• คนสะตึง
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : commoon@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-03-11
  • จำนวนเรื่อง : 71
  • จำนวนผู้ชม : 12244
  • จำนวนผู้โหวต : 35
  • ส่ง msg :
<< สิงหาคม 2008 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30
31            



วันอังคาร ที่ 12 สิงหาคม 2551
มหกรรมฟื้นฟูสายน้ำสายชีวิตของชาวลุ่มน้ำห้วยเสนง(ตอนปลาย)จ.สุรินทร์
Posted by คนสะตึง , ผู้อ่าน : 223 , 10:33:05 น.  
พิมพ์หน้านี้


มหกรรมฟื้นฟูสายน้ำสายชีวิตของชาวลุ่มน้ำห้วยเสนง

(ตอนปลาย)จ.สุรินทร์  

เมื่อวันที่ 9 สิงหาคม 2551 ณ สะพานข้ามห้วยเสนง ระหว่างบ้านตะเตียว ต.คอโค กับบ้านกะเพอสกวม ต.ท่าสว่าง อ.เมือง จ.สุรินทร์ เครือข่ายอนุรักษ์ลุ่มน้ำห้วยเสนงตอนปลาย จัดกิจกรรมทำแนวเขตอนุรักษ์พันธุ์สัตว์น้ำความยาว 400 เมตร เพื่อฟื้นฟูต้นทุนชีวิต และชุมชนลุ่มน้ำห้วยเสนง ตลอดจนรณรงค์ให้เกิดภาคีความร่วมมือระหว่างภาคส่วนต่างๆ รวมทั้งเป็นการสร้างการเรียนรู้ โดยใช้ภูมิปัญญาและวัฒนธรรมท้องถิ่นมาประยุกต์ใช้ในการดูแลรักษา เฝ้าระวัง เพื่ออนุรักษ์และฟื้นฟูพื้นที่ลุ่มน้ำห้วยเสนง ซึ่งมีชาวบ้านสองฝั่งน้ำ กลุ่มเยาวชน องค์กรท้องถิ่น องค์กรพัฒนาเอกชน ภาคประชาสังคม เข้าร่วมประมาณ 100 คน

กิจกรรมในงานเริ่มตั้งแต่เวลา 08.00 น. มีการจัดแสดงนิทรรศการเกี่ยวกับลุ่มน้ำห้วยเสนง การทำผ้ามัดย้อม การประกวดวาดรูประบายสีสำหรับเด็ก หลังจากนั้นเป็นการเสวนา “ประวัติศาสตร์ชุมชนสองฝั่งน้ำและบทเรียนปฏิบัติการสิทธิชุมชน ลุ่มน้ำห้วยเสนงตอนปลาย” โดยตัวแทนชาวบ้าน คณะกรรมการเครือข่ายอนุรักษ์ลุ่มน้ำห้วยเสนง และนักพัฒนาอาวุโส

นายแรม หอมนวล ผู้ใหญ่บ้านกะเพอสกวม ต.ท่าสว่าง อ.เมือง จ.สุรินทร์ กล่าวว่า ตนอยู่กับลำน้ำห้วยเสนงมาตลอดและบ้านกะเพอสกวมใช้น้ำจากห้วยเสนงเป็นหลักเพราะไม่มีแหล่งน้ำอื่นเลย ห้วยเสนงหล่อเลี้ยงพวกเรา เป็นเส้นน้ำสายเลือดที่ไหลผ่านชุมชนบ้านเราและช่วยชุบชีวิตบ้านเราให้อยู่ได้ และได้เห็นความเปลี่ยนแปลงของสายน้ำและปัญหาที่มากระทบห้วยเสนง ตั้งแต่ปัญหาโรงต้มเหล้าที่ปล่อยน้ำเสียลงห้วยเสนง ต่อมาก็เป็นผลกระทบจากฟาร์มหมู สวนอาหาร ร้านอาหาร และน้ำเสียจากเมืองที่ขยายตัวขึ้นทุกวัน ทำให้น้ำห้วยเสนงเน่าเสีย มีปลาตาย บางช่วงลงไปแล้วก็คัน คุณภาพของน้ำไม่ดีเหมือนแต่ก่อน เกิดเป็นปัญหาต่อลำน้ำห้วยเสนงของพวกเราที่เป็นชาวบ้านอยู่ที่นี่ติดกับลำน้ำห้วยเสนง

นายแรม กล่าวต่อว่า “ ยิ่งเมื่อทางเทศบาลเมืองสุรินทร์มีโครงการจะสร้างคลองระบายน้ำเสียจากเมืองลงห้วยเสนงเมื่อปี 2549 ซึ่งจะก่อผลเสียกับลำน้ำห้วยเสนงมากขึ้นไปอีก ชาวบ้านไม่ยอมจึงรวมตัวกันชุมนุมคัดค้านให้ยุติโครงการ สุดท้ายโครงการก็ต้องล้มเลิกไป การออกมาเรียกร้องสิทธิครั้งนี้ได้ทำให้ชาวบ้านมีความกระตือรือร้นในการใช้สิทธิที่มีมาแก้ปัญหาของตัวเองมากขึ้น เข้าใจในเรื่องสิทธิชุมชน ต่อมาหลายๆชุมชนก็ร่วมปรึกษาหารือตั้งเป็นเครือข่ายอนุรักษ์ลุ่มน้ำห้วยเสนงตอนปลาย การเป็นเครือข่ายก็คือการเฝ้าระวังทรัพยากรของชุมชน ทุกคนมีส่วนร่วม และได้รับประโยชน์ทั่วถึงกัน ทำให้เห็นว่าชุมชนเรายังเข้มแข้งอยู่”

ด้านนายนิรันดร์ งามยิ่ง ผู้ใหญ่บ้านตะเตียว ต.คอโค อ.เมือง จ.สุรินทร์ กล่าวว่า “เมื่อชุมชนมองเห็นปัญหาของลำน้ำห้วยเสนง น้ำเน่า น้ำเสีย ที่เคยกินเคยอาบก็ทำไม่ได้แล้ว ชาวบ้านต้องเจ็บปวดเจ็บช้ำ ดังนั้นจึงมีการทำเขตอนุรักษ์ในวันนี้ ซึ่งเขตอนุรักษ์ไม่ได้ทำเพื่อเป็นเขตเฉยๆทำเพื่อยืนยันถึงการใช้ประโยชน์และการร่วมแรงร่วมใจที่จะช่วยกันรักษาและฟื้นฟูสภาพแวดล้อมให้ดีขึ้นด้วยตัวของชุมชนเอง บอกให้คนอื่นได้รับรู้ถึงกิจกรรมของเรา แม้จะไม่ได้ทำทั้งสายแต่ก็จะทำเป็นจุดๆไป เป็นการริเริ่มที่ดี ให้ชุมชนร่วมกันดูแล ร่วมกันอนุรักษ์ต่อไป”

ทางด้านนายชุมพร เรืองศิริ ผู้ใหญ่บ้านแสงตะวัน ต.คอโคและประธานเครือข่ายอนุรักษ์ลุ่มน้ำห้วยเสนง กล่าวว่า ด้วยบทเรียนที่ผ่านมาของเครือข่าย เรามีการสู้เพื่อสิทธิของเรา ตั้งแต่การลุกขึ้นมาต้านโครงการระบายน้ำเสียของเทศบาล ต่อมาก็ได้มีการสำรวจลำห้วยเสนงด้วยการล่องเรือตามสายน้ำ ก็ทำให้เห็นปัญหาต่างๆไม่ว่าตลิ่งพัง การบุกรุกที่ดิน การปล่อยน้ำเสียจากเมือง สิ่งเหล่านี้กระตุ้นให้เราใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญ มาปกป้องทรัพยากรของชุมชน

นายชุมพร กล่าวต่อว่า “รัฐธรรมนูญ 2550 ให้สิทธิแก่ชุมชนในการจัดการทรัพยากร การจะนำโครงการอะไรลงมาในชุมชนต้องมีมติจากชุมชนก่อน ถ้าชุมชนไม่รับรู้ถือว่าผิด ซึ่งพวกเราต้องไม่นิ่งเฉย ต้องช่วยกัน ไม่ให้มันเป็นปัญหามากขึ้นจากปัจจัยภายนอกที่มากระทบกับเราทั้งเรื่องน้ำเสียจากเมือง การขยายตัวของเมืองที่รุกล้ำลำน้ำ รวมถึงทรัพยากรอย่างอื่นด้วย ซึ่งเราจะเชื่อมกับเมืองอย่างไรให้เกิดการแก้ปัญหาร่วมกัน จากวันนี้มีแค่นี้แต่พรุ่งนี้ก็จะมีคนมากขึ้น ทำจนเป็นเครือข่ายเกี่ยวพันกันให้ได้ นี่เป็นความท้าทายข้างหน้าของพวกเรา”

ผู้ใหญ่ชุมพร กล่าวเสริมอีกว่า “ประเพณีการอนุรักษ์แหล่งน้ำวันนี้อยากให้ทำให้เป็นแบบประเพณีการไหว้กระท่อมปู่ตา ที่ทุกคนเห็นแล้วต้องไหว้ เคารพนับถือ ไม่กล้าล่วงเกิน กระทั่งกลายเป็นเรื่องที่แนบแน่นกับวิถีชีวิตของชุมชน นอกจากนี้อยากให้เอาความเป็นพี่เป็นน้องของชุมชนสองฝั่ง มาดูแลเอาใจใส่กันไปถึงเรื่องของการดูแลน้ำท่าร่วมกันด้วย”

ขณะที่นายเอียด ดีพูน นักพัฒนาอาวุโส กล่าวว่า “เรื่องการจัดการทรัพยากรธรรมชาติ ต้องยึดหลักกาลามสูตรในการมอง คือไม่เชื่อใครง่ายๆ ไม่เชื่ออะไรง่ายๆ โดยเฉพาะแนวคิดการจัดการทรัพยากรธรรมชาติโดยรัฐซึ่งเป็นอาชญากร เป็นการจัดการทรัพยากรที่เป็นอาชญากรรมมาทำลายมวลมนุษยชาติ อย่างรัฐสร้างเขื่อนแล้วได้อะไรมาบ้าง เขื่อนทำลายทั้งป่าไม้ สัตว์ โบราณสถาน โบราณวัตถุ แล้วใช้แก้ปัญหาน้ำท่วม ใช้แก้ปัญหาความขาดแคลนน้ำได้หรือไม่ เขื่อนไม่ได้แก้ปัญหาพวกนี้เลย มีแต่สร้างปัญหาให้พอกพูนขึ้นไปอีก รัฐไม่อาจทำตามที่พูด ที่โฆษณา ที่สัญญาไว้ได้เลย ดังนั้นจึงบอกว่าพวกเราทุกคนต้องใช้หลักการของกาลามสูตรมาประกอบในการวิเคราะห์การจัดการทรัพยากรของพวกเราเอง”

นายเอียด เสริมอีกว่า การจัดการทรัพยากรธรรมชาติโดยการพึ่งตนเองของชุมชนน่าจะเป็นสำนึกที่ยิ่งใหญ่กว่าการจัดการทรัพยากรธรรมชาติโดยรัฐ ด้วยการสร้างโอกาสการดูแลทรัพยากรโดยชุมชนเอง ใช้สิทธิที่พวกเรามีมาทำการปกป้องทรัพยากรของเรา สร้างสำเหนียกสำนึกร่วมกันในการจัดการทรัพยากรธรรมชาติให้ได้ก็จะเกิดความยั่งยืนในที่สุด

จากนั้นจึงร่วมกันถวายเพลพระสงฆ์ รับประทานอาหารร่วมกัน และทำพิธีเปิดป้ายเขตอนุรักษ์พันธุ์สัตว์น้ำโดยพระครูมหารวย อากาภาโร เจ้าอาวาสสำนักสงฆ์โคกกะนัง ต.คอโค ต่อมาเป็นการประกาศผลและมอบรางวัลวาดรูประบายสี ก่อนที่ตัวแทนชาวบ้าน กลุ่มเยาวชน องค์กรพัฒนาเอกชน และคณะกรรมการเครือข่ายอนุรักษ์ลุ่มน้ำห้วยเสนง จะลงเรือจำนวน 4 ลำ ล่องไปตามสายน้ำ ทำการปล่อยปลาและบวชต้นไม้สองฟากฝั่งน้ำเป็นแนวเขตอนุรักษ์ให้รับรู้ร่วมกัน แล้วจึงแยกย้ายกันเดินทางกลับ ในเวลาประมาณ 15.00 น.

 

ที่มา : เสียงคนอีสาน : รายงาน 

 


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2
samcamera วันที่ : 12/08/2008 เวลา : 10.44 น.
http://www.oknation.net/blog/townhouse

สิ่งแวดล้อมคือชึวิต

วันนี้ขอทำความดีเพื่อแม่ และจะทำตลอดไป
ความคิดเห็นที่ 1
Supawan วันที่ : 12/08/2008 เวลา : 10.39 น.
http://www.oknation.net/blog/supawan

ขอบคุณ สำหรับบทความค่ะ ...

Happy Mothers' Day !!
แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน