• SakiAndaman
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : saki391@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-09-11
  • จำนวนเรื่อง : 42
  • จำนวนผู้ชม : 12560
  • จำนวนผู้โหวต : 66
  • ส่ง msg :
สันติภาพคือชีวิต - Peace is life
สันติภาพคือชีวิต - Peace is life - ........
Permalink : http://www.oknation.net/blog/saki
วันพฤหัสบดี ที่ 24 มกราคม 2551
Kite Runner- เด็กเก็บว่าว หนังฟอร์มใหญ่สะท้อนสังคมอัฟกัน
Posted by SakiAndaman , ผู้อ่าน : 287 , 14:57:38 น.   | หมวดหมู่ : Peace Film  
พิมพ์หน้านี้


Kite Runner- เด็กเก็บว่าว หนังฟอร์มใหญ่สะท้อนสังคมอัฟกัน

ผมสนใจที่จะอ่านหนังสือเรื่อง The Kite Runner ดูรูปและคำบรรยายแล้ว ทำให้พอรู้เลาๆว่า เป็นนิยายเกี่ยวกับชีวิตเด็กๆ อัฟกันที่เคยได้เล่นสนุกกับการแข่งว่าว แล้วชีวิตเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง เมื่อเข้าสู่ยุคสิ้นสถาบันกษัตริย์ เปลี่ยนไปสู่การเกิดสงครามกับสหภาพโซเวียต และเข้าสู่ยุครัฐบาลตาลีบัน ซึ่งตาลีบันได้เขียนเป็นกฎหมายห้ามเล่นว่าวออกประกาศใช้  ดูเหมือนผู้เขียน Khaled จะใช้การเล่นว่าวมาเป็นสัญลักษณ์อะไรสักอย่างเกี่ยวกับตาลีบัน ผมเห็นหน้าปกก็เริ่มรู้สึกว่าอยากอ่าน อยากรู้ว่าคนเขียนเขาจะโยงเรื่องไปยังไง พอหยิบมาแต่ละทีก็หันดูราคาก็สูงพอควร หยิบ วาง หยิบ วาง อยู่หลายครั้ง ใจเราไม่กล้าพอที่จะชักตังค์ซื้อมันมาแล้ว อ่านไปได้ไม่กี่หน้า เนื่องจากภาษาปะกิตไม่แข็งพอ  พยายามหาหนังสือมือสองก็หาไม่เจอ ก็เลยกลับไปหาอ่านในคลังความรู้ในโลกอินเตอร์เน็ตดีกว่า


เริ่มเขียนทีแรกกะว่าจะเขียนเรื่องเกี่ยวกับวิจารณ์หนังสือ แต่พอค้นหาไปเรื่อยๆ เห็นว่าตอนนี้มาสร้างเป็นหนังแล้ว โดย DreamWorks กับ Paramount Classic ก็เลยเขียนปนๆกันไปทั้งหนังสือและหนัง

ชมคลิปแนะนำหนังจาก Youtube นะครับ

 


The Kite Runner- เด็กเก็บว่าว


(ภาษาดารี: کاغذ‌پران باز; ภาษาเปอร์เซีย: بادبادک باز) หนังที่ออกฉายเมื่อปีที่แล้วนี่เอง ( 2007) กำกับโดย Marc Forster โดยอิงกับนิยายในชื่อเดียวกัน ผลงานของ Khaled Hosseini โดยท้องเรื่องเกี่ยวกับประเทศอัฟกานิสถาน แต่การถ่ายทำส่วนใหญ่จะถ่ายที่เมือง Kashqar ของจีน เนื่องจากกลัวว่าจะเกิดอันตรายกับกองถ่าย การพูดคุย สนทนาเรื่องจะใช้ภาษาดารีเป็นหลัก โดยมีซับไตเติ้ลภาษาอังกฤษ นักแสดงเด็กในเรื่องสามารถใช้ภาษาดารีได้ดี ส่วนคนอื่นๆต้องเรียนภาษาดารีใหม่เพื่อเข้าฉากในเรื่องนี้ หนังเพิ่งออกฉายเมื่อ 14 ธันวาคมนี่เอง

เนื้อหาหนังก็จะเดินตามหนังสือนิยายของ Khaled เป็นเรื่องของเด็กคนหนึ่งชื่อ อามีร อาศัยอยู่ที่ เมือง วาซีร อักบาร คาน ของกรุงคาบุล สมัยเด็กๆมีความสุขกับการแข่งว่าวกับพวกเด็กๆในหมู่บ้าน โดยเขามีเพื่อนรักคนหนึ่งชื่อ ฮัซซัน ซึ่งเป็นลูกของคนรับใช้ในบ้านของอามีรที่ชื่ออาลีจากเผ่าฮาซารา หนังพยายามโยงเรื่องราวตั้งแต่สมัยอัฟกันยังมีระบอบกษัตริย์ ผ่านไปจนกระทั่งเกิดการรุกรานของโซเวียต การอพยพของชาวบ้านจำนวนมากสู่ปากีสถาน และบางส่วนก็ได้สิทธิไปอยู่ในสหรัฐอเมริกา จนเข้าสู่การปกครองของระบอบตาลีบัน

 

ต้องบอกก่อนว่าหนังเรื่องนี้เป็นหนังแอนตี้ตาลีบัน เนื้อหาจึงเน้นโจมตีระบอบตาลีบัน ฝันถึงยุคยูโธเปีย ให้อัฟกันกลับคืนไปสู่วันคืนเก่าๆในยุคก่อนโยเวียตจะเข้ามาถล่ม

โดยหนังเริ่มเรื่องจาก เมืองคาบูลก่อนการเข้ารุกรานของโซเวียต เด็กสองคน อามีรและฮัซซันเป็นเพื่อนรักกัน โดยที่ฮัซซันเป็นลูกของคนใช้ในบ้านของอามีร อามีรได้เรียนหนังสือในโรงเรียน แต่ฮัซซันไม่ได้เรียนหนังสือส่งผลให้อ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ แต่อามีรจะมาอ่านนิทานให้ฟังอยู่เสมอ ฮัซซันก็จะเป็นผู้ปกป้องอามีรเสมอเมื่อเขาถูกอันธพาลในหมู่บ้านนทำร้าย แต่อามีรก็มักจะกังวลว่าพ่อของเขาจะรักฮัซซันมากกว่าเขา เพราะในขณะที่เขาคลอดออกมา แม่ของเขาต้องสิ้นใจ นี่เป็นปมในใจของอามีร...

อามีรเป็นคนชอบเขียนหนังสือ เขาแต่งนิทานด้วยตัวเอง แต่พ่อของเขาไม่ค่อยสนใจความสามารถของเขาเท่าไหร่นัก มีแต่เพื่อนของพ่อชื่อ รอฮีม คาน ซึ่งจะชอบในความฉลาดของเขายิ่งนัก และคอยสนับสนุนเขาให้เขียนหนังสือ
วันหนึ่งฮัซซันกับอามีรต้องเผชิญหน้ากับขาใหญ่ในหมู่บ้านชื่อว่าอาเซ็ฟ แต่ด้วยความสามารถของฮัซซัน เจ้าอาเซ็ฟจึงต้องหนีกลับบ้าน พร้อมประกาศล้างแค้น

อามีรกับฮัซซันนั้นชอบการแข่งว่าว การแข่งว่าวที่คาบูลกับที่เมืองไทยก็คล้ายกัน คือเมื่อว่าวลอยไปในอากาศ ก็จะใช้เชือกให้เสียดสีกัน จนขาด บนเชือกก็จะมีเศษแก้ว หรือของมีคมเพื่อทำหน้าที่กรีดเชือกของคู่ต่อสู้ให้ขาด กฎก็คือว่าวของผู้แพ้จะตกเป็นของผู้ที่วิ่งไปเก็บมันได้ นี่จึงเป็นที่มาของชื่อเรื่อง Kite Runner “เด็กวิ่งเก็บว่าว”

อามีรเป็นเซียนในการแข่งว่าว เขามักตัดเชือกว่าวคู่ต่อสู้ได้เสมอ โดยมีฮัซซันเป็นคนวิ่งเก็บว่าวที่อามีรตัดเชือกมันขาด ฮัซซันเหมือนมีความสามารถพิเศษ เขาจะรู้ว่าว่าวจะไปตกที่ใด และจะเก็บกลับมาให้อามีรได้เสมอ จนวันหนึ่งเขาสิ่งไปเก็บว่าวให้อามีร แต่โชคร้าย เขาวิ่งไปเจออาเซ็ฟ พร้อมสมุนร่างยักษ์สองคน โจทก์เก่าที่ต้องการชำระแค้นกับฮัซซัน

ในหนังสือบอกเล่าการถูกทำร้ายโดยการถูกข่มขืนอย่างละเอียดยิบ แต่ในหนังได้ตัดฉากนี้ออก ในฉบับที่จะเข้าฉายในอัฟกานิสถาน แต่ที่เข้าฉายที่อื่นๆ มีให้เห็นคร่าวๆ ผมไม่เข้าใจเหมือนกันว่า คนเขียนนี่เขาเก็บกดอะไร จึงเขียนบทให้เด็กถูกข่มขืน...ถูกทารุณ...เฮ้อ...มันเป็นหนังนะครับ อย่าจริงจังมากนัก...ดูเหมือนว่า เขาพยายามชี้นำว่า ในสังคมอัฟกันนั้นมีความรุนแรงกันตั้งแต่เด็กๆ... ไม่ใช่ความรุนแรงโดยทั่วไป แต่เป็นความรุนแรงที่เด็กผู้ชายข่มขืนเด็กผู้ชายด้วยกัน..


อามีรวิ่งตามหาฮัซซันจนเจอ พบว่าเขาถูกทารุณ และถูกข่มขืน เขากลัวและไม่กล้าเข้าไปช่วย อีกทั้งยังไม่ยอมไปเรียกคนอื่นๆให้มาช่วย เรื่องนี้ฮัซซันไม่เคยเล่าให้อามีรฟัง อามีรก็ไม่เคยเล่าให้ฮัซซันฟังว่าเขาเป็นคนเห็นเหตุการณ์ ทั้งคูไม่เคยเล่าเรื่องนี้ให้ใครฟัง
เมื่ออามีรกลับถึงบ้าน บาบา พ่อของอามีรก็ชื่นชมในชัยชนะของเขา เขารู้สึกยินดี แต่ก็ยังรู้สึกกลัวว่าถ้าพ่อรู้ว่าฮัซซันถูกทำร้ายแต่เราไม่อาจเข้าไปช่วยเหลือได้ เขาอาจถูกบาบาลงโทษ

เขาเลยใช้วิธีการสกปรกเพื่อกำจัดฮัซซันไปจากบ้านของเขา เขาบอกให้พ่อจ้างคนใช้คนใหม่ อีกทั้งยังกลัวว่าพ่อจะรักฮัซซันมากกว่าตนหากพ่อรู้ว่าฮัซซันกล้าหาญเพียงใดในการต่อสู้กับศัตรู ในที่สุดอาลีกับฮัซซันไม่อาจทนอยู่ต่อไปได้จึงหนีออกมาจากบ้านของบาบา

หลังจากนั้นไม่นานโซเวียตได้โจมตีอัฟกานิสถาน ใครๆต่างก็รู้ว่าบาบาเป็นคนต่อต้านโซเวียต เขาจึงต้องหนีออกจากบ้านแล้ว ให้รอฮีม คาน เป็นคนดูแลบ้านให้ ระหว่างทางทั้งคู่เห็นทหารโซเวียตกำลังจะข่มขืนหญิงสาวอัฟกันผู้อพยพ บาบาเข้าไปขวาง อามีรกลัวอย่างมากว่าพ่อจะถูกฆ่าตาย แต่เขาก็กลัวมากๆ ไม่กล้าเข้าไปอยู่ใกล้พ่อ จนกระทั่งมีผู้บังคับบัญชาทหารคนดังกล่าวเข้ามาห้ามไว้ มาช่วยชีวิตทั้งหญิงสาว และบาบา รวมทั้งอามีร  และเดินทางเข้าสู่เปชาวาร์ แล้วหลบหนีไปใช้ชีวิตในเมือง ฟรีม้อนต์ แคลิฟอเนีย ในอเมริกา  โดยอาศัยในอพาร์ตเม้นต์เล็กๆ ทำงานขายของเล็กๆน้อยในตลาดสด

อามีรได้เรียนหนังสือจนจบปริญญา จนกระทั่งได้แต่งงานกับโศราญา ซึ่งเป็นคนเชื้อสายอัฟกันเหมือนกัน พ่อของโศราญา เคยเป็นนายพลในกองทัพอัฟกันในก่อนสงคราม ทั้งคู่แต่งงานกันแต่ไม่อาจมีลูกได้ ส่วนอามีรก็ทำงานเป็นนักเขียน

แต่วันหนึ่งเขาได้รับโทรศัพท์จาก รอฮีม คาน ว่า ให้กลับมาที่ปากีสถานเพื่อแก้ไขความผิดในอดีต เขาตัดสินใจกลับไปปากีสถาน ไปพบรอฮีม คาน เขาได้เล่าเรื่องราวในอดีตให้ฟังว่า หลังจากที่เขาทั้งสองหนีไปจากบ้านแล้ว รอฮีมได้จ้างให้อาลีและฮัซซันมาดูแลบ้านบาบา จนวันหนึ่งตาลีบันบุกบ้าน แล้วได้สั่งให้เขาออกจากบ้านไป แต่เขาปฏิเสธ และถูกฆ่าในที่สุด ภรรยาของฮัซซันก็เสียชีวิตเช่นกัน เหลือแต่ลูกชายหนึ่งคนชื่อ ซอรับ ซึ่งอยู่ในสถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้า และเขาได้รู้อีกว่า ฮัซซันคือ พี่ชายของเขาที่เกิดจากภรรยาอีกคนหนึ่งของบาบา ซึ่งเขาไม่เคยรู้มาก่อน

เรื่องราวต่อไปคือการปลอมตัวเข้าไปช่วยเหลือเด็กน้อยซอรับ ในดินแดนตาลีบัน เรื่องราวเป็นอย่างไร ต้องรอติดตามชม

ผมไม่ได้คาดหวังอะไรจากหนังเรื่องนี้ เพราะเหมือนว่าจะออกแนวแอนตี้แนวอนุรักษ์นิยมอิสลามมากหน่อย แล้วก็แป็นธรรมดาที่ให้ภาพความเลวร้ายอย่างสุดบรรยายแก่ทหารตาลีบัน ซึ่งเป็นธรรมดาที่สื่อใหนๆก็โจมตีกัน ผมอยากให้ผู้ชมเห็นภาพ ความมีมนต์ขลังของดินแดนคาบูล อันงดงาม ในแบบแผนของมัน...เท่านั้นเอง

แต่ทว่าไม่รู้จะมีโอกาสเข้าโรงในเมืองไทยหรือปล่าวนี่ซิ      


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 8
ปี๊นปี๊น วันที่ : 08/02/2008 เวลา : 00.02 น.
http://www.oknation.net/blog/peanpean
"ไม่ได้อะไรก็ไม่เป็นไร แค่มีคุณธรรมก็พอแล้ว"

อ่านแล้วอยากชมหนังครับ
คงได้เรียนรู้อะไรมากเลยครับ
ความคิดเห็นที่ 7
พันธกานท์ วันที่ : 30/01/2008 เวลา : 22.19 น.
http://www.oknation.net/blog/panthakant

มาอ่านงานคุณภาพ
ว่าแต่ท่าน"กัมปง" ฉบับใหม่ออกแล้วยังส่งให้มั่งครับ
เชิญที่นี่หน่อยครับhttp://www.oknation.net/blog/panthakant/2008/01/29/entry-1/comment
ความคิดเห็นที่ 6
หมี่เกี๊ยว วันที่ : 25/01/2008 เวลา : 06.05 น.

แวะมาส่งข่าวค่ะว่า
ได้ยินว่าเล่มนี้แปลเป็นไทยแล้ว
แปลโดย วิษณุฉัตร วิเศษสุวรรณภูมิ
เรื่อง "เด็กเก็บว่าว"
ความคิดเห็นที่ 5
yongchan วันที่ : 24/01/2008 เวลา : 21.21 น.
http://www.oknation.net/blog/yongchan

น่าสนใจมากค่ะ เดี๋ยวต้องลองไปหาหนังสือมาอ่าน..
ความคิดเห็นที่ 4
หมี่เกี๊ยว วันที่ : 24/01/2008 เวลา : 16.16 น.

ทุกเรื่องน่าอ่านจังเลยค่ะ
ได้ความรู้ด้วยค่ะ ชอบมากๆๆๆๆๆๆๆ
หาผู้เขียนและผู้รู้ด้านนี้ได้ไม่ง่ายเลยนะคะเนี่ย
ขออนุญาตแวะมาอ่านบ่อยๆนะคะ
ความคิดเห็นที่ 3
หมี่เกี๊ยว วันที่ : 24/01/2008 เวลา : 16.11 น.

สวัสดีค่ะ ผ่านมาพบเรื่องนี้โดยบังเอิญ
จึงหยุดยลสักหน่อย
และเห็นด้วยกับท่านเจ้าของบลํอกค่ะ ว่าหนังดีมาก

เพราะทั้งไปดูและอ่านหนังสือมาแล้วค่ะ
เป็นเรื่องที่ดีที่สุดเท่าที่ดูมา
หนังสือได้รับรางวัลด้วยนะคะ
ตอนนี้ผู้เขียนมีหนังสือเล่มใหม่แล้วค่ะ
A thousand splendid suns.

บอกได้ว่า หน้งและหนังสือเล่มนี้The Kite Runner
เล่นกะความรู้สึกคนดูแบบโรลเลอร์โคสเตอร์เลยค่ะ
ตกวูบ ดำดิ่ง และตอกย้ำซ้ำเติม

เรื่องนี้เต็มไปด้วยสัญลักษณ์หลายอย่างเลยค่ะ
ตั้งแต่ต้นจนจบ

หากได้ดูหนังและอ่านหนังสือแล้ว
คำถามคาใจหลายๆข้อของเจ้าของบล๊อกก็จะหายไปค่ะ

อ่านเรื่องนี้แล้วจะต้องมีความรู้พื้นฐาน
เรื่องการเหยียดผิวด้วยจึงจะเข้าใจ
เรื่องการข่มขืนเด็กผู้ชายในเรื่องค่ะ

ปกหนังสือเล่มนี้เป็นปกฉบับพิมพ์ในปี 2007 ค่ะ
ส่วนพิมพ์ครั้งแรกนั้นในปี 2003 เป็นรูปเด็กแอบหลังตึกเหลืองๆ มีสองเล่มค่ะ

ตอนนี้กำลังรอ ดีวีดีอยู่ค่ะ
ความคิดเห็นที่ 2
Supawan วันที่ : 24/01/2008 เวลา : 15.45 น.
http://www.oknation.net/blog/supawan

เนื้อเรื่องน่าสนใจค่ะ .. อยากดู...
ความคิดเห็นที่ 1
ลูกเสือหมายเลข9 วันที่ : 24/01/2008 เวลา : 15.23 น.
http://www.oknation.net/blog/chai
<<==แวะไปทัก..แล้วคุณจะรักหนุ่มคนนี้

คงยากที่จะได้ชม
หนังแบบนี้ นายทุนบ้านเราไม่สั่งมาฉายแน่ๆครับ
เสียดายๆๆๆ
แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

Peace Train by Yusuf Islam (Cat Stevens)

Peace Train by Yusuf Islam (Cat Stevens)

View All
<< มกราคม 2008 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30 31    



พี่น้องเชื้อชาติใดหนอที่ถูกเลือกปฏิบัติมากที่สุดในประเทศไทย
คนไทยพลัดถิ่นและคนไทยถิ่นพลัด
0 คน
มลายูมุสลิม
19 คน
ชาวมอแกน มอเกล็น อุรักละโว้ย
1 คน
ม้งลาวและลาวอพยพ
1 คน
กลุ่มแรงงานข้ามชาติ
4 คน
กลุ่มชาติพันธุ์ภาคเหนือ
0 คน

  โหวต 25 คน