พิมพ์หน้านี้
|
นาวาน้อยลอยล่องท่องชลใส กลางอวลไอใยหมอกระลอกฝัน เจ้าลอยกลางสาครจรจรัล ในคืนจันทร์เจ้าเด่นเห็นไกลไกล โดดเดี่ยวและอ้างว้าง เหมือนอยู่กลางวังวนอสงไขย ลมพัดเอื่อยเรื่อยมาครั้งคราใด เจ้าลอยไปตามลมพลิ้วพรมมา ลมสงบ เจ้าซวนซบนิ่งงันหยุดฟันฝ่า สุดแต่บุญหนุนนำกรรมพัดพา เจ้าเหนื่อยล้าอยากหลบพบเรือนนอน เศร้าไฉน ขาดที่รักพักใจให้ทอดถอน หรือบุญทำกรรมเก่าเข้าตัดรอน ให้โหยอ่อนทรวงล้าอยากลาไกล คนเคยรัก เขาหาญหักรักลาพาโหยไห้ เหมือนสิ้นแล้วเรือนรักที่พักใจ เจ้าจะไปทางใดนะใจเอย จะปล่อยเรือใจในน้ำเชี่ยว ยอมโดดเดี่ยวไร้เขนย สุดแต่ลมพรมรำเพย ยอมร้างเลยแรมรา หรืออยู่นิ่งนิ่งไม่ติงไหว สุดแต่ใครจะรักษา สุดแต่บุญหนุนพา รอวันหน้าพบฝั่งใจ ชีวิตเปรียบเหมือนเรือน้อย ที่ลอยกลางชลาศัย มีสุขทุกข์คละเคล้าไป ไม่ห่างไกลในดวงมาน ลมซัดส่ายก็ป่ายปะ อยากจะละซึ่งสังขาร ลมสงบก็ชื่นบาน ทั้งดวงมานก็รื่นรมย์ เป็นไปด้วยประการนี้ ทุกชีวีมีสุขสม บางครั้งคราอาจตรอมตรม ดังเรือล่มกลางธารา อย่าหวั่นหวาดในสิ่งไหน สุขไม่ไกลเกินฟันฝ่า อย่าท้อแท้นะขวัญตา เรือรักจะพาเจ้าข้ามไป.
เรือน้อย
ขอฝากบทกลอนและเพลงนี้ ให้แก่ใครคนหนึ่ง ที่บอกกับแสงจันทร์ว่า เหนื่อยนักกับการทำความดี เหนื่อยกับสิ่งที่ได้พบได้เห็น อยากบอกให้ใครคนนั้นรู้ว่า ความดีไม่มีวันสิ้นสูญ หรือเหนื่อยเปล่า ทองแท้นั้นย่อมไม่กลัวไฟ ขอมอบกำลังใจนี้แด่ใครคนนั้น ที่แสงจันทร์รักเสมอมิตรแห่งใจ ว่า อย่าท้อหรือหมดกำลังใจ ก้าวต่อไปนะ เพื่อนรัก และ ขอมอบความปรารถนาดีนี้แก่ พี่ๆเพื่อนๆที่แวะเข้ามาอ่านมาฟังเพลงนี้กันนะคะ สุขสันต์วันศุกร์ค่ะ
|