พิมพ์หน้านี้
|
สวัสดีค่ะ วันนี้แสงเดือนนำประสบการณ์เดิมๆมาเล่านะคะ เกี่ยวกับปี๋ใหม่เมือง พร้อมกับได้สอบถามกับพ่ออุ๊ยหล้า คนบ้านทราย ในบางเรื่องที่ยังไม่ทราบ ปี๋ใหม่เมืองของคนเมืองเค้ามีวันที่มีความหมายหลายวันมากค่ะ ดังนี้นะคะ ๑๒ เมษายน เตรียมทำสะโป้ก ที่ทำด้วยไม้ไผ่สดลำใหญ่เจาะทะลุหลายข้อ เว้นข้อไว้ในส่วนล่างๆ เพื่อใส่น้ำ ใส่แก๊ส เจาะรูเล็ก จุดไฟ ดังสนั่นตั้งแต่ตอนกลางคืนของวันนี้จนถึงเช้าตรู่ของวันรุ่งขึ้น เพื่อเป็นการบอกแจ้งว่ากำลังจะเข้าปีใหม่แล้วนะ อีกส่วนหนึ่งก็เป็นการไล่สิ่งอัปมงคลออกจากบ้าน ๑๓ เมษายน วันสังขารล่อง มีความเชื่อว่าจะมีปู่สังขาร ย่าสังขาร ลอยอยู่บนท้องฟ้า หาบข้าวของมงคลล่องจากทิศเหนือไปสู่ทิศใต้ในยามเช้าตรู่ พ่ออุ๊ย แม่อุ๊ยมักจะบอกละอ่อนว่า ถ้าอยากเห็นต้องตื่นแต่เช้าแล้วให้ไปนอนใต้ต้นมะเขือแจ้(มะเขือขื่น) จะได้เห็น (น่าจะเป็นกุศโลบายให้เด็กๆตื่นเช้า) -เจ้าบ้านทำข้าวน้ำอ้อยน้ำจ๋าน(ข้าวเหนียวเคี่ยวกับน้ำตาลอ้อย)และกรวยดอกไม้ ธูป ไหว้แม่ธรณี ธรณีประตู ปู่แถน ย่าแถน ผีปู่ย่าหม้อนึ่ง ผีบรรพบุรุษ เจ้าที่ -ทำความสะอาดบ้าน ปัดกวาดเช็ดถูหิ้งพระทำความสะอาดพระพุทธรูป เปลี่ยนดอกไม้ธูปเทียน ซักเสื้อผ้า สระเกล้าดำหัว(สระผม) ชำระร่างกายให้สะอาดผ่องใส เพื่อสิ่งไม่ดีล่องจะได้ไปตามสังขาร ๑๔ เมษายน วันเน่า(วันเนา) เป็นวันที่ห้ามกระทำในสิ่งไม่ดี ทั้งกาย วาจา ใจ เพราะเชื่อว่าถ้ากระทำแล้ว ความไม่ดีจะติดตัวไปตลอดปี -พ่ออุ๊ย แม่อุ๊ย เตรียมเครื่องสักการะบูชา เช่น น้ำส้มป่อย ข้าวตอก ดอกไม้ ธูป เทียน ใส่พานไว้สำหรับไปทำบุญในวันรุ่งขึ้น -คนหนุ่มสาวทำแกงฮังเล ขนมจ๊อก(ขนมเทียน) ข้าวต้มมัด และเตรียมเครื่องทำแกงวุ้นเส้นเอาไว้ -เตรียมไม้ค้ำศรี เป็นไม้ที่มีลักษณะเป็นลำตรง มี ๒ ง่ามด้าบบน ลอกเปลือกออกแล้วประดับด้วยกระดาษสีสวยงาม บางเจ้าก็มีหมอนเล็กลองตรงง่ามไม่ให้ต้นโพธิ์เจ็บ มีอาหารคาว หวาน ดอกไม้ ธูปห้อยไว้ด้วย บ้างก็สลักชื่อ และครอบครัวเอาไว้ ๑๕ เมษายน วันพญาวัน ทำแกงวุ้นเส้น จัดเตรียมแกงฮังเล แกงวุ้นเส้น ข้าวนึ่ง กรวยดอกไม้ ธูป น้ำส้มป่อย(สำหรับกรวดน้ำถึงบรรพบุรุษ เจ้ากรรมนายเวร และตนเองเพื่อภายภาคหน้า) นำไปใส่บาตรที่วัด ตุ๊(พระ)อุทิศส่วนกุศลให้ -คนที่มีครอบครัวแล้วนำขันข้าว(อาหารคาว หวาน)ไปให้พ่อ แม่ ปู่ ย่า ตา ยาย แล้วรับศีล รับพรจากท่าน -พ่ออุ๊ย แม่อุ๊ย ไปทำบุญที่วัด สายๆกลับบ้าน เพื่อให้ลูกหลานมารดน้ำ ดำหัว -คนหนุ่มสาวนำไม้ค้ำถวายวัด ค้ไศรีมหาโพธิ์(เชื่อว่ามีความหมายในการค้ำจุนศาสนา และผู้ถวายจะมีอายุยืน) -ขนทรายจากท่าแม่น้ำวังเข้าวัด ร่วมสร้างเจดีย์ทราย และใส่โคนต้นไม้รอบวิหาร รวมทั้งต้นโพธิ์ -คนหนุ่มสาวที่มีครอบครัวแล้ว พาลูกหลานไปรดน้ำดำหัวพ่ออุ๊ย แม่อุ๊ยที่เป๋นเครือญาติ และผู้ใหญ่ที่เคารพ เครื่องในการรดน้ำดำหัว ดังนี้ ข้าวตอก ดอกไม้ น้ำส้มป่อยอาจผสมคำฝอย ธูป ๔ คู่ และของไหว้ อาจเป็นเสื้อผ้า, อื่นๆ หรือเงิน(เพื่อให้ท่านสามารถซื้อของที่ต้องการได้) โดยมีผู้อาวุโสในกลุ่มเป็นตัวแทนประเคนของให้พ่ออุ๊ย แม่อุ๊ย (ลูกที่สืบหอแตนเฮือน(ลูกที่อยู่กับพ่อ แม่) คอยต้อนรับ ดูแลเรื่องอาหารการกินต่อผู้ที่มาแสดงความเคารพต่อพ่อ แม่ของตน เพื่อเป็นการขอบคุณและพบปะสังสรรค์ในเครือญาติ) -พ่ออุ๊ย แม่อุ๊ยปั๋นปอน(ให้ศีล ให้พร บ้างก็สั้น บ้างก็ยาว) -พ่ออุ๊ย แม่อุ๊ยไปสรงน้ำพระเจ้า(พระพุทธรูป)ที่วัด ฟังเทศน์ ตุ๊เจ้า(พระสงฆ์)ทำนายวันที่มีเคราะห์ -ทำแกงโฮ๊ะตอนเย็น(จากแกงฮังเล แกงวุ้นเส้น(กรองน้ำออก) ผสมเครื่องเพิ่มเติมเล็กน้อย...อร่อยมากๆ) -พบปะเพื่อนฝูงผู้รู้ใจ วันนี้จะเปียกแล้วแห้ง แห้งแล้วเปียกหลายรอบมากๆ ๑๖ เมษายน วันปากปี๋ ทุกบ้านทำแกงขนุนหรือตำขนุน มีความเชื่อเพื่อเป็นการค้ำจุน อุดหนุนตลอดปี -คนที่เกิดในวันที่ถูกทำนายว่ามีเคราะห์ ต้องทำสะตวง(คล้ายกระทงรูปทรงสี่เหลี่ยม ใช้วัสดุที่มีน้ำหนักเบา ลอยน้ำได้) ใส่อาหารคาว หวาน รูปปั้นปีนักษัตรประจำปีเกิด กรวยดอก ธูป ใส่ลงไปในสะตวงที่มีตุงขาวปักสะตวง ๔ ทิศ นำเสื้อผ้าของตนไปทำพิธีริมแม่น้ำวัง อาจารย์วัดทำพิธีสะเดาะเคราะห์ พรมน้ำส้มป่อยให้กับเสื้อผ้าที่ไปทำพิธีและให้ตัวเราด้วย นำสะตวงล่องน้ำวัง เดินกลับขึ้นฝั่งโดยไม่ต้องหันไปมองสะตวงเพื่อป้องกันเคราะห์จะกลับคืนมา ๑๗ เมษายน วันปากเดือน มีพิธีสะเดาะเคราะห์หมู่บ้าน รวมคนในหมู่บ้านเตรียมทรายแม่น้ำ เครื่องเซ่นไหว้อย่างละ ๕๐๐ รวม ๔ ชุด นำไปไว้ในสะตวงขนาดใหญ่ที่ทำเตรียมไว้ทั้ง ๔ ทิศของหมู่บ้าน ทิศละ ๑ ชุด ทำพิธีโดยอาจารย์วัด หลังจากนั้นทุกคนในบ้านทรายทองก็อยู่อย่างมีความสุขตลอดมา จนกว่าจะถึงปี๋ใหม่แหม แสงเดือนสังเกตเห็นแววตาอันอิ่มสุขของพ่ออุ๊ย แม่อุ๊ยที่ได้เห็นลูกหลานมาพร้อมหน้าพร้อมตากัน รู้สึกว่าท่านหายเหงาและมีความสุข ยิ่งทำให้คิดว่าประเพณี วัฒนธรรมนี้เราต้องรักษาเอาไว้ให้มั่นคง รอยยิ้มของคนในหมู่บ้านเหมือนเราได้อยู่ท่ามกลางทุ่งดอกไม้ที่สวยงาม การพูดคุย หยอกล้อ เสียงหัวเราะเหมือนกลิ่นหอมอบอวล และอบอุ่น แล้วจะส่งรูปปีล่าสุดให้ชมภายหลังนะคะ
|