• เดินติดดิน
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : [email protected]
  • วันที่สร้าง : 2009-12-04
  • จำนวนเรื่อง : 4
  • จำนวนผู้ชม : 18276
  • ส่ง msg :
  • โหวต 4 คน
เดินติดดิน
ยินดีต้อนรับครับ
Permalink : http://www.oknation.net/blog/sake
วันจันทร์ ที่ 17 ตุลาคม 2554
Posted by เดินติดดิน , ผู้อ่าน : 731 , 16:44:59 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

บ้านปลา…3ปีที่คลองเคียน   เสกสรร ชัญถาวร

หลังสึนามิผ่านไปกว่า6ปี หลายชุมชนในพื้นที่ประสบภัยสึนามิ 6 จังหวัด ก็ได้กลับมาสู่ภาวะปกติ  คนในพื้นที่ต่างทำมาหาเลี้ยงชีพของตนเองต่อไป แต่ก็ยังเชื่อว่ายังต้องเกิดภัยสึนามิอีกแน่นอนแต่ไม่รู้ว่าจะเมื่อไหร่ ขณะอีกสถานการณ์หนึ่งซึ่งหลายคนเริ่มสนใจและหลายพื้นที่ก็ประสบปัญหากับตนเองก็คือภัยธรรมชาติโดยอย่างอุทกภัยและวาตภัย โดยเฉพาะการเกิดขึ้นนอกช่วงมรสุมหรือฤดูฝนนั่นเองซึ่งไม่เคยปรากฏมาก่อน และความรุนแรงที่เกิดขึ้นก็ยิ่งสะท้อนให้เห็นว่าเรายังไม่มีแผนหรือประสบการณ์ในการที่จะรับมือกับเรื่องดังกล่าวเลย โดยเฉพาะอย่างยิ่งชุมชนชายฝั่งที่มีอาชีพหลักในการทำประมง ที่กระทบวิถีชีวิต รายได้ของคนในชุมชนอย่างเลี่ยงไม่ได้ เพราะอาชีพ ล้วนต้องอาศัยทรัพยากรธรรมชาติและสภาพอากาศ ฤดูการที่เหมาะสมเป็นสำคัญ

ตำบลคลองเคียน ก็เป็นอีกพื้นที่หนึ่งที่ตั้งติดชายฝั่งทะเล ที่หนีไม่พ้นกับผลกระทบดังกล่าว การทำประมงเป็นอาชีพหลัก เริ่มไม่คุ้มค่า เพราะหาสัตว์น้ำได้น้อยลงอย่างน่าตกใจ คุณวรชาติ นันทบุตร สมาชิกอบต.บ้านหาดทรายเปลือกหอยหนึ่งในหมู่บ้านตำบลคลองเคียน และเป็นคณะทำงานการจัดการด้านสิ่งแวดล้อมของตำบล ยังเล่าว่า สาเหตุหนึ่งที่ชาวประมงทุกคนพูดถึงคือ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ แต่ภาษาที่ชาวบ้านพูดกันง่ายๆคือ “น้ำเปลี่ยนหรือน้ำเสีย อากาศเปลี่ยน” ยกตัวอย่างเช่นชาวประมงบ้านหินร่ม ซึ่งหากุ้งเป็นหลัก โดยใช้อวนลอย จะรู้ว่าช่วงไหนมีกุ้ง โดยใช้ภูมิปัญญาแต่เดิมว่า ช่วงน้ำเดิน(น้ำใหญ่)ช่วง 12-14ค่ำจะสามารถออกไปจับกุ้ง และในช่วงเดือนพฤษภาคม-มิถุนายน ซึ่งเป็นช่วงลมมรสุม จะเข้าฤดูฝน จะมีฝนตกหนักในบางพื้นที่ ซึ่งช่วงดังกล่าวจะเป็นช่วงที่ชาวประมงสามารถจับกุ้งได้เป็นจำนวนมาก แต่ปัจจุบันหาไม่ได้แล้ว ซึ่งยังมีทั้งผู้จับสัตว์น้ำประเภทอื่นๆที่มีลักษณะเหมือนกัน  จากสถานการณ์นี้ หลายครอบครัวต้องพยายามหาอาชีพอื่นๆเป็นอาชีพหลักแทน เช่นการทำสวนยาง การปลูกปาล์ม ซึ่งหลายพื้นที่ก็เป็นต้องแผ้วถางป่าก็นำปัญหาอื่นๆตามมาอีก หรือพายเรือรับจ้างในช่วงท่องเที่ยว แต่ก็ทำได้ช่วงระยะเวลาหนึ่ง และนับวันการแข่งขันก็เริ่มสูงขึ้น 

ปลาเก๋าขนาดเกือบ 2 กิโลกรัม ในพื้นที่ปะการังเทียม

ตกโดย วรชาติ นันทบุตร (ในการติดตามผลหลัง6เดือน)

 
จึงเกิดความร่วมมือของชุมชน ท้องถิ่น และมูลนิธิรักษ์ไทย ได้ร่วมกันศึกษาและจัดทำโครงการบ้านปลาขึ้นมา เพื่อเพิ่มความสมบูรณ์โดยเฉพาะทรัพยากรสัตว์น้ำในพื้นที่ให้เพิ่มขึ้น เพื่อบรรเทาสถานการณ์วิกฤติที่เกิดขึ้น โดยจัดวางใกล้ๆกับเกาะละวะ ในพื้นที่ตำบลคลองเคียน ในวันที่ 25กุมภาพันธ์ 2551 ที่ผ่านมา  และถึงวันนี้ชาวบ้านชาวบ้านที่คลุกคลีและติดตามกิจกรรมดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง อย่างคุณสมศักดิ์ ช่างเล็ก หรือที่เรียกติดปากว่าบังเลาะ เล่าว่า ตั้งแต่วางปะการังเทียม จนถึงปัจจุบัน เห็นได้ชัดถึงการเปลี่ยนแปลง เพราะตนเองทำมาหากินอยู่ตรงนั้นเสมอ ช่วงแรกๆส่วนใหญ่ไปตกปลากันเป็นส่วนใหญ่แต่วันนี้มีทั้งวางอวน,วางลอบ,แจวตักปลากระบอก  และหลายๆชุมชนก็เริ่มกลับมาหาสัตว์น้ำบริเวณดังกล่าว ซึ่ง แสดงว่าพื้นที่ดังกล่าวสมบูรณ์ขึ้น ในช่วงแรกๆ ปลาจะตัวไม่ใหญ่นัก เช่นปลาเก๋า ปลาข้างไฝ ปลากะพง แต่ทุกวันนี้มีทั้งปลาครูดคราด ปลามง ปลาเก๋าชนิดต่างๆ ปลากระบอก รวมทั้งมีคนมาวางลอบปูม้าได้ด้วย อย่างไม่กี่วันที่ผ่านมา บังเลาะเล่าต่อว่า “มีชาวบ้านแหลมสัก จากกระบี่ มาวางอวนปลาจาระเม็ด ผมผ่านมาเห็น เลยตะโกนถามว่าตัวใหญ่ได้จากไหน ก็ได้เสียงตะโกนตอบกลับมาว่า ที่ปะการังเทียม” ยิ่งทำให้มั่นใจว่า บ้านปลานี้มันได้ผล  สำหรับตัวบังเลาะเองก็ไปวางอวนและตกปลาเช่นกัน โดยกล่าวแบบอารมณ์ดีว่า “เคยตกได้ปลาเก๋าดอกแดง 2กิโล7ขีด มาแล้ว ตรงกองนั้น ราคา160 บาทต่อกิโล ได้ตัวเดียวค่าน้ำมันหลุดเลย แต่เสียอย่างเดียวอาชีพทะเล มันไม่แน่นอน ไม่งั้นผมรวยไปนานแล้ว” บังเลาะบ่นแบบยิ้มๆ

จากการใช้ประโยชน์ด้วยตัวเองของคนในชุมชน และการเฝ้าสังเกตของชาวบ้านผู้นี้ จึงทำให้เรารู้ว่าการทำบ้านปลาเพื่อเพิ่มทรัพยากรสัตว์น้ำ ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่สามารถทำให้เกิดความมั่นคงทางด้านอาหารหรืออาชีพของชุมชน ภายใต้สถานการณ์ที่ไม่อาจจะคาดเดานี้ได้อีกทางหนึ่ง ซึ่งทั้งนี้ก็ต้องได้รับความร่วมมือจากชุมชนและผู้เกี่ยวข้องทั้งการใช้ประโยชน์และการดูแล ให้เกิดการใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืนต่อไป




แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน