูน สนับสนุนชีวิตอิสระ เบื่อละครเกะกะตา อยากเล่นกับหมาข้างบ้าน ไม่เชื่อรายงานข่าวบิดเบือน อยากเจอเพื่อนเก่า อยากเข้าวัด อยากจัดห้อง อยากลองอยู่เงียบๆ อยากทำข้าวเกรียบกินเอง อยากละเลงสีในกระดาษ ไม่อยากพลาดการสังสรรค์ อยากใส่ใจกับชีวิต อยากปิดทีวี

แล้วเกี่ยวอะไรกันล่ะเนี่ย ???

บางคนอาจมีเหตุผลในการดูทีวีห้าพันแปดร้อยสามสิบสี่ประการ แต่ถ้าคิดในมุมกลับ เราก็อาจมีเหตุผลในการปิดทีวีอีกแปดพันสี่ร้อยยี่สิบหกประการก็ได้ บางคนอาจบอกว่าทีวีก็มีดีอยู่บ้าง แต่บางคนก็ว่ามันไม่มีอะไรดี บางคนอาจไม่รู้ว่าจะทำอะไรถ้าไร้ทีวี ขณะที่บางคนบอกว่าไม่ดูอยู่แล้ว ได้มาคุยกันเรื่องนี้ก็น่าสนุกดีนะ (-เจ้าของบล็อกก็เป็นคนหนึ่ง)

เป้าหมายของการรณรงค์ปิดทีวี ไม่ได้ต้องการทำลายทีวีหรือให้เลิกดูอย่างเด็ดขาดถอนราก ถอนโคน การรณรงค์ครั้งนี้เป็นการเริ่มต้นที่จะตั้งคำถามกับชีวิตของเราในโลกของทุนนิยมบริโภคนิยม อาจเป็นจุดเริ่มของการตั้งถามว่ามันแทรกซึมเข้ามาในวิถีชีวิตของเราอย่างไร อาจเป็นจุดเริ่มต้นของการฉุกคิดว่าเราทำอะไรต่อมิอะไรได้มากมายเพียงไร อาจเป็นจุดเริ่มต้นของอะไรอีกหลายหลาก ลดใช้มือถือ งดเล่นเกมส์ออนไลน์ งดออนไลน์msn ฯลฯ

อย่างน้อยที่สุด เราจะไม่เป็นเพียงผู้รับสารที่เฉื่อยชาหรือผู้รับสารที่เปลี่ยนพฤติกรรมส่วนตัวเท่านั้น แต่ยังจะกลายเป็นผู้รณรงค์ได้ด้วยตนเองอีกด้วย ก็ด้วยการบอกต่อชักชวนทำเป็นแบบอย่างไงล่ะ

การรณรงค์เพียง 7 วันอาจเล็กน้อย แต่มันจะแทรกตัวเข้าในพื้นที่ทางความคิดของผู้รับรู้ว่า ‘การเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตนั้นเป็นไปได้ และสังคมที่ดีเราสร้างได้ที่นี่และเดี๋ยวนี้’
เมื่อเราเปลี่ยน โลกก็เปลี่ยน ทุกวันฉันเปลี่ยนแปลงโลก....


ก่อนเริ่มสัปดาห์ปิดทีวี ก็มีงานเปิดตัวกิจกรรมวันอาทิตย์ที่ 20 เม.ย.นี้
เวลาบ่ายสามโมง
ที่สวนสันติชัยปราการ (ท่าพระอาทิตย์)
พบกับซุ้มกิจกรรมต่างๆมากมาย อาทิิ ของทำมือ วงเสวนา ละครเวที(กลุ่มมะขามป้อม) คอนเสิร์ตอพาร์ทเม้นท์คุณป้า ฯลฯ




ข้าพเจ้าลงชื่อเป็นอาสาสมัครของกลุ่มนี้ทางเว็บไซท์ แต่ยังไม่ได้ช่วยอะไรเขาเลย
ขอเร่ิมด้วยการโปรโมทกิจกรรมแรกผ่านทางบล็อกนี้ก่อน ข้อความประชาสัมพันธ์
จาก www.wechange555.com  


ส่วนตัวไม่ค่อยได้ดูทีวีอยู่แล้ว ก็เลยจะ adapt ใช้ เป็นปิดจอคอมพิวเตอร์แทน
จะได้ไม่ต้องทำงาน โฮ่ๆๆๆ (ส่วนบล็อกไม่ต้องพูดถึง เพราะดองมาซะขนาดนี้ ฮ่า...)
แต่ขนาดไม่ดูทีวี ยังได้ยินคำว่า "สวรรค์เบี่ยง" ในบทสนทนาของคนรอบข้างทุกวัน
วันละหลายๆรอบเลย!

 

อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 63
วิตามินบี วันที่ : 06/05/2008 เวลา : 12.49 น.
http://www.oknation.net/blog/babymind
ความอ่อนน้อมถ่อมตน คืออาภรณ์ประดับกายที่งดงาม


ความคิดเห็นที่ 11
TheQueenofNostalgia วันที่ : 03/05/2008 เวลา : 21.57 น.
แนะนำให้ปิดทุกวันอาทิตย์ตอนเช้าๆ
ที่มีผู้นำประเทศมาพูด...โคตรเปลืองไฟเลยง่ะ

..............................................
บีไปอ่านคอมเมนท์ของคุณสร้อยที่บ้านคุณโก้มาค่ะ
โดนใจชะมัด เห็นด้วยอย่างแรงงงงง
จะรีบปฏิบัติตามทันที

ความคิดเห็นที่ 62
supameeh วันที่ : 06/05/2008 เวลา : 11.20 น.
http://www.oknation.net/blog/digitalmedia
เปิดโลกทัศน์ ดิจิตอลมีเดีย

สร้อย ...
ปิดทีวีอย่างเดียว อย่าปิดคอมสิจ๊ะ

เปิดเอนทรี ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ
ความคิดเห็นที่ 61
beckyblooms วันที่ : 05/05/2008 เวลา : 12.37 น.
http://www.oknation.net/blog/beckyblooms

คุณมันนีหมายถึงปิดเอ็นทรี่.. ไม่ได้หมายถึง ปิดสถานี นะคะ
ความคิดเห็นที่ 60
MoneyPenny วันที่ : 04/05/2008 เวลา : 14.43 น.
http://www.oknation.net/blog/moneypenny
If you like me...run away now!

ปิดทีวีแล้ว ก็เปิดเอนทรี่ใหม่ซะทีสิยะ
ความคิดเห็นที่ 59
lost-in-space วันที่ : 04/05/2008 เวลา : 13.34 น.
http://www.oknation.net/blog/lostinspace
สิ่งที่เหนือไปกว่าการให้อภัย คือ "การลืม(มันซะ)"

อาหนูสร้อย เปิดได้เลี้ยววว
ความคิดเห็นที่ 58
beckyblooms วันที่ : 03/05/2008 เวลา : 21.59 น.
http://www.oknation.net/blog/beckyblooms


ดีใจจริงๆเว้ย.. เราอัพก่อน
(นานๆที)
ความคิดเห็นที่ 57
เจเจค่ะ วันที่ : 03/05/2008 เวลา : 14.10 น.
http://www.oknation.net/blog/jj
ยังไม่ได้ฤกษ์อัพบล๊อกอ่ะค่ะ..... 

แว้ก

แว้ก
ความคิดเห็นที่ 56
TheQueenofNostalgia วันที่ : 03/05/2008 เวลา : 11.28 น.
http://www.oknation.net/blog/saisoi
Frankly my dear, I don't give a damn.




เอามั่ง


โดนพี่หนุ่มล้อด้วยง่ะ
ความคิดเห็นที่ 55
มิสนอราห์ วันที่ : 03/05/2008 เวลา : 09.40 น.
http://www.oknation.net/blog/missnorah



much more
ความคิดเห็นที่ 54
beckyblooms วันที่ : 02/05/2008 เวลา : 21.51 น.
http://www.oknation.net/blog/beckyblooms


ความคิดเห็นที่ 53
rainny วันที่ : 01/05/2008 เวลา : 11.46 น.
http://www.oknation.net/blog/rainny
 [L-O-V-E   L-E-T-T-E-R]   

ปิดตั้งแต่เข้ามาอ่านเอนทรี่สร้อยแล้ว จนบัดนี้ยังไม่ได้เปิดเลย

หายเงียบแฮะ
ความคิดเห็นที่ 52
kamolnum วันที่ : 28/04/2008 เวลา : 21.17 น.
http://www.oknation.net/blog/kamolnum



ความคิดเห็นที่ 51
delicoco วันที่ : 26/04/2008 เวลา : 17.55 น.
http://www.oknation.net/blog/delicoco

ง่า..สวรรค์เบี่ยง (ด้วยคน)

กะลังติดตามอยู่ทีเดียวเชียว อิอิ
ความคิดเห็นที่ 50
officemom วันที่ : 24/04/2008 เวลา : 08.12 น.
http://www.oknation.net/blog/officemom
officemom ชอบเล่าเรื่องสนุกๆ 

อย่าเพิ่งให้ปิด วันพุธ พฤหัส เลยนะ
คิดถัง คาวี
ความคิดเห็นที่ 49
eddie วันที่ : 23/04/2008 เวลา : 23.06 น.
http://www.oknation.net/blog/supermodels

ปิดทีวีมาเป็นเดือนแล้วครับ และคงปิดไปตลอดชีวิต เพราะทีวีที่บ้านเสีย ขี้เกียจเอาไปซ่อม อยู่คนเดียวอยู่แล้ว ก็เลยชอบอ่านหนังสือกับฟังวิทยุมากกว่า
ความคิดเห็นที่ 48
ตุ้มจิ๋ว วันที่ : 23/04/2008 เวลา : 06.43 น.
http://www.oknation.net/blog/namtan

อาการพร่ำเพื่อคล้ายๆ คหที่.12 เหมือนกัน
แต่ สำหรับทีวี นอกจากข่าวตอนเช้าช่อง astv1 แล้วก็แทบจะไม่ได้ดูอะไรเลย

ก็มี วันอาทิตย์ รายการhot short film ทาง ไทยพีบีเอส
ที่จะชอบดู เป็นหนังสั้นที่น่าสนใจเกือบทั้งนั้น

ส่วนเวลาที่ไม่ได้นั่งอยู่หน้าจอแก้ว ก็มานั่งอยู่หน้าจอสี่เหลี่ยมแทน อ้าว..
ความคิดเห็นที่ 47
วิตามินบี วันที่ : 22/04/2008 เวลา : 15.31 น.
http://www.oknation.net/blog/babymind
ความอ่อนน้อมถ่อมตน คืออาภรณ์ประดับกายที่งดงาม


ชีวิตการทำงานทุกวันนี้
มันจำเป็นต้องดูทีวีตลอดอะนะ
ทิ้งมันก็เหมือนทิ้งอาชีพตัวเอง
ละครจะเน่ายังไงก็ต้องดู
โฆษณาเอาแต่ส่อไปทางเพศก็ต้องดู
อาจจะเหมือนกล้ำกลืนฝืนทน
แต่มันก็คืออีกซีกนึงของชีวิตที่ดำเนินไป
สำคัญที่สุดอย่าปล่อยให้มันครอบงำชีวิตและความคิดก็พอ
ทุกวันนี้บีจึงต้องหามุมสงบ
มาสร้างสมดุลให้กับชีวิตอย่างลงตัว ....

ขอให้เชื่อเถอะค่ะว่า....โลกหลีกหนีระบบทุนนิยมไม่พ้น
คนรุ่นลูกหลานของเราจะต้องเจอหนักกว่านี้
ความคิดเห็นที่ 46
fat_kj วันที่ : 21/04/2008 เวลา : 15.29 น.
http://www.oknation.net/blog/area
I'm fat, but that's OK.

yes !...We can.
ความคิดเห็นที่ 45
beckyblooms วันที่ : 20/04/2008 เวลา : 20.07 น.
http://www.oknation.net/blog/beckyblooms

ตายล่ะ.. เอ็นทรี่นี้ ทำเอาตกงานแน่ๆเลยตรู!
ความคิดเห็นที่ 44
เมธา วันที่ : 20/04/2008 เวลา : 18.49 น.
http://www.oknation.net/blog/talkwithMetha

It's not happening here.
But it's happening now.

I like this massage, feeling so sad.
ความคิดเห็นที่ 43
Yamalee วันที่ : 19/04/2008 เวลา : 22.49 น.
http://www.oknation.net/blog/MusicAndMovie

ชอบนะว่าเป็นผู้รับที่เฉื่อยชา

แต่เดี๋ยวนี้เวลาดูทีวี ชอบจับผิดโฆษณาแฝงในทีวี

สนุกดี ยิ่งในซิดคอมบ้านเรา กระจายจริงๆ

จากที่เคยแฝง เดี๋ยวนี้เห็นกันจะๆซะแล้ว อิอิ
ความคิดเห็นที่ 42
pookcl วันที่ : 19/04/2008 เวลา : 21.35 น.
http://www.oknation.net/blog/pookcl
Why am I feeling so strange

ไม่ชอบดูทีวีอยู่แล้ว...รำคาญ
ไม่แม้กระทั่งเปิดเป็นเพื่อน
ชอบความเงียบมากกว่า
ทุกวันนี้หา "ความเงียบ" ยากขึ้นทุกทีนิ
(แต่ถ้าอยู่กับผู้อื่นจะแปดหลอดมากเจ๊อ่ะ...ฮ่า)
ความคิดเห็นที่ 41
ครูเก๋ วันที่ : 19/04/2008 เวลา : 20.53 น.
http://www.oknation.net/blog/clear

ไม่ค่อยจะติดทีวีอยู่แล้วค่า แต่คอมนี่ขอไม่ปินะคะ
ความคิดเห็นที่ 40
julyrhapsody วันที่ : 19/04/2008 เวลา : 14.40 น.
http://www.oknation.net/blog/julyrhapsody
'attitude is everything'

แค่เดินตลาดก็ตั้งคำถามกับลัทธิบริโภคนิยมได้แล้ว

ช้าก่อน ดิฉันก็ยินดีกับแคมเปญ "ดูตัวเองให้มากกว่าดูทีวี" หากข้อความข้างต้นนี้หมายถึงว่ามนุษย์ควรสังเกตสิ่งแวดล้อมรอบตัวอย่างพินิจพิเคราะห์มากกว่าให้ความสนใจแต่เรื่องความสะดวกสบายของตัวเอง
ความคิดเห็นที่ 39
sat11 วันที่ : 19/04/2008 เวลา : 14.29 น.
http://www.oknation.net/blog/saturday11

ตอนนี้ติดคอมฯแทนติดทีวี

แต่ก็พยามยามตั้งกฎกับตัวเอง
เพราะมักเรื่อยเปื่อยกะชีวิตมาก
ก่อนเปิดคอมต้องอ่านหนังสือ(ตำรา)ก่อนหนึ่งเรื่อง
ซึ่งก็ทำได้บ้างไม่ได้บ้าง แล้วแต่อารมณ์ด้วย
อย่างน้อยก็มีกรอบที่ไม่ให้เราไถลออกมากไปไง

คือไถลออกได้นิดหน่อย
ความคิดเห็นที่ 38
yongchan วันที่ : 19/04/2008 เวลา : 00.27 น.
http://www.oknation.net/blog/yongchan

โชคดีบ้านเค้าไม่มีทีวี อิอิ

แต่ปิดคอมพิวเตอร์นี่คงขาดใจ... คอม(ที่มีอินเตอร์เน็ท) ก็คือทีวีของเราดีๆ นี่เอง เอิ๊กๆๆ

เห็นด้วยกับพี่ปฏิฯ ว่าเที่ยวหน้าจัดเทศกาลปิดบล้อก เปิดชีวิตดีกว่า...ฮาดี
ความคิดเห็นที่ 37
kokoyadi วันที่ : 19/04/2008 เวลา : 00.18 น.
http://www.oknation.net/blog/kokoyadi
Blog me if you can!!! KoKoyadi  โกโก้...อย่าดิ

เอาด้วยครับ...
แต่ผมกำลังติดสามก๊กเลย และ กำลังจะอวสานแล้ว...

แล้วก็ติดบอลด้วย
เอาเป็นว่า ผมขอเริ่มช้ากว่า ชาวบ้าน ซักเล็กน้อย

แต่จะไม่เปิด ทีวี พร่ำเพรื่อ แล้วกัน...

น่าจะดีกว่านะครับ... และจะพยายามเปิดโลกให้กว้างขึ้น
ความคิดเห็นที่ 36
ลูกเสือหมายเลข9 วันที่ : 18/04/2008 เวลา : 23.08 น.
http://www.oknation.net/blog/chai
<<==แวะไปทัก..แล้วคุณจะรักหนุ่มคนนี้

ทุกวันนี้ ดูทีวีน้อยลงมาก...
(อันนี้ต้องโทษ"ผู้ชนะสิบทิศ"ว่ามีส่วนร่วม)
ทั้งที่ติดเคเบิล แต่บ่อยครั้ง...ไม่รู้จะดูอะไร
ขอสนับสนุนครับ...
ความคิดเห็นที่ 35
officemom วันที่ : 18/04/2008 เวลา : 22.46 น.
http://www.oknation.net/blog/officemom
officemom ชอบเล่าเรื่องสนุกๆ 

คราวนี้จะไปร่วมงานด้วยได้หรือเปล่านะ
คราวที่แล้ว สัปดาห์ไม่ช้อป ก็อดไป
มันจะต้องมีงานมาชนกันทู้กทีสิน่า

แต่ยังไงก็จะร่วม ปิด ทีวี แน่ๆ ค่ะ
ถึงจะต้องทะเลาะกับลูก ก็ยอมมมม
ความคิดเห็นที่ 34
patijjachon วันที่ : 18/04/2008 เวลา : 21.54 น.
http://www.oknation.net/blog/patijjachon
ปฏิจจชน ... คนที่ยังเป็นหนี้แผ่นดิน

เทศกาลต่อไป ...
ปิดบล็อก เปิดชีวิต

สงสัยไม่มีคนในบางโอเคไปร่วมด้วยแน่ ...
ความคิดเห็นที่ 33
pen วันที่ : 18/04/2008 เวลา : 20.56 น.
http://www.oknation.net/blog/pen
ปากกาคืออาวุธ จับประยุทธ์เพื่อสัจจะธรรม ความจริงคือคำมั่น พันธเกียรติเพื่อปวงชน

ไม่ได้ดูทีวีมานานตั้งแต่บิดาถีบทีวีทิ้งไปคราวก่อน

จึงสามารถร่วมโครงการนี้ได้โดยไม่จำกัดเวลา

พูดถึงเปิดชีวิต ได้มีโอกาสออกไปเจอโลกกว้างๆจริงๆ

เลยทำให้รู้เลยว่ามีอะไรอีกมากมายนอกจอตู้สี่เหลี่ยม

คิดถึงสร้อยเสมอ

เรือนปากกา บ้านแม่ริม
pen
ความคิดเห็นที่ 32
AJ.p วันที่ : 18/04/2008 เวลา : 20.49 น.
http://www.oknation.net/blog/TheTaleOfFourTribes
- - กระต่ายตัวนี้...มิมีพิษมีภัยนะจ๊ะ!!! - -

น่าสนนนน!!
ความคิดเห็นที่ 31
lost-in-space วันที่ : 18/04/2008 เวลา : 20.14 น.
http://www.oknation.net/blog/lostinspace
สิ่งที่เหนือไปกว่าการให้อภัย คือ "การลืม(มันซะ)"

เดี๋ยวนี้เปิดทีวีดูแต่รายการข่าวการเมือง หรือไม่ก็ดูมิวสิควิดีโอไปเสียงั้นเลย ไม่ได้ดูละครไทยมานานมากแล้ว เป็นเหมือนคุณเสือจุ่นค่ะ เปิดทีวีเป็นเพื่อน ไม่ให้บรรยากาศมันเงียบจนเกินไป ประเภทขาดความอึกทึกตึงตังไม่ได้

ทุกวันนี้ก็พยายามลด เลิก ละ ห้ามใจไม่ให้หยิบรีโมททีวีทุกครั้งที่เปิดประตูเข้าห้องนอน ตอนทำงานก็เปิดทีวีทางอินเตอร์เน็ตดูผ่านจอคอมฯ

ทีวีกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตคนเราอย่างแงะแกะไม่ออกไปเสียแล้ว ข้อสำคัญอยู่ที่ว่าจะถ่วงน้ำหนัก ปรับสมดุลกับชีวิตเราอย่างไรไม่ให้ทีวีมันมีอิทธิพลต่อความคิด สติสตัง ของเราจนเชื่อ และคล้อยตามทุกสิ่งทุกอย่างที่ได้รับได้เสพจากทีวี

ประเด็นสำคัญกว่าคือ รายการทีวีไทย (ยิ่งในยุคสมัยนี้) ไม่มีอะไรให้ดูจริง ๆ (หวะ) มันกลายเป็นแค่เครื่องบำบัดห้วงอารมณ์แห่งความเงียบเหงาของมนุษย์บางคนเท่านั้นเอง (เอ๊ะ... ฉันนี่หว่า wah ha ha ha )
ความคิดเห็นที่ 30
มิสนอราห์ วันที่ : 18/04/2008 เวลา : 20.04 น.
http://www.oknation.net/blog/missnorah

ความรู้เท่าทันสื่อปลูกฝังยังไงหรอ หาคำตอบยากจริงๆด้วย
ความคิดเห็นที่ 29
pjeabja วันที่ : 18/04/2008 เวลา : 19.35 น.
http://www.oknation.net/blog/pradit

เคยทีวีเสีย ไม่ได้ดูซะหลายวัน รู้สึกช่วงนั้นชีวิตปลอดโปล่งจริงๆ แต่พอมีดูก็ต้องเปิด เซ็งจิตเจรงๆ
ความคิดเห็นที่ 28
เสือจุ่น วันที่ : 18/04/2008 เวลา : 18.12 น.
http://www.oknation.net/blog/tigerjun
Life is like a box of chocolates... you never know what you're gonna get...Forest Gump 

นั่นสิ ถ้าเราไปเดินเล่นแถวนั้น ตาล้านจะทักเราด้วยไหมเนี่ย

(กรุณาลงไปอ่านคห. ที่ 1 )

มาบอกอย่างนี้ แล้วตอนค่ำๆ สามทุ่ม ผมก็ไม่ได้ฟังเฮียกนก เล่าข่าวสิครับ

หลังๆ นี่ เปิดทีวีเป็นเพื่อน
แต่หลังๆ กว่า ไปตามหาแผ่นซีดี พี่โต๊ะ กะพี่ป้อม มาเปิดเป็นเพื่อนตอนถูบ้าน

เขียนเรื่อง หอบฟาง ผักชี กระดี่ ฟักทอง รุ้งกินน้ำ บัวลอยยยยยย ให้อ่านมังสิ น้องควีนท่าจะรำลึกชาติได้ดีกว่าผม
ความคิดเห็นที่ 27
แม่น้องฯ วันที่ : 18/04/2008 เวลา : 17.58 น.
http://www.oknation.net/blog/MAENONGDD
เปิดเอนทรี่เก่าๆ นำมาเล่าเขียนใหม่ ^_^

ทีวีไม่ค่อยได้ดูค่ะ เพราะฟังไม่ค่อยรู้เรื่อง

แต่พยายามใช้เน็ตน้อยลง อย่างวันหยุดเสาร์อาทิตย์
จะพยายามไม่ใช้คอมพ์เลย เพราะลูกสาวตัวเล็กชักรู้งาน
ยังไม่ทันสองขวบ
เธอเปิดคอมพ์ เปิดเน็ตรอให้แม่มาใช้บริการได้แล้ว
รู้สึกแย่ค่ะ ว่าตัวเองเป็นตัวอย่างที่แย่ให้แก่ลูกจริงๆ

ไอเดียงานที่ว่านี้ดีค่ะ ขอสนับสนุน

ความคิดเห็นที่ 26
คนโทใส่น้ำ วันที่ : 18/04/2008 เวลา : 17.56 น.
http://www.oknation.net/blog/konto
    http://www.oknation.net/blog/konto2    

อย่าให้ลามมาถึงปิดคอมพิวเตอร์นะ เด๋วมีลงแดงกันมั่งล่ะ

แล้วที่ไปบรรยายให้นักศึกษาอ่ะ ยังไม่เห็นเลย คอยอยู่นะ หรือว่าเราตกข่าวหว่า?
ความคิดเห็นที่ 25
TheQueenofNostalgia วันที่ : 18/04/2008 เวลา : 14.50 น.
http://www.oknation.net/blog/saisoi
Frankly my dear, I don't give a damn.

ตายแล้ว พิมพ์ไว้ยาว หายหมดเลย
เอาใหม่

ขอบคุณพี่มร มากๆค่า

หนูสนใจมันตรงที่ ไม่ได้ให้ปิดทีวีตลอดกาล หรือเซ็นเซอร์ตัวเองออกจากสื่อ แต่เป็นการตั้งคำถามกับตัวเองมากกว่านะ (อาจปรับเป็น วันที่ไร้มือถือ? สัปดาห์ไม่กินเนื้อสัตว์? สัปดาห์ไม่ขับรถ? เดือนที่ไม่ช้อปปิ้ง?) การรณรงค์ปิดทีวีนี้ก็อาจจะไม่เหมาะสมกับทุกกลุ่มชนที่แตกต่างในสังคมจริงๆล่ะ(รู้สึกที่เริ่มต้นคือประเทศแคนาดา) แต่หนูว่าเราเรียนรู้จากเจตนาที่ดีของมันได้ วิธีปฏิบัติอาจจะไม่ใช่...ก็ว่ากันไป (มันไม่มีสูตรสำเร็จที่ตอบได้ทุกความต้องการที่แตกต่าง) สรุปก็เป็นสัญลักษณ์อย่างหนึ่งเช่นกัน ขึ้นอยู่กับว่าจะทำให้มันเป็นแค่สัญลักษณ์ที่จบไป หรือเป็นการเริ่มต้นปรับอะไรบางอย่างในชีวิต (ในกรณีที่คิดว่ามันไม่ดีพอ -- ส่วนใครที่คิดว่าชีวิตตนเองสมบูรณ์แบบแล้วก็ไม่เป็นไร) ใครจะนำไปปรับใช้กับชีวิตได้หรือไม่อย่างไร ขึ้นอยู่กับแต่ละคน การรณรงค์ก็ทำได้ในการกระตุกต่อมความคิด

และหนูก็คิดเหมือนพี่นะ ว่าแม้คอนเท้นท์ในสื่อจะแย่ เราก็ยังสามารถเรียนรู้จากมันได้ เพียงแค่มีความรู้เท่าทันสื่อ มิใช่การเซ็นเซอร์จากรัฐ หรือการปิดตัวเอง ปิดหูปิดตาลูก (ว่าแต่ไอ้ความรู้เท่าทันสื่อนี่มันจะปลูกฝังกันยังไง )
ความคิดเห็นที่ 24
PostAmorndern วันที่ : 18/04/2008 เวลา : 13.09 น.
http://www.oknation.net/blog/amorn

ทีวีคือสื่อบันเทิงชนิดหนึ่ง การดูจึงเป็นการเสพความบันเทิง

หากถอดปลั้ก คือการงดความบันเทิงอย่างหนึ่ง แล้วก็ไปหาอะไรทำ ดังสโลแกนของการรณรงค์

คำถามคือว่า การรณรงค์แบบนี้มันดีจริงหรือไม่ ดีกับใคร เพราะเอาเข้าจริง บางทีคนกลุ่มหนึ่งก็อาจชอบความบันเทิงแบบราคาถูก

ขณะที่คนอีกบางกลุ่ม ก็มีรายได้ที่จะเสพหาความบันเทิงแบบอื่น ( เช่น ซื้อหนังสืออ่าน ซึ่งราคาไม่ถูกเลยนะครับสำหรับชาวบ้านร้านค้าทั่วไป)

ข้อรณรงค์ข้างบน บางคนอาจจัดสรรเวลาได้บ้างอยู่แล้ว โดยที่เขาก็ยังอยากเสพความบันเทิง หรือแม้กระทั่วเราเราในที่นี้ ก็เสพหาความบันเทิงผ่านหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่มีตัวหนังสือ ภาพ ภาพเคลื่อนไหว และเสียงเพลง โดยมีสายโทรศัพท์เป็นตัวเชื่อมร้อยเข้าไว้

ต้องยอมรับว่า การแทรกซึมของเสรีนิยมทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะบริโภคนิยมผ่านทางทีวี ทำให้เกิดความอยากได้ อยากสวย อยากขาว (เหมือนดาราในโฆษณา)

แต่หากการ "ดูทีวี" โดยการตั้งคำถาม (กับสิ่งที่เราเสพ) ซ้ำกับมัน บางครั้ง ก็พลอยให้เราฉุกคิด ฉุดวิพากษ์ หรือกระทั่งตั้งคำถามกับตัวเองว่า เหตุใดชีวิตของเรายังต้องดูทีวีอยู่

หรือเป็นไปได้หรือไม่ว่า ชีวิตของเราอาจใช้เวลาสักครู่หนึงในการทบทวนในการดำรงตนของเรา (ซึ่งอาจไม่ใช่เรื่องที่ถูกที่สุด) โดยไม่ต้องใส่ใจว่า เราต้องเอาเวลาไปทำอะไรอย่างอื่นแทนการปิดทีวี

ถึงตรงนี้แล้ว ขอชื่มชนโครงการดังกล่าว และผู้ริเริ่มทุกคน ที่อยากเห็นสังคมไทยเปลี่ยนในทางที่ดีขึ้น (แต่ไม่อยากเห็นการรณรงค์ปิดไฟ 1 ชม. แบบไฟไหม้ฟางของ กทม. แล้วคนรณรงค์ก็หันไปนั่งหน้าจอ สี่ห้าชั่วโมง ลับหลังผู้คน)

เพราะโลกใบนี้ ทุกวันนี้มันก็เคลื่อนตัวตามกาลเวลาของมัน แต่บางครั้งความมุ่งมั่นที่จะอยากจะ "เปลี่ยน" ให้อะไรมันดีขึ้น กลับพลอยเป็นการทำร้ายมันมากขึ้น (เช่น รณรงค์ลดโลกร้อนกันปาวปาว แต่ในห้องนอนของตนกลับเปิดแอร์ทั้งคืน...เพราะว่าโลกมันร้อนงัย)

ดีที่สุด คือ "ปิดทีวี" ก่อนออกจากบ้าน อย่างน้อยก็ช่วยกันประหยัดไฟครับ
ความคิดเห็นที่ 23
kilroy วันที่ : 18/04/2008 เวลา : 13.02 น.
http://www.oknation.net/blog/kilroy

ช่วงหลังดูแต่คลิ๊ปไม่ได้ดูทีวี.....
ความคิดเห็นที่ 22
GPEN วันที่ : 18/04/2008 เวลา : 12.21 น.
http://www.oknation.net/blog/comicbook